บทที่ 2 ชัดเจนว่านางเป็ลูกพลับพิษ
เซี่ยงเฉิงหลีลอบกำหมัดแน่น
ปีนั้น เหตุที่ท่านปู่ของเขาเสนอผูกดองกับสกุลจี้ ก็เพราะเล็งเห็นว่าสกุลจี้เป็ตระกูลบัณฑิตเก่าแก่ร้อยปี บุตรสาวที่ได้รับการอบรมสั่งสอนย่อมเพียบพร้อมด้วยจรรยามารยาท รู้จักครองเรือน เป็สตรีผู้มีปัญญาที่จะช่วยเชิดชูวงศ์ตระกูลให้รุ่งเรือง
ทว่าผู้ใดจะล่วงรู้?
นับั้แ่จี้กั๋วกงท่านก่อนสิ้นบุญ กฎระเบียบและคุณธรรมของสกุลจี้กลับเสื่อมถอยลงรุ่นสู่รุ่น
มาบัดนี้ถึงขั้นต้องอาศัยบุตรสาวให้ไปเกาะเกี่ยวผู้มีอำนาจ เพื่อจรรโลงความรุ่งโรจน์จอมปลอมของตระกูลร้อยปีเอาไว้
หากมิใช่เพราะมารดาของเขาล้มป่วยหนัก เฝ้าคะนึงหาอยากให้เขาแต่งสตรีสกุลจี้มาเป็ภรรยา
เขาคงไม่ต้องลดเกียรติพาตนเองมารับความอัปยศถึงเพียงนี้...จำต้องบากหน้ามาด้วยตนเอง
“ท่านพี่ไตร่ตรองได้รอบคอบนักเ้าค่ะ สกุลเซี่ยงในยามนี้...ยากที่ดรุณีซึ่งถูกเลี้ยงดูมาอย่างไข่ในหินในตระกูลสูงศักดิ์จะรับมือไหวจริง ๆ”
ซูเถียนหลินกลอกสายตาไปมา แล้วฉวยโอกาสเปลี่ยนประเด็นทันที “หลานชาย ชุนฉินสาวใช้ข้างกายข้า เติบโตมาในจวนสกุลจี้ั้แ่เล็ก ร่ำเรียนเขียนอ่านมาพร้อมกับเหล่าคุณหนู...”
[ลมพัดตึง: คู่สุนัขจิ้งจอกแก่ คิดจะย้อมแมวเอาสาวใช้มาแทนคุณหนูล่ะสิ]
เซี่ยงเฉิงหลีกำหมัดแน่นขึ้นกว่าเดิม
จวนจี้กั๋วกงรังแกกันเกินไปแล้ว คิดจะใช้สาวใช้มาตบตาตระกูลเซี่ยง
“ท่านจี้กั๋วกง สภาพความเป็อยู่ของตระกูลเซี่ยงในตอนนี้ แม้แต่เื่ปากท้องก็ยังขัดสน...หากคุณหนูจวนจี้กั๋วกงไม่สมัครใจแต่งงาน มิสู้ยกเลิกการแต่งงานนี้ไปเสียจะดีกว่าขอรับ”
[รักเงินแล้วก็รักสวย: พี่ชายถังแตก แต่หยิ่งในศักดิ์ศรีชะมัด รู้จักเจียมเนื้อเจียมตัวดีนี่นา]
ซูเถียนหลินตลบตะแลงความคิดในหัว
แม้ตระกูลเซี่ยงจะตกต่ำลง แต่ลูกน้องเก่าของตระกูลเซี่ยงยังคงรับราชการอยู่ในราชสำนัก
หากถอนหมั้นกับตระกูลเซี่ยงไปดื้อ ๆ เกรงว่าไม่เกินไม่กี่วัน ทั่วเมืองหลวงคงได้ลือกันให้แซ่ดว่า สกุลจี้เห็นแก่เงินตรา รังเกียจคนจน เกาะแข้งเกาะขาคนรวย
เคราะห์ดีที่เตรียมการล่วงหน้าไว้แล้ว
“หลานชาย ข้าได้เรียกตัวบุตรสาวที่รอออกเรือนของจวนกั๋วกงมาครบแล้ว พวกนางรออยู่หลัง ฉากกั้น หากมีผู้ใดขันอาสาแต่งเข้าตระกูลเซี่ยง ย่อมประเสริฐที่สุด”
“แต่หากบุตรสาวในบ้านไม่มีผู้ใดสมัครใจ ข้าจะรับชุนฉินเป็บุตรบุญธรรม แล้วให้แต่งเข้าตระกูลเซี่ยงแทน”
“อย่างไรเสีย การเกี่ยวดองมิใช่การผูกพยาบาท ต้องอาศัยความเต็มใจจึงจะดีที่สุด!”
