เซินสี่ถูกไล่เป็นครั้งที่สาม เขาเห็นอู๋ฮวนระเบิดระอารมณ์รุนแรงเหมือนไม่เหมือนปกติ ผู้ฝึกวรยุทธ์ด้วยกันย่อมรู้ว่านี่คือขีดจำกัดสูงสุด ดังนั้นเขาได้แต่ก้มหน้าคำนับ ก่อนจะหันไปบอกให้คนช่วยกันหามเก้าอี้ที่มีร่างต้าเจิงนั่งคอพับออกไป แล้วงับประตูให้อย่างมิดชิด
เมื่อทุกคนออกไปแล้ว มีดสั้นเล่มหนึ่งก็ถูกโยนลงมาตรงหน้าจางหลินถง ปลายมีดปักลงบนพื้นพอดิบพอดีห่างจากหัวเข่านางเพียงนิดเดียว นางตกตะลึงต้องเป็นคนมีฝีมือระดับใดกันถึงคาดเดาระยะได้แม่นยำปานนั้น จางหลินถงได้แต่มองมันด้วยความไม่เข้าใจ ความห่างเหินที่เขาแสดงออกมาทำให้นางแสบจมูกไปหมด
อู๋ฮวนก้าวลงมานั่งคุกเข่าตรงหน้าหญิงสาวพลางยื่นมือไปดึงมีดขึ้นมายัดใส่มือนาง และยกมันมาจ่อที่ลำคอของเขา จางหลินถงตกใจพยายามยื้อมือไว้สุดแรง นางไม่เข้าใจว่าเกิดเรื่องอันใดเขาถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้
“อาหลิน ข้าให้โอกาสเจ้า หากเจ้าฆ่าข้าตอนนี้ เจ้าจะมีโอกาสรอดชีวิตกลับไปหาสามีที่แท้จริงของเจ้า แต่ถ้าเจ้าไม่ฆ่าข้าตอนนี้เจ้าจะหมดโอกาส และจะไม่มีวันหลุดพ้นจากเงื้อมมือข้าได้อีก”เขาเริ่มเปิดปากคำแรก จางหลินถงก็เบิกตากว้าง
“ท่านรู้แล้วหรือ”
ที่แท้เขารู้ฐานะของหูจิงหรือซ่งตงหยางแล้ว มิน่าเล่าถึงได้โกรธนางและพาลระแวงต้าเจิงไปด้วย นางรู้สึกเสียใจที่ไม่ได้บอกเรื่องนี้ให้เขารู้ไวกว่านี้ เพราะวันนั้นมัวแต่ตกใจกับเหตุการณ์ลอบฆ่าที่เหอตงจึงลืมคำพูดไปหมด ไม่นึกว่ามันจะย้อนกลับมาทำลายความไว้ใจที่เขามีต่อนาง
“ข้าเหมือนคนโง่มากใช่ไหมเล่า”เขาย้อนถามด้วยสีหน้าเจ็บปวด แน่นอนว่าเขาต้องเสียหน้ามาก เมื่อคนที่เขาส่งออกไปกลับมารายงานว่าหูจิงเป็นใคร ใครเล่าจะนึกถึงว่าหูจิงผู้นั้น ผู้ที่จางหลินถงนั่งจ้องตาเป็นมันคือซื่อจื่อและยังเป็นทายาทตัวจริงของสกุลซ่ง
จางหลินถงถูกซ่งตงหยางพาตัวไป เป็นไปไม่ได้ที่นางจะไม่รู้ฐานะของของเขา และยังมีการจัดฉากให้บุกเข้าไปช่วยนางที่อารามปี้อวิ๋นนั่นอีก เขาสงสัยมาแต่แรกแล้วว่าเหตุใดทุกอย่างจึงง่ายดาย และนางยอมติดตามเขาโดยไม่อิดออด ทั้งที่ก่อนหน้านั้นถึงกับเอามีดจ่อที่ลำคอใช้ความตายมากดดันเพื่อจะไปให้ได้ แต่เพราะความรักใคร่สงสารนาง เขาจึงยอมมองข้ามปัญหาเล็กน้อยพานางกลับมาถึงอู่โจว
สรุปแล้ว คนอย่างอู๋ฮวนก็มีวันพลาดท่าให้กับสตรีด้วยเหมือนกัน เพียงคิดหัวใจก็เต้นกระหน่ำ โทสะลุกโชนแทบเผาร่าง อู๋ฮวนบีบมือของนางกดมีดเข้าหาลำคอของเขาเพื่อกดดันนาง เขาไม่คิดว่าวันหนึ่งเขาจะกลายเป็นศัตรูกับนาง เขาแทบไม่เคยคิดที่จะระแวงนาง จนกระทั่งได้รับรายงานเรื่องของหูจิง
วันนี้เขาจะให้โอกาสนางเหมือนที่ให้โอกาสกับผู้อื่น ให้โอกาสโดยไม่ไต่ถามสักคำ แต่หากนางไม่ลงมือ หลังจากนี้นางจะไม่สามารถหลุดพ้นไปจากกำมือเขาได้อีกชั่วชีวิต หากนางไม่ยอมบอกความจริง เขาจะทรมานนาง ให้นางไม่ได้เห็นแสงเดือนแสงตะวันอีก
