ตอนที่ 8 ดี… ดีแน่นอน
เธอมองสภาพบ้านโทรมๆเพราะไม่คนอยู่เกือบยี่สิบปี แต่ที่ยังพออาศัยอยู่ได้เพราะท่านพ่อมักแอบมาซ่อมบำรุงตามกำลังที่มีทุกๆปี แต่บ้านที่ไม่มีคนอยู่มานานก็เหมือนไร้ชีวิต
“จะให้อยู่สักพักคงได้ แต่ถ้าหน้าฝน หรือมีหิมะตกลงมา พวกเราไม่รอดแน่” เธอพึมพำพร้อมใช้ความคิด ท่านแม่ที่มองเธออยู่จึงพลอยกังวลเข้าไปอีก
“เราต้องอยู่ให้ได้เ้าค่ะ เราไม่มีที่ให้กลับไปแล้ว” ความจริงมันเศร้าเสมอ แต่เป็สิ่งที่ต้องเผชิญ เธอไม่สามารถวาดลมฝนอะไรเพื่อปลอบใจกันได้อีกแล้ว
“ขอแค่มีพี่สาว กับท่านพ่อท่านแม่ที่ไหนข้าก็อยู่ได้เ้าค่ะ” เ้ากุ้งแห้งน้อยถังซูเม่ยของเธอพูดขึ้นอย่างไร้เดียงสา
“ใช่ อย่างน้อยข้อดีที่สุดของตอนนี้คือเวลาเราทำอะไร ไม่ต้องมองสีหน้าใครอีกต่อไปแล้ว” ใช่หลุดพ้นออกจากนรกนั่นมาก่อน เื่อื่นค่อยว่ากัน เธอคิดอย่างฮึกเหิม ก่อนมองกองผ้าห่มเน่าๆ กันหมอน และพวกตะกร้าสานสองสามอันที่เป็สมบัติติดตัวเพียงเท่านี้ กับบ้านโทรมๆหนึ่งหลัง ‘รู้สึกท้อแท้แหะ’
ความจริงเธอก็มีความคิดที่จะแยกบ้านนั่นแหละ แต่สองจิตสองใจ สิ่งที่เธอ้าอย่างแรกแท้จริงคือเงิน เผื่อโชคดีได้ การแยกบ้านจริงๆก็ดี แต่อีกใจก็โลเล เพราะสถานการณ์ชีวิตความเป็อยู่ ไม่ได้อำนวยให้พวกเธอออกมาเผชิญโลกกว้างกันเองตอนนี้ แต่ตอนนั้นอารมณ์มันพาไปแล้ว คนเขาไล่ขนาดนั้น จะให้เธอหน้าด้านอยู่จะได้อย่างไร อย่างน้อยพวกเธอต้องได้อะไรกลับมาบ้าง เงินไม่ใช่ไม่สำคัญ แต่ดูเหมือนนังเฒ่าใจั์นั่นจะกัดไม่คายสักอีแปะ ดังนั้นเหลือแค่ที่ดินผืนนี้นี่แหละที่ไม่ว่าอย่างไรเธอก็ต้องได้
“พรุ่งนี้ท่านแม่ไปที่หนึ่งกับข้านะเ้าคะ” เธอพูดอย่างตัดสินใจบางอย่างได้ ท่านแม่มองเธออย่างสงสัย
“เป็สถานที่ที่หนึ่งเ้าค่ะ แต่ถ้าหากเป็อย่างที่ข้าคิดจริงๆ พรุ่งนี้เราจะเข้าเมืองด้วยกันเ้าค่ะ” ท่านแม่พยักหน้ารับ
“ข้าไม่อยากอยู่บ้านคนเดียวนะเ้าคะ” น้องสาวเธอพูดเบาๆ เพราะกลัวถูกทิ้ง
“อืมมม เราจะไปด้วยกันทั้งหมด แต่เ้าต้องสัญญาว่าจะไม่ร้องไห้กลับบ้าน”
“สัญญาเ้าค่ะ” น้องน้อยของเธอรีบตอบ
ทำไมเธอรู้สึกเหมือนเดจาวู แบบตอนที่เธอมาของท่านพ่อเข้าป่าด้วยกันนะ หวังว่าครั้งนี้จะไม่เกิดอะไรขึ้น แต่จะให้เธอทิ้งเ้าตัวเล็กนี่ไว้เฝ้าบ้านที่ยังไม่มีรั้ว หรือแม้แต่ประตูที่ไม่สมประกอบเท่าไรนัก ก็กลัวจะไม่ปลอดภัย เพื่อตัดความกังวลอย่างไรเราก็ต้องไปด้วยกัน
ยามเหม่า[1]
