สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 บทที่ 36 เริ่มวางแผน

            “ไล่? ข้าไม่ได้จะไล่เจ้านะ!”

            ซุนเฟยถูกท่าทางตื่นตระหนกที่เอเลน่าแสดงออกมาทำเอาสับสน “เอเลน่าเจ้าเข้าใจผิดแล้ว ข้าแค่จะไปจัดการมอนสเตอร์พวกนั้นด้วยตัวคนเดียวรอจนทำเควสครั้งนี้เสร็จ ครั้งหน้าเจ้าค่อยไปผจญภัยกับข้าอีกที”

            “แต่ข้า...”

            ได้ยินซุนเฟยพูดแบบนี้ ทหารรับจ้างสาวก็ค่อยโล่งใจ แต่นางยังพยายามจะโต้แย้งกับซุนเฟยเนื่องจากในใจยังไม่คิดจะแยกจากกับซุนเฟยเร็วขนาดนี้ในช่วงเวลาที่ยากลำบากแล้วไม่ได้อยู่ข้างกายนายจ้างสำหรับเรื่องนี้ถือว่าเป็นการทำลายเกียรติยศและความภาคภูมิใจของโร้กสาว

            “เอาแบบนี้เถอะ ข้าไม่มีเวลาแล้ว ครั้งหน้าจะอธิบายให้เจ้าฟังอีกที”

            ถึงซุนเฟยจะเป็นพวกบ้ากาม แต่ก็เป็นพวกบ้ากามที่มีหลักการแม้ว่าการที่ได้หยอกล้อกับทหารรับจ้างสาวจะเป็นเรื่องที่กระชุ่มกระชวยคึกคักแต่เมื่อคิดถึงอันตรายที่กำลังจะย่างกรายเข้ามาในโลกแห่งความจริงเขาก็คึกคักไม่ขึ้น พูดประโยคนี้จบซุนเฟยก็หันหลังก้าวเข้าไปในประตูมิติอย่างแน่วแน่ เพื่อป้องกันไม่ให้เอเลน่าตามมาเป็นครั้งแรกที่เขาปิดประตูมิติทันที เพื่อตัดเส้นทางไปยังทริสแทรม

            เอเลน่ามองประตูมิติที่ค่อยๆ สลายไปตาค้าง ใบหน้าแสดงความยุ่งเหยิงสำนึกผิด สิ้นหวัง และดีใจ...ใบหน้างดงามตอนนี้แดงระเรื่อเล็กน้อยไม่รู้ตัวเลยว่ามุมปากกำลังยิ้มกว้าง

            ……

            ……

            ว้าก!

            สิ่งแรกที่ซุนเฟยทำเมื่อเขาเข้ามาทริสแทรมก็คือ ใช้งานทักษะ ‘คำราม’ ของคนเถื่อน

            เทคนิคนี้ได้ผลจริงๆ

            เสียงคำรามของซุนเฟยแฝงไปด้วยพลังน่ากลัวลึกลับกระจายไปทั่วบริเวณฉับพลันพวก ‘โครงกระดูกนักธนู’ ที่อยู่ใกล้ๆประตูมิติและกำลังจ้องมองอยู่ก็ตกใจ บนหัวมันปรากฏแสงสีเขียวและพากันหันหลังวิ่งหนีกระจัดกระจาย

            “ได้โอกาสล่ะ!”

            ซุนเฟยพุ่งไปฟันหลังพวกมอนสเตอร์ พริบตาเดียวพวกมันก็ล้มลงกับพื้น

            สิบวินาทีต่อมา ผลของทักษะ ‘คำราม’ ก็หายไป พวกเหล่ามอนสเตอร์ก็หันกลับมากระโจนใส่เขา

            ซุนเฟยจึงใช้ ‘คำราม’ อย่างต่อเนื่อง

            ในโลกของ Diablo ตราบเท่าที่คุณมีพลังมานาเพียงพอจะไม่มีปัญหาเรื่องการคูลดาวน์ทักษะใดๆ หรือแม้แต่เสียเวลาท่องบดสวด ซุนเฟยเตรียม ‘น้ำยาฟื้นฟูมานาขวดเล็ก’ มาหลายขวดรับประกันเลยว่าสามารถใช้ทักษะ ‘คำราม’ ได้ไม่มีขีดจำกัดโดยที่พลังมานาไม่มีทางหมดอย่างแน่นอน

            ทำแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีก หลังจากใช้ทักษะ ‘คำราม’ ไปได้สิบครั้ง ในที่สุด ‘โครงกระดูกนักธนู’ สารเลวก็ถูกจัดการจนหมด ไอเทมตกเต็มพื้นและในจำนวนนั้นก็ได้เมจิคไอเทมสองอันจากมินิบอสสองตัวซุนเฟยหยิบมันขึ้นมาโยนใส่กระเป๋ามิติ

            แล้วเดินลึกเข้าไปในหมู่บ้าน ซึ่งก็มีมอนสเตอร์ตัวใหม่ปรากฏออกมาอีก

            ‘มนุษย์แพะ’

            เป็นมอนสเตอร์ที่มีหัวเป็นแพะลำตัวเป็นมนุษย์ในมือถือเคียวยักษ์สีแดงแหลมคมส่ายไปมา ส่วนขาที่คดโค้งเหมือนแพะ และข้อเท้าที่เหมือนกีบเท้าแพะมีเขาแหลมคมงอโค้งตรงหัว ถือว่าเป็นพวกสู้ระยะประชิด

            แต่มอนสเตอร์ประเภทต่อสู้ระยะประชิดสำหรับคนเถื่อนแล้วนี่ไม่คณนามือเลยสักนิด

            ซุนเฟยใช้ทักษะ ‘คำราม’ อย่างหน้าด้านๆอีกครั้ง ถือว่าเป็นกลยุทธ์ในการสังหารมอนสเตอร์แบบมีสมองไม่ช้ามอนสเตอร์พวกนี้ก็ตาย ในบรรดาที่นอนจมกองเลือด ก็มี ‘มินิบอสมนุษย์แพะ’อยู่ด้วย ทั้งยังมีเมจิคไอเทมมาให้อีกสองอัน

            แต่ครั้งนี้ ซุนเฟยไม่มีเวลาไปเก็บไอเทม

            หลังจากจัดการมอนสเตอร์สองประเภทอย่างต่อเนื่องเพราะเสียงร้องโหยหวนของเหล่ามอนสเตอร์และเสียงการต่อสู้ที่ครึกโครมในที่สุดมันก็ไปรบกวนบอสใหญ่ของทริสแทมอย่างกริสโวลด์เข้าแล้ว

            อดีตพาลาดินก็ออกมาจากซากปรักหักพังที่มีไฟนรกกำลังลุกไหม้อยู่

            หลังจากที่กริสโวลด์ได้ตกไปในด้านมืด ตอนนี้ก็กลายเป็นปีศาจ ทว่ารูปลักษณ์ภายนอกของเขาไม่เหมือนปีศาจตนอื่นๆจนกระทั่งตอนนี้กริสโวลด์ยังคงรักษารูปลักษณ์ยามเป็นมนุษย์ไว้ไม่มีสัญญาณที่บ่งบอกว่ากลายเป็นปีศาจอย่างชัดเจน ร่างกายอ้วนท้วมเล็กน้อยท้องนูนหน่อยๆ รูปร่างเตี้ย แต่ดวงตาของเขากลับเป็นสีแดงเลือดราวกับมีหยดเลือดสีแดงกำลังเคลื่อนไหวอยู่ในดวงตาเขาไม่หยุดเป็นประกายสีแดงความผันผวนของจิตวิญญาณที่แผ่กระจายออกมาจากดวงตาทั้งรังสีฆ่าฟัน ป่าเถื่อน เหี้ยมโหดมองจากไกลๆ ก็รู้สึกกลัวจนพูดไม่ออก

            ในยามมีชีวิตกริสโวลด์เป็นพาราดินที่แข็งแกร่งผู้หนึ่ง

            หลังจากที่จมลงสู่ด้านมืด พลังของเขาก็แข็งแกร่งขึ้นอีกขั้นแม้ว่าจะสูญเสียพรของพระเจ้าไป แต่พลังของปีศาจกลับทำให้เขาแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิมความเร็วของเขามหาศาล เพียงเห็นซุนเฟยเขาก็คำรามออกมาแล้วพุ่งเข้ามาทันทียกหมัดขึ้นมาแล้วชกเข้าใส่อย่างรวดเร็วดุจสายฟ้า

            ซุนเฟยใช้โล่กัน

            ตูม!