[ไม่ดำก็แดง: เกลียดพวกปากอย่างใจอย่างที่สุด สองสามีภรรยาคู่นี้ชัดเจนว่าแค่เล่นละครตบตาไปตามพิธีเท่านั้น]
“ฮูหยินไตร่ตรองได้รอบคอบยิ่งนัก” จี้กั๋วกงหันกลับไปเอ่ยถามเซี่ยงเฉิงหลี “หลานชาย เ้ามีความเห็นว่าอย่างไร?”
[ฤดูร้อนไม่หนาว: เมนต์บนพูดถูก ก็แค่เล่นละครหลอกเด็กหนุ่ม ไอ้หนุ่มนี่จนกรอบยิ่งกว่าบ่าวรับใช้ในบ้านฝ่ายหญิงเสียอีก จะมีคุณหนูที่ไหนยอมแต่งด้วย?]
หัวใจของเซี่ยงเฉิงหลีบีบแน่น
สกุลจี้หลายปีมานี้ นอกจากพร่ำสอนให้บุตรสาวปีนป่ายเกาะเกี่ยวขั้วอำนาจ
ยังหลงเหลือคุณธรรมความดีงามอันใดอีกหรือ?
แล้วจะมีผู้ใดเล่า ที่จะยอมลดตัวลงมาแต่งเข้าตระกูลเซี่ยงที่ตกอับจนถึงขีดสุด?
วิธีการรังแกกันซึ่งหน้าเช่นนี้ ช่างน่าชิงชังรังเกียจยิ่งนัก
ทว่าเขากลับไม่อาจหาข้อโต้แย้งใด ๆ มาหักล้างอีกฝ่ายได้ จึงจำต้องก้มหน้ารับสภาพ
ซูเถียนหลินกล่าวสรุปใจความสำคัญ บอกเล่าเื่ราวพันธสัญญาหมั้นหมาย ระหว่างสกุลจี้และสกุลเซี่ยงให้เหล่าดรุณีหลังฉากกั้นได้รับรู้ ทำเอาพวกนางตื่นตระหนกจนหน้าถอดสีไปตาม ๆ กัน
นางลอบยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย...ทุกอย่างล้วนอยู่ในการควบคุม
“ตระกูลเซี่ยงซื่อสัตย์ภักดีสืบทอดกันมาหลายชั่วคน แม้ยามนี้จะประสบเคราะห์กรรมจนตกต่ำลง แต่สกุลจี้ของเราเป็ตระกูลบัณฑิตผู้มีอารยธรรม ย่อมต้องยึดมั่นในสัจจะวาจา”
“ทว่าด้วยสภาพการณ์ของตระกูลเซี่ยงในยามนี้ ผู้ที่แต่งเข้าไป จำต้องเตรียมใจที่จะร่วมทุกข์ร่วมสุขกัดก้อนเกลือกิน หาไม่แล้ว...รังแต่จะเป็การไปสร้างความวุ่นวาย และเพิ่มภาระให้แก่ตระกูลเซี่ยงเสียเปล่า ๆ”
“ข้ากับท่านพ่อของพวกเ้าปรึกษากันแล้ว การแต่งงานครั้งนี้จะขึ้นอยู่กับความสมัครใจของพวกเ้าเป็สำคัญ”
[นักชิมชาเขียว: ฮูหยินเอกคนนี้ร้ายลึกจริงๆ อย่าไปหลงเชื่อคำพูดสวยหรูพวกนั้นเชียว ลองโยงกับสิ่งที่นางพูดขู่ไว้ก่อนหน้านี้สิ...นี่มันระดับปรมาจารย์ด้านการ ‘แอ๊บดี’ ชัด ๆ]
ภายในห้องเงียบกริบ เหล่าคุณหนูต่างพากันครุ่นคิดหาทางหนีทีไล่
ข้ออ้างของจี้หานอีคุณหนูเจ็ด ฟังดูสมเหตุสมผลจนหาข้อตำหนิมิได้ “ท่านแม่ ร่างกายลูกอ่อนแอมาั้แ่เล็ก เดินเหินเพียงไม่กี่ก้าวก็เหนื่อยหอบจนแทบขาดใจ ท่านหมอประจำจวนกำชับว่าห้ามหักโหม ลูกเกรงว่าหากแต่งไปจะเป็ภาระให้ตระกูลเซี่ยงเ้าค่ะ”
คำปฏิเสธของจี้หานเวยคุณหนูแปด ก็ฟังดูน่าเห็นใจมิใช่น้อย “ท่านแม่ ท่านน้าบอกว่าลูกแยกแยะน้ำตาลกับเกลือไม่ออก ลูกเกรงว่าจะไปสร้างความวุ่นวายให้ตระกูลเซี่ยงเ้าค่ะ”
