คุณนพรักษ์ติดต่อเื่การย้ายโรงเรียนในเทอมหน้าของนพคุณเรียบร้อยผ.อ.ออกปากบ่นเสียดาย ที่จะต้องเสียนักเรียนที่เรียนดีไปหนึ่งคนนพคุณเป็ที่จดจำของพวกครู ครูคนไหนที่เคยสอนส่วนใหญ่จะจำเขาได้ เพราะเขาหน้าตาดีก็ส่วนหนึ่งแต่เพราะเด็กหนุ่มเรียนเก่ง เขาเรียนเก่งเป็ที่ 3 ของชั้น ในชั้น ม.4 นั้นมีทั้งหมด 10 ห้อง โรงเรียนนี้เป็โรงเรียนดังประจำจังหวัด และแน่นอนขึ้นชื่อว่าสอบเข้าเรียนยากอันดับต้นๆของประเทศ จึงถือได้ว่าเด็กที่สอบเข้ามาเรียนในโรงเรียนนี้ได้ล้วนเป็เด็กหัวกะทิทั้งสิ้นเด็กห้อง 1 ถึงห้อง 10 แทบจะไม่มีความแตกต่างกันเลยเพราะทุกคนเรียนดีเกินค่ามาตรฐานกันหมด แต่ที่นพคุณสนใจจะเลือกเรียนที่นี่ เพราะเป็โรงเรียนชายล้วนเขาไม่ชอบโรงเรียนสหที่มีทั้งนักเรียนชายและหญิงเรียนรวมกันเพราะมันวุ่นวาย...เด็กผู้หญิงช่างวุ่นวายเหลือเกินเพื่อไม่ให้เป็การรบกวนเขาในเวลาเรียน เขาจึงเลือกเรียนโรงเรียนชายล้วนแต่พอได้เข้ามาแล้วจึงได้รู้ว่าโรงเรียนชายล้วนก็มีเด็กผู้ชายที่วุ่นวายไม่ต่างกันถึงแม้ไม่มีเด็กผู้หญิงในโรงเรียนชายล้วน แต่ก็มีสิ่งที่ทดแทนเด็กผู้หญิงได้เหมือนกัน...และมันค่อนข้างเกินหญิงปกติ ไปหลายเท่าตัวเสียด้วยพวกหล่อนเป็ชายหัวใจหญิง และที่สำคัญ “เล่นใหญ่” ได้อย่างเป็ปกติไม่ว่าจะดีใจ ใ เสียใจ พวกหล่อน “เล่นใหญ่” เกินจริตของผู้หญิงทั่วไปจนบางครั้งก็ดูเกินงามไปสักหน่อยนพคุณไม่เคยรังเกียจ เด็กพวกนี้เขาออกจะเอ็นดูด้วยซ้ำ เพราะดูๆ ไปก็น่ารักดี แต่ความตั้งใจที่จะหนีความวุ่นวายกลับกลายเป็ว่าเขาต้องมาเจอกับความวุ่นวายที่คิดไม่ถึงหนักกว่าเดิมเสียอีกเขาถูกตุ๊ดทั้งรุ่นเล็กรุ่นใหญ่ตามกรี๊ดซะยิ่งกว่าตอนที่ โดนรุ่นน้องรุ่นพี่สาวๆ ตามกรี๊ดเสียอีกแล้วตุ๊ดโรงเรียนชายล้วนนี่เป็อะไร ที่เหนียวแน่นดีแท้เพราะพวกหล่อนจะค้นหาคนประเภทเดียวกันและ เกาะกลุ่มกันได้อย่างดีเยี่ยมนพคุณคิดว่าคงจะเป็เพราะพวกหล่อนกินนอนอยู่โรงเรียนประจำด้วยกันตลอดกระมัง ถึงทำให้ความสนิทสนมกันมีมากกว่า ตุ๊ดโรงเรียนทั่วไป…ที่สำคัญพวกหล่อนเรียนเก่ง!
