ภาคที่1 ตอนที่4 เสียงคำราม!
ภายในป่าของวังเฟิงอี้ได้เข้ามายังที่ข้างลำธารเล็กๆเขามองดูรอบๆก่อนที่จักไปยังก้อนหินที่เป็รูปทรงแบน
ร่างของเฟิงอี้นั่งลงขัดสมาธิฝ่ามือของเขาทั้งสองพนมขึ้นไว้กลางอก
พลัง์ที่ค่อนข้างหนารอบข้างกระเพื่อมในอากาศก่อนที่จักถูกดูดซับอย่างไม่ช้าและไม่เร็ว
มันเป็การดูซับพลัง์อย่างค่อยเป็ค่อยไปเพื่อที่จักทำให้เกิดข้อผิดพลาดน้อยที่สุด
ผลของการกระทำนี้มันเป็สิ่งที่เฟิงอี้ได้ค้นพบในชีวิตก่อนมันทำให้พลัง์ที่ถูกดูดซับและแปรเปลี่ยนเป็ลมปราณนั้นบริสุทธิ์ยิ่งขึ้น
ในชีวิตนี้เฟิงอี้จักไม่พลาดดั่งเช่นชีวิตก่อนที่ถึงจุดตีบตันในเมื่อถึงระดับเทพ...
เฟิงอี้เคยเป็ผู้บ่มเพาะระดับเทพขั้นที่ 5 แต่ไม่สามารถทะลวงขั้นได้อีกเลยนับจากนั้น...
ที่เฟิงอี้สามารถเป็จักรพรรดิ์ได้คงเป็พร์และทักษะการต่อสู้ที่เก่งกาจของเขาสามารถเหยียบหัวผู้บ่มเพาะระดับเทพขั้นที่ 8 ได้
ผู้บ่มเพาะระดับเทพนั้นมีอยู่ 9 ขั้นย่อย
แต่ในชีวิตก่อนของเฟิงอี้ยังไม่มีผู้ใดสามารถทะลวงขั้น9ได้แม้แต่คนเดียว
“นี่ก็ผ่านมานานแล้วจักมีตัวตนที่ไปถึงขั้นที่9 ได้บ้างหรือไม่?”เฟิงอี้ไม่เคยได้ต่อสู้กับระดับเทพขั้นที่9เลยสักครั้งในชีวิตนี้เขาหวังว่าจักสามารถมีผู้ที่เข้าสู่ขั้นที่9ได้
เมื่อถึงตอนนั้นเฟิงอี้จักไปัักับตัวเองว่าขั้นที่9แข็งแกร่งเพียงใด
มันทำให้เฟิงอี้ตื่นเต้นเมื่อคิดว่าจักได้ต่อสู้กับผู้มีฝีมืออย่างนั้นและเขา้าที่จักโค่นล้มผู้มีฝีมือนั่นเสีย
เฟิงอี้ปิดตาลงอีกครั้งร่างของเขาเรืองแสงออร่าสีเหลืองทองออกมารางๆ
เคล็ดวิชาบ่มเพาะที่เฟิงอี้ฝึกฝนมีชื่อว่า อัสนีะเื์
มันเป็เคล็ดวิชาที่เฟิงอี้ได้รับจากบิดาของเขาในชีวิตก่อนและเป็เคล็ดวิชาบ่มเพาะเดียวกับชีวิตก่อนของเขามันเป็สมบัติลับของตระกูลในชีวิตก่อน
มันเป็เคล็ดวิชาบ่มเพาะระดับเซียนในตอนเริ่มแรกแต่เฟิงอี้ได้ขัดเกลาและฝึกฝนมันจนสามารถหล่อหลอมให้มันกลายเป็เคล็ดวิชาระดับเทพได้
เมื่อเขาหล่อหลอมเคล็ดวิชาอัสนีะเื์จนอยู่ในระดับเทพแล้วมันทำให้เขาเข้าใจถึงศาสตร์แห่งอัสนีอย่างลึกซึ้ง
และนี่ก็เป็สิ่งที่ทำให้เขาสามารถเอาชนะศัตรูที่พลังเหนือกว่าได้เนื่องจากดึงพลังอัสนีในธรรมชาติมาใช้เข้าร่วมต่อสู้ได้ราวกับเทพอัสนีอย่างแท้จริง
แต่แค่เคล็ดวิชาอัสนีะเื์ไม่สามารถทำให้เขาเก่งกาจถึงขนาดนั้นแต่เป็เพราะเคล็ดวิชาท่าเท้า อัสนีเหยียบ์ ที่เป็เคล็ดวิชาระดับเทพ
และก็เช่นเดียวกันกับวิชาอัสนีะเื์มันเป็เพียงระดับเซียนเมื่อเขาได้รับมัน
เฟิงอี้หล่อหลอมมันในชีวิตก่อนจนสำเร็จเป็เคล็ดวิชาระดับเทพ
ท่าเท้าอัสนีเหยียบ์นั้นเพิ่มความเร็วให้กับผู้ใช้มันราวกับเป็อัสนีจริงๆที่ฟาดลงมายังพื้นปฐีความเร็วของมันเร็วเหนือเสียง!
