“สิ่งใดสำเร็จหรือ?”ร่างสูงใหญ่ที่สวมหน้ากากอสูรไม่รู้ว่ามายืนอยู่ตั้งแต่เมื่อใด?เขายืนอยู่ด้านหลังเหลียงเจินซินยกมือขึ้นจับบ่าทั้งสองข้างของนางไว้พลางโน้มร่างไปหาเด็กชายทั้งสองที่อยู่บนเตียงบรรทม
“เสด็จลุง!”องค์ชายทั้งสองร้องขึ้นด้วยความตกพระทัย
“พวกเจ้ากำลังตกลงสิ่งใดกัน?”
เหลียงเจินซินตัวแข็งทื่อเมื่อรับรู้ถึงแรงบีบจากฝ่ามือใหญ่ของบุรุษที่ยืนอยู่เบื้องหลัง“อะ เอ่อ หม่อมฉันกำลังตกลงเรื่องจะพาองค์ชายออกไปเล่นสวนวันพรุ่งนี้ พะยะค่ะ”
“อืม...ดี!หวังว่าคงไม่ได้เล่นพิสดารจนผิดกฎวังหลวงดอกนะ?” น้ำเสียงสัพยอกนั้นทำเอาสองพี่น้องเสียวสันหลังท่านอ๋องใหญ่ช่างดักคอได้ถูกทางเสียจริง
“ไม่หรอกพะยะค่ะพวกเราเป็นเด็กดีอยู่แล้ว” หมิงฮุ่ยถิงรีบผุดลุกขึ้นคลานมาใกล้ขอบเตียง“เสด็จลุงขึ้นมานอนกับพวกเราสิพะยะค่ะ”
ท่านอ๋องใหญ่ยิ้มก่อนจะเดินอ้อมนักสืบซินไปนั่งข้างเตียง“คืนนี้ข้าจะนอนเป็นเพื่อนพวกเจ้าเอง”
“ขอบพระทัยพะยะค่ะ” เด็กน้อยทั้งสองตอบออกมาเกือบพร้อมกัน
เหลียงเจินซินกลืนน้ำลายลงคอเอื๊อกเตียงนอนของนางก็อยู่แทบจะติดกับเตียงบรรทมขององค์ชายน้อยอยู่แล้วนี่ไม่เท่ากับว่านางกลายเป็นซินเอ๋อร์ที่เคยนอนข้างเตียงท่านอ๋องใหญ่อีกแล้วหรือ?
“มือปราบไป๋เจ้าไปเฝ้าอยู่หน้าห้องก็แล้วกันในห้องนี้ให้นักสืบซินนอนเฝ้าคนเดียวก็พอ”
“หือ...”สองพี่น้องหันมามองหน้ากันก่อนที่ไป๋ฉิงเหวินจะรีบถวายบังคมลาเมื่อสายพระเนตรดุนั้นตวัดมาทางเขา “พะยะค่ะ”
นักสืบซินดวงตาตื่นตระหนกเขาสั่งให้ญาติผู้พี่ของนางออกไปเฝ้าข้างนอกหมายถึงในห้องนี้ก็จะมีนางนอนเฝ้าเพียงคนเดียว ร่างสูงใหญ่ลงจากเตียงเดินไปที่เตียงเล็กที่วางอยู่ใกล้ๆก่อนจะก้มลงยกมาวางชิดกับเตียงบรรทม
“เอ่อ...เหตุใดต้องนอนชิดถึงเพียงนี้พะยะค่ะ?”
“ข้าเห็นว่านอนใกล้กันหลายคนอบอุ่นดีเสี่ยวถิงกับเสี่ยวชิงเห็นว่าเช่นใด?”
