ทายาทจักรพรรดิ (NC18+)

    บทที่ 52 เปลี่ยนแผน

    เหอะ ยังไม่ยอมจบสินะ

     

    แน่นอนว่าทุกคนคิดว่าตรงกันว่านี่ต้องเป็นฝีมือไอ้พัฒน์พ่อของพงษ์แน่นอนไม่มีใครคิดว่าจะพ่อแม่แพรจะไปแจ้งเองเลยสักนิด เพราะยังไงในงานมันก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าแพรตามออกมาเอง

     

    "ในโรงแรมน่าจะมีกล้อง ไปเช็คดูก็รู้ว่าเด็กผู้หญิงตามออกมาแบบไม่ได้ขัดขืน"กายตอบกลับ

     

    "แล้วไงเด็กคนนั้นยังอายุไม่เกิน18พ่อแม่มีสิทธิที่จะไม่ให้ไปกับพวกคุณ ส่งตัวออสมา แล้วรีบบอกซะว่าคุณแพรไหมอยู่ที่ไหน"ตำรวจคนหน้าสวนกลับ

     

    "ไม่ต้องพูดแล้วกาย"วิสเดินมาข้างๆ

     

    "หมายค้น หมายเรียกหรือหมายจับ มีมาซักอย่างมั้ยหละ ถ้าไม่มีก็กลับไปซะ"

     

    "ลักพาตัวเป็นสถานะการณ์ฉุกเฉินจำเป็นต้องช่วยเหยื่อภายใน24ชม.ไม่งั้นมีโอกาสที่เหยื่อจะถูกฆ่าถ้าพวกคุณบริสุทธิใจจริงๆก็ออกมาซะเราจะค้นบ้านแล้วนายออสนั่นก็ตามเราไปสถานีซะดีดีถ้าไม่ได้ทำก็ไม่มีอะไรต้องกลัว"

     

    เหอะๆใครตามไปก็โง่แล้วดูยังไงก็จัดฉากยัดข้อหาชัดๆเพราะเรื่องที่แพรออกมาจากงานพร้อมออสก็มีคนรู้ตั้งเยอะ แถมแพรตอนนี้ก็เดินทางไปสนามบินเตรียมจะไปเรียนต่อแล้ว

     

    เนื่องจากเมืองนี้ไม่มีสนามบินแพรเลยต้องเดินทางไปเมืองJที่เป็นเมืองใหญ่ในภาคใต้แล้วนั่งเครื่องไปเมืองหลวงแล้วค่อยนั่งต่อไปอาณาจักรเชนอีกที่เนื่องจากเมื่องJมีแค่เที่ยวบินในประเทศเท่านั้น

     

    ตอนนี้กายหงุดหงิดเต็มที่แล้ว

     

    "ไม่ให้ความร่วมมือสินะงั้นฉันขอจับพวกแกข้อหาขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่"

     

    จูนขมวดคิ้วทันทีขนาดเธอนั่งอยู่ตรงนี้ด้วยไอ้ตำรวจพวกนี้ยังจะกล้าอีกงั้นหรอ

     

    แน่นอนว่าตำรวจสองคนไม่รู้จักจูน และพัฒน์ก็ไม่คิดว่าจูนจะมานั่งอยู่ในบ้านหลังเล็กๆเก่าๆของออสทำให้ไม่ได้บอกอะไรสองคนนี้ไป

     

    "ถ้าแบบนั้นฉันแจ้งความว่าไอ้พัฒน์หรือไอ้พงษ์มันลักพาตัวใครพวกแกก็จะวิ่งแจ้นไปจับหรือไปรื้อบ้านมันทันทีแบบนี้เปล่าวะ"แววโวยวายอย่างเดือดดาลเมื่อเห็นท่าทางที่หน้าด้านของตำรวจ

     

    "อย่างพวกเขาจะลักพาตัวคนอื่นไปทำไม"

     

    "พอแล้ว"

     

    กายระเบิดเสียงดังเตรียมจะซัดฝ่ายตรงข้ามทันทีครั้งนี้เขาจะไม่ยอมให้วิสขวางแล้ว ทางวิสเองก็รู้ว่าคู่หู่ตนโมโหสุดขีดแล้วเพราะวันนี้ทั้งโดนเอาปืนจ่อแถมยังโดนพวกตำรวจงี่เง่านี่หาเรื่องอีกถ้าไม่ได้ระบายออกไปบ้างได้เครียดตายแน่ๆ

     

    "ยกมือขึ้น"ตำรวจตรงหน้าชักปืนขึ้นมาที่กายตวาดเสียงดัง

     

    ปืนอีกแล้ว กายเผยแววตาอำมหิตเตรียมลงมือ

     

    เปรี้ยง

     

    ตำรวจตรงหน้าโดนชกหน้าสะบัดทรุดลงไปกองกับพื้น

     

