“บ้าเอ๊ย!”
ซุนเฟยสบถออกมาอย่างฉุนเฉียวด้วยความเคยชิน ก่อนจะยก 'ดาบศักด์สิทธิ์แห่งบูลแคทโตส' กับ 'ผู้พิทักษ์แห่งบูลแคทโตส' ขึ้นมาแล้วปลดปล่อยความแข็งแกร่งของคนเถื่อนเลเวล 46 ออกมาอย่างเต็มที่เขากระตุ้นความสามารถเพิ่มเติมของไอเทมสีเขียวระดับ 7 ในโลก Diabloทำให้เกิดเปลวไฟรูปไม้กางเขนขนาดยักษ์ขึ้นมาในอากาศ แต่อย่างไรก็ตามเปลวไฟรูปไม้กางเขนนี้ก็ไม่สามารถป้องกันดาบสีฟ้าขนาดใหญ่นี้ได้
การรับมือกับการโจมตีอย่างฉุกระหุก ทำให้ซุนเฟยเสียเปรียบเป็นอย่างมาก
ยิ่งไปกว่านั้น ฝ่ายตรงข้ามก็ยังแข็งแกร่งกว่าเขามาก
วูบ!
พลังมหาศาลได้ทะลวงเกราะป้องกันของซุนเฟยเข้ามาก่อนจะถากไหล่ทั้งสองข้างของเขาไป
ในขณะเดียวกันดาบสีฟ้าขนาดใหญ่เพียงขยับเบาๆ ก็สามารถทำลายเปลวเพลิงไม้กางเขนของเขาได้จากนั้นมันก็พุ่งตรงเข้ามายังระหว่างคิ้วของซุนเฟยอย่างรวดเร็วยังไม่ทันที่ปลายดาบอันแหลมคมจะได้สัมผัสกับหน้าผากของซุนเฟย แค่แรงลมที่อยู่รอบๆ ตัวดาบก็สร้างบาดแผลบนหน้าผากของซุนเฟยได้เลือดค่อยๆ ไหลลงมาจากบาดแผล
ในจังหวะนั้น 'ดาบศักด์สิทธิ์แห่งบูลแคทโตส' กับ 'ผู้พิทักษ์แห่งบูลแคทโตส' ก็กระเด็นหลุดออกจากมือของซุนเฟยลอยหายเข้าไปในความมืด
โชคดีที่เปลวไฟไม้กางเขนยังสามารถขวางการโจมตีของดาบยักษ์สีฟ้านี้ได้ตั้งเสี้ยววินาทีทำให้ซุนเฟยมีเวลามากพอที่จะใช้ทักษะ 'กระโดด'
ร่างของเขาลอยอยู่กลางอากาศ
ดาบสีฟ้าขนาดใหญ่ที่ยาวกว่าสิบเมตรและเต็มไปด้วยอักขระลึกลับมากมายพุ่งผ่านใต้เท้าของซุนเฟยไปคลื่นพลังอันแหลมคมของมันทำให้ขาทั้งสองข้างของเขาชาดิกซุนเฟยแทบเสียสมดุลและร่วงลงมา
หลังซุนเฟยกระโดดหลบดาบยักษ์สีฟ้านี่แล้วมันก็พุ่งไปที่วงเวทป้องกันที่ถูกติดตั้งรอบๆ หลุมยักษ์ทันที
“บัดซบเอ๊ย!” ซุนเฟยตะโกนออกมาเสียงดัง
พลังทำลายของคลื่นดาบนี้อันตรายมาก หากมันไปโดนกับวงเวทที่ติดตั้งอยู่รอบๆ หลุมกว้างอันใดอันหนึ่งเข้า มันจะไปกระตุ้นการทำงานของวงเวทและทำให้เกิดการระเบิดขึ้นมา จากนั้นมันจะระเบิดต่อๆ กันเป็นลูกโซ่ ไม่แน่ว่าภูเขากับต้นไม้ที่อยู่ภายในรัศมียี่สิบกิโลเมตรรอบๆ ก็อาจถูกทำลายจนราบเป็นหน้ากลองไปเลยก็ได้
แต่ใครจะรู้ว่า ในขณะที่ดาบยักษ์กำลังจะพุ่งเข้าไปปะทะกับวงเวท มันได้สลายไปอย่างไร้ร่องรอยก่อนที่จะพุ่งเข้าชนเพียงเสี้ยววินาที
ช่างเป็นการควบคุมที่น่ากลัวนัก!