นพคุณชอบเล่นกีฬา และกีฬาของผู้ชายส่วนใหญ่ในโรงเรียนนี้จะเป็ฟุตบอลกับบาสเก็ตบอล...ที่มีตุ๊ดมาเล่นด้วยประปรายแต่ส่วนใหญ่กีฬา ที่พวกหล่อนชอบมากเป็พิเศษจะเป็วอลเล่ย์บอลซึ่งนพคุณก็ไม่เข้าใจว่าทำไมพวกหล่อนถึงชอบมาตีวอลเล่ย์บอลกันที่สนามฟุตบอลนักหนา แต่เพราะทีมวอลเล่ย์บอลของโรงเรียนนี้โด่งดังอยู่ในระดับต้นๆ ของประเทศ การที่พวกหล่อนจะตีวอลเล่ย์บอลไปทั่วโรงเรียนจึงไม่มีใครกล้าเข้าไปว่า นพคุณได้เรียนรู้อย่างหนึ่ง สาวๆ (เทียม)ในโรงเรียนเขาเป็เด็กเรียนดีเรียนเก่ง และบางคนก็เก่งกีฬาแต่ก็มีผู้ชายบางคนที่ไม่ชอบพวกหล่อน...พวกนี้หัวโบราณมีความคิดเหมือนคนสมัยก่อนแต่ถ้าหนึ่งในพวกนั้นเผลอเป็ตัวของตัวเองและไปแซวสาวๆ พวกนั้นเข้าล่ะก็เตรียมตัวเจอนรกของจริงได้เลย เพราะพวกหล่อนมีเครือข่าย...ข่าวจะส่งต่อกันไปไวมากครั้งหนึ่งมีเด็กผู้ชายใจกล้าไปแซวตุ๊ดเพราะเห็นว่าหล่อนเรียบร้อยไม่น่าจะมีพิษสงอะไร หลังจากนั้น ไม่นานเขาก็โดนแก๊งส์นางฟ้าประจำโรงเรียนเล่นงานชนิดอยู่ไม่สุขไปตลอดเทอมและอย่าได้คิดว่าจะด่าหรือเถียงชนะพวกเธอได้เป็อันขาด เพราะพวกหล่อนจะด่ายัน 7ชั่วโคตรหรือเลยไปกว่านั้นถ้ามีเวลา นพคุณโชคดีที่พวกหล่อนไม่ได้หมายหัวเพราะเขาไม่ได้มีปัญหากับการเป็สาวของพวกหล่อน แต่เขาโดนหมายหัวในแบบอื่นมากกว่านี่ถ้าพวกหล่อนรู้ว่าเขาจะย้ายโรงเรียนไม่รู้จะว่าอย่างไรบ้าง
“น่าเสียดายนี่ผมจะต้องเสียนักเรียนอันดับ 3 ของชั้น ม.4 เลยนะครับ” ผ.อ. บอกคุณนพรักษ์เขาโน้มน้าวคุณนพรักษ์อยู่นาน ถึงขนาดเสนอทุนการศึกษาให้กับนพคุณจนถึง ม.6 ด้วยซ้ำ
“ผมก็อยากจะรับไว้ครับยินดีมากๆ แต่สุดท้ายแล้วคนที่ตัดสินใจก็คือนพคุณแหละครับ” คุณนพรักษ์บอกอย่างเกรงใจเป็อันว่าในส่วนของ คุณนพรักษ์เขาติดต่อและยื่นเอกสารการย้ายโรงเรียนไว้เรียบร้อยแต่ในส่วนของนพคุณ ผ.อ. บอกว่าจะขออนุญาตคุณนพรักษ์เจรจากับนพคุณใหม่อีกที
“ไม่มีปัญหาครับ ถ้าลูกชายว่ายังไงผมก็ตามนั้น” คุณนพรักษ์ไหว้ลา ผ.อ.ที่ดูแล้วจะอายุห่างกันไม่มากนัก เขาออกไปลาลูกชายก่อนจะกลับกรุงเทพฯพร้อมบอกเขาว่า ผ.อ. อาจจะเรียกเขาไปพบหลังจากที่พ่อกลับไปแล้วนพคุณเพียงแค่พยักหน้า แต่คุณนพรักษ์มั่นใจ...ยิ่งเห็นหน้าลูกชายตอนนี้ยิ่งมั่นใจว่าเขาจะไม่เปลี่ยนใจแน่นอน
