CURSE GEAR ยุทธภัณฑ์ต้องสาป

    ตอนที่ 41

    “อ้ะ! ขอโทษครับ”

    เฟิงรีบขอโทษและพานอสหลีกทางให้ชิออน เมื่อเห็นว่าทั้งสองหลบไปชิออนก็เดินผ่านไปทันทีด้วยความเงียบ



     

    “ว้าวสวยจังนะ ผู้หญิงคนนั้นเธอเป็นใครกัน”

    เฟิงพูดขึ้นขณะที่จ้องมองชิออนที่เดินผ่านไปด้วยตาไม่กระพริบเลย



     

    “เธอน่าจะเป็นคนคุมสอบรอบโควตาครั้งนี้ก็ได้นะดูจากเสื้อผ้านายก็น่าจะรู้แล้วว่าเธอเป็นคนจากหน่วยงานของสหพันธ์”

    นอสพูดพร้อมกับมองเพื่อนของเขากำลังโดนมนต์สะกดความสวยของชิออนเล่นงานเข้าให้



     

    นอสที่เห็นว่ามันนานเกินไปแล้ว ในที่สุดก็หมดความอดทนและตบเข้าไปที่หลังของเฟิงเต็มๆเพื่อเรียกคืนสติเพื่อนให้กลับมาอยู่ที่เดิมอีกครั้ง

    “โอ้ย!! ทำอะไรของนายเนี่ย”

    เฟิงพูดพร้อมกับพยายามเอามือลูบไปที่จุดโดนนอสตีที่ด้านหลังตัวเอง



     

    “ก็เรียกสตินายให้หลุดจากภวังค์ไงจ้องเธออยู่ตั้งนานจนตาจะหลุดอยู่แล้วนายน่ะ”

    พูดจบนอสก็เดินต่อเพื่อบังคับให้เฟิงเริ่มออกเดินตามมา



     

    เมื่อเห็นว่านอสเดินนำไปแล้วเฟิงก็รีบเดินตามมาทันที ทั้งสองคนเดินวนรอบค่ายอยู่สักพักใหญ่ๆ จู่ๆเฟิงก็นึกขึ้นได้เรื่องหนึ่งได้ขึ้นมา

    “นี่ฉันลืมไปเลยนะ ไหนที่ว่าจะให้ฉันได้คุยกับอาวุธวิญญาณนายไงนอสเพื่อนรักของฉัน~”

    เฟิงพูดด้วยท่าทางอยากรู้อยากเห็นออกมาชัดเจนทางสีหน้าของเขา



     

    “ตอนนี้หรอ อืม….ก็น่าจะให้คุยกับเธอได้อยู่นะเหลือเวลานิดหน่อยก่อนการสอบจะเริ่ม แต่เธอคุยได้นิดหน่อยนะ ลิลิธตอนนี้ถ้าไม่ได้อยู่ที่ยูโทเปียก็เลยโผล่ออกมาได้ไม่นานหรอก”



     

    เฟิงที่ฟังนอสอธิบายก็เข้าใจและบอกให้นอสเรียกลิลิธออกมาให้ตัวเองดู เมื่อเห็นว่าเพื่อนของตัวเองอยากจะเจอลิลิธเอามากๆด้วยสาเหตุสักอย่างนอสก็เลยตัดสินใจเรียกลิลิธออกมา



     

    ฟุบ!!



     

    ลิลิธโผล่ออกมาและลอยอยู่ที่ฝ่ามือของนอส

    “มีอะไรถึงเรียกฉันออกมาตอนนี้หรอคะท่านนอส”

    ลิลิธถามนอสทันทีเมื่อเห็นว่านอสนั้นเรียกเธอออกมาด้วยตัวเอง



     

    “เอ่อ….ก็มีคนเขาอยากจะคุยกับเธอน่ะ เขาอยากจะคุยกับเธอให้ได้เลย”

    นอสบอกจุดประสงค์ที่เรียกตัวออกมาให้ลิลิธได้ฟัง 



     

    ลิลิธไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่หันหน้าไปหาเฟิงและพูดขึ้น

    “สวัสดีดีค่ะท่านคงจะเป็นเพื่อนของท่านนอสสินะคะ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะฉันลิลิธ”

    ลิลิธพูดแนะนำตัวแบบกระชับให้กับเฟิงที่อยู่ตรงหน้าได้ฟัง เมื่อได้ยินเสียงที่ลิลิธพูดกับตัวเองสีหน้าของเฟิงก็ดูจะมีตื่นเต้นมากขึ้นเรื่อยๆ



     

    “โอ้วๆ นอสดูสิหนังสือพูดได้ๆ ฮ่าๆ โคตตรเจ๋งเป็นบ้า”

