ฮูหยินอัจฉริยะของราชายมโลก

    ตอนที่ 64 วิญญาณร้ายยังไม่สลาย (1)

    สีหน้าของผู้เข้าแข่งขันหมายเลขสามหม่นลงและน่ากลัวไม่น้อย เขาชี้หน้ามู่อวิ๋นฮว่าพร้อมเอ่ยโดยไม่คำนึงถึงว่าที่นี่เป็นที่สาธารณะ และยังอยู่ต่อหน้าธารกำนัล "คอยดูไปเถิด!"


    คอยดู คอยดูอะไรกัน?


    มู่อวิ๋นฮว่าแค่นเสียงเย้ยหยันคำขู่พรรค์นี้ แม้แต่ทักษะในการฉีกหน้ายังไม่สันทัด แล้วยังจะมาคิดเล่นสกปรกอีกหรือนางใช้กลยุทธ์ที่เปิดเผยได้คล่องแคล่วขนาดนี้แล้ว ไหนเลยจะต้องกลัวกลยุทธ์ที่ซ่อนเร้น


    โง่เง่าสิ้นดี


    มู่อวิ๋นฮว่าคร้านจะสนใจอีกฝ่ายแล้ว ผู้ชายที่ดูถูกผู้หญิงในยุคสมัยนี้มีมากมาย แต่การพูดออกมาต่อหน้าฝูงชนขนาดนี้ แสดงว่าเป็นคนโง่เง่าอย่างแน่นอน!


    ฮ่องเต้ยังต้องพึ่งพาการแต่งงานเพื่อรักษาเสถียรภาพของอำนาจและราชบัลลังก์ แม้แต่พระองค์ยังไม่กล้าพูดว่าสตรีไร้ประโยชน์ คนโง่เง่าอย่างผู้เข้าแข่งขันหมายเลขสามกล้าดีมาจากไหนถึงพูดคำเหล่านี้ออกมา


    ไม่รู้ว่าเป็นคนในตระกูลของอัครเสนาบดีจางคนไหน มีญาติไร้สมองเช่นนี้ช่างน่าเห็นใจ


    มู่อวิ๋นฮว่าอารมณ์ดีเมื่อเล่นงานผู้เข้าแข่งขันหมายเลขสามได้สำเร็จ นางไม่ต้องถูกผู้หญิงกลุ่มหนึ่งรุมฉีกทึ้งแล้ว ควรค่าแก่การฉลองยิ่งนัก! นางโบกมือและร้องบอก "คนต่อไป!"


    อาลักษณ์กรมธรรมการที่อ้าปากค้างอยู่ปิดปากลง มองผู้เข้าแข่งขันหมายเลขสี่ที่ก้าวขึ้นมาอย่างเต็มใจ ใครกันแน่ที่เป็นผู้ดำเนินการแข่งขันที่นี่


    ทว่าสุดท้ายเขาก็ไม่ได้พูดอะไร กลับเริ่มการแข่งขันทันที เพราะเขาตระหนักแล้วว่าไม่ว่าใครก็ตามที่ท้าทายมู่อวิ๋นฮว่า ล้วนไม่มีจุดจบที่ดี... เสียหน้ามากเกินไปจนไม่อาจสู้ต่อไหว


    หญิงสาวประชันกับผู้เข้าแข่งขันไปแล้วกว่าห้าสิบคน กระทั่งมาถึงคนที่ห้าสิบห้า แม้ว่านางจะไม่ได้ใช้สมองแต่ก็เหนื่อยล้าอยู่บ้าง


    ครั้นเหลียวไปมองผู้เข้าแข่งขันที่นั่งอออยู่ด้านหลัง ก็ทำเอารู้สึกอยากกระอักเลือด!


    เช้านี้นางต่อสู้กับผู้เข้าแข่งขันไปมากกว่าห้าสิบกว่าคน บางคนพ่ายแพ้ตั้งแต่คำถามแรก ถามคำถามออกมาเลย บางคนโชคดี สามารถผ่านได้ถึงสามสี่คำถาม แต่ส่วนใหญ่ไปไม่รอดถึงห้าคำถาม จนบัดนี้ยังไม่เจอใครที่สามารถต่อสู้กับนางได้ถึงสิบคำถาม!


    "เจ้าไหวไหม" มู่อวิ๋นฮว่าไม่ห่วงตนเอง เพราะถึงอย่างไรนางก็แค่เขียน ห่วงแต่ว่านักบัณฑิตหนุ่มจะทนไหวหรือไม่


    "ข้าหรือ" อีกฝ่ายอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนหัวเราะ "ไหวอยู่แล้ว ข้ารู้สึกว่าตั้งแต่ที่กลายเป็นผีมา ข้าไม่รู้จักความเหนื่อยล้าแล้ว และเรื่องราวในอดีตก็จำได้ชัดเจนยิ่งขึ้น แม้แต่ตำราที่อาจารย์สอนตอนเริ่มร่ำเรียน ข้าก็ยังจำได้ทั้งหมด"


    มู่อวิ๋นฮว่าหมุนด้ามร่ม ดูเหมือนว่านางจะกังวลโดยใช่เหตุ ผีตนนี้ดูมีความสุขกับการเป็นผีเสียด้วยซ้ำ!


