ก่อกำเนิด : เทพเซียน 9 วิบัติ [จบ]

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 104 จระเข้เขี้ยวดาบ

            ด้านนอกใจกลางทะเลสาบตอนนี้ค่อยๆเงียบสงบลงแล้ว

            อัจฉริยะทั้งหลายพากันเข้าไปในสุสานเหลือเพียงผู้แข็งแกร่งที่เฝ้าอยู่ภายนอกคอยเป็นกำลังสนับสนุนให้อัจฉริยะเหล่านั้น

            เขตกู่ซวีในหุบเขาสุขาวดีตอนนี้เป็นช่วงที่เงียบสงบเมื่อมีคนออกมาจากในสุสานหรือขุดค้นของล้ำค่าที่ทำให้ตาลุกวาวออกมาได้ถึงตอนนั้นจะเริ่มมีการแย่งชิงเกิดขึ้น

            และการต่อสู้ที่แท้จริงจะเริ่มต้นขึ้นในเวลานั้น

            ราชามารตะวันตกนั่งอยู่บนพรมวิเศษกำลังดื่มสุรา กินเนื้อวัว สบายใจอย่างที่สุด

            ราชามารทิศเหนือปรายตามองราชามารตะวันตกเขาไม่ได้กลับไปหาราชามารตะวันตกแต่ไปยังฐานที่มั่นของตนเอง นั่งทำสมาธิฝึกฝน

            เหลยป้าเทียนมองซ้ายมองขวากลับไปอยู่ข้างกายราชามารทิศเหนือเช่นกัน

             

            ในเส้นทางเข้าสุสานเสิ่นเสวียน เสิ่นเสี่ยวเม่ย และเริ่นเสี้ยวเทียนเหาะลงไปเรียงแถวจี๋เล่อน้อยกระโดดลงไปแล้วเพิ่มความเร็ว ทำให้เขาพุ่งลงไปราวกับกระสุนปืน

            “พลังของจี๋เล่อน้อยผู้นี้แข็งแกร่งมากเลยนะ!”

            เริ่นเสี้ยวเทียนถอนหายใจอย่างอดไม่ได้

            “ไม่เลวเลยทีเดียวราชามารตะวันตกไม่มีทางทำอะไรเขาได้เลยในร้อยกระบวนท่า”

            เสิ่นเสวียนกล่าวขึ้นเช่นกันพลางพยักหน้าอย่างเห็นด้วยผู้แข็งแกร่งเช่นนี้เข้ามาคลุกคลีอยู่กับพวกเขาไม่ใช่เรื่องดีสักเท่าไร

            “เอาชนะไม่ได้ในร้อยกระบวนท่าข้าเดาว่าหากเขาคิดสังหารพวกเราคงไม่ใช่เรื่องยาก”

            เริ่นเสี้ยวเทียนถอนหายใจมีคู่ต่อสู้ที่น่ากลัวขนาดนี้ไม่ใช่เรื่องดีเลยจริงๆ

            “เอ๋...พวกเจ้าสังเกตเห็นอะไรไหม รอบๆ ไม่มีใครเลย”

            เริ่นเสี้ยวเทียนพบว่าด้านหลังของตนเองไม่มีใครเหลือแล้วเหลือเพียงเสิ่นเสวียนและเสิ่นเสี่ยวเม่ยเท่านั้น

            “น่าจะโดนพลังของเส้นทางนี้แยกออกจากกันอย่าออกห่างกันไกลมากนัก”

            เสิ่นเสวียนเพิ่งกล่าวขึ้นเริ่นเสี้ยวเทียนที่อยู่ข้างๆ ก่อนหน้านี้ได้หายตัวไปแล้ว

            “ท่านพี่เขาหายไปแล้ว”

            เสิ่นเสี่ยวเม่ยกล่าวกับเสิ่นเสวียนตอนนี้ทั้งสองคนจับมือกันอยู่ ไม่ได้ปล่อยมือเลย

            “เขาตั้งใจน่ะแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ลดปัญหาไปได้มาก”

            เสิ่นเสวียนหัวเราะเบาๆจากนั้นเขาก็ดึงเสิ่นเสี่ยวเม่ยหายไปจากตรงนั้นทันทีด้วยความเร็วสูง

            เมื่อเสิ่นเสวียนหายไปแล้วเริ่นเสี้ยวเทียนก็ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง

