จอมยุทธ์ซุปตาร์

    ตอนที่ 117 การขัดขืนของผู้อาวุโส 2 และพรรคพวก Re

            “กระบี่เมฆาวสันต์ กระบี่ระดับจักรพรรดิ” คนในตระกูลคนหนึ่งกล่าวขึ้น  เขาเคยไปยังหอตำราของตระกูลมาก่อน และเคยได้อ่านบันทึกรายการสมบัติของตระกูลเอาไว้  ภายในเขียนบอกลักษณะของกระบี่เมฆาวสันต์เอาไว้  แต่ไม่ได้บ่งบอกว่าปัจจุบันผู้ใดถือครองอยู่


            “หนอย  ข้ายอมสู้ตาย” ผู้อาวุโสลำดับที่ 2 ชักกระบี่ระดับจักรพรรดิอีกเล่มออกมา  ก่อนจะเข้าไปปะทะกับผู้อาวุโสลำดับที่ 1


            “นั่นมันกระบี่อัสนีคำรน  กระบี่ระดับจักรพรรดิเหมือนกัน” ชายคนเดิมกล่าวขึ้น


            “แต่ว่าน้ำแข็งกับสายฟ้า  ยังไงสายฟ้าก็ได้เปรียบนะ  ระดับปราณของผู้อาวุโสทั้ง 2 ก็ใกล้เคียงกัน  แบบนี้เห็นได้ชัดว่าผู้อาวุโสลำดับที่ 2 ต้องชนะแน่” คนในตระกูลกล่าวขึ้น


            ไป่ฉีไม่รอช้าพุ่งเข้าไปหาผู้อาวุโสลำดับที่ 2 ทันที  ทำให้ผู้อาวุโสลำดับที่ 3 กับ 4 แสดงตัวเข้าไปขัดขวางไป่ฉี  แต่กลับเห็นไป่ฉียกยิ้มขึ้น


            “พวกเจ้าคิดจะขวางข้ารึเด็กน้อย” ไป่ฉีหยิบกระบี่รูปร่างประหลาดขึ้นมา  ตัวกระบี่นั้นเหมือนเอาเหรียญกลม ๆ ที่มีรูตรงกลางมาทากาวต่อกันให้เป็นเหมือนกระบี่เท่านั้น  ขณะเดียวกันผู้อาวุโส 3 กับ 4 ก็ชักเอากระบี่ระดับจักรพรรดิออกมาเช่นกัน


            “ค่ายกลนวดารา” ไป่ฉีกล่าวขึ้นพร้อมกับตัวกระบี่แปลกประหลาดกระจายออกเป็นเหรียญทั้ง 9 เข้าประจำตำแหน่งอย่างรวดเร็วบนพื้นราวกับตำแหน่งของดวงดาวบนฟ้า


            “ระวังตัวด้วย  เราไม่รู้จักวิชาของมัน” ผู้อาวุโส 3 กล่าวเตือน


            “เข้าใจแล้ว” ผู้อาวุโส 4 รับคำ  ทั้ง 2 เลือกใช้การโจมตีระยะไกลแทน


            ผู้อาวุโส 4 ใช้กระบี่ของตนตวัดหลายครั้ง  ปรากฎระลอกคลื่นอัคคีรุนแรงพวยพุ่งออกมาเข้าใส่ไป่ฉี  ส่วนผู้อาวุโส 3 รอจังหวะให้ไป่ฉีให้ความสนใจกับการโจมตีของผู้อาวุโส 4  เพื่อตัวเองจะได้ลอบโจมตี


            ฝั่งผู้อาวุโส 6-8 กำลังจะกระโจนเข้าไปช่วย  แต่ถูกไป่ชิงหยางห้ามเอาไว้  ไป่ชิงหยางต้องการดูความสามารถที่แท้จริงของไป่ฉี  ประกอบกับต้องการให้คนในตระกูลได้เห็นความสามารถของไป่ฉีเช่นกัน  หากจะเกิดอันตรายขึ้นกับไป่ฉี หรือมีคนสอดมือมายุ่ง  ไป่ชิงหยางจะฆ่าคนพวกนั้นทันทีโดยไม่ลังเล


