ไม่กี่วันต่อมา จดหมายจากเมืองบาธถูกส่งมาถึงคฤหาสน์ฮอลโลเวย์ ลายมืออันงดงามนั้นเป็ของ เลดี้แอนน์ คุณป้าผู้สูงศักดิ์ ซึ่งยังคงดำรงเกียรติยศและเป็ที่เลื่องลือในวงสังคม จดหมายเต็มไปด้วยถ้อยคำเชื้อเชิญอย่างอบอุ่น ขอให้สองสาว โดโรธีและไอวี่เดินทางไปพักที่คฤหาสน์ของนาง ณ เมืองบาธ เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ และเข้าสังคมที่กำลังคึกคักในฤดูกาลนี้
เช้าวันเดินทาง หมอกบางยังปกคลุมทุ่งหญ้าที่เมืองออกซ์ฟอร์ดเชียร์ รถม้าสีเข้มเคลื่อนไปตามถนนชนบทที่คดเคี้ยว เสียงกีบม้ากระทบพื้นเปียกชื้นก้องสะท้อนในอากาศเย็นหลังฝนเมื่อคืน
“ข้าตื่นเต้นเหลือเกินพี่โดโรธี” ไอวี่เอ่ยด้วยเสียงใส พลางชะโงกมองออกนอกหน้าต่างของรถม้า “บาธต้องสวยงามกว่าชนบทเงียบเหงานี้แน่ ข้าได้ยินว่าที่นั่นมีงานเต้นรำและดนตรีทุกค่ำคืน”
โดโรธีเงยหน้าจากสมุดบันทึกในตัก พลางยิ้มมุมปาก “แล้วเ้าก็จะได้เล่นเปียโนให้ใครต่อใครฟังเสียที”
“จริงหรือคะ!?” ไอวี่แก้มแดงด้วยความดีใจ แต่ไม่นานนักรถม้าก็โคลงเคลง ล้อหลังข้างหนึ่งจมลงในโคลนลึก ท่ามกลางหมอกบางและฝนที่ตกเมื่อคืนทำให้ทางเปียกลื่นและล้อรถม้าติดหล่มกลางทาง
คนขับอุทานเสียงดัง ม้าส่งเสียงร้องใ ดิ้นพร่านจนรถแทบเอียง ไอวี่ร้องเบา ๆ พลางคว้าแขนพี่สาวแน่น โดโรธียังคงใจแข็งแต่หัวใจเต้นแรง ขณะที่คนขับพยายามดึงบังเหียนก็ไร้ผล
ทันใดนั้นเอง เสียงฝีเท้าม้าหนักแน่นดังใกล้เข้ามา ชายหนุ่มร่างสูงกำยำปรากฏตัวบนหลังม้าสีน้ำตาลเข้ม ร่างของเขาตั้งตรงสง่างามแม้จะอยู่บนอานม้า ผมสีดำเข้มตัดกับผิวขาวจัด และดวงตาสีเขียวเข้มคมกริบสะท้อนแสงแดดอ่อน ราวกับมรกตที่ส่องประกายอยู่ในเงาสลัวเขาสวมเพียงเสื้อเชิ้ตเรียบง่าย กางเกงเปื้อนดิน และรองเท้าหนังเก่าที่ใช้งานหนัก ดูราวกับเป็เพียงชายสามัญ แต่ท่วงท่ามั่นคงและสายตาแน่วแน่นั้นกลับแสดงถึงชาติกำเนิดที่มิใช่คนธรรมดา
เขาะโลงมาและก้าวเข้ามาโดยไม่ลังเล
“ถอยไป ข้าจะจัดการเอง” เสียงทุ้มเอ่ยสั้น ๆ พร้อมยื่นมือคว้าบังเหียน บังคับให้ม้านิ่งลง ก่อนจะใช้แรงแขนดันรถขึ้นจากหล่มอย่างมั่นคงจนพ้นหล่มได้สำเร็จ
โดโรธีจ้องมองเขาอย่างตื่นตะลึง ดวงตาคู่คมและท่าทางมั่นใจนั้นปรากฎความรู้สึกคุ้นเคยแล่นวาบขึ้นในใจจนเธอหายใจติดขัด ราวกับว่า…เธอเคยพบเขาแล้วในความฝัน
