จากการเดินมารบครั้งนี้จุนเป่ารู้สึกได้เลยว่ามันมีค่าและสำคัญกับเขามากเพราะนอกจากเขาจะได้ช่วยเหลือชีวิตคนไว้มากมายแล้ว เขายังได้เจอกับสตรีที่ทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงเช่นนี้กลับไปกับเขาด้วย เเน่นอนว่าจุนเป่าหลงรักม่านเฉวเข้าแล้ว โดยที่ไม่รู้เลยว่านางคือคนเดียวกับหญิงสาวที่เพิ่งจะปฏิเสธความรักน้องชายของเขานั่นเอง…เวลาไม่ถึงสองชั่วยาม อาฉีก็จัดการกับชาวเมืองที่บาดเจ็บและขบวนเสด็จกลับของจุนเป่าและม่านเฉวเสร็จสิ้น
"ขอบพระทัยคุณชายเฉินที่ช่วยเหลือชาวเมืองอิงฮวาทกคนให้ปลอดภัยเจ้าค่ะ"
"เมื่อครู่ข้าก็เพิ่งบอกเจ้าไปว่าให้เรียกข้าว่าท่านพี่ ฮึ?"
"เจ้าค่ะ ท่านพี่..แต่ถึงอย่างไรข้าก็ต้องขอบคุณท่านที่ช่วยเหลือเมืองของข้า ถึงเเม่ว่าจะช่วยได้เเค่บางส่วนก็ตาม หากเป๋นท่านพี่ต้าถัง ณ ตอนนี้ ท่านพี่ต้าถังคงจะปล่อยให้ชาวเมืองที่ล้มเจ็บเจียนตายเช่นนี้ไว้เพียงลำพัง"
"แน่นอนว่าข้ากับต้าถังไม่ใช่คนๆเดียวกัน อีกอย่างชาวเมืองและทหารพวกนี้เขาก็เป็นคนย่อมมีชีวิตจิตใจเหมือนกับข้าและเจ้า เพราะฉะนั้นการที่ให้ข้านิ่งเฉย ไม่ช่วยอะไรพวกเขาเลย ข้าทำเช่นนั้นไม่ได้จริงๆ เจ้าเองก็คิดเหมือนข้าสินะ"
"ทรงพระปรีชาสามารถและมีความเมตตากรุณาสูงยิ่งนัก สมแล้วที่ท่านเจ้าเมืองเฉินหวังเสิ่นมอบตำแหน่งองค์รัชทายาทแก่ท่านชายเฉิน"
"นี่เจ้ารู้ด้วยหรอ ว่าข้าคือองค์รัชทายาท"
"ข้าพอทราบมาบ้างเจ้าค่ะ ท่านพี่เป็นที่โจษจันของชาวเมืองอิงฮวาในด้านวรยุทธที่แข็งแกร่ง รูปลักษณ์ที่งดงามและทรงมีทัศนียภาพที่กว้างไกล เมตตากรุณาต่อชาวเมืองหลายชนชั้น"
"ฮ่าฮ่าฮ่า เจ้านี้รู้จักใช้คำพูดกับผู้อื่นนะ ข้าฟังแล้วรู้สึกตัวลอยขึ้นมาเลยแหละ ฮ่าฮ่าฮ่า"
"ท่านพี่ชมข้าเกินไปแล้วเจ้าค่ะ" ท่าทาง วาจา ใบหน้าอันงามและกิริยาเอาเปรียบพร้อมนั้นทำให้จุนเป่ารู้สึกมีความสุขทุกครั้งที่ได้พูดคุยกับม่านเฉวและในระหว่างที่กำลังจะออกเดินทาง ม่านเฉวก็ได้ทำบ๊วยหวานเพื่อเเจกจ่ายให้กับชาวเมืองที่ติดตามขบวนเพื่อไปรักษาตัวทุกคน ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นเสบียงให้กับชาวบ้านที่มีลูกเด็กเล็กแดงไปด้วย