    เฟิงวิ่งเข้าไปเขย่าตัวของนอสด้วยความตกใจผสมกับความตื่นเต้นดีใจ



     

    “รู้แล้วน่า ก็เธอเป็นอาวุธวิญญาณของฉันนิหว่า แล้วก็นะเลิกเขย่าฉันไปมาได้แล้วไอ้เจ้าบ้านี่”

    นอสพูดขณะที่โดนเฟิงเขย่าตัวไปมา



     

    “อ้ะโทษทีๆ เผลอตื่นเต้นเกินไปหน่อย ฮ่าๆ”

    เฟิงเลิกเขย่าตัวนอสและทำท่าทีหัวเราะกลบเกลื่อนเบาๆ



     

    “แล้วนายไม่คุยกับเธอรึไงจำไม่ได้หรอว่าเธออยู่ด้านนอกได้ไม่นานหรอกนะ”

    นอสพูด



     

    เฟิงที่ได้ยินก็นึกขึ้นได้และรีบหันหน้าไปทักทายลิลิธทันที

    “อ่ะๆ…สวัสดีครับคุณลิลิธ ผมเฟิงนะครับ ย…ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันนะครับ”

    เฟิงพูดออกมาด้วยความเขินอาย เมื่อนอสได้เห็นปฏิกิริยาตอบรับของเฟิงเข้าก็ทำให้นอสเผลอหลุดขำออกมาเล็กน้อย



     

    “นี่นายจะขำอะไรเล่า”




     

    “ฮ่าๆ โทษทีๆ พอเห็นนายพูดแบบนี้มันก็ดูตลกดีน่ะ เอาสิเชิญต่อเลยฉันจะยืนฟังนายพูด”



     

    “หมดแล้วฉันอยากจะพูดแค่นี้แหละ”

    เฟิงพูดขึ้น



     

    “ห๊ะ!? นี่นายอยากให้ฉันเรียกลิลิธมาเพื่อให้นายทักทายแค่นั้นเองหรอ”

    นอสตกใจที่เฟิงนั้นแค่อยากจะพูดทักทายลิลิธเท่านั้นเอง



     

    “ฉันก็แค่อยากจะพิสูจน์ว่าเธอพูดได้จริงหรือเปล่าแค่นั้นเอง เอาล่ะๆเก็บเธอกลับไปแล้วรีบไปที่ลานสอบกันเถอะคนน่าจะมากันเยอะแล้ว”

    เฟิงพูด เมื่อได้ยินแบบนั้นนอสก็ดูนาฬิกาและเห็นว่าการสอบก็ใกล้จะเริ่มแล้วจริงๆ



     

    “เฮ้อ~ ขอบใจนะลิลิธที่ออกมา เดี๋ยวฉันไปสอบก่อนล่ะ”

    นอสถอนหายใจเบาๆและพูดบอกลาลิลิธ



     

    “ได้ค่ะ ตั้งใจสอบนะคะท่านนอส”

    ลิลิธพูดก่อนจะหายเข้าไปในจิตของนอสด้วยตัวเอง ทันทีหลังจากที่ลิลิธกลับไปนอสและเฟิงก็รีบเดินไปทางลานกว้างของค่ายเพื่อรอสอบทันที 



     

    ในตอนแรกที่มาถึงบริเวณลานกว้างนี้ยังโล่งๆอยู่เลย แต่มาตอนนี้นั้นที่ลานกว้างได้มีผู้คนมารอสอบกันเยอะมากๆ



     

    นอสรู้สึกทึ่งที่คนเยอะมากๆ มันเยอะเกือบจะเท่าปีก่อนๆได้เลย และทุกคนที่ได้มารอสอบที่นี่นั้นล้วนแล้วแต่ต้องเป็นคนที่มีระดับพลังเฉลี่ยที่ 35 พ้อยต์กันทั้งนั้น นี่ทำให้นอสรู้สึกทั้งเกร็งและตื่นเต้นไปพร้อมๆกันเลยทีเดียว



     

    เมื่อผู้คนมารวมตัวกันมากขึ้นเสียงพูดคุยก็เริ่มดังขึ้นเรื่อยๆทั่วทั้งลานกว้าง นอสก็เช่นกันทันทีที่เข้ามายังลานกว้างนอสก็เริ่มพูดคุยกับเฟิงว่าคนไหนในนี้ที่ดูจะแข็งแกร่งกว่าคนอื่นบ้าง ด้านเฟิงก็เริ่มมองไปรอบๆตัวและสังเกตุผู้คนที่ตัวเขาจะมองเห็นได้