ซุนเฟยที่กำลังร่อนลงบนก้อนหินยักษ์รู้สึกตกใจกับสิ่งที่เห็น
ชายร่างผอมตรงหน้าสามารถควบคุมคลื่นดาบที่น่ากลัวนี้ได้ดั่งใจนึกคาดไม่ถึงจริงๆ ว่าความแข็งแกร่งของบุรุษร่างผอมตรงหน้าจะน่าทึ่งขนาดนี้ซุนเฟยรู้ตัวว่าเขาสามารถสร้างการโจมตีในระดับเดียวกับดาบนั่นได้แต่ความสามารถในการควบคุมนั้น เขาไม่อาจทำได้ถึงระดับนี้
เพล้ง!
ลมหนาวยามค่ำคืนพัดเข้ามาหมวกเกราะบนหัวของซุนเฟยก็แตกกระจายร่วงลงบนพื้น
หมวกเกราะนี้เป็นไอเทมเวทมนตร์ระดับ 6 ของโลก Diablo ความทนทาน 66 และพลังป้องกันมากกว่า70 จัดได้ว่าเป็นไอเทมระดับสูงสุดในระดับเดียวกันซุนเฟยเพิ่งจะซื้อมันมาจาก NPC ที่ 'ท่าเรือคูแรสท์' ในราคาห้าหมื่นเหรียญทอง แต่ใครจะรู้เล่าว่ามันจะถูกทำลายลงอย่างง่ายดายเช่นนี้โดยคนที่อยู่ข้างหน้าของเขา
น่ากลัว!
น่ากลัวจริงๆ!
เลือดค่อยๆ ไหลลงมาจากหน้าผากของซุนเฟยไปยังดวงตาข้างซ้ายของเขา
“การโจมตีครั้งที่สอง...ทักษะแห่งมีด!”
น้ำเสียงที่ไร้อารมณ์ยังคงดังขึ้นมาอีกครั้ง
จากนั้น แสงสีฟ้าก็ปรากฏขึ้นมาอย่างช้าๆ ที่ด้านหลังของชายร่างผอมมันเกือบจะเหมือนกับการโจมตีครั้งก่อนไม่มีผิดแต่ครั้งนี้คลื่นพลังนั้นถูกสร้างออกมาเป็นรูปแบบมีดสีฟ้าอันคมกริบราวกับจะทะลวงผ่านช่องว่างในอากาศได้รอบตัวมีดมีแสงสีฟ้าจางๆ ล้อมรอบเป็นชั้นๆ และยาวประมาณสิบเมตร ไม่ช้า มันก็ค่อยๆ ปรากฏตัวขึ้นมาอย่างสมบูรณ์ที่ด้านหลังของชายคนนั้น
บนตัวมีดคลื่นพลังเล่มนี้ เต็มไปด้วยอักขระแปลกๆ ลึกลับมากมายที่ไม่เข้าใจมีดเล่มนี้ลอยนิ่งอยู่กลางอากาศ ทำให้ซุนเฟยมองเห็นโครงสร้างทุกสัดส่วนของมันได้อย่างชัดเจนกลิ่นอายที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวมีดเต็มไปด้วยพลังมหาศาลที่ยากจะต้านทานได้
วูบ!
มีดอันคมกริบแหวกผ่านอากาศแล้วทะยานไปด้านหน้าอย่างรวดเร็ว
มีดยักษ์สีฟ้าที่พุ่งใส่ซุนเฟยกลายเป็นลำแสงเล็กๆ ลอยพาดผ่านเป็นเส้นโค้งอยู่กลางอากาศความจริงแล้ว ความเร็วของมันไม่ได้เร็วมากอย่างที่คิดแต่กลับไม่อาจจับวิถีของมีดที่ลอยเข้ามาได้
“บัดซบ!”