"นี่เจ้าค่ะ..บ๊วยหวานฝีมือข้า ไม่เเน่ใจว่าจะอร่อยเท่าที่เมืองฮุ่ยหมิงหรือไม่นะเจ้าค่ะ" ม่านเฉวนำบ๊วยหวานมาให้จุนเป่าลองชิม ปกติแล้วจุนเป่าจะไม่ชอบอะไรที่เป็นของหวาน เเต่ครั้งนี้จุนเป่ายอมทานและทานเข้าไปในปริมาณที่มากพอสมควร เขาหยิบบ๊วยหวาน 1 ลูกใส่เข้าปากพรางมองหน้าม่านเฉวไปด้วย ทำเอาม่านเฉวเขินอายจนทำตัวไม่ถูก เพราะจุนเป่าจะแอบมองนางทุกครั้ง ส่งสายตาหวานและยิ้มให้ทุกครั้งที่มีโอกาส
"ที่หน้าข้ามีอะไรติดงานหรือเจ้าคะ ข้าเห็นท่านพี่มองข้าอยู่นานแล้วเจ้าค่ะ"
"ไม่มีอะไรติดที่หน้าของเจ้าหรอก เเต่ใบหน้าของเจ้ามันมาติดอยู่ในหัวของข้า ทุกลมหายใจเข้าออกของข้าและทุกครั้งที่ข้าได้เห็นหน้าหรือพูดคุยกับเจ้า มันทำให้ข้าอดยิ้มและมีความสุขไม่ได้จริงๆ เจ้ารู้ไหมว่าเจ้าคือคนแรกที่ทำให้ใจของข้าเต้นแรงเช่นนี้" คำพูดของจุนเป่ามันทำให้ม่านเฉวถึงกับสะอึกและนึกย้อนไปถึงเรื่องราวบนเนินเขาวันนั้น เพราะคำพูดพวกนี้ก็เป็นคำเดียวกันกับที่หลานเซียนใช้พูดกับนาง
"ข้ายังทำบ๊วยหวานไปแจกจ่ายให้กับชาวบ้านไม่ครบ ยังไงข้าขอตัวก่อนเจ้าค่ะ ว้าย!!" ม่านเฉวรีบลุกขึ้นยืนไม่ทันได้ระวังตัว นางเผลอเหยียบลื่นก้อนหินบริเวณนั้น เเต่โชคดีที่จุนเป่าดึงตัวนางเข้ามาประคองไว้ทัน นางจึงไม่ล้มลงไปที่พื้น ภาพตอนนี้คือจุนเป่าประคองตัวนางไว้ให้อยู่ในอ้อมกอดของเขาและสบตากันอย่างตรงไปตรงมา
"เจ้าไม่เป็นอะไรใช่ไหม ม่านเฉว..ม่านเฉว!!"
"จะ..เจ้า..เจ้าค่ะ ข้าไม่ได้เป็นไร ขอบพระทัยท่านพี่ที่ช่วยข้าไว้"
"คราวหลังต้องระวังกว่านี้นะ รู้ไหม อย่าทำให้ข้าต้องเป็นห่วงเจ้าซ่ำแล้วซ้ำเล่าเช่นนี้อีก"
".........."
"เอาล่ะ..มาตรงไหนเดี๋ยวข้าช่วยเจ้าเเจกจ่ายบ๊วยหวานดีกว่า พวกเราจะได้รับเดินทางกลับเมืองฮุ่ยหมิงซักที ป้ะ!!อาฉี เหล่าทหารมาช่วยกันเร็ว!!"
"พะย่ะค่ะ!!" จุนเป่าช่วยม่านเฉวเเจกจ่ายเสบียงให้กับชาวเมืองจนครบ ภายใต้สงครามกันโชกเลือดก็ยังมีความสุข รอยยิ้มและความรักแอบแฝงมาด้วย ความอัธยาศัยดีของจุนเป่ามันทำให้ม่านเฉวต้องมองเขาและเผลอยิ้มออกมา ซึ่งในตอนนั้นจุนเป่าก็ได้หันมามองหน้านางแล้วยิ้มออกมาเช่นเดียวกัน ความสุขครั้งนี้จุนเป่าจำได้ไม่มีทางลืม แต่ในขณะเดียวกันเขาก็รู้สึกกังวลว่าหากเขาพาม่านเฉวกลับเมืองฮุ่ยหมิงไป ม่านเฉวจะต้องไม่ได้อยู่เป็นสุขแน่ เพราะตอนนี้ที่เมืองฮุ่ยหมิงนั้น ยังมีเหมยอิงอิงอยู่อีกคน จุนเป่าจะจัดการความวุ่นวายนี้ได้อย่างไรและม่านเฉวจะยินยอมตกเป็นชายาของจุนเป่าหรือไม่นั้น..ติดตามต่อได้ใน EP หน้านะคะ