“ขอบคุณมาก ท่าน…” โดโรธีพยายามหาคำ แต่ไม่แน่ใจว่าเขาเป็ใคร เสื้อผ้าที่เรียบง่ายเต็มไปด้วยฝุ่นดิน ทำให้เธอเดาว่าอาจเป็เพียงชาวบ้านหรือคนเลี้ยงม้าจากคฤหาสน์ใกล้เคียง
“แค่ฟรานซิสก็พอ” เขาตอบสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงอันอบอุ่น
โดโรธีรู้สึกวูบวาบในอกกับน้ำเสียงนั้น ราวกับหัวใจเต้นผิดจังหวะ สายตาของเขามองมาอย่างลึกซึ้ง ราวกำลังค้นหาความลับในดวงตาของเธอ แต่แล้วเขาก็ผละไปขึ้นม้า และควบหายลับไปกับสายหมอกเช้าตรู่
ไอวีกระซิบเสียงตื่นเต้น “พี่โดโรธี เขาดูเหมือนอัศวินในนิยายเลยค่ะ” โดโรธียิ้ม แต่ใจเธอกลับเต็มไปด้วยคำถามที่ไม่กล้าเอ่ยออกมา
ณ เมืองบาธ คฤหาสน์ของเลดี้ แอนน์ อบอวลไปด้วยกลิ่นชาและควันไฟจากเตาผิงหินอ่อน คุณป้าต้อนรับทั้งสองสาวด้วยรอยยิ้ม
“หลานรัก! พวกเ้ามาถึงเสียที!” เลดี้ แอนน์ เอ่ยพลางโอบกอดสองสาวด้วยความยินดี แววตานางเปล่งประกายทั้งความรักและความหวัง
หลังจากการทักทายไม่นานเลดี้ แอนน์ ก็หยิบจดหมายเชิญจากโต๊ะหินอ่อนสีขาว
“งานเลี้ยงใหญ่กำลังจะจัดขึ้น ณ คฤหาสน์แบล็ควูด” นางประกาศเสียงใส “เลดี้ มากาเร็ต แบล็ควูด จะหมั้นกับพลเรือเอก เฮนรี่ ล็อกฮาร์ท แขกผู้ทรงเกียรติทั้งมณฑลจะมารวมกัน พวกเ้าต้องไปด้วย!”
ไอวี่ตาเป็ประกาย “ข้าจะได้เล่นเปียโนในงานเลี้ยงหรือไม่คะ คุณป้า?”
เลดี้ แอนน์ หัวเราะน้อย ๆ “แน่นอน หลานรัก”
แล้วน้ำเสียงของนางก็เปลี่ยนเป็จริงจัง
“และที่นั่น เ้าจะได้พบกับ ลอร์ด เฟร็ดเดอริก แบล็ควูด น้องชายของเลดี้ มากาเร็ต…ชายหนุ่มผู้ทรงเกียรติ ร่ำรวย และเป็ที่หมายปองของสตรีทั้งบาธและลอนดอน”
สายตาของคุณป้าหันไปยังโดโรธีอย่างมีนัย คุณป้าหวังจะพาหลานสาวทั้งสองเข้าสังคมและอาจได้พบคู่ครองที่เหมาะสม โดยเฉพาะโดโรธีที่อยู่ในวัยควรแต่งงาน
โดโรธีเพียงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ตอบอย่างดื้อรั้น “ข้าหาได้สนใจไม่ค่ะ หากเขาจะเป็เ้าของคฤหาสน์ทั้งหลัง ข้าก็ยังพอใจหนังสือเก่า ๆ ของข้ามากกว่า”
คุณป้าถึงกับถอนหายใจหนัก ขณะที่ไอวี่กลั้นหัวเราะคิกคักอยู่ข้าง ๆ และตื่นเต้นกับโอกาสได้เล่นเปียโนในงานเลี้ยง
ในใจของโดโรธีเองกลับวนเวียนถึงแววตาของชายหนุ่มที่ช่วยเธอริมทาง แต่เธอสลัดมันทิ้งเพราะไม่อยากยอมรับว่าโชคชะตาอาจลิขิตบางสิ่งไว้ให้เธอ…