เหอะ ยังไม่ยอมจบสินะ
แน่นอนว่าทุกคนคิดว่าตรงกันว่านี่ต้องเป็นฝีมือไอ้พัฒน์พ่อของพงษ์แน่นอนไม่มีใครคิดว่าจะพ่อแม่แพรจะไปแจ้งเองเลยสักนิด เพราะยังไงในงานมันก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าแพรตามออกมาเอง
"ในโรงแรมน่าจะมีกล้อง ไปเช็คดูก็รู้ว่าเด็กผู้หญิงตามออกมาแบบไม่ได้ขัดขืน"กายตอบกลับ
"แล้วไงเด็กคนนั้นยังอายุไม่เกิน18พ่อแม่มีสิทธิที่จะไม่ให้ไปกับพวกคุณ ส่งตัวออสมา แล้วรีบบอกซะว่าคุณแพรไหมอยู่ที่ไหน"ตำรวจคนหน้าสวนกลับ
"ไม่ต้องพูดแล้วกาย"วิสเดินมาข้างๆ
"หมายค้น หมายเรียกหรือหมายจับ มีมาซักอย่างมั้ยหละ ถ้าไม่มีก็กลับไปซะ"
"ลักพาตัวเป็นสถานะการณ์ฉุกเฉินจำเป็นต้องช่วยเหยื่อภายใน24ชม.ไม่งั้นมีโอกาสที่เหยื่อจะถูกฆ่าถ้าพวกคุณบริสุทธิใจจริงๆก็ออกมาซะเราจะค้นบ้านแล้วนายออสนั่นก็ตามเราไปสถานีซะดีดีถ้าไม่ได้ทำก็ไม่มีอะไรต้องกลัว"
เหอะๆใครตามไปก็โง่แล้วดูยังไงก็จัดฉากยัดข้อหาชัดๆเพราะเรื่องที่แพรออกมาจากงานพร้อมออสก็มีคนรู้ตั้งเยอะ แถมแพรตอนนี้ก็เดินทางไปสนามบินเตรียมจะไปเรียนต่อแล้ว
เนื่องจากเมืองนี้ไม่มีสนามบินแพรเลยต้องเดินทางไปเมืองJที่เป็นเมืองใหญ่ในภาคใต้แล้วนั่งเครื่องไปเมืองหลวงแล้วค่อยนั่งต่อไปอาณาจักรเชนอีกที่เนื่องจากเมื่องJมีแค่เที่ยวบินในประเทศเท่านั้น
ตอนนี้กายหงุดหงิดเต็มที่แล้ว
"ไม่ให้ความร่วมมือสินะงั้นฉันขอจับพวกแกข้อหาขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่"
จูนขมวดคิ้วทันทีขนาดเธอนั่งอยู่ตรงนี้ด้วยไอ้ตำรวจพวกนี้ยังจะกล้าอีกงั้นหรอ
แน่นอนว่าตำรวจสองคนไม่รู้จักจูน และพัฒน์ก็ไม่คิดว่าจูนจะมานั่งอยู่ในบ้านหลังเล็กๆเก่าๆของออสทำให้ไม่ได้บอกอะไรสองคนนี้ไป
"ถ้าแบบนั้นฉันแจ้งความว่าไอ้พัฒน์หรือไอ้พงษ์มันลักพาตัวใครพวกแกก็จะวิ่งแจ้นไปจับหรือไปรื้อบ้านมันทันทีแบบนี้เปล่าวะ"แววโวยวายอย่างเดือดดาลเมื่อเห็นท่าทางที่หน้าด้านของตำรวจ
"อย่างพวกเขาจะลักพาตัวคนอื่นไปทำไม"
"พอแล้ว"
กายระเบิดเสียงดังเตรียมจะซัดฝ่ายตรงข้ามทันทีครั้งนี้เขาจะไม่ยอมให้วิสขวางแล้ว ทางวิสเองก็รู้ว่าคู่หู่ตนโมโหสุดขีดแล้วเพราะวันนี้ทั้งโดนเอาปืนจ่อแถมยังโดนพวกตำรวจงี่เง่านี่หาเรื่องอีกถ้าไม่ได้ระบายออกไปบ้างได้เครียดตายแน่ๆ
"ยกมือขึ้น"ตำรวจตรงหน้าชักปืนขึ้นมาที่กายตวาดเสียงดัง
ปืนอีกแล้ว กายเผยแววตาอำมหิตเตรียมลงมือ
