ในทะเลสาบ พลังหยวนพรั่งพรูออกจากทั่วร่างโจวหยวน กระแสแสงไหลตามผิวหนัง คลื่นพลังไร้รูปร่างกระจายออกจนน้ำทะเลสาบรอบข้างหมุนวน
ทุกคนบนริมฝั่งต่างตกใจอ้าปากค้างกับร่างของเขา เพราะพวกเขาคุ้นเคยดีกับภาพนี้ ทันทีที่เปิดลมปราณได้ก็จะปรากฏเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น
“เปิดลมปราณเส้นที่สามหรือ เป็นไปได้อย่างไร!” หลิ่วซีใบหน้าเดี๋ยวซีดขาวเดี๋ยวเขียวคล้ำ เกิดความรู้สึกแสบร้อนวูบวาบขึ้นมา ก่อนหน้านี้นางยังเย้ยหยันความอวดดีของโจวหยวนอยู่เลย สุดท้ายไหนเลยจะคิดว่าเขาไม่เพียงไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่ยังเปิดลมปราณเส้นที่สามได้อีกด้วย!
ในขณะนั้นแววตาของฉีเยวี่ยก็เคร่งเครียดอย่างชัดเจน นิ้วทั้งห้ากำแน่น แววตาดุร้ายดั่งอสรพิษจ้องมองโจวหยวน ความโกรธแค้นปรากฏขึ้นในใจ เขาก็ไม่คาดคิดว่าผลลัพธ์จะเป็นเช่นนี้เหมือนกัน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งที่ทำให้เขานึกไม่ถึงก็คือสภาพร่างกายที่เปิดลมปราณได้เพียงแค่สองเส้นของโจวหยวนอดทนอยู่ในน้ำตกอวี้หลิงนานถึงหนึ่งชั่วโมงได้อย่างไร?!
“เจ้าหมอนี่ ทำจนถึงขั้นนี้ได้อย่างไร!”
ศิษย์สำนักอี่คนอื่นมองตากันเลิ่กลั่ก นิ่งเงียบไม่พูดคำ เห็นได้ชัดว่าหวาดกลัวภาพเช่นนี้
ในทะเลสาบ ดวงตาที่ปิดอยู่ของโจวหยวนลืมตาขึ้นมาอย่างช้าๆ พร้อมแววตาเปล่งประกาย เขาก้มหน้ามองเห็นกระแสแสงพลังหยวนที่พันรอบตัวก็รับรู้ได้ว่าลมปราณเส้นที่สามถูกเปิดออกอย่างสมบูรณ์แล้ว ความประหลาดใจที่ยากจะยับยั้งปรากฏขึ้นในใจของเขา
ตัวเขาเองก็ไม่คาดคิดว่าในขณะนั้นจะเปิดลมปราณเส้นที่สามได้
ตามการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ต้องใช้เวลาฝึกอีกอย่างน้อยหลายวัน แต่ดูเหมือนเขาจะประเมินพลังหยกอมตะในน้ำตกอวี้หลิงต่ำไป หลังจากดูดรับพลังหยกอมตะจำนวนมากก็ทำให้ลมปราณที่สามของเขาเปิดออกในวันนี้
“แต่นี่คงเป็นการดูดรับพลังหยกอมตะครั้งแรกของข้า ดังนั้นจึงให้ผลลัพธ์ที่ดีมาก ภายหลังพอเริ่มคุ้นชินก็คงจะไม่เห็นผลทันท่วงทีได้เช่นนี้” โจวหยวนตื่นเต้นดีใจแล้วบ่นพึมพำกับตัวเอง
อย่างไรก็ตาม โจวหยวนดีใจไม่น้อยกับการเปิดลมปราณเส้นที่สามได้ ครั้งนี้ห่างจากการเปิดลมปราณเส้นที่สองของเขาเพียงไม่กี่วัน
โจวหยวนหัวเราะภายในใจ เพียงสะกิดปลายเท้าร่างก็ทะยานขึ้นไปบนฝั่ง พอเงยหน้ามองก็เห็นทุกคนต่างจ้องมองมาที่เขา ทุกอย่างสงบเงียบ
“แปะๆ!”
