เสี่ยวชวนกุมขมับอย่างหนัก การที่ิญญาที่เขาไม่ได้ดูดกลืนเข้ามาเองเข้ามารับใช้เขาแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เสี่ยวชวนมองไปยังศพของศิษย์สำนักจิติญญาสามคนที่นอนกองเป็ศพ
“เอาสิ ดูดกลืนพลังพวกมัน แล้วเ้าจะแข็งแกร่งขึ้น” เสียงในหัวดังขึ้น
เสี่ยวชวนเลิกลังเล ในเมื่ออีกฝ่ายตายหมดแล้ว เขาก็ต้องลองทดสอบดูดกลืนพลังดู
เสี่ยวชวนเดินเข้าไปที่ศพทั้งสาม
ไอพลังลมปราณสีดำเจือแดงแผ่พุ่งออกมา เสี่ยวชวนดูดกลืนพลังพวกมันสามคนเข้ามาใส่ร่างตัวเอง เขารู้สึกเวียนหัวเล็กน้อย ร่างกายสั่นเทา แต่…มันรู้สึกดี เขาััได้เลยว่าพลังลมปราณตนเองเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน เขาเริ่มอยากได้พลังอีก
“หึหึ… ในที่สุดเ้าก็ยอมดูดกลืนเสียที”
ร่างกายของเสี่ยวชวนหนักอึ้ง หัวใจเต้นผิดจังหวะ และเริ่มอยากฆ่าเพิ่ม
“รู้สึกไหม นั่นแหละพลังของเ้า” เสียงในหัวเสียงแรกที่ดังขึ้นกล่าวขึ้นมา
“เ้าเป็ใครกันแน่?”
“นามข้าคือเซวียนซา เ้ารู้แค่นี้ก็พอ พลังในการดูดกลืนบนโลกใบนี้มีมากมายหลายคนที่ใช้ คนอื่นฆ่า…ก็แค่แข็งแกร่งขึ้น แต่เ้า….กลืนได้! เ้าไม่ใช่คนธรรมดา หึๆ”
“ทำไมเ้าถึงอยากให้ข้าแข็งแกร่งขึ้น?”
“ข้าไม่ได้ทำให้เ้าแข็งแกร่ง…”
“ข้าแค่เร่งให้เ้าพังเร็วขึ้นเท่านั้น…” เซวียนซากล่าวยิ้มๆ
“บัดซบ!!” เสี่ยวชวนคำรามต่ำในลำคอ
เฒ่ากระดูกทมิฬที่ยอมรับเสี่ยวชวนเงียบแล้วรอฟังเซวียนซาอธิบายอย่างช้าๆ
“มันคือพลังการดูดกลืนงั้นหรือ มันคืออะไรกันแน่?” เสี่ยวชวนกล่าว
“พลังของเ้ามันมีด้วยกันทั้งสิ้นสี่ระดับ ในระดับแรกจะเรียกกันว่าผู้กลืนิญญา ทำได้เพียงกลืนพลังแบบดิบๆยังควบคุมมากไม่ได้ ดูดซับิญญาได้บางส่วน พลังเพิ่มแบบไม่เสถียร ร่างกายผิดปกติเล็กน้อย ใช้พลังแล้วจะเสี่ยงโดนิญญาย้อนกัด จุดเด่นคือ โหด ดิบ เอาตัวรอดได้ จุดอ่อนหากใช้มากเ้าจะตายเสียเอง”