“ดีๆ พะยะค่ะนอนหลายคนสนุก”
นางกำลังจะเอ่ยปากคัดค้านแต่ไม่อาจทำได้แล้วซ้ำร้ายท่านอ๋องใหญ่จะจัดแจงให้องค์ชายน้อยทั้งสองนอนด้านในเตียงส่วนพระองค์เอนพระวรกายลงใกล้เตียงเล็ก “พวกเจ้าสองคนนอนด้านในจะได้ไม่ตกเตียงเดี๋ยวข้านอนใกล้นักสืบซินเองจะได้คอยระวังภัย”ไม่เพียงแค่นั้นร่างสูงใหญ่ยังหันกลับมากำกับนาง “เจ้านอนลงสิ”
เหลียงเจินซินได้แต่จำยอมนอนลงบนเตียงเล็กพลางทำตาปริบๆ
“นอนดีๆอย่าดิ้นไปมาล่ะ” เขายิ้มน้อยๆเมื่อนึกขึ้นได้ว่านางมักจะฝันและทำท่าทางประหลาดอยู่บ่อยๆเขาเอื้อมมือไปหยิบผ้าห่มปลายเตียงขององค์ชายมาคลี่ห่มให้นางจนถึงนางอกซินเอ๋อร์ถึงกับสะดุ้งเมื่อหน้ากากนั้นเลื่อนมาใกล้ “ข้าจะต้องถอดหน้ากากนอนเจ้าอย่าแอบดูข้าเด็ดขาด! โทษของผู้แอบมองใบหน้าของข้าคือโบยสามสิบครั้ง”
“ไอหยา!”นางยกมือปิดปากตนเองแทบไม่ทัน แทบจะเถียงออกไปว่านางเคยเห็นหน้าของเขาแล้วไม่เห็นจำเป็นต้องแอบมองเลย
ชายหนุ่มตะแคงร่างหันหลังให้นางไปคลี่ผ้าห่มให้กับหลานชายทั้งสอง“พวกเจ้านอนได้แล้ว พรุ่งนี้จะได้ไปเล่นกับนักสืบซินอย่างไรเล่า?”
“พะยะค่ะเสด็จลุง”องค์ชายตัวน้อยช่างว่าง่ายกับเสด็จลุงของตนยิ่งนัก ทั้งสองรีบหลับตาลงท่านอ๋องใหญ่ซัดฝ่ามือเบาๆ เพื่อดับเทียน เหลือเพียงแสงโคม วอมแวมจากมุมห้องร่างของเหลียงเจินซินเกร็งขึ้นด้วยความหวาดระแวง นางนอนห่างจากเขาไม่กี่ชุ่นช่างน่ากลัวยิ่งนัก!
นางเหลือบมองจากด้านหลังเห็นชายหนุ่มกำลังถอดหน้ากากวางไว้ใกล้หมอนก่อนจะเอนกายลงนอนหันหลังให้นางลมหายใจเขาค่อยๆ ผ่อนลงจนสม่ำเสมอ ได้ยินเช่นนั้นนางก็พลอยสบายใจจนผล็อยหลับไปท่านอ๋องใหญ่พลิกร่างตะแคงมองสาวน้อยในชุดบุรุษที่นอนอยู่เตียงเล็กๆ ชิดกัน
‘ในที่สุดเจ้าก็มานอนข้างข้าอีกครั้งแล้วซินเอ๋อร์’
ใบหน้าขาวนวลน่ารักจิ้มลิ้มของนางดูสงบผ่อนคลายจนเขาอดใจจะยกนิ้วขึ้นมาไล้ผิวแก้มนางมิได้พอรู้ว่าที่แท้นางคือสาวใช้ข้างเตียงของเขาท่านอ๋องใหญ่ก็รู้สึกว่าชีวิตจากนี้คงไม่สงบสุขและเป็นไปตามที่คิดอีกแล้วสาวน้อยจอมซนในนามคุณชายเหลียงผู้นี้เป็นนักสืบหรือจะว่าไปนางนับเป็นตีนแมวอันดับหนึ่งทั้งชอบผจญภัยและเสี่ยงอันตรายต่อไปเขาคงต้องมีภารกิจสำคัญในการตามสอดส่องปกป้องนางให้ดี
“ซาลาเปาไส้หมู!”นางเอ่ยคำที่เขาคุ้นเคยออกมา ชายหนุ่มอดจะยิ้มมิได้นางยังคงฝันถึงของโปรดเหมือนอย่างเคย เขากำลังจะชักนิ้วมือที่ไล้แก้มนางกลับพลันนางกลับจับมือของเขาหมับเข้าให้!
