สิ่งที่เรียกว่าเวทมนตร์ นั้นมีอยู่จริง และเวทมนตร์นั้นก็อยู่เื้ัความสำเร็จของมวลมนุษยชาติมานับไม่ถ้วนโดยที่มนุษย์ไม่เคยรู้ตัวเลย มนุษย์ใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย และเชิดชูสิ่งที่เรียกว่าวิทยาศาสตร์ ความเชื่อเื่เวทมนตร์ กลายเป็ตำนาน นิทาน และสุดท้ายก็กลายเป็เื่เพ้อเจ้อ
แต่ไม่เป็ไรหรอก เพราะนั่นคือสิ่งที่สมาคมจอมเวทอาร์คาเดีย ้าให้มนุษย์คิดแบบนั้น เนื่องจากวิทยาการเวทมนตร์อันตรายเกินไป ประเทศจะล่มสลายและเข้าสู่าไม่รู้จากจบจากสิ้น หากว่าเวทมนตร์ถูกเผยแพร่ออกไปสู่สาธารณะ พวกเราต้องอยู่ภายใต้เงาของวิทยาศาสตร์ เป็สิ่งที่ตรงข้ามกับความเป็จริง อยู่ในมุมมืดที่น้อยคนนักจะได้รับรู้ตัวตนของพวกเรา…
และนั่น คือสิ่งที่พวกเราเคยคิด แต่ทว่าทุกอย่างมันก็เปลี่ยนไป มนุษยชาติกำลัง้ากำลังของเวทมนตร์ และองค์กรณ์เวทมนตร์อาร์คาเดียก็ไม่อาจอยู่เฉยได้ เมื่อมวลมนุษยชาติกำลังเผชิญกับสิ่งมีชีวิตที่มาจากนอกโลก พวกมันถูกเรียกว่า วอร์ลอร์ด สิ่งมีชีวิตที่พลังของวิทยาศาสตร์ในยุคนั้นไม่อาจต่อกรกับมัน
……………………………………………...
“แจ้งให้ทราบ นี่คือภารกิจครั้งสำคัญของพวกท่าน จอมเวทเจ็ดดารา ขอให้ทุกท่านพร้อมปฏิบัติการสุดท้ายในครั้งนี้ ในภารกิจ Last Operation โลกของเราจะอยู่รอด หรือถึงจุดจบ ทุกอย่างอยู่ที่การตัดสินครั้งนี้”
เสียงหวอสัญญาณเตือนภัยดังสนั่น หลังมีประกาศออกไป ยานอวกาศลอยฟ้าทรงจรวดลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า พื้นดินเบื้องล่างมีผู้คนหลายพันคนกำลังอพยพเร่งด่วน บางคนเดินเท้าหนีอย่างสุดชีวิต บางคนทิ้งรถยนต์ของตัวเองไว้กลางถนน ก่อนจะอุ้มลูกหนีตามคนอื่นไป
ด้านนอกตัวเมืองหลวงนี้เกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ ตึกรามบ้านช่องล้มหักลงมาจนไม่เหลือเค้าเดิม ไฟลุกท่วมราวกับว่านี้คือนรก หาใช้มหานครอาร์คาเดีย ป้อมปราการเวทมนตร์สุดท้ายของมนุษยชาติ และเป็ที่มั่นสุดท้าย ที่มนุษย์ใช้ต่อกรกับ “ภัยพิบัติจากนอกโลก”
และท่ามกลางซากปรักหักพังและเปลวเพลิง มียานอวกาศทรงกลมเรืองแสงสีแดงนับสิบลำลอยอยู่โดยไม่สะทกสะท้าน แต่ทว่าชั่วพริบตามันก็ถูกการโจมตีจากเครื่องบินรบอันทันสมัย ยิงจรวดมิสไซล์ที่มีอักขระวงเวทใส่จนะเิ และยานอวกาศทรงกลมก็ยิงลำแสงโต้กลับเช่นกัน เป็การรบบนท้องฟ้าที่กระเทือนถึงเบื้องล่าง เพราะซากยานฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง พร้อมจะตกลงมาได้ตลอดเวลา