            “เสิ่นเสวียนหนอเสิ่นเสวียนเจ้าเป็นเซียนเทพมาจากไหนกันแน่ ดูเหมือนข้าจะไม่สามารถมีความลับกับเจ้าได้แต่ข้ากลับไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเจ้าเลย”

            เริ่นเสี้ยวเทียนถอนหายใจอีกครั้งและมุ่งหน้าต่อไป

             

            ไม่รู้ว่าเดินไปตามเส้นทางนี้นานเท่าไรแล้วเบื้องหน้าปรากฏม่านน้ำสีฟ้าอ่อนขึ้นมา เมื่อเห็นดังนั้นเสิ่นเสวียนและเสิ่นเสี่ยวเม่ยจึงกระโดดเข้าไปในม่านน้ำนั้นทันที

            ภูเขาเขียวน้ำใส เสียงนกร้อง กลิ่นดอกไม้หอมหวน

            ทั้งสองคนยืนอยู่บนทุ่งหญ้าเขียวขจีรอบๆ มีเนินเขาเรียงราย เสียงนกร้องดังมาจากบนต้นไม้ ดูราวกับฉากในสรวงสวรรค์

            “นี่คือที่ไหน”

            เสิ่นเสี่ยวเม่ยมองทุกอย่างตรงหน้าด้วยความสงสัยนางไม่ได้อยู่ในเส้นทางมุ่งหน้าสู่สุสานหรอกหรือ นางจำได้ชัดเจนว่าเข้ามาในสุสานแต่ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้

            “นี่ก็คือสุสาน”

            เสิ่นเสวียนมองไปรอบๆทุกอย่างนี้เหมือนจริงมาก

            “สุสานอย่างนั้นหรือ”

            เห็นได้ชัดว่าเสิ่นเสี่ยวเม่ยไม่เข้าใจเลย

            ในโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรก่อนที่ผู้แข็งแกร่งบางส่วนจะล่วงลับไป จะตามหาสถานที่ล้ำค่าเพียบพร้อมไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ใช้พลังทั้งหมดในการผนึกพลังเพื่อสร้างสุสานของตนเองขึ้นมาส่วนทางเข้าออกสุสานจะอยู่ในสถานที่ห่างไกล ใช้ค่ายกลมากมายในการเชื่อมต่อพวกมันเข้าด้วยกัน

            แน่นอนว่าความสามารถเช่นนี้อย่างน้อยต้องมีพลังยุทธ์ขั้นมหายานจึงจะสามารถทำได้

            ผู้เฒ่าจี๋เล่อผู้นี้มีพลังยุทธ์ถึงขั้นศักดิ์สิทธิ์แล้วเทียบได้กับยอดฝีมือขั้นมหายาน ซึ่งไม่ได้ยากเลยสำหรับความสามารถเช่นนี้

            “ยอดเยี่ยมยิ่งนัก!”

            เสิ่นเสี่ยวเม่ยถอนหายใจความสามารถเช่นนี้นางไม่เคยได้ยิน ไม่เคยได้เห็นมาก่อนเลย

            “พวกเราไปดูทางนั้นกันเถอะ”

            เสิ่นเสวียนและเสิ่นเสี่ยวเม่ยเดินไปยังเนินเขาลูกหนึ่งในความเข้าใจของเขา แม้จะสร้างสุสานขึ้นมาก็ต้องอยู่ด้านล่างเนินเขาส่วนแผนที่ที่ราชามารตะวันตกมอบให้พวกเขามาก่อนหน้านี้ตอนนี้อยู่ในมือเริ่นเสี้ยวเทียน จึงไม่มีประโยชน์สำหรับเขาแล้ว

            ทั้งสองคนไปถึงเนินเขาแห่งหนึ่งอย่างรวดเร็วหลังจากมองเนินเขานั้นแล้ว เสิ่นเสวียนและเสิ่นเสี่ยวเม่ยจึงกระโดดขึ้นไปตามหาร่องรอยต่างๆ บนนั้นไปเรื่อยๆ

            ที่นี่กว้างใหญ่มากแม้จะมีคนเข้ามานับพัน แต่ที่นี่กลับไม่มีคนอื่นเลยในพริบตาที่เข้ามาจะถูกส่งไปยังที่ต่างๆ กระจัดกระจายไป ส่วนตอนจะออกไปนั้นง่ายมากขอเพียงกลับมายืนอยู่ในตำแหน่งเดิมที่เข้ามาก็จะโดนดูดออกไปด้านนอกเอง