    “ฉันว่าฉันเจออยู่คนหนึ่งตรงนั้นอ่ะ ดูลักษณะท่าทางแล้วน่าจะเป็นคนที่แกร่งอยู่พอตัวเลยนะ”

    เฟิงชี้ไปที่คนๆหนึ่งให้นอสได้เห็น



     

    นอสมองไปที่ทิศทางที่เฟิงชี้และไปบรรจบที่ชายคนหนึ่งที่ยืนอยู่คนเดียวท่ามกลางกลุ่มคนที่กำลังจับกลุ่มพูดคุยกันอยู่ รูปร่างดูเป็นคนที่กำยำพอสมควรนอสมองไปแล้วก็ให้ความรู้สึกว่าคนนี้น่าจะแกร่งจริงๆ



     

    ไม่ทันที่นอสจะได้พูดความคิดเห็นตัวเองให้เฟิงได้ฟังนั้น ก็ได้มีเสียงดังขึ้นเป็นสัญญาณว่าการสอบจะเริ่มแล้ว



     

    สิ้นสุดเสียงทุกคนที่อยู่ลานกว้างเงียบกันหมดแบบไม่ได้นัดหมายกันมาก่อน แล้วก็หันไปมองเวทีที่อยู่ตรงกลางลานกว้างแบบพร้อมเพรียงกัน ทุกอย่างเงียบชนิดที่ว่าแค่เสียงกลืนน้ำลายของคนคนหนึ่งก็สามารถดังจนทุกคนได้ยินกันได้เลย



     

    ไม่นานหลังจากเสียงหายไปในที่สุดก็มีคนกลุ่มหนึ่งเดินขึ้นไปที่เวทีโดยทุกคนแต่งชุดยูนิฟอร์มของกองทัพสหพันธ์ทั้งหมดและมีคนที่เดินนำหน้าคนเหล่านั้นอยู่ด้วยหนึ่งคน เธอคนนั้นคือชิออนนั่นเอง 



     

    ชิออนเดินมาด้วยท่าทีที่ปกติทุกอย่างเพียงแต่เสียงก้าวเท้าของเธอในแต่ละครั้งนั้นดูหนักแน่นกว่าทุกๆทีที่นอสเจอ ชิออนเดินมาที่ด้านหน้าของเวทีและเริ่มพูดขึ้นที

     


     

    “สวัสดีค่ะทุกคนที่ต้องการจะเข้ามาสอบรอบโควตา ปีนี้ฉันชิออนจะเป็นผู้รับผิดชอบในการสอบครั้งนี้ให้กับทุกๆคนค่ะ”

    พูดจบทุกคนก็ปรบมือกันทั้งหมดเพื่อเป็นการต้อนรับคนที่ดูแลการสอบ แม้จะมีคนปรบมือให้เธอก็ยังยืนอยู่กับที่ไม่ไปไหนจนเสียงปรบมือนั้นเงียบลงเธอก็เริ่มพูดต่อ



     

    “และวันนี้ฉันก็มีเรื่องจะมาแจ้งให้ผู้เข้าสอบทุกคนฟัง โดยที่ปีนี้ฉันจะเพิ่มวิธีการคัดเลือกเข้าไปอีกหนึ่งอย่างค่ะ โดยตอนแรกนั้นจะมีแค่การประเมินพลังในรอบโควตาถ้าใครมีระดับพลังเฉลี่ย 35 พ้อยต์ก็สามารถผ่านรอบโควตาได้แล้ว แต่ปีนี้ไม่ใช่อีกต่อไปแล้วทางโรงเรียนแต่ละที่ได้มีการประชุมหารือกันแล้วว่าจะเพิ่มวิธีการคัดเลือกเข้ามาหนึ่งอย่างสิ่งนั้นคือการต่อสู้ โดยเราจะใช้เครื่องจำลองสร้างสถานะการณ์และมอนสเตอร์ขึ้นมาจำนวน 100 ตัวเป็นระดับสีเหลือง 90 ตัวและระดับสีส้ม 9 ตัว ระดับสีแดง 1 ตัว ผู้เข้าสอบจะต้องฆ่ามอนสเตอร์พวกนี้ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ด้วยตัวคนเดียวเพื่อรับคะแนนสะสม โดยที่ระดับสีเหลืองจะได้ 2 คะแนน ระดับสีส้มได้ 10 คะแนน และระดับสีแดงได้ 50 คะแนน และถ้าแถบเลือดของคุณหมดเมื่อไหร่จะถือว่าจบการสอบรอบนั้นทันที หลังจากนั้นเราจะนำคะแนนของแต่ละคนมาเทียบกันใครได้คะแนนติดอันดับก็จะผ่านรอบโควตาทันที แต่ถ้าใครทำคะแนนได้ไม่ถึง 100 คะแนนจะหมดสิทธิ์การสอบครั้งนี้ทันทีเหมือนกัน และในปีนี้ที่ดาวดวงนี้เราจำกัดโควตาไว้อยู่ที่ 100 คนเท่านั้นค่ะ ขอให้โชคดีผู้แข็งแกร่งจริงๆเท่านั้นที่มีสิทธิ์กับโอกาสแบบนี้”