“ระดับที่สอง แกนกลืนก่อรูป ในขั้นนี้เริ่มสร้างแกนกลืนในร่างได้แล้ว สามารถเก็บิญญาไว้ในตัวได้แบบไม่รั่วไหล ใช้พลังได้มีรูปแบบพลัง เช่นเสริมพลัง ปล่อยพลัง อย่างเช่นิญญาเฒ่ากระดูกทมิฬที่ยอมรับเ้าให้เป็นายเ้าก็สามารถใช้ความสามารถเบื้องต้นของมันได้ ในขั้นนี้เ้าจะสามารถเลือกได้ว่าจะกลืน คน อสูร หรือพลัง จุดเด่นเ้าจะเริ่มคุมพลังได้ จุดอ่อนตัวตนเ้าจะค่อยๆหายไป ผลข้างเคียงอาจมีอารมณ์แปรปรวนเล็กน้อย ไม่ได้มากมายอะไร หึๆ…” เซวียนซากล่าว
“ส่วนระดับที่สามกับระดับที่สี่ ตอนนี้ยังเร็วเกินไปที่เ้าจะรู้ เอาไว้ให้เ้าไปถึงขั้นที่สอง แกนกลืนก่อรูปได้ก่อนก็แล้วกัน” เซวียนซากล่าว
“ในเมื่อเ้าบอกว่าข้าอยู่ในขั้นแรก ผู้กลืนิญญาขั้นต้น แล้วเหตุใด ทำไมข้าถึงสามารถเก็บิญญาของเฒ่ากระดูกทมิฬไว้ในตัวได้ล่ะ?” เสี่ยวชวนถาม
“นั่นเป็เพราะเ้าไม่ได้กลืนกินมันโดยตรง เป็มันยอมรับเ้าเป็นายเหนือเอง” เซวียนซากล่าว
“อืม ตามนั้นเถอะ”
เสี่ยวชวนเหนื่อยมากในค่ำคืนนี้ เขาผ่านการต่อสู้กับอสูรลิงั์ ผ่านการต่อสู้กับศิษย์สำนักจิติญญาและการทดสอบจากเฒ่ากระดูกทมิฬ มันทำให้เขาเหนื่อยจนสายตัวแทบขาด าแมากมายเกิดขึ้นที่ตัวเสี่ยวชวน
เสี่ยวชวนนั่งปรับพลังลมปราณเพื่อฟื้นคืนพลังร่างกายอย่างช้าๆ ในตอนนี้เสี่ยวชวนได้บรรลุสู่ขั้นก่อกำเนิดลมปราณขั้นปลายเป็ที่เรียบร้อยแล้ว เขาสามารถทำลายบ้านไม้ได้ทั้งหลัง เร็วระดับเงา ธนูยิงแทบไม่เข้า เป็ระดับมือหนึ่งในเมืองเล็กได้แล้ว ศิษย์ในสำนักกระบี่ฟ้าครามน้อยคนนักที่อยู่ในขั้นนี้
เมื่อเช้ามาถึง าแของเสี่ยวชวนหายเป็ปกติดีแล้ว
“เ้าฟื้นตัวไวดีนี่?” เสียงเฒ่ากระดูกทมิฬกล่าวขึ้น
“เ้าเป็ใครกันแน่ เหตุใดจึงช่วยเหลือข้า?” เสี่ยวชวนกล่าว
“ข้าคือมือสังหารลับแห่งวังหลวง ฆ่าคนสำคัญจนถูกลบชื่อจากประวัติศาสตร์ตายด้วย “ความลังเลครั้งเดียว” เรียกข้าเฒ่ากระดูกทมิฬ ระดับพลังตอนที่ข้ายังมีชีวิตคือ ขั้น 3 หลอมิญญาขั้นสูง”
“ฮ๊ะ!? เ้าแข็งแกร่งเทียบเท่าเ้าสำนักกระบี่ฟ้าครามซ่งเทียนอวิ๋นของข้าเลยงั้นหรือ?”
“เฮอะ! เด็กน้อยรุ่นหลังเช่นนั้นอย่าได้เอามาเปรียบเทียบกับข้า ข้าจะสอนเ้าให้เป็สุดยอดมือสังหารรุ่นต่อไปเอง”
“เ้าจะสอนข้างั้นรึ?”
“ไม่งั้นข้าจะรับเ้าเป็นายเหนือทำไม?”