    "อะไรอีกวะ"

     

    กายตะโกนขึ้นอย่างหงุดหงิดเพราะคนที่ชกออกไปไม่ใช่เขา

     

    "ผู้กำกับคุณทำบ้าอะไรเนี่ย"ตำรวจหนุ่มที่ถูกชกลงไปกองกับพื้นพอเห็นว่าใครลงมือก็โวยขึ้นเสียงดัง

     

    "อ๋อเดี๋ยวนี้กล้าขึ้นเสียงกับฉันเลยหรอ"

     

    ออสเดินออกไปดูก็พบชายร่างใหญ่พอๆกับกายยืนอยู่ผู้กำกับสนที่ตอนนี้อยู่ในชุดอยู่บ้านกำลังมองนายตำรวจสองคนด้วยสีหน้าที่โกรธจัด

     

    "คุณออกเวรไปแล้วไม่ใช่หรอ"ตำรวจหนุ่มที่ค่อยลุกถามขึ้นอย่างหงุดหงิด

     

    "คนที่สถานีโทรมาว่าอยู่ๆแกได้รับสายจากไอ้พัฒน์แล้วก็รีบออกมาเลยพอรวมกับเรื่องที่เกิดในงานวันเกิดลูกมันก็พอเดาได้"

     

    บัดซบ ตำรวจหนุ่มสบดในใจเขาอุส่าคิดว่าผู้กำกับกลับไปแล้วเลยออกมาจัดการตามที่นายพัฒน์โทรมาสั่ง พ่อแม่ของแพรก็มาแจ้งความตามที่เตี้ยมกันไว้ เขาตั้งใจว่าพอจับออสไปแล้วจะทำทุกทางแม้แต่ใช้กำลังเพื่อบีบให้สารภาพพอถึงเช้ามาผู้กำกับก็ทำอะไรไม่ได้แล้วพอถึงตอนนั้นข้อมูลทั้งหมดก็ถูกส่งเข้าระบบหมดแล้ว

     

    แต่เขาไม่รู้เลยว่าต่อให้เป็นแบบนั้นจริงข้อมูลที่เขาเอาลงระบบไปก็คงจะถูกลบก่อนจะถึงเช้าเหมือนกัน แถมคนที่จะขวางเขาก็คงยศสูงกว่าผู้กำกับไปมากทีเดียว

     

    "ฉันเคยสั่งไปแล้วว่าอย่ามายุ่งกับคุณออสไม่ใช่หรือไง"ผู้กำกับพูดด้วยน้ำเสียงที่ฟังก็รู้ว่ากำลังโกรธ

     

    เฮ้ออ กายเห็นแบบนี้ก็รู้แล้วว่าตัวเองหมดบทแล้วเลยได้แต่ถอนหายใจอย่างหงุดหงิด

     

    "ผมทำตามหน้าที่มีคนแจ้งความว่าเด็กนี่ลักพาตัวผู้หญิง"

     

    เปรี้ยง

     

    ยังไม่ทันที่ตำรวจหนุ่มจะพูดจบผู้กำกับก็ซัดเข้าให้อีกหมัดเลือดทะลักออกมาจากจมูกของตำรวจหนุ่ม

     

    "ต่อให้เป็นแบบนั้นแกก็ควรจะบอกฉันก่อน"

     

    "แกมันจะมากไปแล้วนะโว้ย"

     

    ปืนในมือสะบัดเพื่อเล็งใส่ผู้กำกับร่างใหญ่ทันที

     

    ตลอดเวลา3ปีที่ผ่านมาหลังจากที่ผู้กำกับสนล้างบางพวกค้ายาหมดก็ไม่มีใครกล้าทำตัวมีปัญหากับเขาอีก ผู้กำกับคนนี้ย้ายมาก็ละเลงเลือดพวกเจ้าถิ่นที่ค้ายาซะเกลี้ยงในเวลาไม่กี่เดือนไม่มีคำว่าจับเป็น ใครที่ขายยาถูกฆ่าเรียบไม่มีเว้น มีการร้องเรียนขึ้นไปมากมายว่าชายคนนี้ทำเกินกว่าเหตุแต่เรื่องก็เงียบหมด

     

    แต่หลังจากนั้นผู้กำกับก็ค่อนข้างเป็นกันเองกับลูกน้องทำให้สนิทกับตำรวจด้วยกันอย่างรวดเร็ว ยิ่งกับประชาชนเขายิ่งกลายเป็นตำรวจที่ใจดีคนหนึ่ง พอผ่านไปนานๆเข้าคนก็ค่อยๆลืมวีรกรรมที่เขาเคยทำ

     