     

    ทันทีที่ชิออนพูดจบทุกคนที่อยู่ด้านล่างเวทีนั้นก็เริ่มมีสีหน้ากังวลมากขึ้นพร้อมกับเสียงพูดคุยกันเสียงดัง

    “นี่บ้าหรือเปล่าฉันไม่เห็นรู้ข่าวเลยว่าจะมีการสอบแบบนี้เพิ่มเข้ามา”



     

    “อะไรกันทำไมกลายเป็นแบบนี้ไปได้ล่ะ”



     

    “ไม่ใช่แล้วนี่เธอจะทรมานคนเข้าสอบหรือไงกันให้สู้กับมอนสเตอร์ร้อยตัวด้วยตัวคนเดียวแบบนี้ใครมันจะไปไหวกันอย่างฉันสูงสุดก็น่าจะฆ่าพวกระดับสีเหลืองได้ 20 ตัวก็เต็มกลืนแล้ว”



     

    ท่ามกลางเสียงผู้คนมากมายที่กำลังคุยกันเสียงดังนั้นก็ได้มีชายคนหนึ่งยกมือแล้วถามชิออนขึ้นมา

    “เธอกำลังเป็นบ้าอยู่หรือไง ฉันเช็คประกาศเรื่องการสอบรอบโควตามาแล้วแต่ไม่เห็นจะมีบอกเลยว่ามีการสอบแบบนี้อยู่ด้วย ที่ประกาศก็มีแค่เปลี่ยนแปลงกฎการเลือกโรงเรียนเท่านั้นเอง แล้วไหงวันนี้จู่ๆก็มาบอกว่ามีการสอบเพิ่มเข้ามาในระบบหนึ่งอย่าง แถมตั้งเงื่อนไขแบบมหาโหดเลยด้วยแบบนี้มันยุติธรรมกับผู้เข้าสอบตรงไหนกัน”

    เมื่อชายคนนั้นพูดจบ ทุกๆคนก็เริ่มจะส่งเสียงเห็นด้วยกับสิ่งที่ชายคนนั้นพูดขึ้นมา และเริ่มมีจำนวนคนที่เห็นด้วยเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ



     

    ชิออนที่เห็นว่าผู้คนเริ่มที่จะส่งเสียงดังมากขึ้นเรื่อยๆก็เริ่มจะหมดความอดทนและปลดปล่อยออร่าพลังเวทย์ออกมา ทำให้มวลอากาศทั่วทั้งลานกว้างนั้นหนักอึ้งมากขึ้นจนบางคนนั้นรับแรงกดดันนี้ไม่ไหวลงไปนอนราบกับพื้นทันที ในที่สุดความเงียบกลับมาอีกครั้งชิออนจึงเริ่มพูด

    “จะยุติธรรมรึเปล่าฉันไม่รู้หรอก สิ่งที่ฉันทำก็คือพูดข้อมูลที่ฉันได้รับมาจากเบื้องบนเท่านั้น ถ้าไม่พอใจก็ไปโวยวายกับพวกเบื้องบนกันเอาเองสิ และถ้าพวกนายทุกคนที่นี่หวังจะเข้าโรงเรียนที่ดีและมีสวัสดิการที่ดีแต่กลับไม่ได้มีอะไรดีเลยนอกจากปริมาณพลังเวทย์มันก็เปล่าประโยชน์ และถ้าพวกนายคิดว่าการสอบแบบนี้มันโหดเกินไปก็ไสหัวกลับบ้านไปซะวันนี้ฉันมาคัดเลือกคนที่มีพรสวรรค์ไม่ได้มาคัดเลือกคนที่อ่อนแอ ตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไปการสอบรอบโควตาคือการสอบที่จะมีแต่คนที่แข็งแกร่งจริงๆเท่านั้นที่จะผ่านเข้าไปได้….ใครอยากอยากจะโต้แย้งอะไรก็พูดออกมาแต่ถ้าไม่มีก็ไปเตรียมตัวให้พร้อมกับการสอบซะ”

    ชิออนพูดจบพร้อมกับคลายพลังเวทย์ออก ทั่วทั้งลานกว้างจึงกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง



     

    ……………………….

    คล้ายกับเรื่องCURSE GEAR ยุทธภัณฑ์ต้องสาป ที่คุณอ่าน