“อาร์กัส นายพร้อมสำหรับภารกิจสุดท้าย ลาส โอเปอเรชั่นใช่มั้ย ฉันขอยืนยัน” ชายหนุ่มชุดทหารลายพรางสีเขียวเอ่ยถามจอมเวทหนุ่มอายุไม่เกินยี่สิบห้าปี ชายหนุ่มจอมเวทชำเรืองมองทหารช้าๆ ก่อนจะพยักหน้า
“ฉัน อาร์กัส เวอร์มิเลี่ยน หนึ่งในจอมเวทเจ็ดดาราคนปัจจุบัน และยังเป็คนที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาเจ็ดคน หากฉันไม่พร้อม แล้วใครจะพร้อม” จอมเวทหนุ่มกล่าวออกมาด้วยความมั่นใจ ดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลของเขาเปล่งประกายด้วยความมุ่งมั่น
“แต่นายอาจจะตาย และจะไม่ได้พบหน้าทุกๆคนที่นายรักอีกนะ” ทหารเอ่ยถามราวกับจะห้าม “นายเป็ทรัพยากรที่มีค่าเกินกว่าที่จะมาเสี่ยง นายไม่จำเป็ต้องลอบเข้าไปในยานแม่ของมันก็ได้นี่ เราน่าจะมีทางอื่นที่จะชนะานี้”
“ยังเหลือจอมเวทเจ็ดดาราอีกตั้งหกคน พวกเขาจะคุ้มครองโลกต่อจากฉัน หากฉันพลาดท่าตายไป” อาร์กัสตอบกลับอย่างไม่เสียดายชีวิต “มันจะมีค่าอะไร ถ้าชีวิตของฉันหลังจากนี้ อยู่โดยที่โลกของเราต้องตกเป็อาณานิคมของพวกวอร์ลอร์ด”
อาร์กัสเงยหน้ามองท้องฟ้า เพดานของยานอวกาศทรงจรวดที่เขาขึ้นมาในตอนนี้เปิดกว้างให้เห็นท้องฟ้าเบื้องบน เหนือท้องฟ้าอันกว้างใหญ่มียานอวกาศทรงกลมที่ใหญ่จนสามารถบดบังดวงอาทิตย์ได้ ในไม่ช้ามันจะจอดลงสู่โลก และโลกก็จะถึงจุดจบ หากปล่อยให้มันลงมาได้สำเร็จ
“รอก่อนเถอะ ไอ้พวกวอร์ลอร์ด ถึงเทคโนโลยีทางวิทยาศาสตร์ และนิวเคลียร์จะทำอะไรพวกแกไม่ได้ แต่องค์กรณ์จอมเวทอาร์คาเดียนี่ล่ะ ที่จะไล่แกให้พ้นจากโลกเอง”
ยานอวกาศของอาร์กัสบินขึ้นทันที เมื่อเขาให้สัญญาณ ทหารลายพลางทำวัณทยาหัตถ์ให้กับอาร์กัสทั้งน้ำตา ก่อนจะควบคุมยานขึ้นด้วยความเร็วสูง เป้าหมายคือพุ่งชนยานอวกาศั์เบื้องบน เพื่อทำลายเกราะบาเรียทางกายภาพของมัน หลังจากนั้นอาร์กัสก็จะบุกเข้าแกนกลางของยานอวกาศ และทำลายมันจากภายในด้วย “มหาเวทสะบั้นมิติ” เวทที่แข็งแกร่งที่สุดในธาตุมืด และเป็เวทประจำตัวของจอมเวทเจ็ดดาราแห่งธาตุมืด ซึ่งก็คือตัวเขาเอง
ร่มชูชีพของทหารถูกปล่อยลงมาและถึงพื้นอย่างปลอดภัย ในขณะที่ยานอวกาศของเผ่าพันธ์มนุษย์ทรงจรวด พุ่งเข้าชนกับยานอวกาศั์จนะเิ เกราะบาเรียของมันเปิดออกในอึดใจ ก่อนที่ร่างของอาร์กัสจะบินเข้าไปทันเวลาพอดิบพอดี
จอมเวทหนุ่มอาร์กัสร่ายวงเวทสีดำ เพื่อยิงเวทหลุมดำขนาดย่อมดูดกลืนทำลายท้องยานจนเปิดกว้าง เขาเข้าไปข้างในได้อย่างสบายๆ ก่อนจะร่ายเวทเกราะหลุมดำล้อมรอบตัวเขาทั่วทิศ
ทันทีที่อาร์กัสเข้าไปในตัวยาน ทหารในชุดเกราะสีเงินทันสมัย ถือปืนเลเซอร์ก็กระหน่ำยิงอาร์กัสไม่ยั้ง แต่ทว่าะุลำแสงเงินของพวกมันถูกเวทหลุมดำดูดกลืนหายไปหมด
