ทว่า...
เวลาไหลผ่านไปจนธูปมอดดับไปครึ่งก้านเด็กน้อยก็ยังคงนอนหลับอุตุไม่ได้สติ ประหนึ่งกำลังซ้อมตายอย่างไรอย่างนั้น
เจียงลี่หยูในร่างสัตว์เทพเริ่มกระวนกระวายสองขาเรียวยาวก้าวเดินวนเวียนไปมารอบเตียงจนพื้นคอนกรีตแทบจะสึกเป็นรอย
'เอ๊ะ... หรือว่าฉันเผลอมือหนักไปกดลบระบบประสาทสัมผัสของเด็กนี่ทิ้งไปตอนแก้ไขวะ? ทำไมถึงยังไม่ฟื้นอีกหรือว่าการดัดแปลงพันธุกรรมมันจะใช้ไม่ได้ผลกับสิ่งมีชีวิต?'
พญาหงส์เริ่มใจคอไม่ดี ปีกกว้างสะบัดพั่บๆตีอากาศอย่างร้อนรน
ฮืด... ฟี้...
ทว่าในที่สุดเสียงสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ก็ดังทำลายความเงียบ
เปลือกตาอันหนักอึ้งของคนบนเตียงค่อยๆปรือเปิดขึ้นอย่างเชื่องช้า นัยน์ตากลมโตใสซื่อกะพริบปริบๆ เพื่อปรับแสง
เด็กหญิงหน้าตาน่ารักกวาดสายตามองไปรอบด้านด้วยความสับสนมึนงง
สถานที่แห่งนี้ช่างดูแปลกตาผนังปูนคอนกรีตเรียบกริบและหลังคากระเบื้องเคลือบด้านบนมันช่างห่างไกลจากเรือนซอมซ่อหลังคาผุพังที่นางเคยซุกหัวนอนประหนึ่งคนละโลก
กึก...
สายตาของเด็กน้อยหยุดชะงักเลื่อนไปสะดุดเข้ากับสิ่งมีชีวิตร่างใหญ่ที่ยืนตระหง่านอยู่ข้างเตียง
มันคือหงส์สีขาวบริสุทธิ์ที่แผ่ประกายวิบวับและกลิ่นอายทรงพลังรูปลักษณ์ของมันดูน่าเกรงขามและสูงศักดิ์เหนือกว่าสัตว์ปีกทั่วไปในใต้หล้า
หลินหว่านเอ๋อตัวแข็งทื่ออ้าปากค้างเติ่งนัยน์ตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึงระคนหวาดหวั่นเมื่อต้องเผชิญหน้ากับสัตว์เทพในตำนานระยะประชิด
เจียงลี่หยูทอดมองท่าทีตื่นตระหนกนั้นก่อนจะผงกหัวทุยๆ อย่างสง่างามเป็นการทักทายแล้วตัดสินใจกดใช้งานคำสั่งจำแลงกายทันที
วาบ!
แสงสีฟ้าสว่างวาบขึ้นบดบังทัศนียภาพเมื่อแสงนั้นจางหายไป ร่างของพญาหงส์ก็อันตรธานหายไปถูกแทนที่ด้วยสตรีผู้มีรูปโฉมงดงามหยาดเยิ้มประหนึ่งเทพธิดาจุติ
เด็กหญิงตัวน้อยเบิกตากว้างยิ่งกว่าเดิมนางจ้องมองสตรีแปลกหน้าแสนสวยเบื้องหน้าตาไม่กะพริบ
โดยหารู้ไม่เลยว่า...หญิงสาวผู้งดงามราวกับนางสวรรค์คนนี้ แท้จริงแล้วก็คือมารดาบังเกิดเกล้าของตนเองที่ถูกระบบจับศัลยกรรมพลิกโฉมจนไม่เหลือเค้าโครงเดิมแม้แต่เศษเล็บ!
มุมปากกระจับสีชมพูระเรื่อของสตรีผู้งดงามปานล่มเมืองกระตุกโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบาห้วงสมองกำลังคิดหาทางออกให้กับสถานการเบื้องหน้า
แน่นอนว่าเจียงลี่หยูย่อมไม่ต้องการให้เทพธิดาตัวน้อยต้องมานั่งร้องห่มร้องไห้ฟูมฟายอาลัยอาวรณ์ถึงมารดาผู้ล่วงลับให้เสียเวลาฟาร์มเลเวล
"เจ้าตายไปแล้ว..."
