ตอนที่ 28
ประลองหมากกลศึก 3
หยางอี้ภายนอกสีหน้าเคร่งเครียดแต่ในใจกลับปลอดโปร่ง เพราะทุกสิ่งล้วนอยู่ในความคาดคิดแต่ต้น เด็กน้อยมองสถานการณ์แตกต่างจากผู้อื่นในห้องหนังสือกลับเห็นว่าบิดาเป็ผู้เดินหมากเข้าแผนตนเอง ด้วยขยับพลธนูเร่งร้อนติดตามทัพม้าที่าเ็เสียแต้มหวังปิดฉากโดยไวแต่กลายเป็มุมสอดส่องของมือธนูหดแคบ นับดูตาหน้าหากทหารม้าของตนถูกมือธนูยิงถึงคงไม่รอดแต่หากใช้ทัพม้าอีกกองขยับเข้าไปขวางปิดทางเคลื่อนที่รับศรแทนเพื่อนแม้เสียแต้มแต่ตัวหมากในมือยังอยู่ครบ ส่วนมือหอก(2) และทหารราบ(1)ของศัตรูก้าวเดินเชื่องช้า หากคิดหลบหนี อย่างมากสามทัพบังคับปิดได้เพียงทิศทางเดียวหากหลุดไปถึงกึ่งกลาง อย่างไรก็ไม่อาจไล่ตามทัพม้าในทุ่งโล่งได้ทัน แต่คำหลบหนีมิใช่แผนการในหัวของเด็กน้อยสำหรับหยางอี้สมรภูมิเบื้องหน้าเป็เพียงเหยื่อล่อ เมื่อพลธนูเคลื่อนลงมาระยะมอง พอดีเห็นทหารราบและพลธนูของหยางอี้สร้างสถานการณ์ให้อีกฝั่งคาดเดาไปว่าหยางอี้คงยกทัพหยุดรอแต่ต้น แต่กลับขยับผิดกองทัพม้าถูกซุ่มจู่โจมเสียความคิดต่อสู้จึงยกทัพถอยหนีหวังกลับไปตั้งขบวนใหม่ แต่แท้จริงหยางอี้กลับยกทหารราบถอยหลังหนึ่งก้าวก่อนจะเคลื่อนซ้ายและขึ้นหน้าขยับพ้นรัศมีมุมมอง มุ่งหน้าสู่ตีนเขาสูงที่ชิดกับเนินเตี้ยหวังปีนป่ายในตาถัดไป แต่ตอนนี้หยางอี้เพิ่งใช้ตาเดินไปแค่สาม ยังเหลืออีกห้ามือธนูที่ถูกเห็นก็ถอยกลับหลังสองก้าว หลบสายตาคล้ายกลับไปตั้งรับยังที่ราบหน้าค่ายแม่ทัพแต่แท้จริงมุ่งหน้าสวนคืนไปยังป่าฝั่งซ้าย สี่ตาสุดท้าย จึงค่อยเลือกขยับทัพเรือลำด้านหน้ซึ่งว่างเปล่าให้เคลื่อนพ้นกึ่งกลางฉาก จนเข้าระยะมองเห็นของอีกฝั่งส่วนอีกสองลำหนึ่งเคลื่อนตามหลังห่าง ๆ อีกหนึ่งเคลื่อนชิดเกาะที่ยื่นมาริมขอบแผนที่สุดท้ายหนึ่งตาที่เหลือไม่กล้าผลีผลาม ค่อย ๆ ขยับพลเดินเท้าที่ป่าทางขวาขึ้นหน้าทีละก้าว
หยางเฉิงพยักหน้าชมเชยบุตรชายไหวพริบไม่เลวแก้ไขสถานการณ์นำตัวหมากทหารม้าที่เหลือแต้มแค่สองหลุดรอดไปได้ แม้จะแลกมาด้วยตัวหมากทหารม้าที่เคลื่อนประชิดเนินเขาปิดทางลงของมือธนูฝั่งตน รับลูกศรแทนเพื่อน จนเสียแต้มไปสาม เพราะขยับขึ้นเนินมาขวางทางจึงถูกจู่โจมจากพลธนูทั้งสามกองทัพแถมเส้นทางหลบหนียังถูกบีบจากสองมือหอกและพลเดินเท้าที่ตีวงแคบเข้าบังคับให้ทัพม้าต้องเดินหน้าหลบออกทางขวามือของหยางอี้สถานเดียว เมื่อโจมตีแล้วหยางเฉิงจึงจบสมรภูมิกึ่งกลางแผนที่ในตานี้