“คิดจะเอาของพวกนั้นมาเจอกับฉันหรือ ดูถูกมากไปแล้วนะ พวกวอร์ลอร์ด” อาร์กัสกล่าวยิ้มเยาะก่อนจะสะบัดมือออกข้างลำตัว ะุแสงที่ถูกดูดก่อนหน้านี้สะท้อนกลับออกไปในรูปแบบคลื่นพลังสีดำ กระแทกกับมนุษย์ต่างดาวในชุดเกราะจนร่างแหลกสลาย
อาร์กัสรวบรวมสมาธิ ก่อนจะส่งกระแสเวทในรูปแบบของมานากระจายปล่อยออกไปทั่วทั้งยาน ทำให้เขารับทราบโครงสร้างทั้งหมดของยานอวกาศ รวมทั้งจำนวนคนบนยาน แต่ทว่ามีบางจุดที่เขาไม่สามารถสำรวจได้ มันอยู่ตรงกลางยาน เป็ห้องปิดตายสีดำสี่เหลี่ยม
“แกนกลางของศิลานักปราชญ์” อาร์กัสกล่าวออกมาด้วยความประหลาดใจ “ถึงมาจากคนละดวงดาว แต่สุดท้ายพลังหลักของยานลำนี้ ก็ไม่ต่างอะไรจากโลกของเราเลยสินะ”
มีกรงลำแสงสีฟ้าปิดกั้นหวังจะกักตัวของอาร์กัสเอาไว้ มันเป็กรงลำแสงที่ตัดขาดการไหลเวียนของกระแสมานา ซึ่งเป็พลังงานหลักของจอมเวทโดยเฉพาะ แต่ทว่ามันใช้ไม่ได้ผลกับเขา
วงเวทสีดำเปิดข้างกรงลำแสง ก่อนที่อาร์กัสจะเดินผ่านไปได้อย่างสบายๆ อาร์กัสเคลื่อนที่ออกไปด้วยเวทผ่านมิติ หนึ่งในวิชาย่อยของมหาเวทสะบั้นมิติ ผ่านเข้าไปในตัวยานอย่างสบายๆ
ปืนลำแสงต่อต้านบุคคลโผล่ออกมาจากทั่วสารทิศในตัวยาน ระดมยิงเขาไม่ยั้ง เมื่อเขาเข้าใกล้แกนกลางของยาน แต่มันก็ถูกพลังมืดของอาร์กัสดูดกลืน และส่งพลังกลับในรูปของลำแสงสีดำตลอด อาร์กัสในเวลานี้เหมือนราชสีห์บุกรังลูกแมวก็ไม่ปาน
จนกระทั่งเขาฝ่ามาถึงแกนกลางของยานได้สำเร็จ หน้าทางเข้าไปสู่แกนกลาง มีร่างของมนุษย์ต่างดาวในชุดเกราะสีเงินแวววาวขวางอยู่ ร่างนั้นถือดาบลำแสงสีฟ้ายาวทันสมัย มันจ้องมาที่อาร์กัส จากรูปการมันหน้าจะเป็คนที่มีอำนาจสูงสุดในยานลำนี้ เพราะบนหมวกเกราะเหล็กของมัน มีมงกุฏประดับอยู่
“ไม่นึกเลยว่าสิ่งมีชีวิตบนดาวดวงนี้ จะมีพลังเวทในระดับเดียวกับข้า” เสียงของผู้ชายในชุดเกราะเอ่ยออกมา มันเป็ภาษาที่อาร์กัสสามารถฟังและเข้าใจได้
อาร์กัสไม่ตอบอะไร เขาเร่งมือโจมตีทันที วงเวทสีดำปรากฏเบื้องหน้าของเขา ก่อนจะปล่อยหลุมดำขนาดเล็กออกไป ตามปกติสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าหลุมดำนี้ จะถูกดูดและปั่นจนแหลกสลาย หากไม่ใช่พลังของเวทมนตร์ระดับสูง หรือพลังของมหาเวท ก็ยากจะต้านทานหลุมดำอันนี้
แต่ทว่าดาบลำแสงของมนุษย์ต่างดาวในชุดเกราะกลับฟันมันขาดแยกจากกันได้อย่างสบายๆ ซ้ำผลจากการโจมตียังผ่านเข้ามาสู่ร่างของอาร์กัสโดยตรง แขนขวาของเขาแยกออกจากลำตัว ก่อนที่เืจะไหลทะลักออกมา