ทันใดนั้นพลันมีเสียงปรบมือดังขึ้น ใบหน้าของฉู่เทียนหยางที่เคร่งขรึมจริงจังขณะนี้กลับยิ้มไม่หุบจ้องมองโจวหยวนด้วยแววตาลุกโชนแล้วปรบมือเสียงดัง
ซูโย่วเวย หยางไจ้ และซ่งชิวสุ่ยต่างดึงสติกลับมา ทันใดนั้นก็ปรบมือหนักแน่นด้วยสีหน้าตื่นเต้น
ก่อนหน้านี้พวกเขายังถูกฉีเยวี่ยข่มขวัญจนกำลังใจถดถอย แต่ไม่คาดคิดว่าเพียงพริบตาสถิติของฉีเยวี่ยก็ถูกโจวหยวนทำลายลง แถมยังสะบัดทิ้งห่างไปท้ายแถว
ใช้แค่ร่างกายที่เปิดลมปราณได้สองเส้นอดทนอยู่ในน้ำตกอวี้หลิงได้ถึงหนึ่งชั่วโมง สิ่งนี้ไม่เคยเกิดขึ้นในจวนต้าโจวมาก่อน
โจวหยวนตกใจกับเสียงปรบมือของทุกคนแล้วยิ้มให้พวกเขา จากนั้นเงยหน้าขึ้นสายตาจับจ้องไปบนร่างของศิษย์สำนักอี่รวมถึงฉีเยวี่ย
เห็นโจวหยวนมองมาสำนักอี่ทุกคนก็หดคอ ใบหน้าร้อนฉ่า สิ่งที่พวกเขาเยาะเย้ยก่อนหน้านี้เพียงพริบตาดันกลับมาตบหน้าพวกเขาเอง
หลิ่วซีสีหน้าโกรธขึ้ง บึ้งตึงสุดขีด แต่ไม่เอ่ยปากกล่าวอะไรออกมาสักคำ ได้แค่กล้ำกลืนกัดฟันแน่น
ส่วนฉีเยวี่ยก็มีใบหน้าเคร่งเครียด น้ำเสียงเย็นชาดังออกมาผ่านซอกฟัน “ดี ดีมาก องค์ชายชอบทำให้ผู้คนคาดไม่ถึงเสียจริง”
“อยากดูก็จงดูอย่างเป็นระเบียบทางด้านนั้น อย่าดูไปเล่นไปให้มาก พวกเราคร้านที่จะสนใจ” โจวหยวนกวาดสายตามองฉีเยวี่ยแล้วพูดอย่างเย็นชา
ฉีเยวี่ยหางตากระตุกแล้วสูดหายใจเข้าลึกข่มความโกรธแค้นภายในใจ ทว่าเมื่อสายตามองไปยังโจวหยวนก็บึ้งตึงขึ้นทันที
“ทุกคนฝึกต่อกันเถอะ เวลาเหลือไม่มากแล้ว” โจวหยวนเห็นเช่นนี้ก็ไม่อยากแยแสเขาอีก หันกลับไปพูดกับซูโย่วเวย หยางไจ้ ซ่งชิวสุ่ย และคนอื่นด้วยรอยยิ้ม
สามชั่วยามก็เป็นเวลาหกชั่วโมง ตอนนี้ผ่านไปครึ่งทางแล้ว
“ได้!”
เมื่อได้ยินถ้อยคำของโจวหยวน ศิษย์สำนักเจี่ยทุกคนต่างตอบรับเสียงดัง ขวัญกำลังใจพุ่งสูงขึ้น ยิ่งกว่านั้นสายตาที่มองโจวหยวนก็เปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม
ก่อนหน้านี้สภาพจิตใจของพวกเขายังคล้ายศิษย์เก่ามองศิษย์ใหม่ แต่สิ่งที่โจวหยวนทำในขณะนี้ไม่เพียงข่มขวัญคนของฉีเยวี่ย กระทั่งพวกเขาก็เคารพโจวหยวนขึ้นไม่น้อย
ฉู่เทียนหยางยืนอยู่ด้านข้าง มองศิษย์สำนักเจี่ยที่ฟื้นฟูขวัญกำลังใจจึงแอบถอนหายใจโล่งอก มองเห็นสายตาของโจวหยวนก็ยกยิ้มพอใจขึ้นอย่างไม่รู้ตัว
ในปีนี้ฉีเยวี่ยแทบจะเป็นหินก้อนใหญ่ในใจศิษย์สำนักเจี่ยทุกคน คอยบดบังชัยชนะของพวกเขา แต่วันนี้โจวหยวนกลับทำให้ทุกคนรู้ว่าสามารถเอาชนะฉีเยวี่ยได้
เหนือเขายังมียอดเขา เหนือคนยังมียอดคน ในอดีตจัดการฉีเยวี่ยไม่ได้เพียงเพราะยอดคนยังไม่ปรากฏ...แต่ตอนนี้...อาจจะปรากฏตัวขึ้นแล้ว ฉู่เทียนหยางแอบคิดในใจขณะที่มองดูโจวหยวน