            พลังมหาศาลที่ปล่อยออกมาแม้แต่พละกำลังคนเถื่อนซุนเฟยก็ยังถูกความรุนแรงผลักดันให้ถอยหลังไปสามสี่ก้าว

            ลมหายใจร้อนๆ กระจายไปไปตามโล่และทั่วร่างของซุนเฟยเลือดในร่างราวกับกำลังถูกเผาไหม้จนเจ็บไปถึงไขกระดูก ซุนเฟยรู้ว่า หลังจากที่กริสโวลด์ได้รับพลังปีศาจการโจมตีจะแฝงมาด้วยเปลวไฟนรกที่ลุกไหม้

            ซุนเฟยสับเปลี่ยนอาวุธ ปรากฏขวานยักษ์ที่มีพลังที่น่ากลัวออกมาในมือ

            ซุนเฟยเหวี่ยงขวานสามครั้งดัง ‘หวืด หวืด หวืด’ ประกายแสงยะเยือกแล่นผ่าน

            ในขณะที่เหวี่ยงขวานไปสามครั้ง พลังโจมตีมหาศาลก็ทิ้งบาดแผลที่น่าตกใจไว้สามรอยบนร่างของกริสโวลด์ชายที่เปลี่ยนเป็นปีศาจกริสโวลด์ บอสใหญ่ของทริสแทรมก็พลันคำรามอย่างโมโห เลือดของมันลดลงประมาณหนึ่งในสิบ

            “ฮ่า ได้การล่ะ ต้องฟันอีกสิบกว่าครั้งถึงจะล้มหมอนี่ได้”

            ในใจของซุนเฟยพลันยินดีขึ้นมาเมื่อเห็นความหวัง เขาดื่ม ‘น้ำยารักษาชีวิตขวดเล็ก’ หนึ่งขวดและต้านการโจมตีของกริสโวลด์ได้อีกหนึ่งครั้งจากนั้นก็เหวี่ยงขวานในมือ ฟันมันอีกครั้ง แต่คราวนี้เขาโจมตีกลับไปได้แค่สองครั้ง

            โชคดีที่หลังจากพาลาดินกลายเป็นปีศาจเขาก็ไม่มีสติปัญญาแม้ว่าจะมีพลังแข็งแกร่งมาก แต่กลับไม่สามารถแสดงความสามารถออกมาได้อย่างเต็มที่ ทั้งยังเซ่อซ่าอีกด้วยอาศัยพึ่งพาสัญชาตญาณของร่างกายในการสู้รบ ดังนั้นจึงรับมือได้ไม่ยาก

            ซุนเฟยสู้พลางถอยพลาง ไม่ช้าก็ถอยออกมาจากหมู่บ้าน

            ด้วยวิธีนี้ หากเสียงการต่อสู้ยังดังกึกก้องแบบนี้ต่อไปไม่แน่ว่าอาจจะไปรบกวนมอนสเตอร์ตัวอื่นๆ ในหมู่บ้าน หากเป็นแบบนั้น ฉากที่เอเลน่าถูกเหล่ามอนสเตอร์รุมโจมตีเมื่อคราวที่แล้วก็ผุดขึ้นมา

            แต่เพื่อความปลอดภัย ซุนเฟยจึงหันหลังวิ่งหนีไป หลังจากได้ระยะห่างก็เปิดใช้งาน‘ม้วนคัมภีร์กลับเมือง’ เสียง ‘วิ้ง’ ดังขึ้นเบาๆ ประตูมิติก็เปิดขึ้นตรงหน้าเมื่อเตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์ที่อาจจะเปลี่ยนแปลงไปได้ทุกเมื่อ เขาก็รีบดื่มน้ำยาแล้วกลับไปสู้ต่อ