“หอมจัง! หอมมาก!” นางขยับปากหงุบหงิบก่อนจะคว้าเอามือเขาเข้าปาก
“อ๊าก!”ชายหนุ่มร้องออกมาไม่ดังมากนักแต่ก็พอทำให้นางลืมตาตื่นขึ้นมาได้ เมื่อเห็นใบหน้าเขาจ่ออยู่ตรงหน้าก็ผงะทว่านางไม่อาจจะร้องออกมาได้เพราะในปากของนางมีมือของเขาอุดอยู่
“อือ...อ่ะ”
“ข้าเจ็บ!ปล่อยมือข้าก่อน” ใบหน้าคมคร้ามทำสายตาดุ นางตกใจรีบดึงมือเขาออกจากปาก
“หมะหม่อมฉันมิได้ตั้งใจพะยะค่ะ”
เขาชะโงกหน้าเข้ามาจนชิดใช้หน้าผากโขกหน้าผากนางเบาๆ“เจ้าละเมอจนเห็นมือข้าเป็นซาลาเปาไส้หมูงั้นหรือ?”
เหลียงเจินซินหน้าซีดลงคิดจะผละออกทว่าท่านอ๋องกลับใช้มือข้างที่นางเพิ่งปล่อยรั้งเอวนางจนร่างมาแนบชิด“โทษฐานทำร้ายรัชทายาทให้บาดเจ็บโบยร้อยครั้งเจ้ากัดมือข้าจนเป็นแผลสมควรโดนหรือไม่?”
สายตาของนางตกตะลึง“ท่านเป็นถึงองค์รัชทายาทไม่น่าจะใจแคบกับองครักษ์ที่มิได้ตั้งใจอย่างหม่อมฉัน”
“อีกอย่าง ไม่ใช่แค่เจ้ากัดมือข้าแต่เจ้ายังเห็นใบหน้าของข้าแล้ว โทษของเจ้ายามนี้ไม่น้อยเลย”น้ำเสียงขึงขังของเขาทำเอานางใจหายจนลืมไปว่าตนเองอยู่ในอ้อมกอดของอีกฝ่ายรีบยกสองมือขึ้นประสานขออภัย
“ขอเพียงท่านอ๋องให้อภัยหม่อมฉันจะให้หม่อมฉันทำสิ่งใดก็ยินดีพะยะค่ะ”
ท่านอ๋องใหญ่หรี่ตาลง“ทุกอย่างที่ข้าต้องการใช่หรือไม่?”
นางสบดวงตาคมคู่นั้นอย่างจริงใจพยายามคิดถึงท่าทางยามออดอ้อนท่านพ่อแล้วทำให้อีกฝ่ายใจอ่อน ‘จริงสิ!ต้องลูบแขนด้วย’ เมื่อนางคิดได้ดังนั้นก็ยกมือขึ้นลูบต้นแขนของเขาเบาๆ
“ท่านอ๋องหม่อมฉันไม่ได้ตั้งใจจริงๆ พะยะค่ะ ได้โปรดยกโทษให้หม่อมฉันเถิดหากหม่อมฉันถูกโบยจนเดินไม่ได้แล้วจะรับใช้องค์ชายน้อยได้อย่างไรกันพะยะค่ะ?”นางทำตาปริบสบตาเขาคล้ายลูกแมวน้อยร้องขอความเมตตา
จินเสวี่ยหลงสะกดใจตนเองมิได้เผลอไผลไปจูบแก้มนางเขาต้องอดทน อดกลั้นจนกว่าเจ้าแมวน้อยจอมซนตัวนี้จะยอมตกเป็นของเขาอย่างเต็มใจ
“ได้!เช่นนั้นเจ้าต้องยอมทำตามเงื่อนไขของข้า”
“พะยะค่ะบอกมาได้เลย”
“เริ่มจาก....”เขาเอียงหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจรดผิวแก้มของนางเหลียงเจินซินเบือนหน้าหลบปลายจมูกโด่งเป็นสันที่จ่อมาใกล้
“บะ บอกห่างๆก็ได้พะยะค่ะ”
“เริ่มจากเจ้าลุกไปทำแผลให้ข้าเสียก่อน....ข้าเจ็บ!”เขากัดฟันพูดอยู่ริมหูจนนางสะดุ้งชายหนุ่มผุดลุกขึ้นนั่งพร้อมกับดึงต้นแขนนางทั้งสองข้างให้ลุกขึ้น
“ไปหายามาเดี๋ยวนี้!”
--------------------------------------------------------------------------
* 1 ชุ่นเท่ากับ 1 นิ้ว
ไรท์แนะนำ....นิยายแนว "เกิดใหม่" ที่จะเปิดเรื่องในกลางเดือนสิงหาคม 2564 นี้ค่ะ