            'สู้เข้าไอ้หลานชาย' ไป่ชิงหยางตะโกนให้กำลังใจภายในใจ  ไม่ได้ตะโกนออกมาเป็นคำพูด  ด้วยเพราะเขายังต้องวางตัวเป็นกลางต่อหน้าทุกคน  ในฐานะผู้นำตระกูลไป่


            “รูปแบบค่ายกลความดับสูญแห่งเบญจธาตุ  เตโชธาตุจงดับสูญ” เมื่อไป่ฉีกล่าวขึ้นเหรียญ 1 ใน 9 ที่ประจำตำแหน่งก็พุ่งเข้าใส่คลื่นอัคคีของผู้อาวุโส 4 ทันที  มันฝ่าทำลายคลื่นอัคคีจนดับมอดในพริบตาแล้วพุ่งเข้าไปหาผู้อาวุโสลำดับที่ 4 ทันที


            “บ้าน่า  ไม่มีทางซะหรอก” ผู้อาวุโสลำดับที่ 4 ใช้กระบี่ฟันเหรียญที่พุ่งเข้ามาหาตน  จนมันกระเด็นออกไป  แต่มันกลับพุ่งไปประจำที่ของมันตามเดิม  ขณะที่ผู้อาวุโส 3 ได้แทงกระบี่เข้าใส่ไป่ฉี


            ฉึก


            “ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไอ้เด็กเวรแกเสร็จขะ......” ยังไม่ทันที่จะพูดจบหัวของผู้อาวุโสลำดับที่ 3 ก็ขาดกระเด็นด้วยเหรียญที่รวมตัวกันและหมุนเหมือนกงจักร


            “รูปแบบจักรกรด” ไป่ฉียังคงพูดต่อโดยไม่แสดงสีหน้าเจ็บปวดจากการโดนกระบี่แทงแม้แต่น้อย  ก่อนจะดึงกระบี่นั้นออกจากตัวและเก็บไปเข้าในแหวนมิติของตน


            “เป็นไปได้ยังไงกัน  กระบี่นั่นแทงโดนหัวใจไปแล้วทำไมแกถึงยังมีชีวิตอยู่” ผู้อาวุโสลำดับที่ 4 ตกตะลึง  ส่วนไป่ฉีนั้นเรียกกระบี่เล่มหนึ่งออกมาปักลงไปที่ตันเถียนของผู้อาวุโส 3  กระบี่เล่มนี้มีอักขระลมปราณกำกับอยู่  หลายคนต่างมองก็ไม่รู้ว่าไป่ฉีนั้นทำไปเพื่ออะไร


            “รูปแบบกายมายา  อีกหนึ่งความสามารถของกระบี่นวดารา  แม้มันจะไม่ใช่กระบี่ที่ใช้โจมตีเหมือนกระบี่ทั่วไป  แต่มันเป็นกระบี่ที่ใช้งานยากที่สุด และแข็งแกร่งอย่างมาก  ข้าไปเจอมันที่ร้านแห่งหนึ่ง  สภาพตอนแรกของมันดูไม่ได้เอาซะเลย  แต่ก็อย่างที่เห็น กระบี่นี้เป็นกระบี่ไร้ระดับ  มันหมายความว่ายังไงน่ะเหรอ  มันหมายความว่ามันจะแสดงพลังออกมาได้เพิ่มขึ้นตามระดับพลังปราณของผู้ใช้ยังไงล่ะ” ไป่ฉีกล่าว  นี่เป็นกระบี่ที่เขาเจอโดยบังเอิญในโลกใบนี้  หากเขาอยู่ในระดับพระเจ้า  กระบี่เล่มนี้ก็สามารถใช้แทนศาสตราระดับพระเจ้าได้เลยทีเดียว