และยังมีเคล็ดวิชากระบี่อัสนีแยก์ที่เป็วิชาที่เฟิงอี้เป็ผู้คิดค้นขึ้นมาเอง
มันเป็เคล็ดวิชาระดับเทพเช่นกันแต่เฟิงอี้ยังรู้สึกว่ามันยังไม่สิ้นสุดมันสามารถไปได้ไกลกว่านั้น....
เคล็ดวิชาดาบนั้นจำเป็ต้องสร้างจิตแห่งดาบหรือกระบี่ขึ้นมาผสานกับเคล็ดวิชาด้วยจึงจักทำให้สามารถเรียกว่าสำเร็จวิชาดาบแล้วได้จริงๆ
ส่วนเคล็ดวิชาป้องกันนั้นเฟิงอี้เองก็มีนั่นคือเคล็ดวิชา อาภรณ์อัสนีเก้า์
เมื่อเฟิงอี้สำเร็จเคล็ดวิชานี้เขาสามารถสร้างอาภรณ์อัสนีขึ้นมาเป็ชุดเกราะอัสนีและมันมีการป้องกันถึง9ชั้นตามชื่อของมัน....
ภายในห้วงการบ่มเพาะเส้นชีพจรพลังที่มีหนึ่งเส้นของเฟิงอี้สว่างไสวขึ้นจนกลายเป็เส้นอัสนีสีทองบริสุทธิ์ที่อยู่ภายในร่างกายของเฟิงอี้หรือจุดกักพลัง
เฟิงอี้ยังค่อยๆรวบรวมพลัง์และดูดกลืนมันเข้าไปอย่างระมัดระวังก่อนที่จักถ่ายพลัง์บางส่วนออกมาเขาชำระล้างมันจนบริสุทธิ์ที่สุดเท่าที่จักทำได้
และรับพลัง์ส่วนที่บริสุทธิ์ที่สุดเก็บกักไว้ที่จุดกักพลังจากที่มันกลายเป็พลังลมปราณแล้วจากนั้นหลอมกับเส้นชีพจรที่เป็พลังงานปราณของเขาอย่างแท้จริง!
จนในที่สุดเส้นชีพจรอัสนีสว่างงดงามและน่าเกรงขามได้บริสุทธิ์จนถึงที่สุดมันก็ได้ปลดปล่อยความรู้สึกท่วมท้นให้กับเฟิงอี้
เขารู้สึกแข็งแกร่งขึ้นมามหาศาลมันแข็งแกร่งกว่าชีวิตก่อนของเขาคนละโลกกันเลยเมื่ออยู่ระดับพลังกำเนิดเส้นชีพจรขั้นที่1
ฟู่ว!
ราวกับว่าอัสนีบนนภาได้ตอบสนองอีกครั้งเล็กน้อยมันได้แลบผ่านไปชั่วครู่หนึ่งแต่เฟิงอี้ยังคงััได้......
โฮก!
เสียงคำรามยิ่งใหญ่น่าเกรงขามอยู่ไม่ไกลจากเฟิงอี้ทำให้เฟิงอี้จำใจต้องเปิดเปลือกตาขึ้น
เมื่อเขากวาดดวงตาวาดผ่านป่าไปตามที่กำเนิดเสียงคำรามที่ยิ่งใหญ่เขาก็พบกับร่างสูงใหญ่ที่ขนาดราวกับช้างตัวเต็มวัยขนสีขาวสะอาดได้ปรากฏในสายตาของเฟิงอี้ทำให้เขามองดูอย่างสนใจ
เขี้ยวยาวของสิ่งที่คำรามมันราวกับใบดาบที่แหลมคมพร้อมกับลายพรางแหลมคมสีเหลืองทองที่ตัดกับขนขาวทำให้เฟิงอี้กล่าวขึ้น
“พยัคฆ์ขาวอัสนี?...มิใช่สิลูกครึ่งพยัคฆ์ขาวอัสนี….”
จบ...