บทที่ 43
“นายท่าน…!”
ฟิลลิปเบิกตาขึ้น เมฟเงยหน้ามองอีอัน
“ไม่นึกว่าท่านจะเชี่ยวชาญทางการแพทย์ด้วย...ขอบคุณมาก…อีอัน”
“ไม่ได้รู้เยอะ แค่ทำตามที่เคยเห็นจากที่อื่นมาก่อน”
เมฟหัวเราะอย่างไร้เรี่ยวแรงราวกับคิดว่าเป็นเรื่องตลก
“แต่ถึงอย่างนั้น… ถ้าเจ้าพูดแบบนั้นก็ตามนั้นแหละ” เมฟกำด้ามดาบไว้ เธอลุกขึ้นยืนโซเซแล้วพูดต่อ “สวมเกราะแขนให้หน่อยฟิลิป ข้าจะออกไปสู้”
“ขอรับ…?!” ฟิลลิปก้มหัวลงทันที “โปรดพิจารณาใหม่ด้วยขอรับ นายท่าน!”
“…?”
“ร่างกายท่านยังไม่แข็งแรง อีกอย่าง แผลจะหายช้าขึ้นนะขอรับ”
“ใช้ดาบด้วยมือเดียวก็พอแล้ว ข้าไม่เป็นไร”
“แต่…”
อีอันหัวเราะเบา ๆ ไม่คิดเลยว่าจะได้ดูละครน้ำเน่าแบบนี้อีก
ขณะเดียวกันเมฟก็หันกลับไปมอง
“เจ้าคิดอะไรอยู่ อีอัน?”
“ก็…ก็มีเหตุผลอยู่นะ” อีอันบอกพร้อมกับเกาคาง
สีหน้าของฟิลลิปสดใสขึ้น “พูดถูกขอรับ”
“…เจ้าก็คิดเช่นนั้นเหมือนกันเหรอ” กลับกัน น้ำเสียงของเมฟดูผิดหวัง
“คืนนี้ไม่มีเรื่องให้ท่านต้องออกไปต่อสู้หรอก” อีอันยังพูดไม่ทันจบ เมฟขยับหมวกเหล็ก
“หมายความว่ายังไง? เจ้ากำลังจะบอกว่าจะไปจัดการ…”
“จบลงแล้วขอรับ”
“คนเดียวอีกแล้วสินะ…อะไรนะ…?”
เมฟตัวแข็งทื่อ
ฟิลลิปเหลือบตามองและพูดออกมา “ถ้าอย่างนั้นความโกลาหลเมื่อกี้คือการต่อสู้กับตัวการของการปนเปื้อนงั้นเหรอขอรับ? ไม่ใช่พวกสัตว์ประหลาดอย่างนั้นเหรอ?”
อีอันยักไหล่
ไม่นานหลังจากนั้นเมฟก็ทรงตัวไม่อยู่
“อีกแล้ว…เป็นอย่างนี้อีกแล้ว…”
เธอผลักมือของฟิลลิปที่กำลังช่วยประคองออก แล้วเลื่อนที่ปิดหน้าขึ้น ผมสีแดงไหลลงมา เมฟมองอีอันโดยที่ยังไม่ได้เช็ดรอยเลือดที่มุมปาก
“เล่าให้ฟังได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น?”
“ทำไมจะไม่ได้…”
แต่รำคาญที่ต้องพูดถึง
อีอันหันสายตาไปเจอคนที่เหมาะสม เพราะสบตากับผู้ชายที่มีสีหน้ากระวนกระวายอยากร่วมวงสนทนา
“…ถ้าฟังหมอนั่นเล่าเรื่องหลังจากต่อสู้ น่าจะสะดวกกว่านะ”
มิเกลวิ่งมาทันควัน “ท่านอยากฟังเรื่องไหนก่อนขอรับ?”
