ซุนหวางและหมู่คณะพากันเดินทางแบบไม่หยุดพักหากม้าไม่เหนื่อยพวกเขาก็จะไปต่อ จนเข้าวันที่สิบแล้วแต่ยังไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นซุนหวางสงสัยว่าท่านลุงเหอจะคิดระแวงไปเอง พวกนั้นก็แค่อันธพาลในเมืองคงไม่คิดจะตามมาเพียงเพราะ้าตัวเขากระมัง แต่ไม่ทันที่ความคิดนั้นจะจางหาย
กรับๆกรับๆ กรับๆ อี้! ย๊ะ ย๊ะ ย๊ะ ย๊ะ
“คุณชายคนงาม ตามทันจนได้นะ” ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ เสียงหัวเราะและเสียงะโโหวกเหวกของกลุ่มชายฉกรรจ์หลายคนที่ควบม้าติดตามกลุ่มของซุนหวางมาพวกมันใกล้เข้ามาแล้ว...ไม่คิดเลยว่าพวกมันจะตามมาจริง ๆ เหอเชียนจึงได้เร่งม้าให้วิ่งเร็วขึ้นยิ่งกว่าเดิม
“คุณชายข้าจะบังคับรถม้าเข้าไปยังชายป่าพวกท่านต้องรีบลงและวิ่งหนีไปให้ไกลหาที่หลบซ่อนให้ดีข้าจะหลอกล่อพวกมันไปที่อื่นเอง” เมื่อนัดแนะกันดิบดีแล้วเหอเชียนได้พาทั้งสองไปปล่อยไว้ยังชายป่าดังว่าจากนั้นก็ขับรถม้าออกไปหลอกล่อและเบี่ยงเบนความสนใจจากพวกอันธพาลเพื่อจะให้พวกมันติดตามเขาไปอีกทาง
“อาฟงเราหนีพวกมันพ้นหรือไม่” สองนายบ่าวทั้งวิ่งทั้งเดินแบบไม่รู้ทิศรู้ทางหมวกและผ้าคลุมหน้าหลุดไปตอนไหนเขาหาได้ใส่ใจ รู้แค่ว่าต้องหนีและหาที่หลบซ่อนให้ได้จากการแนะนำของเหอเชียนซอกหินนั่นไง! ที่ทั้งสองคิดว่ามันน่าจะเป็ที่หลบซ่อนได้ดีนานนับครึ่งชั่วยามที่พวกเขายังหลบอยู่ที่นี่แม้ผืนป่าจะดูเงียบแต่หัวใจสองดวงก็ยังคงเต้นโครมครามอยู่ไม่หยุด
แกร๊บ! แกร๊บ! เสียงเหยียบใบไม้แห้งดังอยู่ตรงหน้าพวกเขาถูกพบเสียแล้วหรือ ซุนหวางและเสี่ยวฟงรีบถอยกรูดออกมาจากซอกหินอย่างรวดเร็ว บุรุษร่างบางสองคนกอดกันกลมด้วยความหวาดกลัวร่างกายที่สั่นเทิ้มทำให้คนที่มองดูอยู่รู้สึกเวทนายิ่งนัก
“คุณชายทั้งสองไม่ต้องกลัว ข้าแค่มาช่วยไม่ได้คิดจะทำร้าย”
ซุนหวางเงยหน้ามองตามเสียงทุ้มของบุรุษที่บอกว่ามาเพื่อช่วยพวกเขา ดวงตาเรียวงามเอ่อคลอไปด้วยน้ำใส ๆ แต่พอสายตาคมดุจพญาเหยี่ยวของแม่ทัพชิวหานได้สบเข้ากับดวงหน้าหวานล้ำเท่านั้นแหละก็บังเกิดให้หัวใจของยอดนักรบสั่นไหวโดยไม่รู้ตัว