    ตำรวจหนุ่มสองคนนี้พึ่งย้ายมาจากเมืองอื่นพอมาถึงก็เข้าหาเจ้าถิ่นอย่างนายพัฒน์แทบจะทันที ถึงแม้ว่าจะได้ยินข่าวเก่าๆของผู้กำกับมาบ้างแต่เขาก็เชื่อว่ามันโม้เกินจริงเลยไม่ค่อยจะเชื่อ ส่วนพัฒน์เองก็ไม่เคยเตือนตำรวจคนนี้เพราะคิดว่าในเมื่อทำงานด้วยกันก็น่าจะรู้อยู่แล้วว่าอะไรไม่ควรแตะ น่าเสียดายที่ตำรวจหนุ่มรับเงินแล้วก็ทำตามคำขอของพัฒน์แทบทุกอย่างโดยที่ไม่ได้แลกเปลี่ยนข้อมูลอะไรกันเท่าไหร่

     

    กรอบ อ้ากก

     

    เสียงร้องดังลั่น พอตำรวจหนุ่มสะบัดปืนมาผู้กำกับก็จับข้อมือเขาก่อนใช้อีกมือกระแทกเข้ากลางท่อนแขนจากด้านล่างทำให้แขนของตำรวจหนุ่มที่ตัวเล็กกว่าผู้กำกับเกือบเท่าตัวหักทันที

     

    "แล้วแกหละจะเอายังไง"ผู้กำกับหันไปถามตำรวจอีกคนที่มารบกวนออส

     

    "ผะผมขอโทษ"ตำรวจอีกคนรีบพูดด้วยน้ำเสียงกะตุกกะตัก

     

    "ลากมันไปโรงพยาบาลซะแล้วพรุ่งนี้เช้าไปเจอกันที่สถานีสงสัยทั้งโรงพักคงต้องมีการอบรมกันครั้งใหญ่สักหน่อยหละ"

     

    "ครับ"

     

    ไม่รอช้าเขาเขารีบลากเพื่อนตัวเองที่ยังร้องโอดโอยออกไปทันทีก่อนที่ผู้กำกับจะเปลี่ยนใจมาเล่นเขาด้วย

     

    "ต้องขอโทษด้วยที่รบกวนผมจะไม่ให้เกิดอะไรแบบนี้ขึ้นอีก"

     

    ผู้กำกับหันมาโค้งให้ออสก่อนจะหันไปทักทายวิสกับกาย

     

    ออสก็ได้แต่ยิ้มๆเขายังไม่ทันได้รู้สึกว่าถูกรบกวนด้วยซ้ำ อยู่ๆตำรวจ2คนก็โผล่มาทำถ้าจะจับเขาไม่ทันถึง2นาทีก็โดนผู้กำกับเข้ามาซัดซะกองกับพื้น

     

    "ครับ"

     

    สรุปว่าไอ้สองพ่อลูกนี่จะไม่ยอมจบสินะ

     

    ตลอดเวลาที่ผ่านมาตั้งแต่ที่เขาได้อำนาจมาในมือออสก็เคยใช้เล่นงานคนอื่นจริงๆครั้งเดียวคือนิ่มเพราะเขาเก็บกดจากการโดนรังแกจากพวกไอ้พงษ์มานานแล้วนิ่มก็ดันมาอยู่ผิดที่ผิดเวลาสุดๆดันมาอยู่เอาตอนที่ออสโดนพ่อบ้านชุนยุ เลยโดนออสระเบิดใส่เต็มๆ ส่วนครั้งอื่นๆก็แค่การจัดการปัญหาตรงหน้าเท่านั้น

     

    ตั้งแต่นั้นเขาก็พยายามไม่ทำอีกเพราะเขารู้สึกว่าที่ทำกับนิ่มมันแรงเกินไปถึงขนาดขู่จะฆ่าแม่ของเธอที่นอนป่วยอยู่เลยทีเดียว

     

    แต่กับไอ้พงษ์เนี่ยถ้าไม่โดนอะไรแรงๆคงไม่สำนึก ไม่สิต่อให้โดนก็คงจะไม่สำนึกแล้วหละถึงขนาดจะยัดข้อหาลักพาตัวให้เขาเลยนี่ ทั้งๆที่ตัวเองเป็นฝ่ายบังคับแพรให้แต่งด้วยแท้ๆ

     

    "นี่ ฉันเปลี่ยนใจแล้วหละ เราเปลี่ยนแผนกันหน่อยดีกว่า"

     

    เดิมที่แววตั้งใจจะทำให้ธุรกิจพัฒน์เจ๊งในวันเดียวเพราะคิดว่าถ้ามันไม่รวยก็คงไม่กล้ากร่างอีก แต่ตอนนี้ออสกลับคิดว่าไม่พอเขาจะทำให้มันไม่เหลือแม้กระทั่งที่ซุกหัวนอน

     

     

     

    คล้ายกับเรื่องทายาทจักรพรรดิ (NC18+) ที่คุณอ่าน