            “กายมายา มันคืออะไร” ผู้อาวุโสลำดับที่ 4 ถาม


            “รูปแบบนี้จะทำให้ร่างของผู้ใช้นั้นกลายเป็นเพียงอากาศธาตุ หรือสิ่งที่ไม่มีตัวตนอยู่บนโลกนี้ได้ชั่วขณะหนึ่ง  ผู้ใช้สามารถโจมตีศัตรูได้  แต่ศัตรูไม่สามารถโจมตีใส่ผู้ใช้ได้  หากไม่ทำลายรูปแบบค่ายกลกายมายา” ไป่ฉีกล่าว


            ผู้อาวุโสลำดับที่ 4 รีบกวาดสายตามองก็พบว่ามีเหรียญ 3 เหรียญที่พื้นจึงเข้าใจได้ทันทีว่าค่ายกลที่ไป่ฉีกล่าวมันอยู่ตรงไหน


            “3 เหรียญที่ล้อมแกอยู่ที่พื้นสินะ” ผู้อาวุโสลำดับที่ 4 พุ่งไปหมายจะทำลายค่ายกลของไป่ฉีให้ได้  แต่เขาสัมผัสได้ว่าคอของเขาเหมือนมีบางอย่างเย็นเฉียบผ่านไป  ก่อนที่สติของเขาจะดับวูบลง  พร้อมกับดวงตาที่ไม่เหลือแววแห่งความมีชีวิต  หัวของผู้อาวุโส 4 หล่นลงพื้น  สีหน้ายังคงงุนงงว่าเกิดอะไรขึ้นกับตน  เป็นรูปแบบจักรกรดที่ตัดหัวของผู้อาวุโสลำดับ 3 ย้อนกลับมาตัดหัวผู้อาวุโสลำดับที่ 4 นั่นเอง


            ไป่ฉีดึงกระบี่ออกมาจากตันเถียนของผู้อาวุโส 3 แล้วแทงเข้าไปที่ตันเถียนของผู้อาวุโส 4 ต่อทันที  ตามด้วยพุ่งไปช่วยผู้อาวุโสลำดับที่ 1  แต่กลับปรากฏเหล่าผู้ฝึกยุทธที่เป็นคนของผู้อาวุโส 2-5 เข้ามาขวาง  ไป่ชิงหยางจึงเตรียมจะพุ่งเข้าไปช่วย


            “ค่ายกลนวดารา  วิหคสุริยัน  ลมสุริยะ” เมื่อไป่ฉีกล่าวจบ  พลังปราณระดับจักรพรรดิขั้น 2 ของไป่ฉีก็พวยพุ่งออกมา  เมื่อพวกมันรวมตัวเข้ากับค่ายกลแล้ว  ก็บังเกิดวิหคเพลิงสีทองตัวใหญ่ขึ้นมาเหนือหัวของไป่ฉี  ก่อนวิหคเพลิงจะสยายปีกของมันออก  ก่อให้เกิดคลื่นความร้อนสูงพัดเข้าใส่กลุ่มคนที่ขวางทาง


            เสียงร้องโหยหวนดังปนเปกันไป และขาดหายไปอย่างรวดเร็ว  กลิ่นเนื้อไหม้ฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ  คนที่ดูการต่อสู้โดยรอบเมื่อครู่ต่างถอยห่างออกมาเพราะสัมผัสได้ถึงอันตราย  พวกเขาเห็นคลื่นความร้อนที่แผดพุ่งอยู่ตรงหน้าของพวกเขา  หากพวกเขาไม่ถอยออกมา  เกรงว่าคงจะกลายเป็นศพไปพร้อมกับคนกลุ่มนั้นแน่