“ทะ...ท่านมาช่วยพวกเรา แล้วพวกมันล่ะขอรับกลุ่มคนของข้าด้วยพวกเขาปลอดภัยดีหรือไม่” เหมือนความกลัวได้ถูกปลดเปลื้องออกไปแล้วคำถามมากมายจึงได้พรั่งพรูออกมาจากริมฝีปากบาง
“ทุกคนปลอดภัยดีและมีาเ็บ้างเล็กน้อยแต่ข้าว่าเ้ากำลังได้รับาเ็นะ” ชิวหานสังเกตเห็นคราบเืที่เปรอะเปื้อนอยู่ตรง่ล่างของบุรุษตัวน้อยจึงได้ทักออกไปพลางก็คิดว่าพ่อหนุ่มน้อยคนนี้คงจะหวาดกลัวมากกระมังจนไม่รู้สึกตัวว่าตัวเองกำลังาเ็อยู่
“ให้ข้าทำแผลให้ดีหรือไม่ข้าเคยทำแผลมาบ้างตอนอยู่ในสนามรบ” ชิวหานเสนอตัวเพราะเป็ห่วงว่าาแอาจจะลึกเอาการอยู่เืถึงได้ออกเยอะขนาดนี้
‘แย่แล้วข้าไม่รู้ตัวเลยทำไมถึงมาก่อนเวลานะ’ซุนหวางใจหายเมื่อรอบเดือนมาโดยที่เขาไม่รู้ตัว
“ขอบคุณท่าน...เอ่อ”
“แม่ทัพชิวหานจะเรียกข้าว่าแม่ทัพชิวก็ได้”
“ขอบคุณท่านแม่ทัพชิว ข้าซุนหวางและคนของข้าก็ทำแผลได้คงไม่ต้องรบกวนท่าน”
“เช่นนั้นให้ข้าแบกเ้ากลับออกไปเถอะ”
“แต่ข้ายังเดินได้ขอรับ” ซุนหวางยังคงพยายามปฏิเสธต่อไป
“หึ ๆ หนทางอีกตั้งไกลพวกเ้าไม่รู้หรือว่าพากันหนีเข้ามาในป่าลึกแค่ไหนเืของเ้าที่กำลังไหลอยู่อาจจะเรียกสัตว์ป่าเข้ามาหาก็เป็ได้ จะขี่หลังหรือจะให้ข้าอุ้มดีล่ะเลือกเอาสักอย่างสิ”
“แต่ชุดของท่านแม่ทัพจะเลอะเอาได้คือมันสกปรกขอรับ” ‘หากเป็เืของาแเขาก็ไม่คิดจะอิดออดหรอกนะแต่นี่มันเกินไป เขาไม่เคยให้ใครเข้าใกล้หรือััเืต้องสาปนี้ด้วยซ้ำ’ซุนหวางรู้สึกหนักใจกับเื่นี้
“ขึ้นมาเถอะเดี๋ยวเืของเ้าก็หมดตัวเสียก่อนอยู่ในสนามรบข้าเคยแม้กระทั่งอาบเืแทนน้ำ เ้าอย่าได้คิดมากเลย เอ่อ...ซุนหวางเ้าเกี่ยวข้องอะไรกับตระกูลซุนหรือไม่”
“ไม่ขอรับ ข้าแค่ใช้แซ่ซุนไม่ได้เกี่ยวข้องอันใดกับตระกูลใหญ่โตเช่นนั้นหรอกขอรับ”
“หึ ๆ ข้าแค่ถาม ไม่มีอะไรหรอก ต่อให้เ้าบอกว่าใช่มันก็ยากที่จะเชื่อ” ชิวหานสำรวจคนตัวเล็กอย่างถ้วนถี่ หน้าตาและผิวพรรณของคนตรงหน้าไม่เห็นจะมีส่วนใดเลยที่เหมือนคนตระกูลซุน
ด้วยความจนใจและเพื่อไม่ให้เป็ที่สงสัยซุนหวางเลยต้องจำใจยอมขี่หลังของท่านแม่ทัพออกไปมือเรียวบางโอบกระชับรอบคอของท่านแม่ทัพอย่างเหนียวแน่นไม่ได้สนใจเลยว่าคนที่ถูกรัดจะหายใจออกหรือไม่ใบหน้าข้างหนึ่งซบลงแนบบนแผ่นหลังหนาอย่างเหนื่อยอ่อน ก็ทั้งวิ่งหลบหนีและตอนนี้ยังมาเสียเืมากอีกทำให้ซุนหวางผล็อยหลับไปโดยไม่รู้ตัว
