รักอย่างมีเงื่อนไข (Love With Benefits)

    ตอนที่ 6 ไม่ปล่อยให้หลุดมือ_[1]

            ปวริศามองจับใบหน้าคู่หมั้นซึ่งเดินผ่านประตูด้วยสีหน้าเรียบเฉย

            ปริณธวัฒน์พยายามฝืนยิ้มให้หญิงสาว เขาเดินตัดห้องรับแขกไปล้างไม้ล้างมือ แล้วเดินกลับมานั่งที่โต๊ะอาหาร

            เมนูเพื่อสุขภาพวางอยู่สองสามอย่าง เขาไม่ชอบเลยสักจานเดียว ความอยากอาหารยิ่งลดลงแต่จำต้องฝืนใจทานอย่างเสียไม่ได้

            เขากำลังจะจิ้มอะโวคาโดหั่นชิ้นบางเข้าปากหากแต่สีหน้าจับผิดของคนตรงหน้าทำให้เขาชะงัก

            “๰่๥๹นี้คุณไปไหนคะ แทบไม่กลับคอนโดฯ” ปวริศาถามเสียงห้วน ใบหน้าสะสวยมีแววอ่อนล้าจากการทำงานหากแต่ดวงตาแข็งกระด้างอย่างคนมีความมั่นใจในตัวเองสูงลิบลิ่่วยังคงเหมือนเดิม

            “ผมกลับไปนอนที่บ้าน” ตลอดหลายเดือนเขากลับไปค้างที่บ้านเป็๞ส่วนใหญ่ ๰่๭๫เวลาเกือบ 5 เดือนได้กระมังที่เขาไม่ได้ใช้เวลาส่วนตัวกับคู่หมั้น แต่ไม่รู้สึกโหยหาสักนิดเดียว

            “เบื่อจะอยู่ที่นี่แล้วเหรอคะ” เธอถามด้วยน้ำเสียงประชดประชัน

            “คุณเข้าเวรดึกแทบไม่ได้นอนที่นี่อยู่แล้วนี่ครับ” ชายหนุ่มพยายามฝืนทำใจเย็น เคี้ยวสลัดเชื่องช้า เขา๻้๪๫๷า๹อาหารที่ให้พลังงานมากกว่านี้แต่รู้ว่าปวริศาไม่อนุญาตด้วยกลัวว่าเขาจะอ้วนเผละลงพุง ซึ่งปกติเขาเป็๞คนควบคุมน้ำหนักตัวเองได้ดีเสมอมาโดยไม่ต้องอาศัยการบีบบังคับจากเธอเลยด้วยซ้ำ

            “คุณก็เลยไม่คิดจะกลับมานอนที่นี่เลยอย่างนั้นเหรอคะ กลายเป็๲คนติดบ้านติดแม่ไปอีกแล้วเหรอ!”

            ปริณธวัฒน์พ่นลมหายใจออกจากจมูก อาหารมื้อนี้ยิ่งกร่อยลงไปทุกที เพราะรู้ว่าต้องกลับมาฟังคำประชดประชันอย่างนี้ไงเล่าเขาถึงเลือกกลับไปนอนที่บ้าน

            “ทานดีกว่านะครับ คุณรอผมนานคงหิวแย่ เดี๋ยวโรคกระเพาะกำเริบอีก” เขาอยากยุติถ้อยคำแดกดันจึงผายมือไปยังจานซึ่งปริมาณของมันไม่พร่องลงเลยสักนิดเดียว

            ปวริศาชักสีหน้าไม่พอใจ ผลักจานออกห่างจากตัวเป็๞เครื่องบ่งบอกว่าหมดอารมณ์จะทานพลอยทำให้เขาต้องวางช้อนวางส้อมไปด้วย

            “ก็ต้องรอนานน่ะสิคะ! เพื่อนที่คุณว่าเนี่ยใครเหรอสำคัญถึงขั้นจะปล่อยให้ปิ่นทานคนเดียว” หญิงสาวไล่บี้ พานนึกโกรธเขาไปเสียหมด ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมทั้งสิ้นหากคนคนนั้นขโมยเวลาของคู่หมั้นเธอไป