“อาทิตย์นี้จะกลับบ้านไหมพ่อจะมารับ?”ก่อนกลับเขาถามลูกชาย
“ถ้าผมจะกลับบ้านแล้วจะโทรบอกนะครับเหลืออีกแค่ 4 เดือนเอง ระหว่างนี้อาจจะกลับบ้างไม่กลับบ้างแต่ถ้าอาทิตย์ไหนผมจะกลับบ้านพ่อไม่ต้องมารับหรอกครับ มีเพื่อนที่อยู่กรุงเทพฯหลายคน ผมขออาศัยรถเพื่อนกลับบ้านได้ครับ“ คุณนพรักษ์กอดลาลูกชายนพคุณยกมือไหว้พร้อมยืนส่งพ่อขับรถออกไปจากหน้าตึก
“ได้ข่าวแกจะกลับไปเรียนกรุงเทพฯ?”ขจรรัฐเดินเข้ามากอดไหล่ นพคุณแปลกใจ...ข่าวเขาไปไวกว่าที่คิด
“ใช่...ก็เสียดายนะแต่อยากไปอยู่กับพ่อน่ะ” ขจรรัฐพยักหน้า เขาเข้าใจเขาไม่มีทั้งพ่อกับแม่ เขาโตมากับยาย แต่เขาก็ไม่เคยมีปมด้อยเื่นี้เพราะยายรักเขามากกว่าใคร แต่ถ้าเขามีพ่อให้ไปหา เขาก็คงเลือกจะอยู่กับพ่อเหมือนกันหลังจากข่าวแพร่ออกไป มีตุ๊ด ม.ต้น ตุ๊ด ม.ปลาย มาร้องห่มร้องไห้เสียดายนพคุณกันอยู่หลายวันจนขจรรัฐเองยังเหน็บ
“ร้องไห้กันหยั่งกะมารับจ้างร้องไห้หน้างานศพ”เขาไม่เข้าใจว่าพวกหล่อน จะร้องไห้ทำไมนักหนา ญาติหรือก็ไม่ใช่เขายังไม่รู้เลยว่าถ้าญาติพวกหล่อนเสีย พวกหล่อนจะร้องไห้ “เล่นใหญ่”แบบนี้หรือเปล่า แต่พอเื่ผ่านไปสักพักตุ๊ดเล็กตุ๊ดใหญ่ก็เงียบหายไป...พวกหล่อนคงมองหาเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจรายใหม่ได้แล้วแน่ๆ
เดือนแรกนพคุณไม่ได้กลับบ้าน เขาอยู่ที่หอพักแต่ก็โทรหาพ่อเกือบทุกวัน คุณนพรักษ์เองก็ไม่ได้รบเร้าอะไร เพียงแต่บอกว่าถ้าเขาจะกลับบ้านก็ให้บอกพ่อเขาจะมารับเอง นพคุณอยากใช้เวลาสุดสัปดาห์อ่านหนังสือมากกว่า เสาร์อาทิตย์เป็เวลาที่เงียบสงบนักเรียนส่วนใหญ่กลับบ้านไปหมด เหลือนักเรียนบางส่วนอยู่บ้างแค่ไม่กี่คน
สุดสัปดาห์นี้นพคุณมีเื่แปลกใจ...เขาได้รับจดหมายแค่เห็นลายมือ เขาก็จำได้ทันที...ตัวปัญหารุ่นเล็ก! เขานั่งจ้องจดหมายในมืออยู่นาน จนเพื่อนๆ เดินมาดูถึงได้รู้สึกตัว
“ยัยตัวแสบส่งอะไรมาวะ?” นพคุณพึมพำ
“นี่ถ้าแกไม่กล้าเปิดฉันเปิดอ่านให้ฟังก็ได้นะ” ขจรรัฐนั่นเอง ตอนแรกเขาก็ไม่สนใจแต่พอเห็นท่าทางของเพื่อนที่นั่งมองจดหมายลายการ์ตูนฉบับนั้น ก็เกิดสงสัยขึ้นมาทันที
