รุ่งเช้าวันถัดมา มู่ไห่เฉินยืนอยู่หน้ากระจกทองเหลืองภายในห้องพัก เขาค่อย ๆ สวมชุดมือปราบที่ได้รับมาเมื่อคืน ชุดชั้นในเป็นผ้าฝ้ายสีดำรัดกุมคล่องตัว ด้านนอกสวมเสื้อคลุมสีน้ำเงินเข้มตัดขลิบดำ แขนเสื้อกระชับ ปลายแขนปักลายเมฆเรียบง่ายแต่ดูหนักแน่น เอวคาดเข็มขัดหนังสีดำประดับตราโลหะสลักอักษร “ยุติธรรม” หมวกทรงเตี้ยสีดำขลิบเงินถูกสวมลงบนศีรษะพอดี
เมื่อแต่งกายครบถ้วน เงาของเขาในกระจกดูสง่างามขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ความคมของดวงตายังคงเดิม แต่ชุดสีน้ำเงินดำกลับเพิ่มความหนักแน่นและอำนาจบางอย่างให้กับเขา ราวกับจากคนยุทธภพผู้เร่ร่อน กลายเป็นเจ้าหน้าที่ของบ้านเมืองโดยสมบูรณ์
เมื่อไปถึงที่ว่าการ เขาพบมือปราบหน้าใหม่อีกห้าคนยืนรออยู่ก่อนแล้ว ทั้งหกมองหน้ากันครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินเข้าไปยังห้องโถงหลักของท่านเจ้าเมืองพร้อมกัน
โถงนั้นกว้างขวาง พื้นหินขัดสะท้อนแสง เสาหลักสูงใหญ่เรียงรายสองฝั่ง บัลลังก์ไม้แกะสลักตั้งอยู่ด้านหน้า ท่านเจ้าเมืองนั่งอยู่ในชุดทางการเต็มยศ สีหน้าสุขุมแต่แฝงอำนาจ
“ตั้งแต่นี้ไป พวกเจ้าคือมือปราบแห่งเมืองอู่หลิน”
เสียงของเขากังวานก้องในโถง
“จงจำไว้ว่าดาบในมือพวกเจ้า มิใช่เพื่อโอ้อวดอำนาจ แต่เพื่อปกป้องประชาชน หากผู้ใดคิดคดทรยศต่อหน้าที่ ข้าจะลงโทษโดยไม่ปรานี”
ทั้งหกคุกเข่ารับคำพร้อมเพรียง
หลังเสร็จพิธีรายงานตัว มือปราบรุ่นพี่ผู้หนึ่งก้าวเข้ามาให้คำแนะนำ สีหน้าเคร่งครัดจริงจัง
“สิ่งแรกที่ต้องจำไว้คือดาบประจำกาย ทุกเช้าต้องมาเบิกที่กองอาวุธ และส่งคืนเมื่อเลิกงาน ห้ามนำกลับบ้านโดยพลการ”
มือปราบรุ่นพี่หยุดเล็กน้อยก่อนกล่าวต่อ
“แน่นอนว่าใครมีอาวุธส่วนตัวก็พกได้ แต่การใช้ดาบหลวงย่อมดีกว่า ไม่ต้องซื้อ ไม่ต้องบำรุงรักษา อีกทั้งหากเสียหาย ทางการรับผิดชอบ”
นี่นับว่าเป็นหนึ่งในสวัสดิการของมือปราบ และแน่นอนว่าเหล่ามือปราบทุกคนต้องได้ฝึกเพลงดาบมาก่อนอยู่แล้ว เว้นแต่มู่ไห่เฉินที่ข้ามขั้นตอนมามากมาย
จากนั้นเขาพาทั้งหกไปยังคลังอาวุธ ชั้นวางเรียงรายด้วยดาบฝักดำสนิท ใบมีดสะท้อนแสงเย็นเยียบ เมื่อแต่ละคนรับดาบประจำกายแล้ว จึงถูกพาไปพบท่านหัวหน้ามือปราบเถี่ย
มือปราบเถี่ยยืนรออยู่ก่อนแล้ว เพื่อรอต้อนรับเหล่ามือปราบหน้าใหม่
“ยินดีต้อนรับอย่างเป็นทางการ”
เขากล่าวพร้อมรอยยิ้มบาง
สายตาของเขาเหลือบไปที่ดาบซึ่งห้อยอยู่ข้างเอวมู่ไห่เฉิน ราวกับเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าอีกฝ่ายเป็นคนของยุทธภพมาก่อน เชี่ยวชาญเพลงกระบี่ มิใช่วิชาดาบ