คราวนี้ซุนเฟยรู้สึกโกรธขึ้นมาจริงๆ
นี่เป็นอีกครั้งที่เขาต้องถูกนักฆ่าลึกลับไล่ฆ่า
'ทักษะแห่งมีด' น่ากลัวยิ่งกว่า 'ทักษะแห่งดาบ' ในตอนแรกเสียอีก มันมีความยืดหยุ่นและวิถีที่ชัดเจนน้อยกว่าแต่พลังที่ปกคลุมบนตัวมันกลับดุดันมากกว่า แรงกดดันของพลังที่กำลังพุ่งเข้ามาแม้แต่ซุนเฟยในโหมดคนเถื่อนก็ยังต้องหน้าถอดสี
“หมัดหิมะเยือกแข็ง…”
ซุนเฟยปล่อยหมัดออกไปอย่างต่อเนื่องและรวดเร็วดุจสายฟ้าหมัดโปร่งแสงจำนวนนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้นมาในอากาศเรื่อยๆก่อนจะรวมตัวกันเพื่อต่อต้านคลื่นพลังที่น่ากลัวนั่น
ตูม ตูม ตูม ตูม!
พลังที่น่าเกรงขามพลันระเบิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องหมัดโปร่งแสงถูกทำลายลงอย่างย่อยยับไปทีละอัน ระลอกคลื่นพลังที่ระเบิดออกมาแผ่กระจายไปทั่วทุกพื้นที่ทำให้ก้อนหินที่อยู่บริเวณใกล้เคียงกลายเป็นผุยผง…ในที่สุดมีดยักษ์สีเขียวก็ฝ่ากลุ่มฝุ่นควันลอยเข้ามา
ใบมีดขนาดยักษ์ส่องประกายแวววาวในขณะที่พุ่งเข้ามาที่หัวของซุนเฟยใบมีดเชิดขึ้นเล็กน้อย เตรียมฟันลงมาที่หัวของเขาพลังที่น่าสะพรึงกลัวนี้ราวกับความตายได้เข้าปกคลุมร่างของซุนเฟย
“หมัด...เดียว...คลุม...ฟ้า...!”
ซุนเฟยตะโกนออกมา หมัดโปร่งแสงถูกปล่อยออกมาซ้อนทับกันอย่างรวดเร็วจนกลายมาเป็นฝ่ามือขนาดยักษ์ที่สูงกว่าสิบเมตรและกว้างกว่าสิบเมตรขึ้นมาบนฝ่ามือมองเห็นลายมือได้ทุกเส้นอย่างชัดเจนก่อนที่ฝ่ามือโปร่งแสงนั่นจะค่อยๆ กำลงมาจนกลายเป็นหมัด ภาพที่นิ้วมือทั้งห้ากำลังลดลงมา ราวกับดอกไม้คริสตัลที่กำลังหุบกลีบของมันอย่างช้าๆวินาทีต่อมา หมัดขนาดยักษ์เข้าปะทะกับมีดยักษ์ที่กำลังฟันลงมา
ตูม!
วินาทีที่หมัดโปร่งแสงปะทะกับมีดสีฟ้าขนาดยักษ์ในตอนนั้นราวกับว่าเวลาหยุดนิ่งไปแม้จะเป็นเพียงระยะเวลาสั้นๆ แต่กลับยาวนานราวกับศตวรรษ
ราวกับเกิดภูเขาไฟปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรงในหลุมยักษ์ตอนนี้เต็มไปด้วยสับสนวุ่นวายระลอกคลื่นพลังที่เกิดจากการปะทะกันระหว่างมีดสีฟ้าขนาดยักษ์กับหมัดโปร่งแสงได้แผ่กระจายออกไปเป็นวงกว้างก่อนจะไปกระตุ้นการทำงานของวงเวทที่อยู่รอบๆ หลุมยักษ์หลายสิบอันจนเกิดระเบิดขึ้นมาเปลวไฟเวทมนตร์หลากสีสันได้ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ประหนึ่งดอกไม้ไฟที่ส่องสว่างในยามค่ำคืน
ซุนเฟยไม่มีกะจิตกะใจจะมาชื่นชมกับความสวยงามตระการตาพวกนี้
ด้วยคลื่นกระแทกขนาดใหญ่ทำให้ร่างของซุนเฟยจมลงไปในโคลนครึ่งร่างก่อนจะกระอักเลือดออกมาเหนือศีรษะของซุนเฟยยังคงมีมีดยักษ์สีฟ้าลอยนิ่งอยู่กลางอากาศหลังมีดยักษ์สีฟ้าทำลายหมัดโปร่งแสง พลังของมันก็อ่อนลง แต่ไม่ได้แตกสลายไปบนตัวมีดที่เกิดจากการควบแน่นของคลื่นพลังสีฟ้าปรากฏรอยแตกเล็กๆ ขึ้นมาจากนั้นมีดยักษ์สีฟ้าก็ฟันลงมาอีกครั้ง มันไม่ยอมปล่อยให้ซุนเฟยได้มีเวลาหายใจ
ฟึบ!