“ฉันก็แค่งง...คิดไม่ถึงว่าจะได้รับจดหมาย”ขณะพูดเขายังยกจดหมายขึ้นส่องกับแสงไฟ และเป็ขจรรัฐเองที่ทนไม่ไหว เขาดึงจดหมาย เปิดผนึกออกแล้วยื่นให้นพคุณ
“ฉันช่วยแกะ เอ้า! ไม่ได้อยากอ่านหรอกนะแต่เห็นแล้วรำคาญ” ขจรรัฐ ยัดจดหมายใส่กลับไปในมือนพคุณ แล้วเขาก็เดินเข้าตึกไปนพคุณนั่งอ่านจดหมายลายการ์ตูนฉบับนั้นที่โต๊ะในสวนหน้าตึกหอนอน แค่เห็นลายมือเขาก็จำได้แล้ว...ลายมือขยุกขยิกเหมือนเด็กหัดเขียนหนังสือเขาเคยอ่านมาแล้ว สองครั้ง...นพคุณยิ้มอย่างลืมตัว
“แฮ่ม!!!” เขาทำเสียงเตือนตัวเองเบาๆไม่รู้เหมือนกันว่าจะวางมาดไปทำไม...แถวนี้ไม่มีคนด้วยซ้ำ
เรียน คุณนพคุณ
คุณนพคุณไม่ได้กลับบ้านมาเกือบเดือนแล้วคุณลุงเป็ห่วงและดูเหมือนจะคิดถึงคุณมากด้วยค่ะ พวกเราที่บ้านทุกคนสบายดี(ไก่ก็สบายดีนะคะ ถ้าคุณอยากรู้) ใครจะไปอยากรู้กัน ไอ้ไก่ปีศาจอ่านมาถึงตรงนี้เขานึกถึงไก่แจ้ตัวน้อยที่ชื่อเดียวกับเขาและเขาเชื่อว่าตอนนี้มันก็ยังคงใช้ชื่อนี้อยู่ เพราะมันชอบ!!!
่นี้ลูกแก้วจัดระเบียบหลังบ้านใหม่ค่ะคุณลุงบอกว่าเมื่อก่อนตรงเล้าไก่เคยเป็พื้นที่สวนครัวของคุณป้าแต่ตอนนี้เป็เล้าไก่ไปเสียแล้ว ลูกแก้วเลยคิดว่าถ้าจะรื้อเล้าไก่แล้วย้ายไปไว้ตรงอื่นคงจะลำบากลูกแก้วก็เลยทำสวนครัวใหม่อีกมุมหนึ่งขึ้นมาแทน ปลูกผักไว้ให้ครบเหมือนเดิมเลยค่ะ ความจริงตอนลูกแก้วมาอยู่ใหม่ๆ สวนครัวหลังบ้านก็ไม่มีแล้วนะคะไม่อย่างนั้นคงไม่กล้าสร้างเล้าไก่ตรงนั้นแน่นอนค่ะ เพื่อเป็การขอโทษ ที่ลูกแก้วใช้พื้นที่ตรงนั้นโดยพลการลูกแก้วขอชดเชยด้วยการทำสวนครัวให้ใหม่นะคะ ตอนนี้ผลผลิตหลังบ้านดีมากเลยค่ะกินไม่ไหว...ต้องเอาไปแจกข้างบ้าน หรือบางทีก็เอาไปให้เพื่อนที่โรงเรียน เพื่อนๆชอบใจกันใหญ่ ตอนนี้ลูกแก้วก็มีแผนสำหรับสวนหน้าบ้านด้วยนะคะลูกแก้วอยากจะปลูกเป็ไม้ดอกที่ออกดอกได้ตลอดทั้งปี ลูกแก้วคิดว่าจะเลือกเป็พวกที่ไม่ต้องใช้การดูแลมากนัก จึงเขียนจดหมายมาบอกคุณก่อนค่ะหรือถ้าให้ถูกจะเรียกว่าเขียนจดหมายมาขออนุญาตก็ได้ หวังว่าคุณนพคุณจะไม่ว่าอะไร
คิดถึง
ลูกแก้ว