อาร์กัสใสุดขีด ทั้งที่เขาอยู่ในบาเรียเวทอย่างดี แต่กลับาเ็หนักได้ แต่ทว่าในไม่ช้าเขาก็เข้าใจความสามารถของอีกฝ่ายทันที
“เวทสายธาตุแสงสินะ แถมเป็รูปแบบที่เล่นเกี่ยวกับทิศทางและการหักเห และกระบวนท่าของแกเมื่อกี้ ก็คือการย้อนรอย” อาร์กัสกล่าวก่อนจะรวมพลังเวทฟื้นฟูแขนที่แยากขาดจากกัน ต่อใหม่จนเหมือนเดิม
“ใช่แล้ว มันคือเวทมนตร์ธาตุแสง และตัวข้า จักรพรรดิออร์กอร์ซาซอรี่ แห่งดาวเมอกิด ก็พลังนี้ เ้าควรยินดีที่ได้ตายด้วยพลังเวทมนตร์ของข้า”
อาร์กัสจำเป็ต้องพูดถ่วงเวลาเอาไว้ เพราะแขนที่เขาฟื้นฟู จะยังใช้ไม่ได้ในทันที ตอนนี้เขาตกเป็ฝ่ายเสียเปรียบ เพราะอีกฝ่ายมีเวทย้อนรอย ซึ่งโจมตีมาหาเขาได้โดยตรง หากว่าัักับพลังเวทของเขา
“รับไปซะ เ้ามนุษย์โง่” จักรพรรดิต่างดาวกล่าวก่อนจะพุ่งเข้าหาอาร์กัส มันส่งพลังมานาไปทั่วบริเวณ เมื่อมันเห็นกระแสเวทมานาในอากาศที่หลั่งไหลเข้าตัวอาร์กัส มันก็โจมตีเข้าที่กระแสมานาอันนั้น เพื่อส่งผ่านพลังโจมตีของมัน เข้าร่างอาร์กัสซึ่งกำลังดูดซับมานาโดยตรง
อาร์กัสเปิดประตูเวทแล้วเข้าไปในนั้นเพื่อหลบ แต่ทว่ามันไม่ได้ผล รอบนี้เกิดแผลเหวอะหวะที่ท้องของเขา ดูเหมือนว่าหากร่างกายของเขายังเชื่อมต่อกับกระแสมานาในอากาศ ก็จะเข้าทางอีกฝ่าย
อาร์กัสแสร้งดูดมานาเข้าร่างมากขึ้น เขาดูดมานาในอากาศมาใช้รักษาตัวเอง อีกฝ่ายฟาดพลังเข้าใส่กระแสมานาที่อาร์กัสดูดเต็มๆทันที เพื่อหวังจะเผด็จศึก
แต่ทว่าอาร์กัสตัดการดูดกลืนของกระแสมานาทันที เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายโจมตีเขาได้ ทำเอาอีกฝ่ายประหลาดใจ และแค่ชั่วพริบตา อาร์กัสก็อาศัยพลังในร่างตัวเอง ใช้เวทก้าวพริบตาพุ่งเข้าประชิดกับอีกฝ่าย
“ฉันยอมรับว่าแกเก่ง” อาร์กัสกล่าวก่อนจะยัดลูกบอลหลุมดำใส่ท้องจักรพรรดิของต่างดาว เกราะของมันแตกสลาย ่ท้องของมันโดนดูดกลืนหายไปทันที จนเหลือแต่ความว่างเปล่า เืสีแดงสดออกจากร่างของมัน ก่อนที่มันจะล้มลง
“แต่การโจมตีผ่านกระแสมานาของอีกฝ่ายน่ะ ที่โลกของฉันมีคนทำแบบแกได้อยู่คนหนึ่งล่ะนะ แถมทำได้ดีกว่าแกเสียอีก...จอมเวทเจ็ดดาราผู้ใช้ธาตุแสง คู่ปรับคนสำคัญของฉันยังไงล่ะ”
อาร์กัสกล่าวให้กับร่างไร้ิญญาของอดีตจักรพรรดิต่างดาว ก่อนจะเดินไปยังหน้าประตูแกนกลางเครื่องยนต์ เขาสูดหายใจเต็มปอด ก่อนจะเริ่มร่ายมหาเวท เพื่อทำลายศิลานักปราชญ์บนยานลำนี้
“ตัวข้าอาร์กัส เวอร์มิเลี่ยน จอมเวทผู้สืบทอดเจตนารมณ์แห่งมนตรา ขอบัญชามหาเวทแห่งธาตุมืด จงสะบั้นทำลายซึ่งทุกสิ่งที่ข้าเห็นว่าเป็ศัตรู มหาเวทสะบั้นมิติ กระบวนท่าไม้ตาย ลำแสงสุญตา!!”
