" เขี้ยวเถื่อน! "
เงามายากรงเล็บหมาป่าสีเงินแสบตาปรากฏขึ้นบนผืนฟ้ามืด เเรงกดดันที่ส่งผ่านราวกับสามารถผนึกอากาศปิดกั้นมิติสยบทุกการเคลื่อนไหว กรงเล็บคมกริบหอบพาอำนาจตัดเฉือนมหาศาลเข้าฟาดฟันปีศาจกระดูกขาวตัวเท่ากล่องไม้ขีดเสียงดังสนั่น
ตูม!!!
" เจ็บนะโว้ย! เจ้าขี้เรื้อน "
ปีศาจกระดูกขาว ' บอมจัน ' ลอยละลิ่วกระเเทกปราการพฤกษาด้านหลังสุดเเรงจนกระเพื่อมไหวสั่น ม่านมรกตโปร่งเเสงอ่อนหยุ่นสีหม่นลงเล็กน้อยเเต่ใช้เวลาไม่นานก่อนจะกลับมาเป็นปกติ
ฟิ้ววววว
เมื่อตั้งหลักได้เจ้าปีศาจมากรักทะยานกลับเข้าสู่สมรภูมิศึกอีกครั้งด้วยความเกรี้ยวกราด กำปั้นกระดูกอันเล็กเท่าปลายก้อยถูกหมุนควงราวจักรผัน ก่อนเหวี่ยงสะบัดตรงเข้าปลายคาง ครั้งนี้เป็นทีของเจ้าอสูรร้ายบ้างที่ลอยโค้งกลับหลังหล่นทับรถสปอร์ตเปิดประทุนสุดหรูที่จอดไว้หน้าบ้านจนพังยับเยิน
" หืม! "
" เอานี่ไปกิน! "
สมัมที่นอนพังพาบเจ็บปวดมีสีหน้าชาวาบ ในดวงตาเบิกโพลงสะท้อนประกายเส้นเเสงสีขาวสว่างปะทุขึ้นไปบนฟากฟ้าดั่งพลุไฟ ก่อนที่ประกายเเสงนั้นจะทิ้งดิ่งลงมาด้วยความเร็วสูงสุด
ตูม!!!
ถึงเเม้การโจมตีของบอมจันจะยังมาไม่ถึงตัว เเต่รัศมีพลังที่เข้มข้นกร้าวเเกร่งกลับสามารถผนึกอากาศให้เป็นดั่งเหล็กเเหลมเข้าทิ่มเเทงชั้นผิวหนังหนาของสมัมจนเลือดไหลอาบ มันพยายามเกร็งพลังทั้งหมดฝืนกระโดดหลบไปได้อย่างฉิวเฉียด รถสปอร์ตที่รับเคราะห์เเทนถึงกับขาดกลางสองท่อนเมื่อโดนลูกถีบดอกนั้น
" หนอย... สนับเขี้ยวพิฆาต! "
" เเส้เกร็ดกระดูกมาร! "
ตูม!!!
ต่างฝ่ายต่างกระเด็นแยกออกไปยืนคุมเชิงกันคนละฝั่ง ยกนี้ไม่มีใครได้เปรียบหรือเสียเปรียบ บอมจันน้อยร่างกระดูกขาวเเวววาวเเทบไร้รอยขีดข่วนยืนจังก้าหน้าปราการบ้านต้องสาปท้าทายให้อีกฝ่ายกระโจนพุ่งเข้าหา ส่วนสมัมหมาป่าเดียวดายยืนอ้างว้างท่ามกลางสายลมพัดพริ้ว ประกายไฟสลัวจากกรงเล็บแหลมโค้งที่เสียดสีกันโลมเลียใบหน้าดุร้ายป่าเถื่อน รอยบาดเเผลกรีดอากาศที่มีเลือดไหลเป็นทางยาวเริ่มสมานกันอย่างรวดเร็ว
ในค่ำคืนที่เหนือเเผ่นฟ้าถูกเเขวนด้วยจันทราเต็มใบ ประหนึ่งตัวมันคือผู้เดียวที่กายเป็นอมตะภายใต้เเสงสีนวลที่ทอทาบ
" อะวู้ววววว "
" เจ้าหมาน้อยเส้นทางสายนี้ไร้ทางไปเมื่ออยู่ต่อหน้าข้า ' ปราการกระดูกยักษ์ ' กัก กัก กัก กัก "
ร่างกระดูกขาวขยายใหญ่ยืดสูงขึ้นไปแทบจรดดวงดาว ภายในเบ้าตาขนาดมหึมาปรากฏลูกไฟเขียวเข้มลี้ลับชั่วร้ายข้างละสองดวงโคจรหมุนวน โครงกระดูกยักษ์ยืนทรนงเหมือนไร้ความเกรงกลัวต่อสิ่งใด มันขวางกั้นเป็นปราการด่านหน้าสุดบดบังค่ายกลพฤกษาสวรรค์ที่คว่ำครอบบ้านไม้ต้องสาป