นพคุณอ่านจดหมายวนไปวนมาอีกหลายรอบเด็กนี่ใช้คำลงท้ายประหลาดอีกแล้ว มันตรงข้ามกับความเป็จริงอย่างแรงจะเป็ไปได้อย่างไรที่หล่อนจะรู้สึก “คิดถึง” จริงๆ อย่างในจดหมายเขาเดาเอาว่าหล่อนอาจจะไปลอกรูปแบบจดหมายมาจากที่ไหนสักแห่งหรือไม่เ้าตัวก็คงไม่ได้คิดอะไรให้มากพอแต่ก็แปลก...นพคุณไม่ยักโมโหที่หล่อนจะไปจุ้นจ้านกับสวนหลังบ้านของเขาแต่กลับรู้สึกดี เด็กหนุ่มดูรูปถ่ายที่พริมาแนบมากับจดหมาย เป็รูปสวนครัวฝีมือหล่อนเด็กนั่นจัดสวนออกมาได้น่ารักทีเดียว ไม่ใช่ปลูกทุกอย่างระเกะระกะไปหมดแต่หล่อนจัดระเบียบและใช้พื้นที่ได้อย่างคุ้มค่า นพคุณนั่งมองรูปอย่างทึ่งๆเด็กนั่นมีพร์ เขาเอารูปวางไว้ตรงหัวเตียง มีอยู่รูปหนึ่งถ่ายติดไก่แจ้ตัวแสบของหล่อนมาด้วยจากที่เคยคิดว่าไม่อยากเห็นหน้ามัน แต่พอได้เห็นรูปมัน เขากลับคิดถึงมันอย่างประหลาด...ประหลาดจริงๆนั่นแหละ เขาคิดถึงศัตรูได้อย่างไร?
“ไก่ใครเนี้ย? ลักษณะดีทีเดียว” ขจรรัฐนั่นเองเขาชะโงกหน้ามาดูรูปที่วางอยู่ที่หัวเตียงของเพื่อน
“ไก่ที่บ้านน่ะ”เขาตอบเพื่อนสั้นๆ ขจรรัฐก็แค่ยักไหล่ เขาไม่ได้้าคำตอบแบบจริงจังอะไร
“แล้วแกจะกลับบ้านเมื่อไหร่เห็นไม่ได้กลับมาเป็เดือนแล้ว”
“เห็นพ่อโทรมาบอกว่าวันเสาร์นี้จะมารับไปนอนริมทะเลน่ะตอนแรกว่าจะกลับอาทิตย์นี้แหละ แต่พ่อจะมาหาแทนเลยไม่ต้องไป...รออยู่ที่นี่เลย”
“แม่เลี้ยงจะมาด้วยรึเปล่าล่ะ?”
“ก็คงจะมามั้งฉันก็ไม่ได้ถาม...แกว่างรึเปล่า ไปด้วยกันไหม?” นพคุณชวนเพื่อนรักเขามีเวลาอยู่กับขจรรัฐอีกไม่กี่เดือนเท่านั้น
“เสียดายสินัดยายไว้แล้ว จะไปบ้านญาติที่ต่างจังหวัด” เป็อันว่าขจรรัฐไปด้วยไม่ได้ ถึงแม้จะเสียดายแต่เขาก็เข้าใจ
“แต่ที่เสียดายมากกว่า...อยากเห็นเ้าของกระเป๋าใบใหญ่อืม...สงสัยเ้าของกระเป๋าใบใหญ่ก็จะเป็เ้าของเดียวกันกับจดหมายด้วยแฮะ” ขจรรัฐสะบัดรูปไก่ในมือไปด้วย นพคุณเลือกที่จะไม่ตอบเพราะเพื่อนเขาฉลาด พูดอะไรมากไปมีแต่จะเสีย ระหว่างสัปดาห์ที่รอพ่อมารับนพคุณได้รับจดหมายอีกฉบับ...แน่นอนเขาเห็นลายมือที่จ่าหน้าซองก็จำได้ทันที...ลายมือเด็กอนุบาลจับดินสอด้วยมือข้างที่ไม่ถนัด!เขารับจดหมายมาแต่พับใส่กระเป๋ากางเกงไว้ก่อน ยังอ่านตอนนี้ไม่ได้...คนเยอะเกินไป ลับตาคนแล้ว นพคุณจึงเอาจดหมายออกมาอ่านและคราวนี้แค่อ่านบรรทัดแรกก็ทำเอาเขาขมวดคิ้ว