เพียงแต่ยังมิใช่จบตาเดินทั้งกระดานเพราะหยางอี้เปิดหงายแผนการของตน ใช้ทัพเรือเคลื่อนประชิดนำหน้า แสดงออกว่าอาจใช้ทางน้ำบุกฝ่าคิดขนทัพทะลวงถึงที่ราบด้านหลัง แต่กองเรือทัพหน้ากลับไม่มีทหารติดมาหากจะยืนยันแผนการจำต้องขยับเข้าไปจนเห็นอีกสองลำที่ซุกซ่อนในม่านหมอกแม้ทัพเรือมีแต้มชีวิตครึ่งเดียวที่ห้าแต้ม แต่นับว่าถูกจู่โจมยาก ต่อให้โดนรุมโจมตีแต่เรืออีกฝั่งก็มีแค่สาม ยังมั่นใจว่าหนีได้ทัน เมื่อนั้นหยางเฉิงจึงไม่คิดหวั่นเกรงขยับเรือลำหน้าเข้ามาจนเกือบชิดเรือว่างเปล่าของหยางอี้ จึงค่อยเห็นเรืออีกลำที่ซุกซ่อนทหารม้าและมือหอกเอาไว้จึงเคลื่อนหมากกองเรืออีกสองลำตามติด ด้วยตาหน้าตั้งใจขับไล่ให้ถอยกลับจึงค่อยจบตา
เมื่อจบตานี้หยางเฉิงค่อยมีโอกาสเงยหน้าขึ้นมองดูผู้ชม เห็นสีหน้าผิดแผก ค่อยเกิดความคิดไม่ถูกต้องหรือว่าตนเองอาจจะเผลอเดินผิดพลาดไปที่จุดใดกัน จึงพยายามกวาดตาไล่ไปจนทั่วแผนที่แต่ยังไม่ทันได้คำตอบ ความจริงก็ถูกหยางอี้เฉลยขึ้นเสียก่อน
หยางอี้เปิดฉากเคลื่อนมือธนูซึ่งถ่ายจากเรือลงเกาะชายขอบแผนที่แอบอยู่ในม่านหมอกั้แ่แรก ให้ขยับขึ้นหน้าชิดขอบซึ่งระยะยิงจากเนินสูงของเกาะลงน้ำที่เตี้ยกว่าพอดียิงถึงเรือของหยางเฉิง จึงหักลบแต้มกองเรือของหยางเฉิงออกไปหนึ่งกองเรือด้านหลังอีกสองลำของหยางอี้ได้ที แล่นเข้าประชิดจู่โจมพร้อมเพรียง ทำให้กองเรือของหยางเฉิงแต้มลดลงไปอีกสองแต่สองตานี้ยังไม่เผ็ดร้อนเท่าหมากตาสุดท้ายหยางอี้กลับไม่เลือกให้เรือลำสุดท้ายที่อยู่ชิดจู่โจมแต่ต้น เพราะแผนการนั้นกลับขยับกองเรือที่อยู่ใกล้อ้อมไปด้านข้างก่อนหยุดขวางเหนือเรือของหยางเฉิงที่ด้านหลังไปหนึ่งก้าวกลายสภาพเป็การล้อมกักมิให้หลบหนี เพราะหากเลือกจู่โจมจะต้องเทียบประชิดแม้ยิงเข้าหนึ่งแต่ไม่อาจจมกองเรือของหยางเฉิงอยู่ดี หากฝั่งของบิดาใช้แผนแลกตัวแล่นกองเรือที่เหลือหนึ่งแต้มกลับคืน แล้วนำเรืออีกสองลำเคลื่อนขวาง ก็เท่ากับหลบหนีปลอดภัยทั้งสามลำดังนั้นการสกัดขวางจึงกลายเป็หมากปะาซึ่งรอลงทัณฑ์ในตาหน้าอย่างแท้จริง