    อาหารกลางวันในงานประลองบทกวีถูกตระเตรียมเอาไว้ มู่อวิ๋นฮว่าเปิดกล่องอาหารในมือ เรียกได้ว่ามันออกจะเล็กไปเสียหน่อย มหาราชครูฉินและคณะไม่ได้ทานข้าวทันที กลับมารวมตัวกันเพื่อหารือเรื่องบางอย่าง ท่าทางมีกลิ่นดินปืนอยู่เล็กน้อย!


    มู่อวิ๋นฮว่าไม่ได้อยู่ไกลนัก เพียงตั้งใจเงี่ยหูฟังเล็กน้อย ก็จะได้ยินว่าพวกเขากำลังพูดอะไรอยู่


    "เช่นนั้นตามความคิดของอัครเสนาบดีจาง ต่อไปเราควรให้แข่งกันทีละสองคนหรือ แต่ถ้าเป็นเช่นนั้น เกรงว่าการแข่งขันในวันนี้คงจบลงไม่ได้ พรุ่งนี้ก็ต้องมาแข่งอีกเพื่อตัดสินผู้ชนะ" มหาราชาจารย์จั่วคิดอยู่นาน


    อัครเสนาบดีจางพยักหน้า "แต่เดิมก็กำหนดกฎกติกาไว้เช่นนี้ ก่อนหน้านี้ก็จัดขึ้นในลักษณะนี้เช่นกัน คงจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงกฎได้เมื่อมาถึงการแข่งขันในปีนี้กระมัง"


    อัครเสนาบดีจางเป็นพวกหัวโบราณ ตามหลักการแล้วข้อเสนอของเขาไม่มีปัญหาแต่อย่างใด ทว่า...


    "ครั้งนี้ไม่ใช่ว่าเราไม่อยากจัดการแข่งขันเพิ่มอีกหลายวัน ท่านก็คงรู้ว่าอีกไม่กี่วันคนจากอาณาจักรต้าโม่จะเดินทางมาถึงเมืองหลวงแล้ว การแข่งขันนี้จะต้องจบลงก่อนที่พวกเขาจะมาถึง" 


    ทันทีที่คำพูดของอาลักษณ์หลี่ลอยเข้าหู มู่อวิ๋นฮว่าก็ขมวดคิ้ว นางไม่ได้ฟังผิดไปใช่ไหม ที่บอกว่าคนจากอาณาจักรต้าโม่จะมาที่เมืองหลวง


    ต้าโม่หรือ!


    มู่อวิ๋นฮว่ารู้สึกว่าไม่ว่าอาณาจักรใดจะเข้ามาในตอนนี้ ก็ล้วนดูสมเหตุสมผลกว่าอาณาจักรต้าโม่ทั้งนั้น!


    ถึงอย่างไรไป๋หลี่จ้งหัวก็สู้รบกับอาณาจักรต้าโม่มาหลายสิบปี ฝ่ายนั้นถูกกำราบและกดขี่มาเนิ่นนาน ตอนนี้ไป๋หลี่จ้งหัวล่วงลับไปแล้ว อาณาจักรต้าโม่จะมายังเมืองหลวงในช่วงเวลาเช่นนี้ได้อย่างไร


    ตามหลักแล้วอาณาจักรต้าโม่ควรฉวยโอกาสยามไร้ไป๋หลี่จ้งหัวอยู่ปกป้อง กระทำการยึดครองอาณาจักรต้าซี ไม่ใช่มาเยี่ยมเยือนเมืองหลวงไม่ใช่หรือ


    มู่อวิ๋นฮว่าคิดไม่ออกจริงๆ ว่าอาณาจักรต้าโม่กำลังใช้ลูกไม้อะไรอยู่!


    "อาลักษณ์หลี่ หน้าต่างมีหูประตูมีช่อง อาณาจักรต้าโม่ยังไม่ได้ประกาศเรื่องนี้ต่อสาธารณชน" ผู้อาวุโสแห่งราชวิทยาลัยรีบปราม แม้ที่นี่จะมีเพียงพวกเขาหกคน แต่ก็ไม่รับประกันว่าจะไม่มีใครแอบฟังพวกเขาอยู่


    อาลักษณ์หลี่ถูกเตือนเช่นนี้ก็รู้สึกว่าเมื่อครู่ตนเองปากไว เผลอหลงลืมไปว่ายืนอยู่ที่ใด


    ทว่าอัครเสนาบดีจางกลับฮึดฮัดออกมาทันที "อาณาจักรต้าโม่มีอะไรน่ากลัว พวกเขามาที่อาณาจักรต้าซีของเรา เราก็ต้องยอมเร่งการแข่งขันให้หรือไม่ ที่นี่คือดินแดนของต้าซี!"