เรียน พี่คุณที่รัก ....พี่คุณเหรอ? คราวนี้เด็กนี่อัพเลเวลให้เขาเป็พี่แล้วหล่อนเรียกเขาอย่างสนิทสนมเลยทีเดียว ฉบับก่อนเขายังเป็คุณนพคุณอยู่เลย(ดีเท่าไหร่แล้วหล่อนไม่ใส่นามสกุลมาด้วย) แล้วเขาไปเป็ที่รักของเด็กนั่นตอนไหน?เด็กนี่เพี้ยนสุดๆ
คุณลุงบ่นคิดถึงพี่คุณตลอดเลยค่ะคุณลุงบอกว่าอีกไม่กี่เดือน พี่คุณก็กลับมาอยู่บ้านแล้วดูเหมือนคุณลุงจะมีความสุขมากๆ ที่พี่คุณจะกลับมา ลูกแก้วก็ดีใจนะคะตอนนี้สวนหน้าบ้านลงต้นไม้ไว้หมดแล้ว แต่ลูกแก้วไม่บอกดีกว่าว่าเป็ต้นอะไร รอให้พี่คุณกลับมาดูเองเหตุการณ์ที่บ้านก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนไปมากนัก จากจดหมายฉบับก่อนฉบับนี้ลูกแก้วเลยไม่มีอะไรจะเขียนเล่าเลย แต่ลูกแก้ว มีนิทานจะเล่าให้พี่คุณอ่านแทนก็แล้วกัน
กาลครึ่งหนึ่งนานมาแล้วมีบ้านแสนสุขอยู่หลังหนึ่ง บ้านหลังนั้นมีคุณพ่อใจดีอาศัยอยู่กับลูกชายผู้คนต่างเรียกลูกชายของบ้านหลังนี้ว่า “คุณชายใหญ่”พวกเขาอยู่ด้วยกันมาอย่างมีความสุข จนวันหนึ่งคุณพ่อใจดีก็พาแม่เลี้ยงกับลูกสาว เข้ามาอยู่ในบ้านคุณชายใหญ่โกรธมากคิดว่าแม่เลี้ยงกับลูกจะมาแย่งคุณพ่อใจดีและสมบัติทุกอย่างในบ้านไปแต่พวกเธอไม่ได้้าอะไรเลย แม่เลี้ยงกับลูกสาวรักคุณพ่อใจดีและคุณชายใหญ่มากส่วนคุณพ่อใจดีก็รักคุณชายใหญ่ที่สุด พวกเขาทั้งหมดรักคุณชายใหญ่แต่คุณชายใหญ่เหมือนจะไม่เข้าใจ เขาคิดว่าไม่มีใครรักเขาเลย เขาจึงหนีออกจากบ้าน แม่เลี้ยงและลูกสาวออกตามหาจนพบคุณชายใหญ่หลบซ่อนตัวอยู่ในป่า พวกเขาให้สัญญาว่าจะไม่แย่งคุณพ่อใจดีและสมบัติในบ้านที่เป็ของคุณชายใหญ่มาเป็ของตัวเองแม้แต่ชิ้นเดียวคุณชายใหญ่จึงวางใจและกลับไปอยู่ที่บ้าน ทั้งคุณพ่อใจดีแม่เลี้ยงและลูกสาว...ทุกคนรักคุณชายใหญ่สุดท้ายพวกเขาก็อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขไปนานแสนนาน
นิทานของลูกแก้วสนุกไหมคะ ลูกแก้วแต่งเองหวังว่าพี่คุณจะชอบ วันเสาร์ที่จะถึงนี้คุณลุงบอกว่าจะไปรับพี่คุณที่โรงเรียนพวกเราจะไปพักที่บ้านริมทะเล ลูกแก้วชอบทะเลมากๆเลยและก็ดีใจด้วยที่เราทั้งหมดจะได้ไปเที่ยวด้วยกัน อยากให้ถึงวันเสาร์นี้เร็วๆจังเลยค่ะ