พอเช้าวันรุ่งขึ้นพวกเธอรีบออกจากบ้านมาก่อนพระอาทิตย์ขึ้น เนื่องจากบ้านที่เธออยู่มันคือท้ายอยู่บ้าน แบบท้ายจริงจังมาก กว่าจะเดินมาถึงป่าหน้าหมู่บ้านคือใช้เวลาเกือบเค่อ จากนั้นพวกเราทั้งหมดก็เข้าไปในป่าทันที เธอรีบพาทั้งสองเดินเข้าไป และพยายามเลี่ยงผู้คน ดีที่เช้าๆแบบนี้ชาวบ้านส่วนใหญ่แม้จะตื่นเช้าแต่ก็ไม่ได้จะมาหาของป่ายามเช้า ทำให้ไม่เจอใครเลย
นี่คือการตัดสินใจที่เสี่ยงอย่างมาก แต่เพราะมันไม่ใช่ทางเลือก มันคือทางรอดสุดท้ายที่เธอคิดออกแล้ว พูดตรงๆคือเธอก็ยังมีความทรงจำที่ฝังใจแน่นอนจากเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น แต่มันจำเป็จริงๆ เพราะแผนแรกที่จะบีบเงินจากท่านย่าใหญ่ไม่สำเร็จ ทั้งยังต้องแยกบ้านออกมาทั้งแบบนั้น ดังนั้นตอนนี้เธอต้องฝากความหวังไว้ที่ เ้าใบไม้คล้ายรูปฝ่ามือ และมีดอกชมพูห้าแฉกต้นนั้น
ระหว่างทางท่านแม่มีความกังวลที่ไม่ต่างกับเธอเลย เพราะเื่ที่เกิดขึ้นกับท่านพ่อเพิ่งผ่านมา จนถึงตอนนี้ท่านแม่ก็ยังไม่ได้เจอท่านพ่อด้วยซ้ำ แต่ถ้าหากท่านแม่ได้พบท่านพ่อในสภาพที่เพิ่งออกจากป่า คาดว่าท่านแม่คงไม่ยอมแม้แต่จะให้เธอเข้าป่าอีกครั้งแบบนี้แน่
“ว้าววว ดอกไม้ตรงนี้สวยจัง” คงจะมีแต่น้องสาวนางนี่แหละ ที่เมื่อวานยังกังวลเื่ท่านพ่ออยู่ แต่หลับหนึ่งตื่นแล้วได้มาเจอสิ่งนอกบ้านที่ตัวเองไม่เคยเจอก็เหมือนจะลืมเื่ที่ต้องกังวลไปชั่วขณะ
“ซู่เม่ย เ้าอย่าเดินไปมาไปทั่ว จับมือท่านแม่ไว้ เราต้องระวังมากๆเข้าใจหรือไม่”
“เ้าค่ะ” โชคดีน้องสาวเธอเป็เด็กที่เชื่อฟังอย่างมาก
เพราะเราเดินมาไม่แวะระหว่างทางเลย เกือบหนึ่งชั่วยามก็ถึงสถานที่เกิดเหตุเมื่อวันก่อน
เป็ไปอย่างที่คิดพวกซากสัตว์ที่ตายวันนั้น วันนี้ไม่เหลืออะไรเลย คาดว่าเพราะกลิ่นเื หรือไม่ก็เ้าหมาป่าที่หลุดกลับเข้าไปป่าชั้นในได้ ได้เรียกฝูงมันมาจัดการ นี่คือวัฐจักร ในวิถีแห่งชีวิต ผู้คนย่อมเห็นว่าผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่จะอยู่รอด แต่เหตุการณ์นี้ทำให้เธอต้องทบทวนอีกที ผู้ที่ยังมีลมหายใจต่างหากจึงจะอยู่รอด ดูอย่างเ้าหมีป่านั่นตัวทั้งใหญ่ทั้งแข็งแกร่ง สุดท้ายตายไปก็เท่านั้น
เมื่อมาถึงแล้วเธอรีบตรงไปหลังต้นไม้ ไม่ไกลจากทางเข้าป่าชั้นในมากนัก
“ใช่จริงๆด้วย มันคือโสมคนเ้าค่ะ!! ท่านแม่เรามีเงินไว้รักษาท่านพ่อแล้ว” ท่านแม่ทำหน้าดีใจอย่างมาก
“เราต้องค่อยๆขุดรอบๆโสมนะเ้าคะ ต้องขุดให้มันสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่จะทำได้เ้าค่ะ”
“ของดีหรือเ้าคะท่านพี่”
“ดี… ดีแน่นอนเม่ยเอ๋อร์” เธอตอบพลางน้ำตาคลอ ั้แ่ท่านพ่อนอนโรงหมอมาจนถึงวันนี้ เธอกังวลจนไม่มีแม้แต่เวลาจะร้องไห้ เหมือนคนจะจมน้ำ แล้วมีคนยื่นขอนไม้มาให้ ดีจริงๆ
[1]ยามเหม่า (卯:mǎo) คือ 05.00 – 06.59 น.