            “อ๊าก” เสียงผู้อาวุโสลำดับที่ 2 ร้องขึ้นด้วยความเจ็บปวด  เพราะมัวแต่สนใจปะทะกับผู้อาวุโสลำดับที่ 1 จึงทำให้ไม่ทันสังเกตเห็นคลื่นความร้อนที่วิหคเพลิงปลดปล่อยออกมา  กว่าจะรู้ตัว  แขนข้างขวาของเขาก็ถูกเผาไหม้จนไม่สามารถถือกระบี่ได้อีกต่อไป  ซึ่งผู้อาวุโสลำดับที่ 1 ไม่รอช้า  ตวัดกระบี่ตัดหัวของผู้อาวุโส 2 ทันทีหลังจากได้ยินเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของผู้อาวุโสลำดับที่ 2 จากการโดนคลื่นความร้อนเผาแขน


            ส่วนผู้อาวุโสลำดับที่ 1 ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเพราะถอยออกมาทัน บวกกับใช้ปราณเย็นจากกระบี่เมฆาวสันต์เป็นโล่ป้องกันความร้อนได้ 6-7 ส่วน


            หลังจากนั้นทุกอย่างก็ตกอยู่ในความเงียบ  ไป่ชิงหยางถึงกับเสียวสันหลัง  หน้าผากและแผ่นหลังของเขาหลั่งเหงื่อเย็นเยียบออกมา  กระบวนท่าวิหคสุริยัน ของไป่ฉีเมื่อครู่นั้นกวาดเอากลุ่มผู้ฝึกยุทธ์ระดับจักรพรรดิไปจนถึงระดับปฐพีที่ขวางทางตกตายไปร่วม 500 กว่าคนกลายเป็นเนื้อย่างไหม้เกรียมภายในพริบตา


            “ค่ายกลอะไรกัน  ช่างร้ายกาจยิ่งนัก” ผู้อาวุโสลำดับที่ 8 กล่าวขึ้น  วิชาของไป่ฉีสร้างความตื่นตาตื่นใจให้เขามากจริง ๆ


            “.....” ผู้อาวุโสลำดับที่ 6 ลอบกลืนน้ำลาย  โชคยังดีที่เขานั้นแต่เดิมวางตัวเป็นกลางอยู่  คิดว่าไป่ฉีคงไม่เห็นเขาเป็นศัตรูแน่


            “พลังปราณชั้นจักรพรรดิขั้น 2 ชำนาญการใช้ค่ายกล  ต่อให้ผู้อาวุโสตระกูล 8 คนก็ไม่ใช่คู่มือของเขาแน่” ผู้อาวุโสลำดับที่ 7 กล่าว  มือของเขาสั่นเทา  ไม่ใช่เพราะความกลัว  แต่เพราะเขาตื่นเต้น  เขาเป็นผู้อาวุโสหอตำราเคยอ่านตำรามาก็มาก  ลักษณะความรุนแรงของเปลวเพลิงนั้นบ่งบอกได้จากสีของมัน  วิหคสุริยันเมื่อครู่นั้นมีเปลวเพลิงสีทองสวยงาม  ความรุนแรงของมันเป็นรองแค่เพลิงสีขาวเพียงเท่านั้น


            “ผู้อาวุโส 7 ท่านตัวสั่นไปหมดแล้ว” ผู้อาวุโสลำดับที่ 1 กล่าวด้วยความเป็นห่วง


            “ข้าตื่นเต้นต่างหาก  เพลิงสีทองนั่นความรุนแรงเป็นรองแค่เพลิงสีขาวซึ่งจัดเป็น 1 ในเพลิงปราณระดับสูง  ข้าเพิ่งเคยเห็นของจริงเป็นครั้งแรก มันช่างงดงามยิ่งนัก  นายน้อยไป่ฉี  พอจะสอนข้าได้หรือไม่” ผู้อาวุโสลำดับที่ 7 หันไปถามไป่ฉี