            แน่นอนว่าสิ่งที่ดูดออกไปคือสิ่งที่มีชีวิตหากนำสิ่งของอื่นๆ ออกไปด้วย มีเพียงต้องจัดการให้เรียบร้อยก่อน

            “ตรงหน้ามีแอ่งน้ำระวังด้วย”

            เสิ่นเสวียนมองไกลออกไปราวสองลี้แล้วกล่าวกับเสิ่นเสี่ยวเม่ยเบาๆ

            แอ่งน้ำนี่ลึกมากพลังจิตวิญญาณมิอาจสัมผัสลงไปด้านล่างได้ ไม่รับรู้อะไรเลย

            เสิ่นเสี่ยวเม่ยยังเหาะไม่ได้เสิ่นเสวียนจึงคว้ามือบางดึงให้เหาะขึ้นไปด้านบนเพื่อสังเกตไปรอบๆ

            ทว่าในขณะนั้นเองพลันมีพลังรุนแรงแผ่ซ่านออกมาจากแอ่งน้ำนั้น เข้าปกคลุมร่างของทั้งสองคนกลางอากาศ

            ปากกว้างใหญ่ขนาดกลืนกินคนสองคนได้อ้าปากกลืนทั้งสองเข้าไปทันที

            “เข้าไปในนี้”

            ในช่วงคับขันเสิ่นเสวียนออกคำสั่งเสียงเย็น ส่งเสิ่นเสี่ยวเม่ยเข้าไปในมิติของเขาทันทีแต่เขาหลบหลีกไม่ทันจึงโดนปากใหญ่ด้านล่างงับเข้าปากไปแล้ว

            “นี่คือจระเข้เขี้ยวดาบอย่างนั้นหรือ”

            เสิ่นเสวียนใช้สองมือยันปากบนกับปากล่างของจระเข้ไว้เขาโดนขังอยู่ระหว่างฟันสี่ซี่ที่ใหญ่และแหลมคมพอจะแทงทะลุหน้าอกของเขาได้หากไม่ใช่เพราะใช้สองมือยันเอาไว้ ตอนนี้เขาคงโดนกลืนลงท้องไปแล้ว

            จระเข้เขี้ยวดาบคือสัตว์วิเศษในทวีปหลิงโซ่วรูปร่างคล้ายจระเข้ทั่วไปแต่มีขนาดใหญ่กว่ามาก เกิดมาก็อยู่ในขั้นห้าแล้วนับเป็นหนึ่งในสัตว์วิเศษขั้นสูงที่หาได้ยาก

            ปากที่งับเสิ่นเสวียนเข้าไปมีขนาดราวหกฉื่อเช่นนั้นลำตัวต้องยาวอย่างน้อยราวๆ สองจั้งครึ่ง ขนาดเท่านี้ยังนับว่าอยู่ในช่วงกำลังเติบโตจระเข้เขี้ยวดาบที่โตเต็มวัยแล้วอาจมีพลังอยู่ในขั้นเจ็ดเรียกว่าเป็นผู้นำของสัตว์วิเศษเลยก็ว่าได้

            แม้พวกมันจะเป็นสัตว์วิเศษขั้นสูงแต่ก็ไม่ได้ทำให้พวกมันมีสติปัญญาขึ้นมา โดยปกติแล้ว สัตว์วิเศษขั้นหกอาจสามารถพูดภาษามนุษย์ได้สัตว์วิเศษขั้นเจ็ดอาจแสดงร่างมายาเป็นร่างมนุษย์ได้ แต่กับจระเข้เขี้ยวดาบแม้จะอยู่ขั้นเจ็ดแล้วมันกลับไม่มีความสามารถในการพูดและสติปัญญาบกพร่อง

            จระเข้เขี้ยวดาบที่อยู่ตรงหน้านี้อยู่ในช่วงวัยกำลังเติบโตมีพลังขั้นหก รวมเข้ากับพลังสัตว์วิเศษที่น่ากลัว ทำให้ตอนนี้เสิ่นเสวียนยังหาวิธีจัดการมันไม่ได้

            “พี่เสวียนให้ข้าออกไปสังหารมันเถอะ!”