เมื่อหยางอี้สิ้นสุดคำสั่งบนผืนน้ำก็ย้อนกลับมายังที่ราบใจกลาง ทหารม้าที่รุกเข้าขวางมือธนูค่อยเคลื่อนหนีฝั่งขวาพ้นเขตระยะยิง ยินยอมตกเข้าสู่วงล้อมของศัตรูที่บีบให้มุ่งหน้าตะวันออกสถานเดียว ส่วนตัวหมากทหารม้าอีกตัวที่เหลือแต้มชีวิตแค่สองกลายเป็มีที่ว่าง จึงถอยขยับลงล่าง กะจะหนีจนพ้นระยะมองเห็นของมือหอกก่อน จึงค่อยวกเข้าซ้ายมือในตาถัดไปหวังหลบหนีเข้าป่า ใช้เป็หมากพิสดารในภายหลัง
หมากที่ขยับแล้วหกตาล้วนเห็นได้ชัดทั้งสองฝั่งส่วนอีกสองตาหลังเป็การเดินในม่านหมอก พลเดินเท้าที่เริ่มปีนขึ้นผาั้แ่ตาก่อน ตอนนี้สามารถเคลื่อนที่ได้แล้วจึงค่อยขยับขึ้นหน้าทีละก้าว เป้าหมายสุดท้ายคือเดินเลาะผ่านเข้าสูง ตรงไปจนถึงด้านหลังของมือธนูตัวสุดท้ายส่วนตาเดินอีกหนึ่ง ค่อยเคลื่อนพลเดินเท้าในป่าให้ขยับล้ำหน้าตัวหมากตาก่อน ไปอีกหนึ่งก้าวจนเกินกึ่งกลางสมรภูมิ หากยังคงเลือกเดินเช่นนี้อีกในตาหน้า ย่อมหนีไม่พ้น ปะทะเข้ากับกลศึกหมอบซุ่มโจมตีของพลเดินเท้าและมือหอกที่หยางเฉิงตั้งรับเอาไว้แล้วอย่างแน่นอน
หยางเฉิงเห็นหมากทัพม้าตัวบนเสียแต้มไปสาม เดินหน้าเข้าหาูเาทางตะวนัออกส่วนตัวล่างเหลือแต้มแค่สองแต่หักหนีลงล่างสู่ที่ราบพ้นรัศมีมองเห็น จึงเดินหน้าตีกรอบล้อมกักด้วยนับตามั่นใจว่าทันทหารม้าที่วิ่งเข้าหาูเา ซึ่งทหารม้าไม่อาจหนีขึ้นเขาสูง กลายเป็วิ่งเข้าหาทางตันจึงบังคับให้มือหอกและพลเดินเท้าเคลื่อนเฉียง เว้นระยะกางกั้นแนวหน้ากระดาน รุกไล่และปิดทางวกอ้อมไปพร้อมกันส่วนตัวหมากมือธนูอีกสองตัวก็ขยับลงเนินตามหลัง เมื่อจัดการสมรภูมิที่ราบใจกลางแผนที่เรียบร้อยก็กลับไปยังแม่น้ำด้านข้าง รู้ดีเรือลำแรกไม่อาจหลบหนี เมื่อนั้นคิดสละทิ้งจึงสั่งไม่หลบหนีเลือกเดินขยับหน้าก่อนสั่งโจมตีเรือที่บรรทุกมือหอกและพลเดินเท้าจนลดลงหนึ่งแต้มทั้งช่วยเปิดพื้นที่มองเห็นให้มากขึ้น
หมากกระดานนี้แต่แรกเสมือนตั้งต้นด้วยความผ่อนคลาย แต่ยิ่งเล่น บรรยากาศในห้องหนังสือยิ่งเคร่งเครียดมีเพียงหยางอี้ผู้เดียว ที่ยังคงปลอดโปร่งสบายใจ ราวกับว่าผลประลองของหมากกลศึกกระดานนี้ตกอยูในกำมือของเด็กน้อยมาั้แ่ต้นก็มิปาน