บทที่ 56 พี่ชายรังแกหนู
ทำไมเธอถึงแสดงอาการแบบนั้น แล้วยังมาทำเป็นไม่รู้เรื่องต่อหน้าเขาอีก เกมนี้เธอจะเล่นไปถึงเมื่อไร?
อันโหรวกดโทรศัพท์หาอันหน่วน เธอเดินวนไปวนมาด้วยความกังวล จริง ๆ แล้วเธออยากจะไปถามครู แต่ก็กลัวว่าครูจะพาหยางหยางกับหน่วนหน่วนออกมาพร้อมกัน
ดังนั้นเธอจึงโทรไปยืนยันก่อน จะได้สบายใจขึ้นหน่อย
“แม่เหรอคะ” เสียงหวาน ๆ ของอันหน่วนดังขึ้น อันโหรวถึงกับถอนหายใจอย่างโล่งอก
“หน่วนหน่วน แม่เอง” อันโหรวเหลือบมองจิ่งเป่ยเฉิน ก่อนจะเดินถอยหลังไปสองสามก้าวแล้วพูดเสียงเบา “พวกหนูอยู่ไหน”
“พวกเราอยู่ที่เคเอฟซีค่ะ คุณลุงถังที่เจอกันวันนั้นพาพวกเรามา แม่มารับพวกเราแล้วเหรอคะ”
อันโหรวฟังออกว่าเธอกำลังกิน แต่อย่างน้อยก็ยังดี จิ่งเป่ยเฉินจะได้ไม่รู้
“เชื่อฟังพี่ชาย รอแม่แปบนึงเดี๋ยวแม่ก็ถึงแล้ว” เธอตั้งใจพูดแบบนี้ ก็เพื่อให้จิ่งเป่ยเฉินออกไปจากตรงนี้
เพราะเธอได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากด้านหลัง เธอจึงวางสายแล้วหันกลับมายิ้ม พลางยื่นโทรศัพท์คืนให้เขา “คุณจิ่ง ขอบคุณสำหรับโทรศัพท์นะคะ แต่เพื่อนอีกคนของฉันมารับเด็ก ๆ กลับบ้านแล้วค่ะ”
“รับกลับไปแล้วเหรอ?” จิ่งเป่ยเฉินรับโทรศัพท์มา ก้มหน้ากดบันทึกคำว่า ‘หน่วนหน่วน’ ไว้อย่างรวดเร็ว
“ใช่ค่ะ พอดีฉันมาสาย เขาก็เพิ่งผ่านมาทางนี้ เลยรับกลับบ้านไปก่อนแล้ว” เธอยื่นมือออกไปทำท่าเชิญ “คุณจิ่ง รบกวนคุณแล้ว”
“ไม่เป็นไร” จิ่งเป่ยเฉินเก็บโทรศัพท์ลงในกระเป๋ากางเกง แล้วเดินออกไปข้างนอกอย่างไม่เร่งรีบ
นึกว่าครั้งนี้จะได้เจอกับเด็กที่ชื่อ หยางหยาง เสียอีก เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกผิดหวังเล็ก ๆ
พลาดไปแล้ว ทั้ง ๆ ที่เกือบจะได้เจอกันอยู่แล้ว
ในทางกลับกัน อันโหรวกลับดีใจ ใบหน้าซีดเซียวของเธอยิ้มออกมา
หลังจากออกมาแล้ว อันโหรวก็รีบแยกจากเขาทันที เธอโบกเรียกรถแท็กซี่ ยิ้มให้เขาแล้วโบกมือลา “คุณจิ่ง ลาก่อนค่ะ”
จากนั้นก็ขึ้นรถ บอกที่อยู่บ้านของเธอ
อย่างที่เธอคาด จิ่งเป่ยเฉินขับรถตามเธอมา โชคดีที่เธอเดาไว้แล้วว่าเขาต้องทำแบบนี้ เลยไม่ได้ตรงไปหาพวกเขา
หลังจากที่รถแล่นออกไปไกลแล้ว จิ่งเป่ยเฉินคงจะเชื่อที่เธอพูด รถของเขาจึงเลี้ยวตรงหัวมุมออกจากเส้นทาง และค่อย ๆ เลือนหายไปจากสายตา
เธอจึงบอกให้คนขับรถเลี้ยวรถกลับไป คนขับรถได้แต่นึกในใจว่าเธอช่างเรื่องมาก จริง ๆ แล้วเธอเองก็ไม่อยากทำแบบนี้หรอก แต่เพื่อไม่ให้ จิ่งเป่ยเฉินรู้ นี่เป็นวิธีเดียวที่ทำได้
พอเธอมาถึงเคเอฟซี อันหยางกับอันหน่วนก็กินจนอิ่มแล้วนั่งรออยู่ ถังซั่วหันหลังให้เธอ เธอจึงไม่เห็นหน้าเขา แต่ดูจากสีหน้ายิ้มแย้มของหยางหยางกับหน่วนหน่วนแล้ว พวกเขาน่าจะเข้ากันได้ดี
“แม่!” อันหยางเห็นเธอก่อนใคร ตัวเล็ก ๆ วิ่งดุ๊กดิ๊กเข้ามาหาเธอ
ไม่นานอันหน่วนก็เห็นเธอเช่นกัน และรีบลงจากเก้าอี้ตามมาติด ๆ “แม่...”