วงเวทสีดำซ้อนกันสิบสองชั้นตรงด้านหน้าของอาร์กัส ก่อนที่คลื่นลำแสงสีดำที่เต็มไปด้วยการดูดกลืนและลบล้างจะถูกยิงออกไปใส่ห้องแกนกลางของยาน อาร์กัสรู้สึกได้ถึงแกนกลางข้างในที่สั่นะเื เขารู้สึกได้ว่ามันกำลังแตกร้าวเพราะโดนมหาเวทของเขาทำลายล้าง หลอดไฟในยานกำลังกระพริบถี่ๆ ก่อนที่ยานอวกาศจะเสียหลักร่วงลงอย่างรวดเร็ว จนแม้แต่อาร์กัสก็รู้สึกได้ว่ายานกำลังจะร่วง
“ฉันไม่ปล่อยให้ร่วงหรอกน่า” อาร์กัสกล่าว “พลังของมหาเวทน่ะ จะลบล้างยานลำนี้ให้หายไปจนหมดสิ้น ไม่เหลือแม้แต่ฝุ่น”
แต่แล้วการร่ายเวทของเขาก็ต้องชะงักลง ดาบลำแสงของจักรพรรดิต่างดาว เสียบทะลุหัวใจของเขา อาร์กัสเร่งพลังเต็มที่เพื่อให้แกนกลางของยานถูกทำลายโดยสมบูรณ์ เขาไม่ห่วงชีวิตตัวเอง เขาห่วงว่าเศษซากยานั์ลำนี้ จะตกลงแก่โลก และทำให้โลกถึงจุดจบ
“แกน่าจะตายไปแล้วนี่” อาร์กัสกล่าวทั้งที่สำลักเื “แกฟื้นขึ้นมาได้ยังไง”
“พลังของเผ่าพันธ์ข้ายังไงล่ะ” จักรพรรดิต่างดาวกล่าว “พวกเรามีสองชีวิต ชีวิตแรกเป็ชีวิตปกติ แต่เมื่อใกล้ตาย ชีวิตที่สองของเราจะทำงาน”
“ชีวิตที่สอง” อาร์กัสกล่าวสงสัย จักรพรรดิต่างดาวยิ้มเยาะทันที
“ในโลกนี้พวกแกก็คงจะมีเหมือนกันสินะ พวกที่ไม่ยอมตาย ทั้งที่ตายไปแล้ว...พวกอันเดด”
“แล้วมันเกี่ยวกันยังไง...อย่าบอกนะว่าพลังที่แท้จริงของแกคืออันเดด”
“ใช่แล้วล่ะ พวกเราคือเผ่าพันธ์สองชีวิต เผ่าพันธ์ที่ไม่รู้จักตาย” จักรพรรดิต่างดาวกล่าวก่อนจะชักดาบออก และเสียบร่างของอาร์กัสซ้ำหลายแผล เพื่อรบกวนการร่ายเวทของเขา “หากกองทัพของข้าต้องล้มเหลว ข้าก็จะขอทำให้โลกใบนี้พินาศสิ้นไปกับข้าด้วย...ฝันร้ายของชาวโลกอย่างพวกแก มันจะเริ่มต้นขึ้น หลังจากยานลำนี้ตก มนุษย์ทุกคนบนโลกนี้จะถูกเปลี่ยนเป็อันเดด ฮ่าๆๆๆๆ”
“เงียบไปซะ” อาร์กัสกล่าวก่อนจะสร้างดาบสสารมืดตัดผ่าร่างของจักรพรรดิต่างดาวขาดเป็สองส่วน เขากระอักเืคำโต จนมหาเวทสะบั้นมิติ กระบวนท่าลำแสงสุญตาของเขาโดนยกเลิกการร่าย