ด้านล่างน้ำตกอวี้หลิง ศิษย์สำนักเจี่ยที่กำลังใจฟื้นคืนมาแล้วก็เริ่มการฝึกอีกครั้ง ทะลวงผ่านการชะล้างของน้ำตก ร่างที่ยืนอยู่ในนั้นราวกับเปลี่ยนแปลงไปมีพลังมหาศาล
ท่ามกลางเวลาล่วงเลย โจวหยวนยังคงทนอยู่ได้นานกว่าหนึ่งชั่วโมงอีกครั้ง สิ่งนี้ทำให้ทุกคนร้องอุทาน ไม่เข้าใจว่าเหตุใดเขาจึงทำได้
ยิ่งกว่านั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือถึงโจวหยวนจะยืนหยัดมาอย่างยาวนานถึงหนึ่งชั่วโมงแต่ก็ยังคงกระโดดโลดเต้นได้อยู่ บนร่างไม่เห็นรอยฟกช้ำมากเท่าไร ท่าทางเช่นนี้คล้ายกับว่าการโจมตีของน้ำตกไม่ได้สร้างความเสียหายให้แก่เขาเลยแม้แต่น้อย
ด้วยเหตุนี้ บรรดาสายตาเหล่านั้นที่มองมายังโจวหยวนก็เริ่มมีความเคารพและยำเกรงมากขึ้น
การฝึกสามชั่วยามไม่นานก็สิ้นสุดลง จากนั้นศิษย์สำนักเจี่ยที่นำโดยโจวหยวนก็เดินผ่านสายตาศิษย์สำนักอี่ที่โมโหเดือดดาล
จ้องมองร่างพวกเขาเดินหายไป เหล่าศิษย์สำนักอี่ก็นิ่งเงียบ
“ภูมิใจอะไรขนาดนั้น ก็แค่มีแรงขัดขืนได้ขึ้นมาหน่อยเดียวไม่ใช่รึ?! คิดว่าเปิดลมปราณเส้นที่สามแล้วจะสามารถขึ้นสวรรค์ได้หรือไร?” หลิ่วซีกัดฟันแน่นด้วยความโกรธแล้วพูดขึ้น
“ฉีเยวี่ย อย่าได้ให้เขาเย่อหยิ่งได้อีกต่อไป!”
ฉีเยวี่ยสีหน้าไร้ความรู้สึกพูดอย่างเย็นชาว่า “เจ้าร้อนใจอะไร”
เขาหันกลับมองไปยังน้ำตกอวี้หลิงขนาดใหญ่ แววตาเปล่งประกายเยือกเย็น เพียงชั่วครู่ เขาก็ยิ้มอย่างเย็นชาแล้วพูดว่า “ดูท่าน้ำตกอวี้หลิงแห่งนี้จะส่งผลดีต่อเขาไม่น้อย...”
เขามองหลิ่วซีแล้วพูดด้วยแววตาอำมหิต “เจ้าว่าสำนักเจี่ยได้เวลาสามชั่วยามของน้ำตกอวี้หลิงจะนานเกินไปหน่อยหรือไม่?”
พอหลิ่วซีได้ยิน ทันใดนั้นแววตาก็เป็นประกายแล้วพูดว่า “เจ้าหมายความว่าอะไร?”
ฉีเยวี่ยยิ้ม ใบหน้าเคร่งเครียดคลายลงแล้วพูดว่า “ก่อนหน้านี้ได้ยินเจ้าสำนักสวีพูดเรื่องเวลาของน้ำตกอวี้หลิงแจกจ่ายไม่เสมอภาค สำนักอื่นก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เช่นกัน”
“หากสำนักเจี่ยยังดูแคลนสำนักอื่นเหมือนเช่นเมื่อก่อน พวกเขาได้รับการปฏิบัติเช่นนี้กลับไม่มีใครว่าอะไร แต่สำนักเจี่ยในตอนนี้ยังมีคุณสมบัตินี้อยู่หรือ?”
“ถูกพวกเราสำนักอี่กำราบมาตลอดสองปี พวกเขายังมีหน้าเป็นผู้นำของสำนักอื่นอีกหรือ?”
ฉีเยวี่ยมองไปยังทางที่พวกโจวหยวนเดินจากไป แววตาเยือกเย็นก็ยิ่งเปล่งประกาย รอยยิ้มมุมปากเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน
“ดังนั้นข้าคิดว่า...ปัญหาเรื่องการแบ่งเวลาของน้ำตกอวี้หลิงนี้ จำต้องมีการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริงเสียทีแล้ว”