            แต่ข้อเท็จจริงได้พิสูจน์แล้วความรอบคอบของซุนเฟยมีมากเกินความจำเป็น

            หลังจากดื่ม ‘น้ำยารักษาชีวิตขวดเล็ก’ไปได้สี่ขวด ซุนเฟยก็สามารถล้มบอสใหญ่ของเมืองทริสแทรมนี้ได้

            ประกายแสงเย็นยะเยือกแล่นผ่านพร้อมเสียงตึง กริสโวลด์ก็ล้มไปกองกับพื้น

            ศพของเขาก็ระเบิดไอเทมและน้ำยาจำนวนมากออกมา

            ซุนเฟยรู้สึกละลานตา พลันเหลือบไปเห็นว่าในบรรดากองไอเทม มีไอเทมส่องประกายแสงสีเขียวสว่างไสวอยู่

            “เฮ้ย นั่นมันไอเทมเซ็ตเหรอ?”

            ซุนเฟยแปลกใจกับความโชคดีของตัวเองจนแทบเป็นลม

            โดยทั่วไป ไอเทมเซ็ตจะมีชุดและอุปกรณ์ครบเซ็ตในเกมคอมพิวเตอร์โลกเก่ายังยากที่จะปรากฏเลย คิดไม่ถึงว่าจะปรากฏออกมา คงไม่ได้เหยียบขี้หมาที่นี่นะตั้งแต่ที่ซุนเฟยได้เข้ามาที่โลก Diablo นี่เป็นครั้งแรกที่ได้ไอเทมเซ็ตเป็นเรื่องที่ไม่คาดฝันจริงๆ

            เขายกเท้าขึ้นมาดูเหมือนเป็นเรื่องใหญ่โตเขาแค่อยากจะแน่ใจว่าตัวเองคงไม่ได้ไปเยียบขี้หมาโดยไม่ทันระวังมาสักที่หมาตัวที่ขี้ต้องเป็นหมาที่ดวงเฮงสุดๆ

            ซุนเฟยรอแทบไม่ไหวที่จะหยิบไอเทมเซ็ตชิ้นนี้ขึ้นมาในมือแล้วตรวจสอบ

            นี่เป็นชุดเกราะขนสัตว์ที่สร้างได้สวยงามมาก ชุดเกราะกะพริบแสงสีเขียวอ่อนๆแต่จำเป็นต้องตรวจสอบก่อนว่ามีคุณสมบัติพิเศษที่ไม่รู้อยู่หรือเปล่า

            เขาไม่ลังเลที่จะใช้ ‘ม้วนคัมภีร์ตรวจสอบ’

            เสียงติ๊งดังขึ้นคุณสมบัติและชื่อของชุดเกราะขนสัตว์สีเขียวก็ปรากฏออกมาตรงหน้าซุนเฟยทั้งหมด

            ‘ชุดขนสัตว์อาร์คติก’

            ป้องกัน: +48

            ระดับความทนทาน: 20/20

            พละกำลังที่ต้องการ: 12

            เลเวลที่ต้องการ: 2

            คุณสมบัติพิเศษ: +30% เพิ่มประสิทธิภาพการป้องกัน,+10 การต้านทานทั้งหมด

            หมายเหตุ: อุปกรณ์อาร์กติกประกอบด้วยอาร์กติกบายดิ้ง, ชุดขนสัตว์อาร์คติก, ฮอร์นอาร์กติกและอาร์กติกมิสท์เมื่อรวมรวมไอเทมทั้งหมดครบแล้วจะมีคุณสมบัติพิเศษเพิ่มเติม

            ……

            ผลการตรวจสอบทำให้ซุนเฟยผิดหวังเล็กน้อย

            ‘ชุดขนสัตว์อาร์คติก’ นี้เป็นหนึ่งในองค์ประกอบของชุด‘อุปกรณ์อาร์คติก’ ตามที่เคยอ่านในเกมคอมพิวเตอร์โลกเก่า‘อุปกรณ์อาร์คติก’ไม่เหมาะกับตัวละครคนเถื่อนและมันเป็นชุดที่นิยมมากสำหรับพวกมือใหม่ที่เล่นตัวละครอเมซอน