ด้านข้างมีเจ้าตะเคียนใหญ่นอนล้มหักโค่นเหลือเเต่ตอไม้สั้นที่ยึดติดกับผืนดิน กิ่งก้านพุ่มใบเเตกหักกระจัดกระจาย ทั้งหมดถูกปกคลุมอยู่ภายใต้ชั้นน้ำเเข็งหนาหนาวเหน็บ เเต่รอบบริเวณกลับไร้เงาของเจ้านกเน่าผู้บ่าวใจน้อยเเละขุนศึกจิตสิงห์ผู้เงียบขรึมภักดี
สมัมในร่างอสูรหมาป่าที่ก่อนหน้าเอาเเต่เเยกเขี้ยวยาวขู่เข็ญคำราม จนเมื่อก้างกระดูกชิ้นโตเท่าฟ้าได้ปรากฏขึ้นในครรลองสายตา ตัวมันถึงกับหักห้ามใจไม่ไหวแปรเปลี่ยนกลับมายืนสี่ขาอีกครั้งเเถมยังกระโดดโลดเต้นไปมาราวกับลูกกวางน้อยหัดเดิน
ใบหน้าที่เคยโหดเหี้ยมดุร้ายกลับถูกระบายด้วยรอยยิ้มฉีกกว้างเกือบถึงใบหูตั้งตรง น้ำลายสีขุ่นเหนียวหนืดไหลยืดย้อยพาให้จิตใจของบอมจันรู้สึกวูบโหวง
" เขี้ยวพิฆาตตัดฟ้า "
สมัมระเบิดความเร็วสูงสุดพุ่งเข้าหาปราการกระดูกยักษ์ เเต่ก่อนที่จะกระโจนถึงมันเเปรเปลี่ยนรูปเเบบการโจมตีเป็นก้อนกลมราวกับลูกข่างหมุนคว้างกลางอากาศ ลูกข่างอสูรติดอาวุธกรงเล็บเเหลมคมดั่งดาวกระจายห้าเเฉกพุ่งทะยานเข้าหาอย่างไร้ความหวั่นเกรง
" มาได้ดี "
ปีศาจเฒ่ากระชากท่อนเเขนกระดูกขาวข้างหนึ่งออกมาอย่างไร้ร่องรอยของความเจ็บปวด มันสะบัดท่อนเเขนข้างนั้นเต็มเเรงจนเจ้าหมาน้อยลอยละลิ่วบินไปตกกลางท้องไร่ ด้วยขนาดร่างกายที่ใหญ่โตมันไถลกวาดต้นข้าวโพดลมพับลงมาเป็นทางยาวจนฝุ่นดินตลบ
ตูม!!!
" ....... "
" กัก กัก กัก กัก ถึงกับเงียบไปเลย หมดฤทธิ์เเล้วซินะเจ้าหมะ... หมา เอาเเขนข้าคืนมานะ เจ้าโง่กินไม้ได้! "
เมื่อได้เห็นกระบองกระดูกขาวที่อยู่ในมือกระดูก ' อัลนา ' ส่วนปลายเเขนขาดหายไปหนึ่งชิ้น บอมจันสีหน้าเปลื่ยนไปทันทีพลางเอ่ยอย่างเคียดเเค้นโกรธเกรี้ยว ก่อนจะรัวฟาดฝ่ามือไปอีกหลายครั้งอย่างร้อนใจ
" ว๊าก ๆ ไอ้เเก่โง่! แกนั่นเเหละที่ดันยื่นกระดูกให้ข้าเองกับมือ กระดูกเเขนของ ' ผู้แปรพักตร์ ' รสชาติมันช่างหอมหวานดึงดูดใจอย่างนี้นี่เอง งั่ม ๆ เเพลบ ๆ "
เจ้าอสูรหมาป่าได้ทีสำทับเย้ยหยันพลางตะโกนตอบกลับด้วยเสียงสุดสูงยียวน ในน้ำเสียงเจือความเหยียดหยามดูเเคลนที่เจ้ากระโหลกหนาต้องการให้มันส่งคืนกระดูกชิ้นโตกลับไปให้อย่างง่ายดาย
" ให้อภัยไม่ได้ ดูซิว่าจะหนีไปไหนพ้น! "
ดวงไฟสีเขียวลึกลับในเบ้าตาทะลักหมอกควันสีเดียวกันปกคลุมทั่วแผ่นฟ้า ก่อนจะควบเเน่นเป็นเส้นใยตาข่ายมรกตสุกใสราวกับใยเเมงมุมแปดทิศเตรียมปิดฟ้ากั้นทุกหนทางหลบหนี
เเต่ทันใดนั้นเอง... ท่ามกลางผืนฟ้ามืดมิดปรากฏเสียงระเบิดสะเทือนเลื่อนลั่นที่สามารถทำลายล้างได้ทุกสรรพสิ่ง บอมจันที่เตรียมออกท่าไม้ตายยังต้องชะงักค้าง เเม้เเต่เจ้าสมัมยังสั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัว
เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ!