“ตกลง งั้นเ้าจะสอนอะไรข้า ข้าจะต้องรีบแข็งแกร่งขึ้นโดยไว”
“อันดับแรก ข้าจะสอนวิชาพื้นฐานแก่เ้าสองวิชา”
“หนึ่งก้าวไร้เงา เป็การเคลื่อนที่อย่างว่องไวหายวับในพริบตาในระยะสั้น สามารถใช้เข้าลอบสังหารศัตรูของเ้าในพริบตาที่อีกฝ่ายเผลอได้”
“สองกรงเล็บกระดูกทมิฬ เป็การสร้างกระดูกสีดำห่อหุ้มแขนหรืออาวุธ เพิ่มพลังเจาะทะลวงมหาศาล สองวิชานี้สามารถใช้ได้ทันทีหลังทำพันธะ”
“ตกลง งั้นเรามาทำพันธะกันเถอะ” เสี่ยวชวนกล่าว
“หลับตาลง ข้าจะร่ายพันธะเองเ้าแค่สงบจิตใจและยอมรับมันเท่านั้นก็พอ…”
เวลาไหลผ่านไป การทำสัญญาก็เสร็จสิ้น ตอนนี้เสี่ยวชวนสามารถใช้วิชาพื้นฐานสองวิชาที่เฒ่ากระดูกทมิฬสอนให้ได้แล้ว
“เ้ายังมีวิชาอื่นอีกหรือไม่?” เสี่ยวชวนถาม
“ย่อมมี เป็วิชาขั้นกลาง โซ่กระดูกสะกดิญญา และวิชาขั้นสูงแดนกระดูกหมื่นศพ สองวิชานี้ไม่สามารถถ่ายทอดแบบพันธะสัญญาได้ เ้าต้องทำการฝึกฝนเอาเอง”
“วิชาขั้นกลางกับขั้นสูงงั้นหรือ ร้ายกาจเพียงใด?”
“วิชาขั้นกลางโซ่กระดูกสะกดิญญา หากใช้จะมีโซ่กระดูกพุ่งออกจากพื้น พันธนาการศัตรูให้ขยับไม่ได้ชั่วคราว ต้องฝึกควบคุมพลังิญญาก่อนจากนั้นจึงจะสามารถใช้ได้”
“วิชาขั้นสูงแดนกระดูกหมื่นศพ หากใช้พื้นที่รอบตัวจะกลายเป็สุสาน กระดูกพุ่งขึ้นโจมตีจากทุกทิศใช้พลังมหาศาล และส่งผลต่อจิตใจอย่างหนัก หากไม่โดนล้อมด้วยศัตรูจำนวนมาก หรือศัตรูที่แข็งแกร่ง ไม่ควรใช้…”
“วิชาขั้นกลางกับขั้นสูง ข้าจะต้องฝึกนานไหมถึงจะใช้ได้?”
“เ้าต้องบรรลุพลังลมปราณสร้างแกนพลังขั้นต้นก่อนจึงจะเริ่มฝึกได้ เพราะขั้นสร้างแกนพลังจะมีคลื่นลมปราณและพลังจิตพลังิญญาให้ได้ใช้แล้ว”
“ข้าเข้าใจแล้ว งั้นตอนนี้ข้าควรฝึกอย่างไร?”
“เ้าควรฝึกสองวิชาพื้นฐานที่ข้าถ่ายถอดไปให้คล่องมือก่อน จงไปล่าสัตว์อสูรแถวนี้แล้วลองฝึกดูซะ เฒ่ากระดูกทมิฬแนะนำ” ในใจเฒ่ากระดูกทมิฬนั้นเริ่มหวาดระแวงในตัวเซวียนซาเล็กน้อย ิญญาตนนั้นรู้เื่ราวมากมายเกินไป ลึกลับเกินไป มันอยู่กับเสี่ยวชวนมาก่อนหน้าเขาเสียอีก ไม่รู้ว่าอยู่มานานเท่าใดแล้ว
หลังจากได้รับคำแนะนำจากเฒ่ากระดูกทมิฬ เสี่ยวชวนก็เริ่มออกล่าสัตว์อสูรทันที สัตว์อสูรที่เขาเจอเป็ตัวแรกคืออสูรลิงั์อีกตัวที่เขาประมือมาก่อนหน้าแล้วครั้งหนึ่ง
รอบนั้นเสี่ยวชวนต่อสู้อย่างสูสี าเ็หนักหลายแห่งหมดพลังกาย พลังใจไปมากมาย รอบนี้มาดูกันว่าจะเป็อย่างไร?