การโอบรัดของซุนหวางไม่ได้สร้างความระคายเคืองหรืออึดอัดให้กับท่านแม่ทัพเลยแม้แต่น้อยตัวหรือก็เบา...เบายิ่งกว่าดาบที่เขาสะพายอยู่เสียอีก ‘หืม...หอม หอมกลิ่นสมุนไพรนี่นา เ้าเป็ใครกันนะซุนหวาง กลิ่นสมุนไพรถึงได้ติดตัวของเ้ามากมายเช่นนี้เป็หมอหรืออย่างไร...ล้อเล่นน่า หมอที่ยังอายุน้อยเช่นนี้จะเป็ไปได้อย่างไรกัน’หึ ๆ แม่ทัพหนุ่มรู้สึกขบขันกับความคิดของตัวเอง ช่างเพ้อเจ้อยิ่งนัก
ไม่น่าเชื่อเลยว่าพวกเขาวิ่งเข้าป่ามาได้ลึกขนาดนี้กว่าจะออกมาจากป่าได้ก็กินเวลานานถึงสองเค่อทีเดียว
“ท่านแม่ทัพ คุณชายของข้าหลับไปแล้วเอ่อ...”
“ข้าจะพาไปส่งที่รถม้าของพวกเ้าเอง”
“ท่านแม่ทัพ ท่านไปตามถึงไหนมาขอรับถึงได้กลับมาช้านักโอ้! บุรุษหนุ่มน้อยผู้นั้นเองหรือนี่ ช่างงดงามยิ่งนัก มิน่าล่ะพวกมันถึงได้...”
“ตวนหยาง! เงียบปากซะ”
“แม่ทัพชิวข้าพูดแค่นี้ท่านก็หวงแล้วหรือ”‘ไหนบอกไม่นิยมตัดแขนเสื้อ...แล้วนี่อะไร ท่านแม่ทัพของพวกเขาเปลี่ยนแล้วไปจริงๆ’ ตวนหยางคิดพลางทำหน้าสงสัย
แม่ทัพชิวหานพาร่างที่หลับใหลมาส่งยังรถม้าและเหอเชียนก็เฝ้ารออยู่ตรงนั้นอย่างกระวนกระวาย
“คุณชายน้อยเป็อะไร? าเ็หรือขอรับ”
เหอเชียนทั้งใและเสียใจที่เห็นคุณชายน้อยถูกแบกออกมาโดยไม่มีสติแบบนี้ทั้งยังมีเืเปรอะเปื้อนเต็มชุดไปหมด เป็เพราะเขาละโมบกับค่าจ้างจนทำให้ทุกคนเกือบจะเอาชีวิตไม่รอดหากไม่ได้ทหารเหล่านี้เข้ามาช่วยเอาไว้ได้ทัน พวกเขาคงต้องแย่แน่ ๆ
“คุณชายไม่ได้เป็อะไรมากหรอกคงจะเพลียจนหลับไปเดี๋ยวข้าจะดูแลคุณชายเอง” เสี่ยวฟงรีบบอกเพราะอยากจะให้พวกเขาจากไปไวๆ
“เ้าแน่ใจนะว่ามียาห้ามเืและยาใส่แผล” ชิวหานถามย้ำ เพราะดูเหมือนว่าบ่าวตัวน้อยไม่้าความช่วยเหลือจากเขาอีกแล้วแต่เขากลับยังอยากจะอยู่ต่อเพราะว่าห่วงหรือเพราะสาเหตุใดเขาก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน
“มีขอรับ ขอบคุณท่านแม่ทัพมากขอรับ”