ในช่วงเวลาสำคัญร่างของซุนเฟยก็กลายเป็นภาพพร่ามัวและหายไปอย่างฉับพลัน
ตูม!
มีดยักษ์สีฟ้าฟันลงมาที่พื้นและทิ้งรอยลึกไว้บนพื้นดิน
วินาทีต่อมา ซุนเฟยได้ไปโผล่ที่เหนือหัวของชายคนนั้น
ซุนเฟยเปลี่ยนเป็น 'โหมดจอมเวท' เพื่อใช้ทักษะ 'เทเลพอร์ต' ย้ายร่างของตัวเองมาที่เหนือหัวของอีกฝ่าย
จากนั้นเขาก็เปลี่ยนกลับมาเป็น 'โหมดคนเถื่อน'
ซุนเฟยไม่มีทางเลือก
ตอนนี้ตัวละครคนเถื่อนเป็นตัวละครที่ทรงพลังที่สุดของเขาเขาดึงดาบคู่ขนาดยักษ์ที่สร้างขึ้นมาจาก 'โครงกระดูกปีศาจ' และ 'แร่เหล็กดำ' ออกมาจากแหวนเก็บของซุนเฟยกำดาบแน่นปลายดาบที่คมกริบเล็งแทงลงไปที่หัวของชายคนนั้น โดยอาศัยจังหวะที่ร่างกำลังร่วงลงมาจากอากาศตามแรงโน้มถ่วงเป็นตัวผลักดัน
โจมตีสวนกลับ!
นี่เป็นแผนของซุนเฟย
การป้องกันที่ดีที่สุดก็คือการโจมตี หากเขายังยืนเฉยๆ รอรับการโจมตีเหมือนสองครั้งที่แล้ว ซุนเฟยก็ไม่แน่ใจว่าตัวเองจะยังทนรับการโจมตีครั้งที่สามของฝ่ายตรงข้ามได้หรือเปล่าดังนั้น เขาจึงใช้ทักษะเทเลพอร์ตของตัวละครจอมเวทเพื่อเริ่มต้นโจมตีกลับ
“ทักษะแห่งหมัด!”
ถึงแม้ว่าซุนเฟยจะคว้าโอกาสที่ดีในการโจมตีสวนกลับได้แต่ชายร่างผอมคนนั้นกลับยืนนิ่งอยู่กับที่
น้ำเสียงที่ไร้ความรู้สึกดังขึ้นมาอีกครั้งร่างของชายคนนั้นยังคงยืนนิ่งแต่ทันทีที่เขาพูดประโยคนั้นจบก็เกิดแสงสว่างสีฟ้าขึ้นมาก่อนที่หมัดสีฟ้าขนาดยักษ์จะปรากฏขึ้นที่เหนือหัวของเขา หมัดนี้คล้ายกับ 'หมัดหิมะเยือกแข็ง...หมัดเดียวคลุมฟ้า' ของซุนเฟยเล็กน้อยหมัดสีฟ้าของเขาดูเรียบง่าย ไม่มีลายมือหรือรายละเอียดใดๆ บนตัวหมัดมันมีเพียงรูปร่างที่คล้ายหมัดเท่านั้น แต่อย่างไรก็ตามหมัดที่แสนเรียบง่ายนี้กลับสามารถต้านทานการโจมตีของซุนเฟยได้อย่างง่ายดาย
แกร๊ง!