เปรี้ยง
ตำรวจตรงหน้าโดนชกหน้าสะบัดทรุดลงไปกองกับพื้น
"อะไรอีกวะ"
กายตะโกนขึ้นอย่างหงุดหงิดเพราะคนที่ชกออกไปไม่ใช่เขา
"ผู้กำกับคุณทำบ้าอะไรเนี่ย"ตำรวจหนุ่มที่ถูกชกลงไปกองกับพื้นพอเห็นว่าใครลงมือก็โวยขึ้นเสียงดัง
"อ๋อเดี๋ยวนี้กล้าขึ้นเสียงกับฉันเลยหรอ"
ออสเดินออกไปดูก็พบชายร่างใหญ่พอๆกับกายยืนอยู่ผู้กำกับสนที่ตอนนี้อยู่ในชุดอยู่บ้านกำลังมองนายตำรวจสองคนด้วยสีหน้าที่โกรธจัด
"คุณออกเวรไปแล้วไม่ใช่หรอ"ตำรวจหนุ่มที่ค่อยลุกถามขึ้นอย่างหงุดหงิด
"คนที่สถานีโทรมาว่าอยู่ๆแกได้รับสายจากไอ้พัฒน์แล้วก็รีบออกมาเลยพอรวมกับเรื่องที่เกิดในงานวันเกิดลูกมันก็พอเดาได้"
บัดซบ ตำรวจหนุ่มสบดในใจเขาอุส่าคิดว่าผู้กำกับกลับไปแล้วเลยออกมาจัดการตามที่นายพัฒน์โทรมาสั่ง พ่อแม่ของแพรก็มาแจ้งความตามที่เตี้ยมกันไว้ เขาตั้งใจว่าพอจับออสไปแล้วจะทำทุกทางแม้แต่ใช้กำลังเพื่อบีบให้สารภาพพอถึงเช้ามาผู้กำกับก็ทำอะไรไม่ได้แล้วพอถึงตอนนั้นข้อมูลทั้งหมดก็ถูกส่งเข้าระบบหมดแล้ว
แต่เขาไม่รู้เลยว่าต่อให้เป็นแบบนั้นจริงข้อมูลที่เขาเอาลงระบบไปก็คงจะถูกลบก่อนจะถึงเช้าเหมือนกัน แถมคนที่จะขวางเขาก็คงยศสูงกว่าผู้กำกับไปมากทีเดียว
"ฉันเคยสั่งไปแล้วว่าอย่ามายุ่งกับคุณออสไม่ใช่หรือไง"ผู้กำกับพูดด้วยน้ำเสียงที่ฟังก็รู้ว่ากำลังโกรธ
เฮ้ออ กายเห็นแบบนี้ก็รู้แล้วว่าตัวเองหมดบทแล้วเลยได้แต่ถอนหายใจอย่างหงุดหงิด
"ผมทำตามหน้าที่มีคนแจ้งความว่าเด็กนี่ลักพาตัวผู้หญิง"
เปรี้ยง
ยังไม่ทันที่ตำรวจหนุ่มจะพูดจบผู้กำกับก็ซัดเข้าให้อีกหมัดเลือดทะลักออกมาจากจมูกของตำรวจหนุ่ม
"ต่อให้เป็นแบบนั้นแกก็ควรจะบอกฉันก่อน"
"แกมันจะมากไปแล้วนะโว้ย"
ปืนในมือสะบัดเพื่อเล็งใส่ผู้กำกับร่างใหญ่ทันที
ตลอดเวลา3ปีที่ผ่านมาหลังจากที่ผู้กำกับสนล้างบางพวกค้ายาหมดก็ไม่มีใครกล้าทำตัวมีปัญหากับเขาอีก ผู้กำกับคนนี้ย้ายมาก็ละเลงเลือดพวกเจ้าถิ่นที่ค้ายาซะเกลี้ยงในเวลาไม่กี่เดือนไม่มีคำว่าจับเป็น ใครที่ขายยาถูกฆ่าเรียบไม่มีเว้น มีการร้องเรียนขึ้นไปมากมายว่าชายคนนี้ทำเกินกว่าเหตุแต่เรื่องก็เงียบหมด
แต่หลังจากนั้นผู้กำกับก็ค่อนข้างเป็นกันเองกับลูกน้องทำให้สนิทกับตำรวจด้วยกันอย่างรวดเร็ว ยิ่งกับประชาชนเขายิ่งกลายเป็นตำรวจที่ใจดีคนหนึ่ง พอผ่านไปนานๆเข้าคนก็ค่อยๆลืมวีรกรรมที่เขาเคยทำ
