บทนำ
“ผู้แข็งแกร่งในฌานยุทธ์และสมาธิเท่านั้น
ถึงจะอยู่รอดในใต้หล้าแห่งมหาพิภพอาเชีย”
ยามเย็นบริเวณลานน้ำพุหมู่บ้านพยัคฆ์คำรามปรากฏร่างของกลุ่มเด็กชายจำนวน 8 คน แต่งกายค่อนข้างมีฐานะ ยืนล้อมเป็วงกลมส่งเสียงเชียร์ระเบ็งเซ็งแซ่
“ว่าไงล่ะ? ไอ้ขี้แพ้”
“ไอ้ขี้แพ้ ไอ้ขี้แพ้ ขี้แพ้”
“ฮะฮะฮ่า สนุกดี เอาอีกเลยนายน้อย”
“เตะมันเลย เอาเลย”
ในวงล้อมนั้นมีร่างเด็กชายในชุดชาวบ้านธรรมดาๆกำลังถูกต่อยและเตะซ้ำแล้วซ้ำเล่าจากเด็กชายที่แต่งตัวดูมีฐานะที่สุดของกลุ่ม เด็กชายคนนั้นได้แต่กลิ้งร่างคลุกฝุ่นไปมาไม่ยอมต่อสู้ใดๆ ทั้งๆ ที่รูปร่างก็ดูแข็งแกร่งปราดเปรียวกว่าทุกๆ คนในกลุ่ม
ผู้ใหญ่ที่อยู่ใกล้เคียงต่างมองด้วยความสมเพชอยากจะเข้าไปช่วยแต่ก็ไม่มีใครกล้า...เพราะต่างก็รู้ว่าเด็กชายที่สวมเสื้อผ้าสีแดงตัดเย็บสวยงามปักดิ้นด้วยเส้นไหมสีทองเป็ลวดลายแปลกตาที่กำลังไล่ซ้อมเด็กชายในวงล้อมอยู่นั้นคือเทวา ณ เชียงคลอง บุตรชายของเ้าสุเมธาธิบดี ผู้ปกครองเมืองเชียงคลองนั่นเอง!

เมื่อซ้อมเด็กชายที่กำลังกลิ้งในวงจนสนุกมือและเริ่มเหนื่อยล้าก็ยืนปาดเหงื่อที่ผุดขึ้นบนใบหน้า แล้วก็หอบหายใจ ออกแรงเตะเข้าช่องท้องเด็กชายที่นอนกลิ้งอีกหนึ่งทีก่อนจะเท้าสะเอวแล้วชี้หน้า มองด้วยแววตาเหยียดหยาม
“ฮะฮะฮ่า!!! ให้มันรู้ซะมั่งว่าข้าเป็ลูกใคร?ข้าจะซ้อมแกทุกเย็นจนกว่าข้าจะพอใจ...เพราะแกมันคือของเล่นสุดสนุกของข้า...ฮ่าๆๆๆๆไปกันพวกเรา!” พูดเสร็จก็ปัดมือปัดไม้แล้วกวักมือเรียกบรรดาลูกไล่ให้เดินกลับออกไปจากหมู่บ้าน
“ปราณเอ้ย! ป้าบอกเ้าแล้วอย่าได้ไปข้องแวะกับลูกชายของท่านเ้าเมือง เจ็บตัวมาทุกที”ท่านป้าเ้าของร้านผลไม้ รีบวิ่งเข้ามาหาเด็กน้อยด้วยความห่วงใยหลังจากกลุ่มเด็กอันธพาลเ่าั้คล้อยหลัง
“ข้าไม่เป็อะไรหรอกครับท่านป้าถึงข้าจะไม่ทำอะไร ก็ต้องโดนพวกเขาซ้อมอยู่ดีนั่นแหละ” เด็กชายพยุงตัวลุกขึ้นปัดฝุ่นออกจากตัวกล่าวขอบคุณแล้วก็เดินจากไป
เด็กชายคนนี้มีนามว่า ปราณ โอฬารปฐี วัย 6 ขวบ เป็ลูกชายเพียงคนเดียวของนายช่างปรมาจารย์ยุทธ์บุญ โอฬารปฐี(พลังฌานยุทธ์ขั้น 48) ผู้เชี่ยวชาญด้านการบินของสำนักนภาเวหาหาวสำนักการบินแห่งอาณาจักรไชยคราม แม่ของเขาคือ อาจารย์ยุทธ์วรรณ โอฬารปฐี (พลังฌานยุทธ์ขั้น35) สำนักคณิตสัจพจน์แห่งอาณาจักรไชยครามทั้งสองคนทำงานประจำอยู่ที่เมืองอโยดาไม่ค่อยจะได้กลับบ้านมาเยี่ยมปราณอย่างที่ควรจะเป็เฉกเช่นพ่อแม่เด็กคนอื่นๆ

ปราณต้องเรียนหนังสืออยู่ที่นี่และรอเวลาที่ครุยุทธ์(มีพลังฌานยุทธ์ขั้น 21-30)จากสมาพันธ์ภูติฌานิญญายุทธ์จะมาทดสอบและปลุกพลังฌานในตัวเพื่อเลือกเฟ้นหาเด็กสายเืใหม่เป็ตัวแทนของหมู่บ้านไปเรียนพลังฌานยุทธ์ขั้นต้นที่โรงเรียนมหรรณพาลัยโรงเรียนนักฌานยุทธ์อันดับหนึ่งของอาณาจักร!
