เกิดใหม่เป็นไอ้เจิด

    ตอนที่หนึ่งร้อยสี่สิบเอ็ด แม่หนูอยู่ไหนโมเดล

    ตอนที่หนึ่งร้อยสี่สิบเอ็ด แม่หนูอยู่ไหนโมเดล

    แม่หนูอยู่ไหนโมเดลหรือเรียกอีกอย่างว่า

    Industrialization of society

    การพัฒนาไปเป็นสังคมอุตสาหกรรมของสังคม

    เราดึงดูแรงงานจากทางเกษตรในชนบทไปป้อนโรงงานตัวเมืองเพราะการผลิตทางอุตสาหกรรมนั้นมีประสิทธิภาพมากกว่า

    Economic of Scale

    เศรษฐกิจด้านจำนวน

    มีชัยชนะเหนือการทำเศรษฐกิจแบบเดี่ยวหรือแค่คนเดียวหรือแม้แต่ครอบครัวเดียวเสมอ

    ไม่เกี่ยวว่าเราจะท่องคาถามหาเศรษฐี ตื่นก่อนไก่ขันนอนหลังทุกคนในบ้าน

    ไม่เกี่ยวว่าเรามีแม่ย่ามาอวยพร

    แม่ย่าและคาถามหาเศรษฐีไม่สามารถกลบความแตกต่างด้านจำนวนนับร้อยเท่าได้

    ประดุจดั่งวีรบุรุษในตำนานหรือแสนตรีเพชรกล้า

    ต่อให้เราเก่งคาถาแค่ไหนโดนผู้มีวิทยาอาคมอีกสามสิบกว่าคนมารุมเราก็คงจะเกินกำลังของคาถาเราไปหน่อยเช่นกัน

    ไม่ใช่ว่าเราไม่เก่ง

    หรือคาถาไม่ได้ผล

    แค่มันเอาชนะการพัฒนาเป็นอุตสาหกรรมของสังคมไม่ได้เท่านั้นเอง

    มันมีสาเหตุอยู่ที่การพัฒนาไปเป็นสังคมอุตสาหกรรมต้องเจอปัญหาคล้ายๆกัน

    ที่มีสาวอายุสามสิบยังไม่ได้แต่งงานมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

    ไม่ว่าสังคมนั้นจะอยู่ในแอฟริกาหรือมองโกเลียคนละซีกโลกต่างศาสนาต่างวัฒนธรรมกันก็ตาม

    หากเราใช้โมเดลเศรษฐกิจอุตสาหกรรมเดียวกัน

    ปัญหาเดียวกันจะเกิดขึ้นตามมา

    ทำไมระบบของสังคมจะปล่อยให้คุณเอาเวลาของคุณไปดูแลป้อนอาหารป้อนซาลาเปาอาบน้ำให้เจ้าก้อนแป้ง?

    ในเมื่อคุณควรจะเอาเวลาทั้งชีวิตของคุณมาเป็นส่วนหนึ่งของระบบการผลิตอุตตสาหกรรมที่ยิ่งใหญ่กว่าได้

    ลืมเจ้าก้อนแป้งไปเสีย

    มาทำงานเอกสารนี้ให้เสร็จก่อนสี่ทุ่มเพื่อให้ระบบอุตสาหกรรมของเรายังดำเนินต่อไปได้

    คำถามที่ว่าแม่หนูอยู่ไหน

    แม่ของเจ้าทิ้งเจ้าไปทำงานในเมืองใหญ่จึงเป็นที่มาอย่างนี้เอง

    จากครอบครัวใหญ่ก็จะกลายเป็นครอบครัวนิวเคลียร์

    กลายเป็นครอบครัวแม่เลี้ยงเดี่ยวและสูญสลายไปในที่สุด

    การพยายามเป็นชาวสวนแม่ลูกสามโดยการย้อนอดีตอาจจะเป็นการตอบจากเสียงลึกๆในจิตใจของเราก็ได้

    ว่าไม่ต้องการเป็นแค่เครื่องจักรของระบบอุตสาหกรรมขนาดยักษ์นี่อีกต่อไปแล้ว

    คนที่มองว่าอุตสาหกรรมขนาดยักษ์คือความสวยงาม

    คงมีแค่นักเศรษฐศาสตร์เท่านั้นล่ะที่เห็นตัวเลขมากขึ้นเรื่อยๆเห็นการแลกเปลี่ยนทรัพยากรแล้วจะมีความสุขหลับฝันดี