“อืม...้าสิ่งใดให้บอกข้าก็แล้วกัน” ชิวหานจำใจพูดแล้วก็เดินจากไปดูเหมือนพวกเขาอยากจะได้ความเป็ส่วนตัวมากกว่า จึงไม่ควรอยู่ขัดสินะ
“ขออภัยนะขอรับ คุณชายโปรดอย่าโกรธเคืองอาฟงเลยนะ” เสี่ยวฟงกล่าวเบา ๆ ก่อนจะจัดการกับชุดที่เปื้อนเืของเ้านาย เพราะซุนหวางไม่ชอบให้ใครเห็นและแตะต้องเืต้องสาปของตนหากมีรอบเดือนครั้งใดเขาจะไล่เสี่ยวฟงออกไปให้ไกลตัว แต่ตอนนี้เห็นทีจะเลี่ยงไม่ได้เพราะมันจำเป็จริงๆ
เสี่ยวฟงจัดการทุกอย่างได้เป็อย่างดี เสื้อผ้าที่เปรอะเปื้อนก็ห่อหุ้มไว้อย่างมิดชิดทั้งยังใช้สมุนไพรปกปิดกลิ่นคาวเืเอาไว้ด้วยหากเจอที่หมาะ ๆ เมื่อใดเขาก็จะขุดหลุมฝังกลบทันที
ตอนนี้ถ้าคาดการณ์ไม่ผิดก็น่าจะเป็ยามเซิน[15.00-16.59น.]เสี่ยวฟงออกจากรถม้าเพื่อจะไปจัดการหุงหาอาหารให้กับคุณชายของตน รถม้าของพวกเขาอยู่กึ่งกลางระหว่างกลุ่มของท่านลุงเหอและกลุ่มของทหารเมื่อเสี่ยวฟงก้าวลงจากรถม้าท่านลุงเหอและพี่เหอเชียนก็ได้วิ่งเข้ามาถามไถ่ถึงอาการของคุณชายน้อยด้วยความเป็ห่วงเป็ใย
“เสี่ยวฟงคุณชายน้อยเป็อย่างไรบ้างอาการาเ็เป็เช่นไร” สองพ่อลูกพูดขึ้นมาพร้อมกันเหมือนจะแย่งกันถามจนดูมีความวุ่นวายเล็กๆ เกิดขึ้น
“ไม่เป็อะไรแล้วขอรับแต่ว่าตอนนี้ข้า้าไฟเพื่อจะทำอาหารน่ะ”
“โอ้ ข้ายังไม่ได้ก่อไฟเลยแต่กลุ่มของท่านแม่ทัพมีไฟอยู่นะ”เหอชวนบอกพร้อมกับชี้บอกทาง
“อ้อ ขอรับ” เสี่ยวฟงพอได้รู้ว่ามีไฟอยู่ตรงไหนก็รีบรุดไปที่นั่นอย่างไว
“ว่าอย่างไรหนุ่มน้อยเ้า้าสิ่งใดหรือ” เป็ทหารนายหนึ่งที่เห็นคนตัวเล็กก่อนก็เลยเอ่ยถามขึ้นมา
“โอ๊ะ! เป็ท่านนั่นเองขอบคุณนะขอรับที่เลือกม้าดี ๆ ให้ และยังมาช่วยเหลือพวกเราอีก”
“ข้าคิดว่าเ้าคงเข้าใจอะไรผิดไปแล้วข้าไม่เคยเลือกม้าให้กับผู้ใดเลยนะ และข้าก็เพิ่งจะเคยเห็นเ้าเป็ครั้งแรก” สงสัยหนุ่มน้อยคนนี้คงคิดว่าเขาเป็เหวินเจี๋ยกระมัง นายกองหนุ่มคิดไปถึงแฝดของตนที่กำลังนอนเจ็บอยู่ในกระโจม
“เอ๋! เป็เช่นนั้นหรอกหรือขอรับ” เสี่ยวฟงยอมรับแบบหน้าเสียเล็กน้อย ‘ฮึ! เข้าใจผิดหรือจะเป็ไปได้อย่างไร เขายังไม่เลอะเลือนเสียหน่อย อายุของเขาก็ยังน้อยความจำหรือก็เป็เลิศคุณชายของเขายังออกปากชมอยู่บ่อย ๆจะให้เขาหลงลืมใบหน้าของคนที่เคยช่วยเหลือนั้นยิ่งเป็ไปไม่ได้เลย’