ในจังหวะที่หมัดสีฟ้ากับดาบยักษ์สีดำปะทะกันก็เกิดเส้นแสงสีขาวขึ้นมา
ซุนเฟยพลันตกตะลึง
นี่เป็นครั้งแรกที่ซุนเฟยเห็นอาวุธที่ทำมาจาก 'โครงกระดูกปีศาจ' มีรอยแตก โดยปกติแล้วอาวุธที่สร้างมาจาก 'โครงกระดูกปีศาจ' สามารถทำลายคลื่นพลังของเหล่านักรบได้และเห็นได้ชัดว่า หมัดสีฟ้านี้ก็เกิดจากการควบแน่นของคลื่นพลัง ทว่ามันกลับไม่ถูกทำลายและไม่อาจทะลวงหมัดนี้ไปได้…นี่มันเหลือเชื่อเกินไปแล้ว
เขาเป็นใคร?
เขาเป็นใคร?
ไอ้บัดซบนี่เป็นใคร?
ซุยเฟยกู่ร้องอย่างบ้าคลั่งอยู่ภายในใจก่อนที่ร่างจะกะพริบหายไปทันทีที่การโจมตีล้มเหลว เขาไม่กล้าชะงักค้างอยู่นาน
ตอนนี้ซุนเฟยเปลี่ยนเป็น 'โหมดมือสังหาร' และหายตัวไปในท้องฟ้ายามราตรีโดยใช้ทักษะของมือสังหารในการกลบร่องรอย
หลังการโจมตีครั้งนี้ ซุนเฟยก็เริ่มแน่ใจแล้วว่าไม่มีทางที่ตัวเองจะปะทะกับชายร่างผอมซึ่งๆ หน้าได้ ดังนั้นซุนเฟยจึงเลือกที่จะหลบอยู่ในมุมมืดเพื่อค้นหาจุดอ่อนของชายตรงหน้าแล้วค่อยลงมืออีกครั้ง
ซุนเฟยเปลี่ยนตำแหน่งของตัวเองไปเรื่อยๆ ในขณะที่ยังเฝ้าสังเกตการณ์คู่ต่อสู้
ในที่สุดซุนเฟยก็เคลื่อนที่มาหยุดอยู่ด้านหน้าของชายร่างผอมและถือโอกาสสำรวจใบหน้าของคู่ต่อสู้
มันเป็นใบหน้าที่แสนธรรมดาและเรียบง่ายมาก ริมฝีปากบางเฉียบและแคบจมูกโด่งเล็กน้อย ชายคนนี้ยืนหลับตานิ่งอยู่กับที่คิ้วของเขาเรียวหนาและเฉียงขึ้นประหนึ่งมีมีดยาวอันคมกริบพาดผ่านเหนือดวงตาของเขากลิ่นอายที่ทรงพลังและแหลมคมแผ่ซ่านออกมาจากร่างของเขา
ซุนเฟยไม่เคยเห็นชายคนนี้มาก่อน
นอกจากนี้เขายังไม่รู้สึกถึงจิตสังหารใดๆ ในตัวของชายคนนี้
ยิ่งไปกว่านั้น ซุนเฟยยังมั่นใจอีกด้วยว่าชายคนนี้ไม่ใช่นักฆ่าที่พยายามไล่ฆ่าตัวเองเมื่อยี่สิบวันก่อนและที่น่าแปลกใจไปกว่านั้นคือ ซุนเฟยกลับรู้สึกคุ้นเคยกับกลิ่นอายของชายคนนี้มากแต่เขากลับนึกไม่ออกว่าเคยพบคนคนนี้ที่ไหน
“ทักษะแห่งธนู!”
ในขณะที่ซุนเฟยพยายามค้นหาจุดอ่อนของชายตรงหน้าทันใดนั้น น้ำเสียงเย็นชาไร้อารมณ์ก็ดังขึ้นมาเป็นรอบที่สี่คลื่นพลังสีฟ้าที่ปกคลุมบนร่างของเขาเริ่มควบแน่นและกลายเป็นลูกธนูนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้นมารอบๆ ร่างของเขา
ซุนเฟยพลันหน้าเปลี่ยนสีตอนนี้เขารู้แล้วว่าตัวเองไม่อาจซ่อนตัวได้อีกต่อไป
---------------------------------