จางหลินถงไม่มีแรงจะยื้อเขาได้นาน นางกลัวว่าเขาจะได้รับบาดเจ็บจึงปล่อยถุงผ้าร่วงลงพื้น และใช้มือข้างนั้นกำปลายมีดไว้ มีดของนักฆ่าย่อมมีความคมเป็นพิเศษ เพียงออกแรงกำเล็กน้อยก็บาดลึกถึงกระดูกมือแล้ว ไม่ต้องพูดถึงโลหิตที่ไหลบ่าราวสายน้ำนั่นอีก แต่จางหลินถงไม่มีเวลามาห่วงบาดแผล ที่นางเป็นห่วงคือความเข้าใจผิดระหว่างเขาและนาง เรื่องนี้จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขมากกว่า
“เรื่องนี้ข้าเคยคิดจะบอกท่าน แต่วันนั้นที่เหอตงเป็นท่านที่ห้ามข้าพูดถึงเขา และพวกเราถูกคนลอบคนลอบโจมตี ข้ามัวแต่กลัวก็เลยลืมไปหมดว่าจะพูดเรื่องนี้”
อู๋ฮวนมองเข้าไปในดวงตาจางหลินถง ค้นหาคำโกหก แต่ดวงตาของนางนอกจากความตื่นตระหนก และความเสียใจก็ไม่มีอย่างอื่น อู๋ฮวนพูดคำว่า ‘ไม่เชื่อ’ ไม่ออก เพราะเป็นเช่นนั้นจริงๆ
วันนั้นนางพูดถึงหูจิง แต่เป็นเพราะเขาเองที่ไม่ต้องการได้ยินชื่อของคนผู้นั้นจึงห้ามไม่ให้นางพูด และต่อมาก็ถูกลอบโจมตี นางตกอยู่ในสภาพหวาดกลัวมีหรือจะมีแก่ใจมาบอกเรื่องหูจิง แววตาอู๋ฮวนอ่อนลงเล็กน้อย แต่เขายังไม่คลายความหวาดระแวง
“เช่นนั้นเจ้าก็รู้ว่าคุณชายซ่งตงหยางกลายเป็นเป็นซื่อจื่อได้อย่างไร ใช่หรือไม่”
นางพยักหน้า นางไม่มีอะไรให้ต้องปิดบัง เพราะนางไม่ใช่คนของใครทั้งนั้น“สาเหตุที่ข้าถูกขัง ถูกวางยาให้ป่วย ถูกปล่อยทิ้งขว้างให้อดอยากหิวโหยจนมีสภาพเป็นเช่นนี้ จนสุดท้ายตระกูลจางถูกโยนความผิดฐานก่อกบฎให้จนได้รับโทษประหาร เป็นเพราะข้ารู้ความลับของโจวซินหรู เจิ้งจื่ออี้ ซ่งซือฉี ข้ารู้ความลับทั้งหมดของตระกูลซ่ง ข้ารู้ว่าทุกคนที่นั่นมีส่วนพัวพันกับการวางแผนก่อกบฏของชินอ๋อง และข้าก็รู้อีกด้วยว่าโจวซินหรู สังหารซ่งตงหยางตัวจริงอย่างไร และผลักดันเจิ้งจื่ออี้ให้สวมรอยซ่งตงหยางอย่างไร ส่วนเรื่องที่ซ่งตงหยางกลายเป็นซื่อจื่อ ข้ามารู้หลังจากที่เขาพาข้าไปวันนั้น”
จางหลินถงเพิ่งเข้าใจที่ต้าเจิงถูกทรมานจนมีสภาพเป็นเช่นนั้น เพราะถูกเหมารวมว่ามีความเกี่ยวข้องกับซ่งตงหยางเช่นเดียวกันนาง นางทำให้คนบริสุทธ์คนหนึ่งต้องบาดเจ็บสาหัส ต่อไปนางจะมองหน้าต้าเจิงได้อย่างไร
อู๋ฮวนเห็นนางบอกเล่าถึงความเจ็บปวดในอดีตหนหลัง เขาจึงผ่อนแรงที่มือลงเล็กน้อย เขาตั้งใจว่าตราบที่ยังพิสูจน์ความจริงให้กระจ่างไม่ได้ เขาไม่มีทางกลับมาเชื่อใจนางอีก ทว่ายามนี้หัวใจกลับทรยศ ชายหนุ่มเพิ่งรู้สึกถึงความเปียกชุ่มที่หน้าตัก ครั้นเห็นมือของนางเต็มไปด้วยโลหิต สติและความเชื่อใจทั้งหมดจึงกลับคืนมา
“อาหลิน”
ชายหนุ่มลดมีดลงมาหมายจะดึงออกเพื่อดูบาดแผล แต่จางหลินถงกลับชักมันกลับไปจ่อที่ลำคอของนาง และกดลงไปด้วยใจเด็ดเดี่ยว ผิวของนางบอบบางถูกคมมีดถากเพียงเล็กน้อยก็มีเกิดบาดแผลแล้ว แต่นางไม่มีวิธีพิสูจน์ตนเอง เพราะไม่มีหลักฐานอื่นนอกจากใช้ความตายเป็นเครื่องพิสูจน์
คนอย่างนางหากไม่สามารถดึงความไว้เนื้อเชื่อใจของเขากลับคืนมาได้ นางก็หมดหนทางกลับมาผงาดเพื่อล้างความผิดให้ตระกูลจางได้อีก เช่นนั้นการตายตามกันไปน่าจะเป็นหนทางที่ดีกว่า และเป็นวิธีเดียวที่ทำให้นางไม่ต้องเกลียดคนสกุลอู๋เพิ่มขึ้นอีก
“หากท่านไม่เชื่อใจข้า ก็ฆ่าข้าเถอะ”กล่าวพลางกดมีดลงมาอีก
อู๋ฮวนใบหน้าซีดเผือด“อาหลิน อย่า...”
********************************************************