มือปราบเถี่ยหมุนตัวไปยังตู้ไม้ด้านหลัง เขาเปิดออกอย่างช้า ๆ ก่อนหยิบกระบี่เล่มหนึ่งออกมา
กระบี่นั้นฝักสีเทาเข้มเรียบสนิท หัวท้ายฝักประดับโลหะเงินขัดเงา เมื่อดึงออกเล็กน้อย ใบกระบี่บางเฉียบเป็นประกาย ดุจผิวน้ำยามต้องแสงจันทร์ ลายริ้วคลื่นเหล็กบนใบมีดบ่งบอกถึงการตีซ้ำอย่างประณีต ด้ามจับพันไหมสีครามเข้มแน่นหนา ให้ความรู้สึกมั่นคงแต่เบาสบาย
“ดาบเหมาะกับดาบ กระบี่เหมาะกับกระบี่”
มือปราบเถี่ยกล่าวเรียบ ๆ ก่อนส่งกระบี่ให้มู่ไห่เฉินรับไว้
แม้มู่ไห่เฉินไม่รู้ที่มาของกระบี่เล่มนี้ แต่เพียงสัมผัสแรกก็รู้ว่าไม่ใช่อาวุธธรรมดา น้ำหนักสมดุลราวกับสร้างขึ้นอย่างประณีตจากช่างยอดฝีมือ
ทว่าบรรยากาศรอบด้านกลับเงียบลงเล็กน้อย มือปราบหน้าใหม่ทั้งห้าต่างรับรู้ถึงความแตกต่าง พวกเขาฝึกหนักอยู่นานนับเดือน ผ่านการคัดเลือกอันเข้มงวด หลายคนยอมแพ้ไปจนเหลือเพียงห้าคน ยามนี้มู่ไห่เฉินเพิ่งเข้ามาไม่ถึงสองวัน กลับได้รับทั้งตำแหน่งและกระบี่พิเศษ
มือปราบเถี่ยย่อมมองเห็นสายตาเหล่านั้นออกอยู่แล้ว และรู้ดีว่าภายในใจของพวกเขานั้นคิดสิ่งใดอยู่
“ในเมื่อมีข้อสงสัย ก็พิสูจน์กันด้วยฝีมือ”
มือปราบเถี่ยกล่าวด้วยเสียงหนักแน่น
เขาเรียกมือปราบใหม่ที่ฝีมือการต่อสู้ดีที่สุดออกมา ชายผู้นั้นก้าวออกด้วยสีหน้ามุ่งมั่น
“ประลองเต็มที่ ผู้ใดออมมือ ข้าดูออก และจะลงโทษสถานหนัก”
มือปราบเถี่ยเอ่ยชัดถ้อยชัดคำหนักแน่น
มู่ไห่เฉินประเมินคู่ต่อสู้เพียงชั่วครู่ ระดับทะลวงชีพจร ดู ๆ แล้วรากฐานมั่นคงแต่ยังห่างชั้นจากเขา เขาจึงสงบนิ่ง แต่ก็มิได้แสดงท่าทีดูแคลน
เมื่อสัญญาณการต่อสู้เริ่มต้นขึ้น ยามนี้ดาบพุ่งเข้าหากระบี่ เสียงเหล็กกระทบก้องสั้น ๆ เพียงไม่กี่กระบวนท่า เงากระบี่วูบไหวราวสายลม ใบดาบของคู่ต่อสู้ถูกเบี่ยงออกจากแนวป้องกัน ก่อนปลายกระบี่จะหยุดจ่อที่ลำคออีกฝ่ายอย่างแม่นยำ ชัยชนะตัดสินลงในเวลาอันสั้น
มือปราบเถี่ยก้าวออกมากล่าวชัด
“ข้ารู้ว่าบางคนไม่พอใจ แต่จงจำไว้ ฝีมือของมู่ไห่เฉินจำเป็นต่อที่ว่าการในยามนี้”
เขากวาดสายตามองทุกคนอย่างมุ่งมั่นและดุดัน
“ผู้ที่ฝีมือด้อยกว่า มิได้หมายความว่าไร้ค่า ที่นี่ต้องการคนหลากหลาย ทั้งผู้เชี่ยวชาญการสืบสวน อักษรบัญชี การวิเคราะห์คดี หรือความรู้เฉพาะด้านอื่น ๆ ดาบเพียงอย่างเดียว ไม่อาจค้ำจุนความยุติธรรมได้ ข้าหวังว่าพวกเจ้าทุกคนจะเข้าใจในจุดนี้ดี”
น้ำเสียงของเขาหนักแน่นขึ้นเล็กน้อย
“ข้าเกลียดที่สุดคือการดูถูกหรือเหยียบย่ำกันเอง หากคิดแบ่งชนชั้นในหมู่มือปราบ ก็ไม่ต้องอยู่ที่นี่”
คำพูดนั้นทำให้บรรยากาศคลายลงอย่างเห็นได้ชัด มือปราบหน้าใหม่ทั้งห้าประสานมือคำนับอีกครั้ง ความไม่พอใจเมื่อครู่เลือนหายไปไม่น้อย