‘ไม่ว่าลูกจะเจอปัญหา หรือใครแกล้ง ลูกต้องอดทนไว้นะ เพราะสิ่งที่ลูกมีไม่เหมือนใคร ความอดทนเท่านั้นที่จะช่วยให้ลูกปลอดภัยรอให้ถึงเวลาจะไม่มีใครทำร้ายลูกได้’
คำสอนของผู้เป็พ่อคอยเตือนปราณอยู่เสมอแม้เขาจะสงสัยว่าทำไมพ่อถึงพูดแบบนั้น แต่ก็ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด จนได้ฉายาจากเด็กๆในเมืองว่า “ไอ้ขี้แพ้” เพราะเอาแต่หนีไม่คิดสู้ใครปราณจึงกลายเป็คนที่โดนแกล้งบ่อยที่สุด
จะมีก็เพียงท่านป้าข้างบ้านเ้าของร้านผลไม้ในตลาดพยัคฆ์คำราม แห่งเมืองเชียงคลองนี่แหละ ที่ท่านพ่อกับท่านแม่ฝากให้ท่านป้าช่วยดูแลแทน
“บุญกับวรรณ ก็จริงๆ เลยนะ!ปล่อยให้ลูกชายอยู่ตัวคนเดียว โดนคนอื่นแกล้งก็ไม่สนใจบ้านนี้เขาเลี้ยงลูกกันยังไง? ข้าเห็นแล้วสงสารจริงๆ”ท่านป้าบ่นกับเพื่อนร้านขายของด้วยกัน แต่ก็คงทำอะไรไม่ได้มาไปกว่าช่วยดูแลเด็กน้อยอยู่ห่างๆ
แต่เมื่อคิดกันให้ดีๆก็เข้าใจกันว่าความสามารถและฌานยุทธ์ของผู้คนในหมู่บ้านพยัคฆ์คำราม มีเพียงน้อยนิดที่คิดจะไปสู้รบกับใครๆการไม่สู้ใครก็เพื่อให้ตัวเองอยู่รอดปลอดภัย ไม่เกิดปัญหาในระยะยาวน่าจะดีกว่า
ถ้าไม่มีพลังฌานยุทธ์ก็ต้องมีอำนาจ มีเงินทอง มีบริวารคุ้มครอง จึงจะสามารถอยู่ได้อย่างองอาจไม่ถูกผู้ใดรังแกแต่ถ้าไม่มีอย่างใดอย่างหนึ่ง การอยู่และใช้ชีวิตไปวันๆ ไม่มีเื่กับใครจึงจะปลอดภัยที่สุด
โดยเฉพาะการประโคมข่าวที่ว่าเ้าเมืองเชียงคลองเลี้ยงลูกชายแบบเอาแต่ใจให้ท้ายลูกใช้อำนาจข่มขู่ราษฎรและบีบบังคับให้แต่ละหมู่บ้านต้องส่งส่วยเข้าเมืองจำนวนมากโดยอ้างว่าเป็เงินส่วนกลางเพื่อบำรุงเ้าหน้าที่ที่มาดูแลความสงบของหมู่บ้าน
ในขณะนี้ปราณเดินไปท้ายหมู่บ้านด้วยสภาพมอมแมมใบหน้าฟกช้ำ แต่การเดินเหินของเด็กน้อยกลับหนักแน่นทุกก้าวไม่มีร่องรอยของความเ็ปใดๆ ให้เห็น จะว่าเขาเสแสร้งยอมพ่ายแพ้ก็คงจะไม่ผิดนัก!