“เหลือทางนี้ทางเดียวสินะ...ข้าคงต้องสละชีพ เพื่อหยุดภัยพิบัติ” อาร์กัสกล่าวก่อนจะกินยาเพิ่มพลังเวทสีทองเข้าร่าง เขาฉีกเสื้อคลุมออกจนเห็นอกแกร่งซึ่งสลักวงเวทสีดำเอาไว้ เขารวมสมาธิจนวงเวทนั้นเรืองแสงสีดำ
“มหาเวทสะบั้นมิติ กระบวนท่าสุดท้าย กลับสู่โมกษะ”
ร่างของอาร์กัสถูกเวทหลุมดำฉีกกระชากจนหายไป และถูกทดแทนด้วยหลุมดำขนาดใหญ่ มันดูดกลืนซากของยานเข้าไปในนั้น และชะลอการตกของยานลำนี้ลงได้
เมื่อมองจากท้องฟ้าเบื้องบน ทุกคนจะเห็นหลุมดำลอยล่องบนท้องฟ้า กำลังดูดยานอวกาศขนาดใหญ่เข้าไปในตัวมัน ยานอวกาศมากกว่าครึ่งถูกดูดจนหายไป มนุษยชาติทุกคนที่กำลังดูเหตุการณ์รู้สึกโล่งใจ ที่ยานลำนั้นจะไม่ตกลงมา
แต่แล้วความหวังของมนุษย์ก็จบลง เมื่อยานต่างดาวลำหนึ่ง ซึ่งเปิดบาเรียป้องกันเอาไว้ จงใจชนยานอวกาศั์ให้แตกแยกออกมาจากส่วนที่กำลังโดนหลุมดำดูด เศษซากยานอวกาศั์บางส่วนแตกกระจาย ก่อนจะร่วงลงสู่พื้นโลก จอมเวทเจ็ดดาราอีกหกคนทีเหลือระดมยิงเวทช่วยทำลายซากยานที่กำลังตกลงมา แต่ทว่าพวกเขาทั้งหกคน ก็ไม่สามารถทำลายซากยานนับสิบๆชิ้น ที่มีขนาดใหญ่พอๆกับจังหวัด หรือประเทศบางประเทศได้
แผ่นดินไหว สึนามิ ความอดอยากและการขาดแคลนทรัพยากรทางธรรมชาติหลั่งไหลเข้ามาหามนุษย์ หลังจากเศษซากยานอวกาศขนาดั์ได้ตกลงมาสู่พื้นโลก ในตอนนั้นเอง ที่มนุษย์ทุกคน พร้อมใจกันเรียกวันนี้ว่า “ยุคสิ้นสุดอารยธรรมมนุษย์”
ประชากรมนุษย์หายไปกว่าสามในสี่ มนุษย์ที่เหลืออยู่ไม่สามารถสร้างอารยธรรมที่ยิ่งใหญ่เหมือนแต่ก่อนได้ ยุคแห่งเวทมนตร์ได้เข้ามาแทนที่โดยสมบูรณ์ เป็จุดเริ่มต้นของยุคจอมเวท ที่มาแทนที่วิทยาศาสตร์อย่างถาวร
และอาร์กัส เวอร์มิเลี่ยน ก็ได้ลืมตาตื่นขึ้น ในยุคสามร้อยปีหลังจากนี้...ความทรงจำของเขาทั้งหมดถูกรื้อฟื้นกลับมา บนร่างของเด็กชายคนหนึ่ง ที่พึ่งถูกจอมเวทสายรักษาตัดสินว่าเขาเสียชีวิตไปแล้ว เขาตื่นขึ้นมาท่ามกลางความตกตะลึงกับทุกคนที่เฝ้าศพของเขา
“ที่นี่ ที่ไหน และข้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร...”