            แต่คุณสมบัติของ ‘ชุดขนสัตว์อาร์คติก’ ถือว่าแข็งแกร่งมากและประสิทธิภาพก็ทิ้งห่างเกราะหนังที่ซุนเฟยสวมอยู่ตอนนี้ไหนจะคุณสมบัติ +30% เพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันและ +10การต้านทานทั้งหมด อีกอย่าง มันก็ถือเป็นผลลัพธ์ที่คนเถื่อนอย่างเขาได้มาอย่างยากลำบากดังนั้นซุนเฟยไม่ลังเลที่จะรีบเปลี่ยนชุดเป็น ‘ชุดขนสัตว์อาร์คติก’

            นอกจากไอเทมเซ็ต บนพื้นยังมีเมจิคไอเทมสองสามชิ้นและแรร์ไอเทมอีกหนึ่งชิ้น

            ซุนเฟยคิดไปคิดมา ก็ตัดสินใจไม่หยิบขึ้นมา

            หลังจากกำจัดบอสกริสโวลด์และเหล่ามอนสเตอร์สองชนิดอย่าง ‘โครงกระดูกนักธนู’ และ ‘มนุษย์แพะ’อย่างยากลำบากแล้ว มอนสเตอร์ตัวอื่นๆ ของทริสแทรมก็ไม่คณนามือซุนเฟยหรอกเขาตัดสินใจที่จะไปช่วยชายชราที่ชื่อเคนก่อน อย่างไรก็ตาม ไอเทมที่ตกอยู่บนพื้นก็ไม่มีนักผจญภัยคนอื่นมาขโมยหรอก

            ซุนเฟยยกขวานพาดไหล่เขาแล้วเดินอาดๆ เข้าไปที่ซากปรักหักพังของหมู่บ้าน

            กลุ่ม ‘ไปร์ด ฟีน’ กรีดร้องพลางพุ่งเข้ามาแต่ไม่กี่วินาทีต่อมาก็กลายเป็นค่าประสบการณ์ของซุนเฟย สุดท้ายก็เหลือ ‘ซอมบี้’ ไม่กี่สิบตัวที่เดินต้วมเตี้ยมซึ่งก็ไม่สามารถหลบพ้น‘กรงเล็บปีศาจ’ ของซุนเฟยไปได้ เสียเวลาไม่ถึงห้าหกนาทีก็ล้างบางมอนสเตอร์และอันเดดในทริสแทรมจนหมด

            ซุนเฟยเดินมาจนถึงตรงกลางของซากปรักหักพังในหมู่บ้านแล้วมองหาเคนที่ถูกห้อยอยู่บนต้นไม้ในกรง

            “รีบช่วยข้า! ท่านนักรบหนุ่ม รีบช่วยข้าที!”

            เมื่อตาเฒ่าเคนเห็นซุนเฟยก็เหมือนผู้ชายกินยาไวอาก้าแล้วเห็นผู้หญิงเปลือยวิ่งเข้ามาเขาตะโกนเรียกสุดเสียง เสียงแหลมยิ่งกว่าเสียงร้องมอนสเตอร์แทงเข้าไปในรูหูเหมือนมีคนเอาไม้ไปแทงตูดเขาในกรงแล้วคาไว้ในนั้น

            หวือ!

            เหวี่ยงขวานไปตัดเชือกจนขาด

            กรงไม้ตกลงมาบนพื้นและแตกออก

            ตาเฒ่าเคนดีใจอย่างมาก สองมือสองเท้ารีบปีนออกมาจากกรงอย่างรวดเร็วไม่บอกกล่าวคำขอบคุณสักคำแต่เปิดใช้ประตูมิติเหมือนหมาข้างถนนที่วิ่งหนีตายเมื่อเจอหมาป่า ตาเฒ่าเคนกระโจนเข้าไปในประตูมิติแล้วหายวับไปเลย

            “เฮ้ยๆๆ ไอ้แก่นี่ พูดขอบคุณสักคำก็ไม่มี!”