เมฟตอบด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
“ตั้งแต่ตอนที่ข้าล้มลง”
“คิดเหมือนกันเลย เชิญนั่งขอรับ ข้ามีเรื่องให้พูดเยอะเลย” มิเกลเล่าพร้อมกับขยับมือเท้าทำท่าทางประกอบ ในขณะที่สีหน้าของเมฟค่อย ๆ สงบลง มิเกลก็หยุดพูดและหันไปมองอีอัน “ในตอนท้ายข้าได้ยินเสียงเปลวไฟพุ่งสูงและเสียงกรีดร้อง แต่สิ่งนั้นคืออะไร มีแค่ท่านพี่คนเดียวเท่านั้นที่รู้”
กำลังไปได้สวยเลยเชียว
สายตาของอีอันคมกริบ มิเกลรีบหุบปาก ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้
ในขณะนั้น เมฟเสยผมขึ้น หันไปมองอีอัน
“เสียงกรีดร้องของตัวการที่ทำให้ป่าปนเปื้อนน่ะสิ จะเป็นสัตว์ประหลาดชนิดไหนได้ล่ะ”
“ต้นไม้โบราณน่ะ ท่าทางจะแค้นฝังลึกมาก”
“อาจเป็นเพราะความบ้าคลั่งได้แผ่ขยายเข้าไปในความแค้นของมัน…”
“อาจจะ?”
“แล้วเปลวไฟล่ะ?” ฟิลลิปเข้ามาแทรกกะทันหัน
อีอันตอบอย่างนิ่งเฉย “น่าจะได้ยินแล้วนะ ข้าเอาน้ำมันไปด้วย”
“ท่านเผาน้ำมันเหรอ? เปลวไฟไม่แรงเกินไปหรือขอรับ ใช่ไหม มิเกล?”
“ท่านอาจจะคิดว่า…” มิเกลลังเลที่จะตอบ ก่อนจะมองสายตาของอีอันแล้วพูดต่อ “...เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว ท่านพี่มีเคล็ดลับอยู่ เมื่อลองคิดย้อนดูดี ๆ แล้ว ก่อนหน้านี้ก็เคยแก้ปัญหาด้วยการเผาไฟ ตอนนั้นเยี่ยมไปเลย”
“อย่างนั้นหรือขอรับ…?”
“สงสัยไม่เข้าเรื่องเลย ฟิลลิป” เมฟพูดตัดบทฟิลลิปด้วยสีหน้าข้องใจที่อีกฝ่ายถามกลับ
เธอมองอีอันด้วยสายตารู้สึกผิด
“อีอันจัดการเรื่องสำคัญแบบนี้อีกแล้ว ทั้งยังเอาชนะสัตว์ประหลาดร้ายได้ด้วยตัวคนเดียวอีก”
“ก็…ในมุมมองของข้า ข้าไม่ได้ขาดทุนเลยซะทีเดียว” อีอันยักไหล่ หยิบของบางอย่างที่มีขนาดเท่าฝ่ามือออกมาจากตรงอก “เพราะได้ของมาด้วย”
มิเกลทำหน้าบูด “เมล็ด...งั้นหรือขอรับ?”
“ใช่”
“ไม่เคยเห็นเมล็ดใหญ่ขนาดนี้มาก่อน”
“แหงอยู่แล้ว” อีอันมองที่ฝ่ามือ “นี่คือเมล็ดพันธุ์ของต้นไม้โบราณ”
หน้าต่างข้อมูลเด้งขึ้นมาตรงหน้าเขา
ข้อมูลเหมือนกับตอนเล่นเกม
เมื่อกินจะได้รับแต้มสกิลเพิ่ม
อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้กินทันทีเพราะเมล็ดพันธุ์นี้มีภารกิจที่เกี่ยวข้องซ่อนอยู่ เหมือนตัวเลือกนี้จะเป็นเหยื่อล่อชนิดหนึ่ง
เมื่อก่อนเคยหลงกินเข้าไป แต่ครั้งนี้คิดไว้ว่าจะไม่ทำแบบนั้น
‘ไม่รู้ว่ารางวัลจากเควสต์คืออะไร แต่คงดีกว่าการกินเข้าไป’
ฟิลลิปพูดอย่างไม่เต็มใจ “ถ้าเป็นเมล็ดพันธุ์ของต้นไม้โบราณ...มันไม่ได้ปนเปื้อนหรือขอรับ?”