            “ท่านคงต้องไปเรียนสิ่งที่เรียกว่าวิทยาศาสตร์เพิ่มเสียแล้วกระมังครับ” ไป่ฉีตอบกลับด้วยรอยยิ้ม


            “วิท....อะไรศาสตร์ ๆ นะ  ข้าอายุมากแล้วหีลั้ง(หูไม่ดี) ฟังไม่ชัด” ผู้อาวุโสลำดับที่ 7


            “เรียกว่าวิทยาศาสตร์  ว่าด้วยหลักของเหตุและผล  เช่นถ้าพวกท่านต้องการจุดไฟ  ท่านต้องมีความร้อน  อย่างการสีไม้แห้งเข้าด้วยกันเพื่อให้เกิดความร้อน  มีเชื้อเพลิง ที่พวกท่านใช้ก็คือไม้และฟืน  ส่วนสุดท้ายคือพวกท่านต้องมีอากาศ  อากาศที่เราใช้สำหรับหายใจ  เมื่อขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่ง  พวกท่านไม่สามารถใช้ไฟได้  ขณะเดียวกันสีของเปลวไฟเองก็เปลี่ยนไปตามสิ่งที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงด้วย  เช่น ทองเหลืองจะให้เพลิงสีเหลืองอมเขียว  สิ่งเหล่านี้หากพวกท่านยังไม่รู้  เมื่อมีคนจากภายนอกบุกเข้ามา  ตระกูลไป่ก็จะล่มสลายลงภายในพริบตา” ไป่ฉีกล่าว


            “เช่นนี้นี่เอง” ผู้อาวุโส 7 เข้าใจแล้วว่าทำไมไป่ฉีถึงเก่งกาจนัก  เพราะชายหนุ่มคนนี้มีความรู้จากโลกภายนอกที่พัฒนาไปจนพวกเขาตามไม่ทันเสียแล้ว


            “ไป่ฉี เย็นนี้มาร่วมรับประทานอาหารกับพวกเรา  ความสามารถของเจ้า  ทุกคนที่นี่ต่างเป็นพยานได้  เจ้าจะได้ขึ้นไปนั่งร่วมโต๊ะกับปู่” ไป่ชิงหยางกล่าว  คำพูดนี้สร้างความตกตะลึงให้กับผู้คนที่อยู่บริเวณลานฝึกอย่างมาก  แต่เมื่อคิดถึงวิหคเพลิงเมื่อครู่  พวกเขาตอนนี้ยอมรับไป่ฉีทั้งกายและใจจริง ๆ


            “มีผู้ใดในที่นี้ไม่เห็นด้วยบ้าง” ผู้อาวุโสลำดับที่ 1 กวาดสายตามองทุกคน


            ทุกคนต่างเงียบไม่พูดอะไรอีก  ฉากคนทั้ง 500 คนถูกคลื่นความร้อนกลืนกินไปต่อหน้าพวกเขาจนกลายเป็นตอตะโกเป็นหลักฐานถึงความเก่งกาจของไป่ฉี


            “ถ้าไม่มี  ถือว่าจบการฝึกช่วงบ่าย  พวกเจ้าส่งตัวแทนไปแจ้งแก่ญาติของกลุ่มคนเหล่านี้ด้วย  แจ้งไว้ด้วยว่าพวกมันกระทำความผิดอันใดไว้  ส่วนศพให้พวกเขาจัดการเอาตามความเหมาะสมก็แล้วกัน” ไป่ชิงหยางกล่าว  ก่อนจะหันหลังเดินออกไปจากลานฝึกพร้อมกับผู้อาวุโสที่เหลือ


            เมื่อไป่ชิงหยางกับผู้อาวุโสจากไปแล้ว  ทุกคนต่างกรูกันเข้ามาหาไป่ฉี  พร้อมกับเปลี่ยนสรรพนามเรียกเขาเสียใหม่พร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย


            “นายน้อย  ท่านสอนค่ายกลนั่นให้ข้าได้หรือไม่”


            “นายน้อย  ท่านมีคู่ครองแล้วหรือไม่”


            “นายน้อย  รับข้าเป็นศิษย์  ไม่ใช่สิ  รับข้าเป็นบ่าวรับใช้ท่านด้วยเถอะ”


            “นายน้อย  รับข้าผู้นี้เป็นภรรยาด้วย”


            “พวกเจ้าใจเย็น ๆ ก่อน” ไป่ฉีไม่รู้ว่าทำถูกหรือผิด จากสายตาดูถูกกลับแปรเปลี่ยนเป็นสายตาแห่งความยอมรับนับถือ  เพียงแค่วันเดียวเท่านั้น


            คืนนั้นไป่ฉีไปร่วมโต๊ะรับประทานอาหารกับไป่ชิงหยาง  ดูเหมือนว่าปู่ของเขาจะทำตัวสนิทสนมกับเขามากกว่าตอนแรกเสียอีก  นอกจากนี้ยังเปลี่ยนสรรพนามจากแต่เดิมเรียกชื่อเขา ก็แทนเป็นคำว่า "หลานรัก" แทน  นี่สรุปคือยอมรับเขาแล้วอย่างงั้นหรือ

    _____________________________

    ศูนย์ฝึกอมรม LSAป้าจาง : ชิงชิงช่วง 2 วันนี้นอนน้อยรึไง ขอบตาคล้ำเชียวชิงชิง : นอนไม่ค่อยหลับน่ะค่ะป้าจาง : เครียดที่ต้องดูแลเด็กไหมเหรอ ก็สมควรอยู่หรอกนะ เด็กนั่นความสามารถสู้ไป่ฉีของป้าไม่ได้เลยชิงชิง : ไม่เกี่ยวกับเรื่องเครียดหรอกคะ นอนแปลกที่ (ผิดกลิ่น ไป่ฉีไม่อยู่) นิดหน่อยค่ะป้าจาง : รักษาสุขภาพด้วยนะชิงชิง : ค่ะ ขอบคุณนะคะ (ไป่ฉีทำไมนายยังไม่กลับมาอีก ถ้านานกว่านี้ฉันตายเพราะนอนไม่พอแน่ รีบกลับมาเป็นเตียงให้ฉันเดี๋ยวนี้เลย)
    คฤหาสน์ตระกูลไป่ไป่ฉี : ฮัดชิ่ว อะไรเนี่ย ข้าเป็นหวัดรึ บัดซบ ต้องรีบหาทางรักษา ไม่งั้นชิงชิงจะติดหวัดจากข้าแน่ไป่ชิ : นายน้อยเป็นหวัดหรือขอรับไป่ฉี : เป็นไข้น่ะไป่เชอะ : ตัวไม่ร้อนนี่ขอรับไป่ฉี : ข้าเป็นไข้ใจโว้ยไป่ชิ/ไป่เชอะ : นายน้อยมีนายหญิงแล้วหรือขอรับ อยากเห็นจัง (นึกถึงน้องหมาตาบ้องแบ้วตอนเห็นเจ้าของแล้วทำท่าอยากรู้อยากเห็น)


    เมื่อวานลืมอัพ วันนี้อัพต่อนะครับ ^^ ฝากเพจด้วยนะครับ


    คล้ายกับเรื่องจอมยุทธ์ซุปตาร์ ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    377K 775
    กริมตำนานเทวทูตจอมราชันย์

    กริมตำนานเทวทูตจอมราชันย์

    นิยาย แฟนตาซี
    312K 292
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.58M 3380
    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 1 เหนือพิภพ)

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 1 เหนือพิภพ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.45M 659
    ซากเทวะ [แปลจบแล้ว]

    ซากเทวะ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    1.11M 1756
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    เทพมารลิขิตฟ้า

    เทพมารลิขิตฟ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    72K 42
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258