    แม้ว่ามู่อวิ๋นฮว่าจะไม่ถูกชะตากับอัครเสนาบดีจาง แต่ต้องยอมรับว่าอัครเสนาบดีจางใจกล้าไม่น้อย


    "เอาล่ะ อัครเสนาบดีจาง ตอนนี้เรากำลังพูดถึงเรื่องการแข่งขัน" มหาราชาจารย์จั่วออกโรงไกล่เกลี่ยแล้วรีบเบี่ยงหัวข้อสนทนา "ก่อนหน้านี้ เราตั้งใจว่าจะดำเนินการแข่งขันรอบสองให้เสร็จสิ้นในวันนี้ เพราะวันนี้เป็นการประชันกันแบบเวียน จึงให้เวลาพักผ่อนกับผู้เข้าแข่งขันสองวัน จากนั้นจึงเป็นรอบชิงชนะเลิศ แต่ด้วยความคืบหน้าในตอนนี้ ยังเหลือผู้เข้าแข่งขันอีกกว่าสองร้อยคน แม้ว่าจะใช้เวลาสองวันข้างหน้าทั้งหมด ก็อาจไม่สามารถยุติรอบสองได้ ทีนี้รอบชิงชนะเลิศก็จะต้องเลื่อนออกไปอีกอย่างนั้นหรือ ต่อให้ไม่ทำเช่นนั้น ร่างกายของผู้เข้าแข่งขันก็คงไม่สามารถรับมือไหว"


    กล่าวกันตามตรง มันเป็นปัญหาที่พวกเขาเผชิญอยู่ในตอนนี้ หากต้องการเปลี่ยนแปลง แล้วจะทำให้การแข่งขันเสร็จสิ้นภายในหนึ่งวันอย่างยุติธรรมได้อย่างไร


    ระหว่างที่มู่อวิ๋นฮว่าแอบฟังอยู่ กลิ่นหอมก็ลอยผ่านหน้านางไป เมื่อเงยหน้าขึ้นมองก็เห็นว่าคนที่เดินผ่านไปไม่ใช่ใครอื่น เป็นมู่อวี่ซีนั่นเอง


    ทว่าเหตุใดอีกฝ่ายถึงผ่านไปโดยไม่เหลือบมองดูแคลนนางเลยเล่า


    "ข้าขอคารวะใต้เท้าทั้งหลาย" มู่อวี่ซีก้าวไปหยุดตรงหน้าคณะกรรมการทั้งหก ก่อนโค้งคำนับอย่างสง่างาม


    ในช่วงเวลาเช่นนี้ มารยาทของมู่อวี่ซีที่ได้รับการอบรมอย่างเข้มงวดทำให้กรรมการทั้งหลายประทับใจในทันที


    "มาหาในเวลานี้ มีธุระอะไรหรือไม่" อาจารย์สำนักราชบัณฑิตถาม


    มู่อวี่ซีพยักหน้า "ข้าเพียงรู้สึกว่าจำนวนผู้เข้าแข่งขันในปีนี้มากกว่าปีที่ผ่านๆ มาค่อนข้างมาก แต่ขั้นตอนการแข่งขันยังคงเป็นไปตามปีก่อน ตลอดเช้าวันนี้แข่งขันไปได้เพียงห้าสิบกว่าคนเท่านั้น หากเป็นเช่นนี้ต่อไป เกรงว่าวันนี้และพรุ่งนี้จะไม่สามารถคัดเลือกผู้เข้าแข่งขันเข้ารอบชิงชนะเลิศได้"


    “เจ้ามาด้วยเรื่องนี้นี่เอง พวกเราหลายคนก็กำลังหารือเรื่องนี้อยู่" อาจารย์สำนักราชบัณฑิตพยักหน้า


    "เช่นนั้นไม่ทราบว่าอาจารย์ทั้งหลายมีแผนการแก้ไขหรือไม่" นางถาม


    เมื่อได้ยินคำนาง มหาราชครูฉินก็หัวเราะออกมา "ไม่มีปัญหาไม่เข้าอาราม คิดว่าผู้ชนะของเราคงมีวิธีอยู่ในใจแล้ว บอกเล่าความคิดของเจ้าให้เราฟังมาเถิด"

    คล้ายกับเรื่องฮูหยินอัจฉริยะของราชายมโลก ที่คุณอ่าน

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    นิยาย แฟนตาซี
    127K 373
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    337K 1011
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

    ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

    นิยาย แฟนตาซี
    3.26M 1036
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258