“ไม่เกี่ยวกัน แค่เมล็ดเอง ไม่มีอะไรเกิดขึ้นจนกว่าจะฝังลงดิน"
“ฮึ่ม…” ระหว่างที่ฟิลลิปกับเมฟแคลงใจอยู่นั้น
“ถ้างั้นตอนนี้เราก็ทำตามเป้าหมายในที่แห่งนี้หมดแล้วไม่ใช่หรือขอรับ?” มิเกลพูดแทรก สายตาของคนในกลุ่มเพ่งความสนใจไปที่เขา “เราเข้ามาในป่านี้เพื่อกำจัดต้นตอของการปนเปื้อนไม่ใช่เหรอ ตอนนี้ก็จัดการเรียบร้อยแล้ว แค่ต้องไปตามเส้นทางเดิมที่จะไป…ไม่ใช่เหรอ…”
มิเกลพูดจบก็ค่อย ๆ หดคอลง ท่าทางคล้ายตะพาบ คงเพราะลำบากใจ
จากนั้นฟิลลิปก็ปรบมือ
“เป็นการใช้สมองที่ยอดเยี่ยมไปเลย! ทีนี้ไม่มีเหตุผลที่จะอยู่ในป่าชั่วร้ายนี้แล้ว! ใช่ไหมขอรับ นายท่าน?....นายท่าน?” ฟิลลิปหันหัวไปเห็นใบหน้าของเมฟที่กำลังกะพริบตาด้วยสีหน้าไม่มั่นใจ “นายท่าน…?”
“เจ้าพูดไม่ผิดหรอก” เมฟว่า “แต่ถ้าเราตรวจสอบตัวการนั้น อาจได้รู้ว่าต้นตอของเรื่องนี้คืออะไร”
“…”
ฟิลลิปอ้าปากค้าง ส่วนมิเกลเอ่ยนามลูโซลาร์และเอาแต่กุมใบหน้าตัวเองไว้
มีแค่อีอันที่ไม่ตกใจอะไรเลย เขากลับมองเมฟด้วยสายตาราวกับเจอเหรียญทองตกอยู่บนถนน
เมฟหันไปมองเขา “แต่ดูเหมือนว่าครั้งนี้จะต้องขออนุญาต คิดว่าไง อีอัน?”
อีอันตอบในขณะที่ฟิลลิปและมิเกลส่งสายตาอ้อนวอน “แม้ว่าจะกำจัดตัวการไปแล้ว แต่ป่ายังไม่ได้รับการชำระล้าง แสดงว่าฝั่งนู้นยังมีสัตว์ประหลาดอยู่”
ความหวังปรากฏทั่วใบหน้าชายทั้งสอง
อีอันพูดต่อนิ่ง ๆ “ฉะนั้นวันนี้ต้องนอนที่นี่ พรุ่งนี้พอพระอาทิตย์ขึ้นค่อยไป จะได้ตรวจสอบได้สะดวกไม่ใช่เหรอ?”
“ไม่ขอรับ นายท่าน!” ฟิลลิปตะโกนด้วยสีหน้าเหมือนโดนตีท้ายทอยเข้าอย่างจัง
มิเกลหลับตาแน่น คราวนี้แทนที่จะเอ่ยพระนามลูโซลาร์ กลับได้แต่ถอนหายใจ
“เจ้าพูดถูก เข้าใจแล้ว เอาตามนั้นเลย” เมฟพยักหน้าอย่างพอใจ หันไปมองฟิลลิปทันที “จัดเตรียมที่พักซะ ฟิลลิป”
“…ขอรับ” ฟิลลิปตอบเสียงเบา ก้าวเท้าด้วยความอิดโรย
อีอันหันไปมองมิเกลที่กำลังเหม่อ “ส่วนเจ้าต้องยืนเฝ้ายาม”
ดวงตาของมิเกลเบิกโพลง “ข้าเหรอ? ทั้งคืนเลยเหรอ?!”
“ถ้าไม่อยาก เจ้าก็ไปสู้เองสิ”
“…ผลัดกันเฝ้าสองคน ฟิลลิป! เจ้าต้องเฝ้าต่อจากข้า!”
มิเกลรีบวิ่งออกไป
อีอันที่นั่งอยู่บนพื้นถอดกระบองเหล็กออกแล้วนอนลง
ค่อยโล่งหน่อย
ในขณะที่เขาถอนหายใจ
อยู่ดี ๆ เมฟที่นั่งอยู่ด้านข้างพูดขึ้น “…ถ้ากลับไปเฉย ๆ ก็ไม่เป็นไรนะ”
อีอันยิ้มพลางตอบ “ท่านคิดจะกลับมาอีกในภายหลังไม่ใช่เหรอ แทนที่จะทำแบบนั้น ไปด้วยกันน่าจะมีประสิทธิภาพมากกว่า”