    สาวอายุสามสิบที่ยังไม่ได้แต่งงานที่ต้องทำงานให้เสร็จก่อนสี่ทุ่มคงมีความสุขไม่ได้เท่านักเศรษฐศาสตร์ใส่สูทใส่แว่น

    ฝันถึงยุตหกศูนย์ที่มีสามีนายทหารเกษียณอายุตั้งแต่ยังหนุ่มแต่เคยเป็นนักมวยของกองทัพสูงกว่า 180 เซนติเมตร

    ทั้งที่ทหารจริงๆคงได้เข้าเวรสามวันต่อสัปดาห์เป็นอย่างต่ำหากยังอยู่ในราชการ

    ความสำนึกผิดชอบชั่วดีในจิตใจทำให้เจิดยังรู้สึกผิดอยู่เล็กน้อย

    แต่ท่านซางเอียงและหานเฟยจื่อได้สอนเอาไว้ในอดีตหลายพันปี

    และรัฐสมัยใหม่มาใช้ได้สำเร็จในที่สุด

    จงแยกชายฉกรรจ์ออกไปสร้างครอบครัวใหม่

    ประชาชนอ่อนแอรัฐจะเข้มแข็ง ประชาชนเข้มแข็ง รัฐจะอ่อนแอ

    ที่ซางเอียงต้องลำบากจับคนที่ไม่ยอมแยกครอบครัวให้กลายเป็นทาส

    นักเศรษฐศาสตร์ปัจจุบันทำได้สำเร็จโดยการมอบสิทธิเสรีภาพให้แก่สตรี

    สามารถเพิ่มแรงงานและกลุ่มลูกค้าขึ้นมาได้อีกเท่าตัว

    เท่ากับว่าแยกครอบครัวได้มากกว่าเดิมเป็นสองเท่านอกจากชายฉกรรจ์แล้วยังรวมไปถึงสาวอายุสามสิบที่ยังไม่ได้แต่งงานด้วย

    ชุมนุมเสือดำนั้นอยู่กันแบบหลายชั่วรุ่นMulti generation

    มีตั้งแต่รุ่นปู่ทวดจนถึงรุ่นหลาน เหลนลื่อ

    หากรัฐจะบุกโจมตี

    ต่อให้จะมากจะน้อยเราก็ต้องปกป้องท่านปู่ทวดหรือลุกหลานของเราทุกคนรวมใจเข้มแข็ง

    ประชาชนเข้มแข็งรัฐจะอ่อนแอมีที่มาเช่นนี้เอง

    แต่หากเราให้พวกเขาแยกเป็นครอบครัวเดี่ยว

    ไปทำงานในเมืองกรุง

    นางสาวอำแดงทำงานในเมืองกรุงคนเดียว

    รัฐจะปราบปรามนางสาวอำแดงที่อยู่คนเดียวในบางกอกหรือหมู่บ้านเสือดำที่เหลือแต่คนแก่ที่เดินไม่ไหวและไอ้แดงที่แก้ผ้าวิ่งเล่นอยู่ในหมู่บ้านอย่างไรก็ได้

    ประชาชนอ่อนแอรัฐจะเข้มแข็งมีที่มาเช่นนี้เอง

    “ชั้นจะให้ค่าจ้างอย่างงามเลยล่ะจ๊ะงานบุญงานแต่ง สงกรานต์ ปีใหม่จะได้มีเงินมาซื้อเสื้อผ้าสวยๆ สีสดใสใส่กันน่ะจ๊ะ”

    เจิดกล่าวต่อชาวบ้านอย่างยิ้มแย้ม

    คิดในใจว่า

    หึหึหึหึ

    เมื่อถึงเวลาทั้งหมู่บ้านเหลือแต่เด็กและคนแก่

    หมู่บ้านเสือดำจะล่มสลายไปโดยไม่ต้องเสียกระสุนแม้แต่นัดเดียว

     

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่เป็นไอ้เจิด ที่คุณอ่าน