            “คุณอยากให้เราเคลียร์กันไม่ใช่เหรอ ทำไมไม่พูดเ๹ื่๪๫ของเราล่ะครับ”

            ปวริศายิ่งมีอารมณ์โกรธกรุ่น ใบหน้าสวยเริ่มแดงจัด

            “คุณก็พูดมาสิคะเพื่อนที่ว่ามันคือใคร!” เธอไม่ได้๻้๪๫๷า๹อยากรู้จริงจังหรอกว่าใครที่ปริณธวัฒน์ไปทานข้าวด้วยเพราะปกติเขาก็สังสรรค์กับเพื่อนหรือลูกค้าเป็๞ปกติ

            ถ้าอยากรู้เขาจะไม่ปิดบัง “น้ำอิง” เขาตอบหนักแน่นโดยไม่คิดปิดบังอีกต่อไป

            ดวงตาหญิงสาววาวโรจน์อย่างฉับพลัน เธอจำชื่อนี้แม่น ผู้หญิงที่เคยเป็๞คู่นอนของปริณธวัฒน์ คนที่เขาเคยสารภาพกับเธอว่าตกหลุมรัก ตอนนั้นเธอสนับสนุนให้เขาทำตามหัวใจตัวเองเพราะทั้งคู่ยังไม่ได้เริ่มต้นคบกันหากแต่วันนี้พวกเขาเป็๞คู่หมั้นการได้ยินชื่อนั้นทำให้หญิงสาวโกรธกรุ่นกระทั่งริมฝีปากสั่น

            “ผมกับเธอแค่บังเอิญเจอกัน ก็เลยอยากแวะไปดื่มถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกันตามประสาคนรู้จักเท่านั้น”

            เขาไม่ได้บอกว่าเกือบสารภาพความรู้สึกในวันวานกับนราริน มันชวนละอายแก่ใจก็จริงเพราะเขาได้ชื่อว่าเป็๞คนมีคู่หมั้นแต่กลับจะบอกรักผู้หญิงอีกคน แต่บรรยากาศมาคุระหว่างตัวเองกับปวริศามันก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าพวกเขากำลังจะไปกันไม่รอด

            เฮอะ!

            “ผู้หญิงที่เคยปฏิเสธคุณนี่เอง” ปวริศายกมือขึ้นกอดอก มองคนตรงหน้าด้วยแววสมเพชอย่างไม่ปิดบัง “ยังไงล่ะคะ อยากสานความสัมพันธ์กันต่องั้นเหรอ”

            “ไม่ใช่อย่างนั้นนะปิ่น”

            ต่อให้เขาได้สารภาพกับนรารินว่าเคยรักแต่ก็ใช่ว่าเขาจะพยายามดึงรั้งเธอเพื่อสานความสัมพันธ์กันอีกหนเสียเมื่อไหร่ เขาจะไม่ทำอย่างนั้นตราบใดก็ตามที่ยังคงอยู่ในสถานะหมั้นหมายกับปวริศา เขาจะไม่หักหาญน้ำใจเธอ ไม่มีวันทำอย่างนั้นเด็ดขาดต่อให้เขาหมดใจกับเธอไปนานแล้ว และมองภาพอนาคตร่วมกันไม่ออกเลยก็ตาม

            “เอาสิคะ คุณก็ดูเบื่อความสัมพันธ์ของเราจะแย่ กลับไปกินของเก่าบ้างเป็๲บางครั้งคราวเผื่อจะกระชุ่มกระชวยหัวใจขึ้นมาได้บ้าง ไม่ทำหน้าซังกะตายแบบนี้เวลาที่อยู่ด้วยกัน เพราะของเก่าที่คุณเคยทานคงรสชาติดีมากถึงโหยหาหนักขนาดนี้” เธอพูดอย่างดูถูกดูแคลนนรารินโดยไม่ปิดบัง

            ปริณธวัฒน์ชักสีหน้าไม่พอใจ

    ปวริศาจ้องตาเขม็งรู้ตัวว่าทำเขาโกรธที่เผลอพูดจาจาบจ้วงอดีตคู่นอนของเขา

    ...

    .

    .

    สงสารพี่ปัณดีมั้ยนะ ตอนนั้นเลือกหมอปิ่นเองแท้ๆ