            เสียงของเสิ่นเลี่ยนดังออกมาจากในมิติ

            “ไม่ต้องหรอกเจ้าฝึกฝนอยู่ในนั้นต่อไปก่อน เสี่ยวเม่ยออกห่างจากเสิ่นเลี่ยนด้วยอย่าให้เป็นอันตราย”

            เสิ่นเสวียนต้านทานพลังของจระเข้เขี้ยวดาบไว้พลางกล่าวกับทั้งสองคนที่อยู่ในมิติ

            “อืม”

            ทั้งสองคนรับคำพร้อมกันเสิ่นเสี่ยวเม่ยรู้ถึงสถานการณ์ของเสิ่นเลี่ยนอยู่บ้าง จึงไม่ได้ตกใจมากนักส่วนเสิ่นเลี่ยนก็ถือกริชเข้าสู้กับหุ่นเชิดคนหนึ่ง แทงเข้าไปตรงหัวใจอย่างแม่นยำ

            เสิ่นเสวียนไม่ให้เขาเชือดคอมิเช่นนั้นหุ่นเชิดจะพังทันที ตำแหน่งหัวใจเขาติดตั้งค่ายกลไว้แล้วสามารถแทงได้ตามใจ

            “ในเมื่อเจ้าอยากกลืนข้านักเช่นนั้นเจ้าก็กลืนข้าลงไปเลย”

            เสิ่นเสวียนปล่อยมือจึงโดนจระเข้เขี้ยวดาบกลืนลงท้องไปทันที

            หลังจากจระเข้เขี้ยวดาบกลืนเสิ่นเสวียนลงไปแล้วดวงตาที่เหมือนลูกกระพรวนทองแดงกวาดมองไปรอบๆ จากนั้นก็ค่อยๆ ดำลงไปใต้น้ำอย่างเชื่องช้า

             

            เสิ่นเสวียนที่อยู่ในท้องรอบๆ ร่างของเขาถูกปกคลุมด้วยม่านพลัง สามารถต้านทานพลังภายนอกได้ชั่วคราว

            พลังของจระเข้เขี้ยวดาบแข็งแกร่งยิ่งนักหากต้องสู้กันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่ถ้าหากอยู่ในนี้อำนาจจู่โจมก็จะอยู่ในกำมือของเสิ่นเสวียน

            เสิ่นเสวียนนั่งลงภายในท้องของจระเข้ใช้พลังในตันเถียนเสริมเข้าในร่างกายตนเองอย่างต่อเนื่องเมื่ออยู่ในนี้เขาไม่สามารถดูดซับพลังจากภายนอกได้ เมื่อพลังในตันเถียนหมดลงเขาก็จะตายทันที

            ก่อนหน้านี้เขามีโอกาสหนีไปแต่เขาไม่หนี เลือกที่จะถูกกลืนลงท้องมา

            เขาตามหาร่องรอยที่โลกภายนอกมานานแล้วแต่ไม่เจออะไรเลยบางทีอาจสามารถใช้จระเข้เขี้ยวดาบตัวนี้ตามหาร่องรอยบางอย่างได้

            โชคดีที่เขาเก็บกักพลังไว้ในตันเถียนมากพอเขาสามารถอยู่ในนี้ได้สิบวันถึงครึ่งเดือนโดยไม่มีปัญหาอะไร

            หลังจากอยู่ในท้องได้หนึ่งชั่วยามจระเข้เขี้ยวดาบที่เคลื่อนไหวอยู่พลันหยุดนิ่งลง น่าจะกลับถึงรังและพักผ่อนแล้ว

            เขารู้ว่าในรังนี้อาจมีจระเข้เขี้ยวดาบโตเต็มวัยอยู่ด้วยเขาจำเป็นต้องระวังตัว ไม่อย่างนั้นคงต้องตายอยู่ที่นี่จริงๆ

            “ต้องพึ่งเจ้าแล้ว”

            ทันใดนั้นกระบี่มังกรคำรามพลันปรากฏขึ้นในมือของเสิ่นเสวียน แล้วเขาก็แทงกระบี่ใส่ร่างของจระเข้เขี้ยวดาบ

    คล้ายกับเรื่องก่อกำเนิด : เทพเซียน 9 วิบัติ [จบ] ที่คุณอ่าน