เสี่ยวชวนสงบลมหายใจให้นิ่งที่สุดแล้วลอบเคลื่อนที่อย่างเงียบงันเข้าหาอสูรลิงั์ จากนั้นจึงใช้วิชากรงเล็บกระดูกทมิฬ ลมปราณสีดำล่องลอยมาห่อหุ้มดาบของเสี่ยวชวน จากนั้นเสี่ยวชวนจึงใช้ก้าวไร้เงาเข้าประชิดอสูรลิงั์จากนั้นจึงฟันดาบไปที่คอของอสูรลิงั์
“ฉัวะ-!”
หัวของมันขาดออกจากร่างเืสาดกระจายไปทั่วพื้นที่ เสี่ยวชวนถึงกับตกตะลึง ในรอบที่แล้ว เขาต่อสู้กับมันอย่างอยากลำบาก แต่ในรอบนี้ เขากลับสามารถสังหารมันได้ในพริบตา
“หึๆ เก่งมาก… เด็กน้อย… สังหารได้ดี!!” เฒ่ากระดูกทมิฬกล่าว
เหตุผลที่รอบนี้เสี่ยวชวนสามารถสังหารมันได้อย่างง่ายดายนั้นเป็เพราะมีสองเงื่อนไข หนึ่งคือก้าวไร้เงาที่ทำให้เขาเข้าประชิดอสูรลิงั์ได้อย่างว่องไวแบบไม่ทันตั้งตัว สองคือวิชากรงเล็บกระดูกทมิฬที่ช่วยเพิ่มพลังเจาะทะลวงอย่างมหาศาล
หลังจากที่ใช้พลังวิชาทั้งสองไปแล้วเสี่ยวชวนก็อ่อนแรงลงเล็กน้อย แต่ยังคงสามารถควบคุมได้อยู่
เสี่ยวชวนเริ่มออกล่าต่อทันที เพื่อฝึกฝนสองวิชานี้ให้ช่ำชอง
เวลาไหลผ่านไปเรื่อยๆ จนในที่สุดก็ครบ 3 วันตามที่บอกหลินเยว่ไว้ ในสามวันมานี้ วิชาก้าวไร้เงาและกรงเล็บกระดูกทมิฬของเสี่ยวชวนพัฒนาไปอย่างมากมายมหาศาล
ในระหว่างนี้เสี่ยวชวนสังหารสัตว์อสูรไปมากมาย มีกระทั่งสัตว์อสูรขั้นสร้างแกนพลังขั้นต้นในนั้นด้วย เสี่ยวชวนมั่นใจว่าต่อให้เป็ระดับลมปราณสร้างแกนพลังขั้นกลางเขาก็สามารถสังหารมันได้อย่างแน่นอน
‘เอาล่ะกลับดีกว่า ป่านนี้เยว่คงเป็ห่วงข้าแย่แล้ว’ เสี่ยวชวนคิด
หลังจากนั้นเสี่ยวชวนก็เดินทางกลับบ้านของตัวเอง
เมื่อผลักประตูเข้าไป เขาพบหลินเยว่เตรียมอาหารไว้ 3-4 อย่างยิ้มรอเขาอย่างอบอุ่นเหมือนเดิม
“กลับมาแล้วหรอพี่ชวน…”
“อื้ม… ข้ากลับมาแล้ว” เสี่ยวชวนยิ้มรับ