            ซุนเฟยมองตาค้าง ความเร็วในการหนีตายของตาแก่เคนทำเอาซุนเฟยรู้สึกด้อยไปเลย

            ซุนเฟยได้แต่ยกนิ้วกลางไปทางที่ตาแก่เคนวิ่งหนีไปจากนั้นซุนเฟยก็เริ่มเก็บกวาดสนามรบ ไอเทมทั้งหมดที่ตกมาถูกยัดใส่ในกระเป๋าจากนั้นก็ไปที่ประตูมิติที่เปิดไว้ก่อนแล้วเพื่อกลับไปที่ ‘ค่ายโร้ก’

            ทหารรับจ้างสาวเอเลน่าก็ไม่รู้ไปอยู่ไหนไม่ได้อยู่ใกล้ๆ ประตูมิติด้วยซุนเฟยตัดสินใจไปหาแม่ชีอาคาร่าก่อนเพื่อไปรับรางวัลเควส

            รางวัลเควสครั้งนี้กระจอกมากยัยป้าแม่ชีขี้งกให้ซุนเฟยเป็น ‘ลูกค้าวีไอพี’ ในร้านนาง ถ้าซื้อน้ำยาในร้านนางจะได้ลดราคาสิบเปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ ตาเฒ่าเคนที่เขาอุตส่าห์บุกป่าฝ่าดงไปช่วยกลับมารางวัลที่ตาแก่นั้นให้คือตรวจสอบไอเท็มให้ฟรี

            เควสก็ยาก ขั้นตอนทำเควสก็ซับซ้อนรางวัลตอบแทนนี้เหมือนทำทานขอทานชัดๆ เห็นธาตุแท้ได้ชัดเจนจริงๆอาคาร่าและเคนต่างก็เป็น ‘แวมไพร์’ ที่ชอบสูบเลือดสูบเนื้อจากคนอื่นไอ้พวกพ่อค้าแม่ค้าหน้าเลือด

            เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยซุนเฟยก็เริ่มจัดระเบียบคุณสมบัติตัวละครของตัวเอง

            การอัพเลเวลครั้งนี้ถือว่าราบรื่น หลังจากที่ล้มกริสโวลด์ พาลาดินที่ร่วงหล่นไปด้านมืดของทริสแทรม ซุนเฟยก็เลเวลอัพถึง 12 ผลงานครั้งนี้ถือว่าเกินเป้าหมายเลเวล 10 ที่ซุนเฟยคาดหวังไว้ก่อนจะเข้าเล่นโลกDiablo คิดว่าต้องให้เครดิตกับเอเลน่า ทหารรับจ้างสาวแสนสวยของเราด้วย

            ซุนเฟยเริ่มกด

            เมื่อเขาเลเวลอัพก็ได้รับคะแนนคุณสมบัติมา 25 คะแนน ยังคงเลือกเพิ่ม 3 คะแนนให้กับ ‘พละกำลัง’ 2 คะแนนกับ ‘ความแข็งแกร่ง’ และยังได้คะแนนทักษะพิเศษ 5 คะแนน ซุนเฟยคิดถึงแผนการต่อจากนี้ ในที่สุดก็เลือกเพิ่ม 1 คะแนน ‘ยั่วยุ’ 1 คะแนน ‘ผู้เชี่ยวชาญดาบ’ 2 คะแนน ‘กระโดด’ 1 คะแนน ‘ผู้เชี่ยวชาญหอก’

            เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จ ซุนเฟยก็เปิดหน้าต่างสเตตัส

            เลเวล: 12

            ประสบการณ์: 95414/112725

            พละกำลัง: 66

            ว่องไว: 20

            ความแข็งแกร่ง: 44

            สติปัญญา: 10

            พลังโจมตี: 39-55

            ความแม่นยำในการโจมตี: 169

            ป้องกัน: 77

            อดทน: 34

            พลังชีวิต: 157

            มานา: 19

            ต้านทานเวทไฟ: 10

            ต้านทานเวทน้ำแข็ง: 10

            ต้านทานเวทไฟฟ้า: 25

            ต้านทานเวทพิษ: 10

            ……

            ข้อมูลดังกล่าว ทำให้ในใจซุนเฟยรู้สึกมั่นใจ

            ตามประสบการณ์แล้ว เลเวล 12 ของคนเถื่อนพลังคงเทียบเท่ากับนักรบสองดาวแต่ด้วยทักษะพิเศษของคนเถื่อนทุกชนิดคงสามารถต่อกรกับนักรบระดับสามดาวในโลกแห่งความจริงได้อย่างสูสีครั้งหน้าหากต้องเผชิญหน้ากับนักรบสามดาวแรนดุ๊กอีกซุนเฟยมั่นใจว่าสามารถทำให้มันล่าถอยไปได้โดยที่ตัวเองไม่ได้รับบาดเจ็บ