ถังซั่วได้ยินเสียงเด็ก ๆ ทั้งสองคน พอหันไปมองก็เห็นอันโหรวที่ไม่ได้แต่งหน้าแต่ยังคงสวมแว่นกันแดดอยู่
เขามองออกไปนอกหน้าต่าง แสงแดดก็ไม่ได้จ้าขนาดที่ต้องใส่แว่นกันแดด หรือว่าเธอจงใจทำแบบนี้ให้เขาดู?
ทำไมกัน?
อันโหรวหอมแก้มของลูก ๆ คนละข้าง แล้วจูงมือทั้งสองคนเดินไปหา ถังซั่ว “คุณถัง ขอบคุณนะคะที่ช่วยดูแลพวกเขา ทำให้คุณต้องเสียเงิน ฉันจะคืนเงินให้คุณเดี๋ยวนี้เลยค่ะ”
เธอปล่อยมืออันหยางแล้วก้มลงไปหยิบเงิน
“ไม่ต้อง ๆ คุณเกรงใจไปแล้ว” ถังซั่วปฏิเสธทันที “ผมชอบเด็ก ๆ ทั้งสองคนมาก ถ้าคราวหลังคุณไม่สะดวก บอกผมได้ตลอด ผมมารับพวกเขาเอง”
“คงไม่รบกวนคุณถังแล้วค่ะ” อันโหรวหยิบเงินสองร้อยออกมาจากกระเป๋า แล้ววางไว้บนโต๊ะ “คุณถังช่วยฉันไว้สองครั้งแล้ว ฉันรู้สึกขอบคุณมาก ไม่อยากรบกวนคุณถังอีกแล้วค่ะ”
ถังซั่วเหลือบมองเงินสองร้อยนั้น แล้วหัวเราะเบา ๆ “นิสัยของคุณนี่ชอบผลักไสผู้คนจริง ๆ ผมช่วยคุณ ไม่ได้ต้องการเงินคุณสักหน่อย”
“ฉันรู้ค่ะ คุณถังไม่ใช่คนขาดแคลนเงิน” เธอตั้งใจล้างเครื่องสำอางออกตั้งแต่อยู่ในแท็กซี่แล้ว ตอนนี้ใบหน้าภายใต้กรอบแว่นกันแดดเผยให้เห็นเพียงครึ่งเดียว ยิ่งดูมีเสน่ห์เย้ายวน ชวนให้คนอยากเห็นใบหน้าที่แท้จริง
“แต่ฉันก็ไม่มีอะไรจะตอบแทนคุณถัง อย่างน้อยค่าอาหารของพวกเขาก็ควรจะเป็นฉันที่จ่าย” เธอจูงมืออันหยางอีกครั้ง “ไปลูก บอกลาคุณลุงเร็ว”
“คุณลุง ลาก่อนค่ะ/ครับ” เด็กทั้งสองคนกล่าวลาพร้อมกันด้วยรอยยิ้ม
“คุณนี่ใจแข็งจังเลยนะ งั้นเอาแบบนี้ คุณคิดว่าจะตอบแทนอะไรผมได้บ้าง บอกชื่อของคุณมาหน่อยก็ได้” ถังซั่วจ้องมองเธอ ที่จริงอยากจะเห็นดวงตาซึ่งถูกซ่อนอยู่ใต้แว่นตากันแดดนั้นมากกว่า
เมื่อไรเธอจะยอมเผยใบหน้าที่แท้จริงให้เขาเห็นนะ?
ถ้าถังซั่วอยากรู้ชื่อของเธอจริง ๆ แค่ไปถามที่โรงเรียนอนุบาลก็ได้แล้ว แต่เขาไม่ทำ นี่คือการให้เกียรติเธอ
“แม่ของหนูชื่อ...” อันหน่วนพูดขึ้นมากะทันหัน
อันโหรวตกใจ รีบพูดแทรกขึ้นมาทันที “หน่วนหน่วน หนูหิวน้ำไหม อยากกินอะไรอีกรึเปล่า?”
“หนูไม่หิวน้ำค่ะ!” ถึงแม้อันหน่วนจะไม่ได้อยากกินอะไร เเต่เธอก็ลืมเรื่องที่กำลังจะตอบไปแล้ว
“ขอบคุณอีกครั้งนะคะคุณถัง เรื่องชื่อไม่สำคัญหรอกค่ะ ไว้มีโอกาสเจอกันใหม่นะคะ” พูดจบเธอก็ดึงเด็ก ๆ ออกไปอย่างรวดเร็ว
ราวกับกำลังหนีโรคระบาด
ใบหน้าอบอุ่นของถังซั่วปรากฏรอยยิ้ม ต่างหูเงินที่หูข้างซ้ายเปล่งประกายเป็นพิเศษและดึงดูดทุกสายตา
น่าสนใจจริง ๆ!