ตำรวจหนุ่มสองคนนี้พึ่งย้ายมาจากเมืองอื่นพอมาถึงก็เข้าหาเจ้าถิ่นอย่างนายพัฒน์แทบจะทันที ถึงแม้ว่าจะได้ยินข่าวเก่าๆของผู้กำกับมาบ้างแต่เขาก็เชื่อว่ามันโม้เกินจริงเลยไม่ค่อยจะเชื่อ ส่วนพัฒน์เองก็ไม่เคยเตือนตำรวจคนนี้เพราะคิดว่าในเมื่อทำงานด้วยกันก็น่าจะรู้อยู่แล้วว่าอะไรไม่ควรแตะ น่าเสียดายที่ตำรวจหนุ่มรับเงินแล้วก็ทำตามคำขอของพัฒน์แทบทุกอย่างโดยที่ไม่ได้แลกเปลี่ยนข้อมูลอะไรกันเท่าไหร่
กรอบ อ้ากก
เสียงร้องดังลั่น พอตำรวจหนุ่มสะบัดปืนมาผู้กำกับก็จับข้อมือเขาก่อนใช้อีกมือกระแทกเข้ากลางท่อนแขนจากด้านล่างทำให้แขนของตำรวจหนุ่มที่ตัวเล็กกว่าผู้กำกับเกือบเท่าตัวหักทันที
"แล้วแกหละจะเอายังไง"ผู้กำกับหันไปถามตำรวจอีกคนที่มารบกวนออส
"ผะผมขอโทษ"ตำรวจอีกคนรีบพูดด้วยน้ำเสียงกะตุกกะตัก
"ลากมันไปโรงพยาบาลซะแล้วพรุ่งนี้เช้าไปเจอกันที่สถานีสงสัยทั้งโรงพักคงต้องมีการอบรมกันครั้งใหญ่สักหน่อยหละ"
"ครับ"
ไม่รอช้าเขาเขารีบลากเพื่อนตัวเองที่ยังร้องโอดโอยออกไปทันทีก่อนที่ผู้กำกับจะเปลี่ยนใจมาเล่นเขาด้วย
"ต้องขอโทษด้วยที่รบกวนผมจะไม่ให้เกิดอะไรแบบนี้ขึ้นอีก"
ผู้กำกับหันมาโค้งให้ออสก่อนจะหันไปทักทายวิสกับกาย
ออสก็ได้แต่ยิ้มๆเขายังไม่ทันได้รู้สึกว่าถูกรบกวนด้วยซ้ำ อยู่ๆตำรวจ2คนก็โผล่มาทำถ้าจะจับเขาไม่ทันถึง2นาทีก็โดนผู้กำกับเข้ามาซัดซะกองกับพื้น
"ครับ"
สรุปว่าไอ้สองพ่อลูกนี่จะไม่ยอมจบสินะ
ตลอดเวลาที่ผ่านมาตั้งแต่ที่เขาได้อำนาจมาในมือออสก็เคยใช้เล่นงานคนอื่นจริงๆครั้งเดียวคือนิ่มเพราะเขาเก็บกดจากการโดนรังแกจากพวกไอ้พงษ์มานานแล้วนิ่มก็ดันมาอยู่ผิดที่ผิดเวลาสุดๆดันมาอยู่เอาตอนที่ออสโดนพ่อบ้านชุนยุ เลยโดนออสระเบิดใส่เต็มๆ ส่วนครั้งอื่นๆก็แค่การจัดการปัญหาตรงหน้าเท่านั้น
ตั้งแต่นั้นเขาก็พยายามไม่ทำอีกเพราะเขารู้สึกว่าที่ทำกับนิ่มมันแรงเกินไปถึงขนาดขู่จะฆ่าแม่ของเธอที่นอนป่วยอยู่เลยทีเดียว
แต่กับไอ้พงษ์เนี่ยถ้าไม่โดนอะไรแรงๆคงไม่สำนึก ไม่สิต่อให้โดนก็คงจะไม่สำนึกแล้วหละถึงขนาดจะยัดข้อหาลักพาตัวให้เขาเลยนี่ ทั้งๆที่ตัวเองเป็นฝ่ายบังคับแพรให้แต่งด้วยแท้ๆ
"นี่ ฉันเปลี่ยนใจแล้วหละ เราเปลี่ยนแผนกันหน่อยดีกว่า"
เดิมที่แววตั้งใจจะทำให้ธุรกิจพัฒน์เจ๊งในวันเดียวเพราะคิดว่าถ้ามันไม่รวยก็คงไม่กล้ากร่างอีก แต่ตอนนี้ออสกลับคิดว่าไม่พอเขาจะทำให้มันไม่เหลือแม้กระทั่งที่ซุกหัวนอน