“ข้าอยากมาขอไฟทำอาหารได้หรือไม่ขอรับ”
“อืม...ได้สิ”
เสี่ยวฟงต้องรีบเร่งทำอาหารให้เร็วที่สุดเขาไม่คุ้นเคยที่จะอยู่ท่ามกลางชายฉกรรจ์ที่มีแต่คนหน้าตาดุดันทั้งนั้น ‘น่ากลัวชะมัด’
ข้าวต้มที่เสียวฟงกำลังทำอยู่ได้ส่งกลิ่นหอมฟุ้งลอยเข้าไปถึงข้างในกระโจมที่มีคนเจ็บนอนแผ่หราอยู่ข้างใน
ฟุดฟิด ๆ “ข้าได้กลิ่นข้าวต้มโอ้ยยย ซี้ดดดด”
“หึ ๆ หิวก็ต้องรอก่อนแผลของเ้าเริ่มปริอีกแล้ว”กุนซือตวนหยางบอกกับผู้เป็ทั้งสหายและลูกน้องในเวลาเดียวกัน
“ฮ่า ๆ ๆ จงเหวินเจี๋ยก็ไหนเ้าบอกว่าจะเอาคืนพวกมันให้สาสมยังไงล่ะ ตอนนี้คงสาสมใจเ้าแล้วสิท่าสมน้ำหน้าคุยโวดีนัก” แม่ทัพชิวหานเยาะเย้ยลูกน้องของตนทั้งยังนอนเอนกายอย่างสบายอารมณ์อาการาเ็ของลูกน้องคนสนิทไม่ได้ทำให้เขาเป็กังวลเลยสักนิด แต่ใจกลับคิดไปถึงาแของอีกคนาแจะดีขึ้นบ้างไหมหนอหรือว่าเขาควรจะเอายาไปให้ จะดีหรือไม่นะ…
“ท่านแม่ทัพคุณชายซุนหวางแบ่งข้าวต้มมาให้และยังฝากยามาให้ด้วยขอรับ”
หมับ! ตวนหยางรีบคว้าเอาขวดยาทั้งสามมาดูด้วยความสงสัยเพราะรู้สึกคุ้นเคยกับขวดบรรจุยานี้เหลือเกินพอเปิดออกดูก็เป็อย่างที่เขาคิดจริง ๆ
“ยา...นี่มันยาของร้านฟู่เจียงนี่นามีทั้งยาแก้ช้ำใน ยาห้ามเืและยาสมานแผลมีครบหมดเลย ของดี ๆ ทั้งนั้นไหนร้านฟู่เจียงบอกไม่มียาขายแล้วอย่างไรล่ะ แล้วนี่มันยังไงกัน คุณชายซุนหวางกลับสามารถซื้อหามันมาได้อย่างนั้นรึคงจะเหมามาหมดทั้งร้านละสิ”
“โธ่ตวนหยาง ท่านกุนซือตวนหยางขอรับ หากว่าเป็ยาของร้านฟู่เจียงจริงๆ ก็เอามาให้ข้าใช้ทีเถอะข้าอยากหายเต็มทนแล้ว แล้วข้าวต้มนั่นก็ควรจะเป็ของข้านะ!เพราะข้าเป็คนป่วย”
“รีบเอายาให้เหวินเจี๋ยใช้เถอะข้ารำคาญทั้งข้าวต้มนั่นก็ด้วยยาของร้านฟู่เจียงนะหรือที่เ้าสั่งซื้อไปใช้ในค่ายของเราแล้วทำไมเขาถึงไม่มีขายแล้วล่ะ”
“ข้าจะไปรู้หรือ! ั้แ่ไปถึงเมืองหลวงข้าก็เทียวไปถามแทบทุกวัน เขาบอกแค่ทางร้านไม่ได้ปรุงยาเองพอรู้อย่างนั้นข้าก็จนใจแล้ว” กุนซือหนุ่มบอกสหายอย่างมีอารมณ์เพราะกังวลว่าท่านหมอปิงจะว่าให้หากไม่ได้ยากลับไปคราวนี้ ตาแก่ขี้โมโหนั่นคงได้งอนเป็เด็กๆ เป็แน่