ยังมีผู้หญิงแบบนี้อยู่บนโลกอีกหรือนี่ เขาเป็นถึงคุณชายใหญ่ตระกูลถังเจ้าของบริษัทสื่อยักษ์ใหญ่ แต่กลับถามชื่อผู้หญิงคนหนึ่งยังไม่ได้
เขาหยิบเงินสองร้อยหยวนที่เธอวางทิ้งไว้ขึ้นมาอย่างจนใจ ก่อนจะหัวเราะออกมา
พอกลับถึงบ้าน อันโหรวก็จับทั้งสองคนนั่งลงบนโซฟา ดวงตาสีน้ำตาลจ้องมองพวกเขา
“แม่จะดุพวกเรารึเปล่า?” อันหน่วนเม้มปากน้อย ๆ ทำท่าเหมือนจะร้องไห้
“หน่วนหน่วน เด็กดี แม่ไม่ได้จะดุพวกหนูสักหน่อย” เธอพูดพลางลูบผมของลูกสาว ใบหน้าขาวผ่องเผยรอยยิ้มออกมา “แม่แค่อยากจะบอกว่า ถึงลุงคนนั้นจะเป็นคนดี แต่ต่อไปนี้ถ้าไม่จำเป็นก็อย่าไปยุ่งกับเขา แม่จะมารับพวกหนูเอง ถ้าแม่มาสาย พวกหนูต้องรอแม่อย่างอดทน รู้ไหม?”
“ครับ/ค่ะแม่” อันหยางรีบตอบด้วยรอยยิ้ม ดูเหมือนว่าแม่ไม่อยากให้ลุงถังมาจีบเธอ
แต่เขารู้สึกว่าลุงถังเป็นคนดี อย่างน้อยก็ดีกว่าเจ้านายของเธอที่เอาแต่กอดผู้หญิง แล้วยังชอบตีเด็กอีก
ถ้าอันโหรวรู้ว่า ในใจของอันหยางตอนนี้ จิ่งเป่ยเฉินกลายเป็นคนแบบนั้นไปแล้ว เธอคงหัวเราะออกมาดัง ๆ อย่างสะใจแน่!
“หนูจำได้แล้ว!” อันหน่วนตอบรับพร้อมรอยยิ้ม พลางยื่นมือทั้งสองข้างไปหาเธอ “แม่จ๋า หนูหิวแล้ว”
อันโหรวลูบท้องของลูกสาว “ช่วงนี้นี่ ย่อยเร็วจริงนะ”
“หนูกำลังโตไงคะ! ว่าแต่ แม่ใช้โทรศัพท์ของคุณลุงโทรหาหนูใช่ไหมคะ” อันหน่วนถามพลางโยกตัวไปมา รอคอยคำตอบจากแม่
“คุณลุงเขางานยุ่ง หน่วนหน่วนอย่าโทรไปรบกวนคุณลุงนะ” เธอไม่อาจหยิบโทรศัพท์ของลูกสาวมาลบเบอร์โทรศัพท์อย่างโจ่งแจ้งได้
“ค่ะ หน่วนหน่วนจำได้แล้ว” เด็กหญิงพยักหน้าอย่างแรง ใบหน้าสวยหวานปรากฏรอยยิ้มกว้าง
“งั้นแม่ไปทำกับข้าวแล้วนะ” อันโหรวลูบผมของลูกสาวเบา ๆ แล้วเดินตรงไปยังห้องครัว
ทันทีที่เธอเดินออกไป อันหน่วนก็หยิบโทรศัพท์ของตัวเองออกมาอย่างลับ ๆ แล้วยื่นให้อันหยาง “พี่ชาย ช่วยหนูบันทึกเบอร์โทรศัพท์หน่อยได้ไหมคะ”
“อืม” อันหยางรับโทรศัพท์มา นิ้วเล็ก ๆ กดลงบนหน้าจอสองสามครั้ง แล้วกด ‘ลบ’
อันหน่วนรับโทรศัพท์มา เอียงคอมองอย่างงุนงง จู่ ๆ ก็ร้องไห้ฟูมฟายขึ้นมา
อันโหรวยังไม่ทันได้วิ่งออกไป ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเล็ก ๆ วิ่งมา “แม่จ๋า แม่จ๋า พี่ชายรังแกหนู”
อันโหรวรีบย่อตัวลง เช็ดน้ำตาให้ลูกสาว “หน่วนหน่วนคนดี เป็นอะไรไปจ๊ะ?”
“ฮือ ๆๆ…” ร่างกายเล็ก ๆ ของอันหน่วนสั่นเทา เธอยื่นโทรศัพท์ให้แม่ “พี่ชายแย่ ลบเบอร์คุณลุงไปแล้ว”