น้ำเสียงหวานใสทว่าแฝงความเด็ดขาดเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบเจียงลี่หยูปั้นหน้าขรึมสร้างเรื่องราวหลอกเด็กด้วยความแนบเนียนระดับนักแสดงรางวัลทองคำ
"และบัดนี้เจ้าได้มาเกิดใหม่เพื่อเป็นลูกศิษย์ของข้า... จากนี้สืบไปเจ้าจะต้องเป็นผู้ติดตามรับใช้ข้า เข้าใจหรือไม่"
หลินหว่านเอ๋ออ้าปากค้างเติ่งนัยน์ตากลมโตใสซื่อเบิกกว้างจนแทบจะถลนออกจากเบ้าความสับสนงุนงงพุ่งชนกะโหลกศีรษะเล็กๆ อย่างจัง
ทว่าเพียงชั่วอึดใจเมื่อภาพของสตรีผู้เป็นมารดาบังเกิดเกล้าผุดขึ้นมาในความทรงจำความอ้างว้างก็ทะลักทลาย หยาดน้ำตาเม็ดโตร่วงเผาะลงมาอาบสองแก้มเนียนใสเด็กหญิงตัวน้อยปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อายผู้ใด ริมฝีปากเล็กๆพร่ำร้องเรียกหามารดาดังระงมไปทั่วเรือนคอนกรีต
อดีตพนักงานออฟฟิศลอบกลอกตาไปมาก่อนจะงัดเอาทักษะจิตวิทยาขั้นพื้นฐานที่หัวหน้าแผนกฝ่ายขายชอบใช้หลอกซื้อใจลูกน้องมาปรับใช้บ้าง
"ร้องเรียกไปก็ไร้ประโยชน์"
เจียงลี่หยูเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าหนักแน่น
"แม่ของเจ้าตามมาที่โลกหลังความตายแห่งนี้ไม่ได้หรอกเพราะตัวเจ้านั้นได้ตายจากโลกเดิมมาแล้ว...สิ่งเดียวที่เจ้าจะสามารถตอบแทนความรักของแม่เจ้าได้คือหยุดงอแงทำตัวเป็นเด็กอมมือเสียที"
หญิงสาวย่อตัวลง นั่งยองๆให้อยู่ในระดับเดียวกับคนบนเตียงมือเรียวขาวผ่องยื่นไปลูบกลุ่มผมดกดำของอีกฝ่ายเบาๆ
"จงใช้ชีวิตในฐานะลูกศิษย์ของข้าให้ดีที่สุดผลจากการตั้งใจใช้ชีวิตของเจ้าจะส่งผลให้แม่ของเจ้าที่อยู่อีกโลกหนึ่งมีความสุขและหมดห่วง...เข้าใจหรือไม่"
คำโกหกตอแหลที่ถูกปั้นแต่งขึ้นมาอย่างหน้าไม่อายประกอบกับรูปโฉมอันงดงามน่าเกรงขามของสตรีตรงหน้า ทำเอาเด็กหญิงวัยเจ็ดขวบชะงักงัน
แม้ในใจจะยังคงหวาดกลัวและสับสน ทว่าเด็กน้อยตัวแค่นี้เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่พิสดารเหนือธรรมชาติก็ไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกเสียจากต้องหลับหูหลับตาเชื่อคำหลอกลวงนั้นไปโดยปริยาย
"เอาล่ะ...ทีนี้ก็เรียกข้าว่าอาจารย์สิ"
เจียงลี่หยูเชิดหน้าขึ้นสูงสถาปนาตนเองขึ้นเป็นปรมาจารย์หน้าตาเฉย ทั้งที่วิชาความรู้ในสมองนั้นว่างเปล่าสอนสั่งวิชาให้แก่ผู้ใดไม่เป็นสักอย่าง ทว่าทั้งหมดนี้ก็เป็นเพียงคำลวงโลกเพื่อมอบเหตุผลในการมีชีวิตอยู่ต่อไปให้กับเด็กน้อยผู้โชคร้ายก็เท่านั้น
หลินหว่านเอ๋อยกมือเล็กๆ ขึ้นปาดน้ำตาป้อยๆสูดน้ำมูกเข้าจมูก ก่อนจะช้อนสายตากลมโตขึ้นมองสตรีเบื้องหน้าริมฝีปากสั่นระริกขยับเปล่งเสียงออกมาแผ่วเบา
"อาจารย์..."