มู่ไห่เฉินมองหัวหน้ามือปราบเถี่ยเงียบ ๆ ต้องยอมรับว่าบุรุษผู้นี้มิได้มีเพียงฝีมือ หากยังรู้จักใช้คำพูดผสานผู้คนได้อย่างแยบยล สมกับเป็นผู้นำเหล่ามือปราบแห่งเมืองอู่หลินอย่างแท้จริง
มือปราบใหม่ทั้งห้าถูกส่งต่อไปยังเจ้าหน้าที่ผู้อื่น พวกเขาต้องเรียนรู้งานเล็กงานน้อยในที่ว่าการให้แจ่มชัดเสียก่อน
หลังจากหนึ่งอาทิตย์พวกเขาก็จะถูกส่งไปยังตำแหน่งงานอื่น ๆ ที่ตนถนัดอีกที
งานวันนี้มู่ไห่เฉินกับมือปราบหน้าใหม่คนหนึ่งได้ไปเฝ้ายามทางเดินในที่ว่าการจุดหนึ่ง แน่นอนว่าการเฝ้าเวรยามแต่ละจุดต้องมีอย่างน้อยสี่คน และอีกสองคนก็เป็นมือปราบเก่าคอยกำกับและดูแล
มู่ไห่เฉินไม่มีปัญหากับงานเช่นนี้ แต่งานเช่นนี้กลับทำให้เขาหวลนึกถึงสำนักในวันวาน บ่อยครั้งที่ต้องเฝ้ายามสำนัก ที่นั่นบรรยากาศร่มรื่นกว่านี่มากนัก อีกทั้งยังรู้สึกเบาสบายกว่าที่นี่
เมื่อนึกถึงสำนักในอดีต ก็อดระลึกถึงคืนวันดี ๆ ที่นั่นไม่ได้
มู่ไห่เฉินแววตาเริ่มพร่ามัวด้วยน้ำที่เอ่อนองในดวงตา เขาตั้งสติอีกครั้งก่อนเช็ดคราบน้ำตาแล้วจ้องมองไปข้างหน้าอย่างมุ่งมั่นอีกครั้ง
ตลอดทั้งวันนี้เขาเฝ้ายามและเดินสำรวจที่ต่าง ๆ ของที่ว่าการเพื่อทำความคุ้นเคย พอหมดวันเขาก็เดินทางกลับที่พัก ทำให้วันนี้ก็เป็นอีกวันที่ไม่ได้มีอะไรมากมายนัก
วันถัดไป เขาได้เรียนรู้พิธีต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นในที่ว่าการ เอาเข้าจริง ๆ มือปราบนั้นต้องเรียนรู้และมีงานมากกว่าที่เขาคิดไว้มาก ตอนแรกก็คิดว่ามีหน้าที่แค่ตรวจตราความสงบ ไล่จับคนร้าย แต่พอมาเป็นมือปราบยามนี้ถึงได้รู้ว่าด้านหลังภาพของมือปราบนั้นก็คือสำนักงานที่วุ่นวายแห่งหนึ่งนี่เอง
วันถัด ๆ ไปเขาก็ได้ไปเดินลาดตระเวณภายในเมืองบ้าง สลับงานอื่น ๆ เพื่อเรียนรู้งานพื้นฐานของมือปราบ
นับเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์แล้วที่มู่ไห่เฉินทำงานมือปราบ เรียกได้ว่าไม่มีอะไรที่น่าตื่นเต้นนัก เหล่ามือปราบหน้าใหม่ตอนนี้ก็พบเจอกันน้อยลง ต่างก็เริ่มไปทำหน้าที่ของตนเอง และกลมกลืนไปกับมือปราบผู้อื่น จนแยกไม่ออกแล้วว่าใครคือมือปราบหน้าใหม่
ถึงกระนั้นก็ยังมีการฝึกคัดมือปราบอีกชุดเล็ก ๆ ดูท่าแล้วงานที่ว่าการยังคงขาดคนอยู่อีกไม่น้อย
ด้วยงานและภาระหน้าที่ มู่ไห่เฉินเองก็ไม่มีโอกาสได้พบหัวหน้ามือปราบเถี่ย และยิ่งไม่รู้ว่าเขารับมู่ไห่เฉินมาทำงานเพื่ออะไร ในเมื่อมาทำงานแล้วป่านนี้ก็ยังไม่ได้แสดงฝีมืออะไร
เป้าหมายที่คิดว่าเป็นมือปราบหกเดือนเพื่อหาโอกาศดาวน์โหลดระดับลมปราณมือปราบเถี่ยเห็นทีว่าจะยากเย็นกว่าที่เขาคิดไว้มาก