รัก
ลูกแก้ว
นพคุณได้แต่นั่งอึ้ง...เขาอยากหัวเราะกับนิทานของพริมาแต่เขาขำไม่ออก เขาเชื่อแล้วเด็กนี่เพี้ยนสุดๆ หล่อนแต่งนิทานให้เขาอ่าน
“นิทานบ้าบออะไรวะเนี้ย”นพคุณยังอึ้งไม่หาย เขาอ่านซ้ำไปซ้ำมาอีกหลายรอบนี่ยัยเด็กนั่นเรียกเขาว่าคุณชายใหญ่เหรอ? อ่านยังไงนี่มันก็เื่ของเขา!!! ดูก็รู้ว่าหล่อนจะสื่ออะไร นพคุณสับสน ไม่รู้ว่าจะรู้สึกอย่างไรดี เขาทั้งโมโหและตลกในพฤติกรรมของพริมาอย่างที่สุด
“เธอลืมใส่ไอ้ไก่บ้าของเธอไว้ในนิทานด้วยนะยัยเพี้ยน”นพคุณพับจดหมายเก็บใส่ซองไว้ตามเดิม ใจหนึ่งก็อยากจะฉีกทิ้ง แต่เขาก็ทำไม่ลง
“หลบมาอยู่นี่เอง”ขจรรัฐนั่งลงตรงข้าม เขาเห็นนพคุณนั่งอยู่ตรงนี้ พร้อมจดหมายมานานเกือบชั่วโมงแล้วกระดาษแผ่นเดียวนั่นทำเพื่อนเขาอ่านได้นานเกือบชั่วโมงทีเดียวความจริงเขาไม่อยากยุ่ง แต่สีหน้านพคุณ น่าเป็ห่วง
“อ่านสิ” นพคุณี้เีพูดมาก เขายื่นจดหมายให้ขจรรัฐอ่านแทนคำตอบ
“ฮ่า....ฮ่า..ฮ่าๆๆๆๆ”ขจรรัฐอ่านจดหมายไปหัวเราะไปตลอด จนนพคุณเริ่มโมโหเพื่อนเขาแทนคนที่เขียนจดหมายมา
“ฉันชอบนิทานนี่ว่ะ มันล้ำมาก ฮ่า ๆๆๆๆคุณชายใหญ่...นี่มันแกชัดๆ เลยนะไอ้คุณ” นพคุณยักคิ้ว ขจรรัฐเห็นแล้วสิว่าลูกเลี้ยงพ่อเขากวนประสาทขนาดไหนหล่อนไม่ได้อยู่ที่นี่แต่ก็ยังอุตส่าห์เขียนจดหมายมาป่วนเขา ถึงโรงเรียน และหล่อนก็ทำสำเร็จ
“ล้ำบ้าล้ำบออะไรนี่มันบ้าชัดๆ “
“ก็เขาพยายามบอกแกไงว่าเขากับแม่ไม่ได้้ามาแย่งพ่อกับสมบัติของแกเขาจะบอกแกว่าให้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข...ให้แกอย่าหนีออกจากบ้านเลย ฮ่า ๆๆๆๆ”นพคุณดึงจดหมายจากมือขจรรัฐมาทำท่าจะฉีกแต่เพื่อนเขาไวกว่ารีบแย่งจดหมายไปพับเก็บใส่ซองนำมันมาใส่กระเป๋าเสื้อนพคุณอย่างรวดเร็ว
“จะฉีกทำไมคนเขียนเค้าอุตส่าห์ตั้งใจ นิทานนี่ดูจะแต่งยากอยู่เหมือนกันนะ ฮ่าๆ โอเคๆ ฉันไม่ล้อแล้วแต่เชื่อฉันเถอะ แกเก็บจดหมายนี่ไว้เถอะอย่าฉีกทิ้งเลยสงสารคนเขียน...เขาคงตั้งใจมาก” ขจรรัฐอิจฉา ถ้าเขาเป็นพคุณเขาจะไม่มีปัญหาอะไรเลย แต่ก็อย่างว่า...เื่แบบนี้ไม่เจอกับตัวก็ไม่รู้หรอกเขาเข้าใจเพื่อนดี แต่ก็ชักอยากจะเจอเ้าของจดหมายนักแต่งนิทานเสียแล้วสิ