            แน่นอนว่า ทำได้เพียงทำให้มันล่าถอยไปเท่านั้นหากอยากสังหารแรนดุ๊กในชั่วพริบตา ซุนเฟยคาดว่าคงต้องเลื่อนเป็นเลเวล 20 ก่อนถึงจะทำได้

            เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยซุนเฟยก็ไปหาตาเฒ่าเคนแล้วนำไอเทมทั้งหมดในกระเป๋าที่ยังไม่ได้ตรวจสอบให้ตาเฒ่าเคนตรวจสอบให้ฟรีๆหนวดเคราสีขาวของตาเฒ่าเคนสั่นทุกครั้งที่เขาพูดพล่ามไร้สาระแต่ซุนเฟยไม่มีเวลาแล้ว เขาไม่สนใจตาแก่นั่น หลังจากที่ตรวจสอบไอเทมเสร็จก็รับมันมาแล้วจากไปทันที

            ซุนเฟยหามุมสงบๆ หลังจากตรวจสอบคุณสมบัติไอเทมเรียบร้อย

            แรร์ไอเทมเป็นคันธนูสั้นหนึ่งอันรูปร่างเรียบง่ายดูคลาสสิกมาก มันชื่อว่า ‘ธนูสั้น’ คุณสมบัติไม่เลวแต่ซุนเฟย คงไม่ได้ใช้มัน

            เขาครุ่นคิด ธนูอันนี้เอเลน่าอาจจะใช้มันได้ เขาจะเก็บมันไว้ก่อนไว้ครั้งหน้าที่เจอกันเขาจะมอบธนูอันนี้ให้เอเลน่า บางที หากนางพอใจอาจจะตอบแทนด้วยร่างกาย...อ่า ไม่รู้ว่าในโลก Diablo จะสามารถ XXOO กับพวกเขาได้ไหมนะ?

            ซุนเฟยเริ่มหน้าด้าน

            เมจิคไอเทมอันอื่นก็มีคุณสมบัติธรรมดาๆ และซุนเฟยก็ใช้ไม่ได้ถ้าอย่างนั้นเขาขายให้ช่างตีเหล็กชาร์ซีทั้งหมดเลยแล้วกัน ได้รับเงินมาทั้งหมดสองหมื่นกว่าเหรียญทอง บวกกับเงินที่มีอยู่ก่อนหน้านั้น ตอนนี้ซุนเฟยมีเงินทั้งหมดสี่หมื่นแปดสิบเหรียญทอง

            ทุกอย่างพร้อมแล้วเขาเริ่มที่จะดำเนินการตามแผนของเขา

            เขาไปหายัยป้าแม่ชีอาคาร่าและซื้อ ‘น้ำยารักษาชีวิต’ ที่ดีกว่า ‘น้ำยารักษาชีวิตขวดเล็ก’ มาห้าขวดและ ‘น้ำยาความแข็งแกร่ง’ สองขวดด้วยราคาที่ลดสิบเปอร์เซ็นต์ จากนั้นก็หาที่เงียบสงบแล้วเริ่มสื่อสารกับเสียงเย็นชาลึกลับในหัว

            “เจ้าอยู่ไหม? ข้าอยากแลกเปลี่ยน ‘น้ำยารักษาชีวิต’ ห้าขวด ‘น้ำยาความแข็งแกร่ง’ สองขวด และ ‘ม้วนคัมภีร์กลับเมือง’ หนึ่งม้วน”