ดวงตาของจี้หานอิงคุณหนูสิบหม่นแสงลง “ท่านแม่ เมื่อวันก่อนลูกล้มป่วยหนัก ร่างกายยังไม่ฟื้นตัวดี ท่านหมอบอกว่าต้องพักฟื้นอีกครึ่งค่อนปี ขืนแต่งไปรังแต่จะเป็การเพิ่มภาระให้ตระกูลเซี่ยงเ้าค่ะ”
[รักเงินแล้วก็รักสวย: พี่ชายสุดหล่อโคตรน่าสงสาร โดนคอมโบปฏิเสธรัว ๆ แถมยังจะโดนยัดเยียดสาวใช้ให้เป็ภรรยาอีก ไม่กล้าดูต่อแล้วเนี่ย]
คุณหนูสกุลจี้ที่มีอยู่หกนาง เพียงเอ่ยปากไม่กี่ประโยค ก็มีถึงสามคนที่ก้าวออกมาประกาศจุดยืนว่าตนเองไม่เหมาะสม
สายตาของซูเถียนหลินหยุดลงที่ร่างของ จี้หานลั่วคุณหนูเก้า...นางคือดรุณีที่งดงามโดดเด่นที่สุดในจวนจี้กั๋วกง ต่อให้ส่งตัวเข้าวังหลวง ก็ยังสามารถแก่งแย่งชิงตำแหน่งมาครองได้ไม่ยาก
ท่านจี้กั๋วกงประคองถ้วยชา ยกขึ้นจิบอย่างไม่ทุกข์ร้อน
ภายในใจของเซี่ยงเฉิงหลีพลันบังเกิดรอยยิ้มหยัน
หากแม้นไม่มีบุตรสาวสกุลจี้คนใดยินยอมแต่งเข้าตระกูลเซี่ยง จนถึงขั้นต้องดึงดันยัดเยียดสาวใช้มาให้เขา
สู้ขอถอนหมั้นเสียตรงนี้เลยยังจะดีกว่า ต่อให้ต้องกลับไปถูกมารดาตำหนิติเตียน ก็ยังดีกว่าต้อง...
ทว่าในขณะที่เขาตัดสินใจเด็ดขาดและกำลังจะลุกขึ้นยืนนั้นเอง
พลันได้ยินเสียงใสกระจ่างแต่ราบเรียบดังขึ้นภายในห้อง กล่าวด้วยวาจาเนิบช้าไม่ร้อนรน “ท่านแม่กล่าวได้ถูกต้องเ้าค่ะ ตระกูลเซี่ยงซื่อสัตย์ภักดีสืบทอดกันมาหลายชั่วคน จงรักภักดีต่อแผ่นดิน ส่วนสกุลจี้ก็เป็ตระกูลบัณฑิตผู้เปี่ยมด้วยคุณธรรมอันสูงส่ง”
“หากคุณชายเซี่ยงไม่รังเกียจ หานลั่วยินดีแต่งเ้าค่ะ ข้าพร้อมจะร่วมทุกข์ร่วมสุขไปกับตระกูลเซี่ยง”
[ไม่ดำก็แดง: คุณหนูผู้สูงศักดิ์โฉมงามปานนี้ ถึงกับยอมเสนอตัวแต่งงานกับทายาทวีรชนตกยาก น่าเลื่อมใสยิ่งนัก มอบรางวัล 66 เหรียญดวงดาว]
คำพูดของจี้หานลั่ว ทำให้ผู้คนทั้งหน้าและหลังฉากกั้นต่างตกตะลึงพรึงเพริดไปตาม ๆ กัน
โดยเฉพาะซูเถียนหลินที่คาดไม่ถึงที่สุด
การปรากฏตัวของตัวแปรอย่างจี้หานลั่ว ทำให้เื่ราวเตลิดเปิดเปิงไปไกลเกินกว่าที่จะควบคุมได้ นางเสียดายเหลือเกินที่จะต้องสูญเสียหมากตัวสำคัญ ที่มีรูปร่างหน้าตางดงามระดับนี้ไปเปล่า ๆ
“หานลั่ว ตระกูลเซี่ยงมิได้เป็เฉกเช่นในอดีต ยามนี้แม้แต่เื่กินเื่อยู่ก็ยังขัดสน เ้าตรองดูให้ดีเถิด?”
[ฤดูร้อนไม่หนาว: ...ใครอ่านเกมของสตรีมเมอร์ออกบ้าง? เป็คุณหนูสุขสบายไม่ชอบ ดันเสนอหน้าไปแต่งกับไอ้หนุ่มยากจน? ทำไปเพื่อจะตบหน้าข้าหรือไง?]
จี้หานลั่วยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย “ท่านพ่อเปี่ยมด้วยคุณธรรมน้ำมิตร ท่านแม่ก็รู้ความและหนักแน่นในความถูกต้อง อีกทั้งผู้เฒ่าเซี่ยงกั๋วกงก็มีบุญคุณต่อสกุลจี้ของเรา ท่านพ่อท่านแม่ย่อมไม่มีทางปล่อยให้หานลั่วต้องอดตายหรอกเ้าค่ะ”
[หลงรักใบหน้าของเ้า: สตรีมเมอร์สวนกลับเมื่อกี้สวยมาก! มอบรางวัล 99 เหรียญดวงดาว]
การยกยอปอปั้น ‘สวมหมวกใบโต’ ให้แก่ทั้งบิดาและมารดาเช่นนี้ บีบให้ทั้งสองไม่อาจหาข้อโต้แย้งใด ๆ มาหักล้างได้
เล่นเอาซูเถียนหลินโกรธจนแทบขบกรามแตก
ผู้ใดกันที่บอกว่าคุณหนูเก้าในจวนผู้นี้เป็ดั่งลูกพลับนิ่ม
นี่มันลูกพลับพิษชัด ๆ
โดนสวมหมวกคุณธรรมใบโตเข้าให้แบบนี้
ไม่เพียงนางจะต้องสูญเสียหมากตัวสวยไป นางยังต้องควักเนื้อจ่ายเงินทองจำนวนไม่น้อย เพื่อจัดเป็สินเดิมติดตัวเ้าสาวไปให้อีกด้วย...
ช่างน่าแค้นใจนัก
ในขณะที่นางกำลังครุ่นคิดหาวิธีแก้เกมอยู่นั้น
จี้ป๋อหรูเดินเข้ามาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ไม่อาจเก็บซ่อนความภาคภูมิใจเอาไว้ได้ เอ่ยปากชมเปาะ “หานลั่วช่างถอดแบบคุณธรรมมาจากข้าจริง ๆ ประเสริฐ! ประเสริฐยิ่ง!”
ประโยคนี้ปิดตายแผนการของซูเถียนหลินจนหมดสิ้นหนทาง
[ลมพัดตึง: @ฤดูร้อนไม่หนาว ก็สตรีมเมอร์เขาไม่อยากเป็อนุไงเล่า มอบรางวัล 99 เหรียญดวงดาว]
จี้หานลั่วเก็บสีหน้า อาการของซูเถียนหลินล้วนตกอยู่ในสายตาของนางจนหมดสิ้น
ทว่าใบหน้ากลับแสร้งทำเป็ใสซื่อ ราวกับไม่รู้ความนัยอันใดทั้งสิ้น
นางทอดสายตามองบุพการีทั้งสองด้วยสีหน้าเปี่ยมด้วยความรักใคร่เทิดทูน กล่าวว่า “หานลั่วได้รับความเมตตาจากท่านพ่อท่านแม่ เลี้ยงดูมาอย่างสุขสบายกินอิ่มนอนอุ่นมาแต่เล็ก เดิมทีคิดว่าชาตินี้คงไร้วาสนาจะได้ตอบแทนพระคุณผู้ให้กำเนิดเสียแล้ว”
กล่าวถึงตรงนี้ นางก็ยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นซับหางตาที่ชื้นแฉะ แสร้งทำท่าทางอาลัยอาวรณ์สุดซึ้ง “ยามนี้มีโอกาสได้ทำเพื่อสกุลจี้ หานลั่วรู้สึกเป็เกียรติยิ่งนักเ้าค่ะ”
[นักชิมชาเขียว: ...สตรีมเมอร์นี่ชั้นเชิงไม่เบาเหมือนกันแฮะ @นินี่ผู้น่ารัก มาดูเร็ว เจอห้องไลฟ์น่าสนใจเข้าให้แล้ว]
ซูเถียนหลิน: “...”
ผู้ใดเขา้าให้เ้าตอบแทนบุญคุณด้วยวิธีนี้กัน?
นี่นางโง่จริง?
หรือแกล้งโง่กันแน่?
สายตาของนางหยุดอยู่ที่ใบหน้าของจี้หานลั่ว จ้องมองอยู่นานสองนานก็ยังมองเจตนาไม่ออก...
หากจะบอกว่าแกล้งโง่ มีใครบ้างที่ยอมทิ้งชีวิตสุขสบาย ไปกระโจนลงบ่อโคลนตระกูลเซี่ยงให้ตัวเปื้อน?
“ท่านพี่เ้าคะ ลำดับผู้าุโต้องชัดเจน เหนือแม่คุณหนูเก้าขึ้นไป ยังมีพี่สาวอีกตั้งสองคนที่ยังมิได้หมั้นหมายนะเ้าคะ” ซูเถียนหลินยังตัดใจทิ้งหมากตัวสำคัญอย่างจี้หานลั่วไม่ลง จึงงัดเอาแผนถ่วงเวลาขึ้นมาใช้