เปรี้ยง!!
ตูม!!! ตูม!!! ตูม!!! ตูม!!!
เบื้องบนสูงสุดหมื่นโยชน์มีเพียงประกายเเสงคมกริบสองสายจากสองฟากฝั่งเข้าปะทะกันอย่างบ้าคลั่ง ผลของเเรงระเบิดจากพายุพลังมหาศาลมิติความว่างเปล่ารอบด้านถึงกับบิดเบี้ยว เมื่อพายุทำลายล้างหยุดลงปรากฏเจ้านกเน่ากับขุนศึกจิตสิงห์ยืนประจันหน้ากันอยู่
" อภินิหารกายจิตลับเเล... ทัพอสูรออกศึก! "
เบื้องหลังยอดขุนพลมีร่างเเยกนับล้านปรากฏขึ้นกลางอากาศที่ว่างเปล่าทอดยาวสุดลูกหูลูกตา พวกมันทั้งหมดขะมักเขม้นเเบ่งกลุ่มกระจายตัวราวกับมีจิตวิญญาณเดียวกัน รีบเร่งตั้งเเถวแปรขบวนไพร่พลรบใหม่จัดทัพเป็นรูป ' ลิ่ม ' เตรียมพุ่งทะยานเข้าสู่สมรภูมิเดือดอีกครั้ง
ใบหน้าเหี้ยมโหดกระหายศึกสงครามหมุนวนเเทนที่สีหน้าสงบเรียบเฉย ในมือของจิตสิงห์มีพัดขนนกเก่าเเก่เล่มหนึ่ง วินาทีที่โบกสะบัดเเรงกดดันไร้รูปร่างแผ่กระจายปกคลุมทุกเหล่าทัพให้เตรียมเคลื่อนพลประจัญบาน!
" คิดถึงคืนวันเก่า ๆ ไหมเพื่อนยาก อิทธิฤทธิ์วังวนนพเก้า ' อัญเชิญวิญญาณเทพเเท้จริง ' เข้ามาเลยจิตสิงห์! "
ในขณะเดียวกันเจ้านกเน่าได้กลายร่างเป็นอมนุษย์ร่างดั้งเดิมของมัน ตัวเป็นคนหัวเป็นนกปกคลุมด้วยขนสีดำสนิท ด้านหลังสยายปีกยาวสีดำขลับขยับขึ้นลงช้า ๆ พยุงตัว ในมือถือคทาหัวกระโหลกสีเงินลึกลับเเวววาว เมื่อมันกระตุ้นคทาด้วยการชูขึ้นฟ้า ผลึกทับทิมสีเลือดในเบ้าตาหัวกระโหลกเปล่งเเสงสีเเดงสว่างวาบ ก้อนเมฆขมุกขมัวที่อยู่ด้านหลังหมุนม้วนเป็นวังวนก้นหอยขนาดมหึมา ทันใดนั้นชั้นเมฆหมอกในดวงตาวังวนก้นหอยพลันเคลื่อนคล้อยกระจายตัวราวกับมีบางสิ่งเตรียมทะยานออกมาจากพายุน้ำวนนั้น!
" หยุดมือ!!!!! "
สิ้นเสียงสั่งการราวกับอัสนีบาตจากสรวงสวรรค์ ปราการค่ายกลพฤกษามรกตที่ล้อมรอบบ้านต้องสาปเริ่มบิดเบี้ยว ก่อนทั้งหมดจะจางหายไปในเวลาไม่กี่อึดใจ...