            เงียบ

            ห้าหกวินาทีต่อมา ในที่สุดเสียงลึกลับเย็นชานั้นก็ปรากฏขึ้น

            “ตามที่ท่านปรารถนา... ‘น้ำยารักษาชีวิต’ ราคาแลกเปลี่ยนขวดละห้าพันเหรียญทอง อัตราความสำเร็จในการแลกเปลี่ยนยี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์ ‘น้ำยาความแข็งแกร่ง’ ราคาแลกเปลี่ยนขวดละสองพันเหรียญทอง อัตราความสำเร็จในการแลกเปลี่ยนสามสิบเปอร์เซ็นต์ ‘ม้วนคัมภีร์กลับเมือง’ ระดับของคุณในปัจจุบันไม่เพียงพอที่จะแลกเปลี่ยนได้...ทั้งหมดสองหมื่นเก้าพันเหรียญทอง กรุณายืนยันการแลกเปลี่ยนด้วยค่ะ?”

            ราคานี้อยู่ในการคาดการณ์ของซุนเฟย

            สิ่งเดียวที่อยู่นอกความคาดหมายของเขานั่นก็คือ ‘ม้วนคัมภีร์กลับเมือง’ คาดไม่ถึงว่าเพราะระดับปัจจุบันของตัวเองไม่ถึงจึงไม่สามารถแลกเปลี่ยนได้ดูเหมือนว่าหากอยากจะแลกเปลี่ยนไอเท็มและอุปกรณ์ในโลก Diablo สู่โลกจริง ไม่เพียงติดปัญหาเรื่องอัตราความสำเร็จในการแลกเปลี่ยนและเงินแต่ยังมีขีดจำกัดบางอย่างด้วย เพียงแค่หาไม่เจอในตอนนี้

            แต่จากคำตอบของเสียงเย็นชาลึกลับนั้นซุนเฟยจึงคิดว่ายังมีกฎการแลกเปลี่ยนอยู่มาก

            ยิ่งสิ่งของซับซ้อนและล้ำค่าเท่าไร ราคาแลกเปลี่ยนก็ยิ่งสูงอัตราความสำเร็จในการแลกเปลี่ยนก็ยิ่งต่ำ กฎเกณฑ์ก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้นในทางตรงกันข้าม เมื่อเทียบกันแล้ว ‘น้ำยาความแข็งแกร่ง’ มีคุณภาพและระดับที่ต่ำกว่า ดังนั้นราคาแลกเปลี่ยนจึงแค่สองพันเหรียญทอง และอัตราความสำเร็จในการแลกเปลี่ยนก็อยู่ที่สามสิบเปอร์เซ็นต์ ส่วน ‘น้ำยารักษาชีวิต’ ที่มีคุณภาพและระดับที่สูงกว่าราคาแลกเปลี่ยนจึงห้าพันเหรียญทองแต่อัตราความสำเร็จในการแลกเปลี่ยนอยู่ที่ยี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์ซึ่งต่ำกว่า

            “กรุณายืนยันการแลกเปลี่ยน?”

            เมื่อไม่ได้รับคำตอบจากซุนเฟยในครั้งแรกเสียงเย็นชาลึกลับนั้นก็เหมือนกับอดทนไม่ไหวจนต้องเอ่ยปากถามอีกครั้ง

            “แลกเปลี่ยน แน่นอนว่าแลกเปลี่ยน!”

            ซุยเฟยได้สติกลับมาแล้วรีบตอบกลับไป

            “ติ้ง!กำลังคำนวณการแลกเปลี่ยน...เหรียญทองเพียงพอ... ‘น้ำยารักษาชีวิต’ ห้าขวดอัตราความสำเร็จในการแลกเปลี่ยนยี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์...คำนวณอัตราความสำเร็จ...แลกเปลี่ยนสำเร็จสองขวด ล้มเหลวสามขวด... ‘น้ำยารักษาชีวิต’ สองขวดอัตราความสำเร็จในการแลกเปลี่ยนสามสิบเปอร์เซ็นต์...คำนวณอัตราความสำเร็จ...แลกเปลี่ยนสำเร็จหนึ่งขวด ล้มเหลวหนึ่งขวด”

            ---------------------------

    คล้ายกับเรื่องสดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน