ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

    เล่มที่ 2 บทที่ 31 โกรธเป็นฟืนเป็นไฟเพราะผู้หญิงคนเดียว

    บทที่31 โกรธเป็นฟืนเป็นไฟเพราะผู้หญิงคนเดียว

          ภายในบ้านของเซียวอี้เหม่ย

         เย่จื่อเฉินและเซียวอี้เหม่ยนั่งประจันหน้ากันอยู่บนโซฟาบนโต๊ะที่อยู่ตรงกลางของพวกเขามีไวน์แดงปี02 วางอยู่หนึ่งขวด

         ไวน์ถูกดื่มไปเกือบครึ่งขวดแล้วโดยส่วนมากคนที่ดื่มคือเซียวอี้เหม่ย

          "จื่อเฉิน"

         เมื่อวางแก้วไวน์ลง เซียวอี้เหม่ยก็เงยหน้าขึ้นพึมพำเสียงแผ่ว

          "พี่เหม่ย ผมอยู่นี่ครับ"

         หลังจากที่ไวน์หลายต่อหลายแก้วลงท้องไปแล้วใบหน้าเรียวรูปไข่ของเซียวอี้เหม่ยก็ขึ้นริ้วสีแดงจางๆ เพราะความเมาดวงตาสองคู่ที่ฉ่ำปรือรับกับมุมปากที่ยกยิ้มนั้นทำให้เธอที่เดิมทีก็มีเสน่ห์อยู่แล้วยิ่งดึงดูดสายตาผู้ชายเข้าไปใหญ่

          "ในฐานะผู้หญิงคนหนึ่ง ฉันล้มเหลวแล้วใช่ไหม?"

         "ไม่หรอกครับ พี่เหม่ยยังวัยรุ่นแต่ก็มีร้านจิวเวลรี่ที่ใหญ่ขนาดนั้นแล้วไม่มีใครในแวดวงธุรกิจที่สามารถเทียบพี่ได้เลยนะ"

          "ฉันหมายถึงในฐานะผู้หญิงคนหนึ่งน่ะ..."

         เซียวอี้เหม่ยดื่มไปค่อนข้างเยอะ ตอนที่พูดก็เริ่มอ้อแอ้แล้วเย่จื่อเฉินไม่กล้าพูดขัด สถานการณ์ตรงหน้านี้ ถ้าเขาเข้าไปขัดก็มีแต่จะทำให้เซียวอี้เหม่ยรู้สึกแย่ยิ่งกว่าเดิม

          "เรารู้จักกันตอนเรียนมหาลัย..."

         เซียวอี้เหม่ยนั่งพิงโซฟาดวงตาสองข้างที่ฉ่ำปรือแฝงไว้ด้วยความทรงจำจางๆ

          "ตอนนั้นเขายังเป็นแค่นักศึกษาที่ไม่มีอะไรเลย ตอนที่คบกับเขาฉันก็มีความสุขดีฉันไม่สนใจคำพูดคัดค้านของคนในครอบครัวและมาอยู่กับเขา เราทำงานหนักกันสองคนสร้างครอบครัวกันด้วยสองมือเปล่า"

         "ถึงแม้ชีวิตจะไม่ได้ร่ำรวยมาก แต่อย่างน้อยก็พออยู่พอกิน"

          "แต่ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไรที่เขาชอบไล่ตามหาชื่อเสียงและโชคลาภเขาทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้ในสิ่งที่เขาต้องการ เธอรู้ไหมว่าทำไมเราถึงได้หย่ากัน?"

         "พี่เหม่ย พี่ดื่มเยอะไปแล้ว พักผ่อนเถอะครับ"

         เย่จื่อเฉินรู้สึกว่าเรื่องราวพวกนี้ไม่ใช่เรื่องที่เขาควรรู้เขาลุกออกจากโซฟาเพื่อจะพาเซียวอี้เหม่ยไปที่ห้องของเธอแต่คำพูดของเซียวอี้เหม่ยกลับทำให้เขาต้องหยุด

          "สาเหตุที่เราหย่ากันมันตลกมากเลยล่ะเขาขอให้ฉันไปนอนกับเจ้านายของเขาเป็นเวลาหนึ่งเดือนเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ..." มุมปากของเซียวอี้เหม่ยยกยิ้ม แต่น้ำตากลับไหลรินลงมาอย่างห้ามไม่อยู่ "น่าขำใช่ไหมให้ผู้หญิงของตัวเองไปนอนกับผู้ชายคนอื่นหนึ่งเดือนเพื่อธุรกิจ"

          "พี่เหม่ย..."

          "นี่ยังไม่ตลกเท่าไรนะ ที่ตลกไปกว่านั้นก็คือในตอนนั้นเขาไม่แตะต้องตัวฉันเลยฮ่าฮ่า ฉันทะเลาะกับเขาใหญ่โตเพราะเรื่องนี้ แล้วก็หย่ากันฉันออกมาโดยที่ไม่เอาอะไรติดตัวมาเลย แล้วหลังจากนั้นฉันก็รับเลี้ยงเถียนเถียนคิดว่าหลังจากที่ไม่มีเขาแล้ว ชีวิตของฉันก็จะกลับมาเป็นเหมือนเดิมแต่เขากลับเล่าให้พวกเพื่อนๆ ของพวกเราฟังว่าฉันหลายใจสวมเขาให้เขา...เธอว่ามันตลกไหมล่ะ"

          "พี่เหม่ย พี่ดื่มเยอะแล้ว ไปนอนเถอะ"

         เย่จื่อเฉินโอบไหล่เซียวอี้เหม่ยพยุงเธอให้ลุกขึ้นแล้วพาเธอไปส่งเตียงในห้องนอนปากของเธอยังคงพูดคำว่าตลกใช่ไหมด้วยความสมเพชตัวเองซ้ำไปซ้ำมา

         กรอด

         เมื่อออกมาจากห้องของเซียวอี้เหม่ย ใบหน้าของเย่จื่อเฉินก็ดุดันจนน่ากลัวทันที

         ภาพดวงตาทั้งสองข้างที่ทำอะไรไม่ถูกของเซียวอี้เหม่ยตอนอยู่ที่สำนักงานขายอสังหาริมทรัพย์ก็ได้ปรากฏขึ้นมาในหัวของเขาโดยอัตโนมัติรวมถึงเมื่อครู่นี้ที่เธอหัวเราะเยาะตัวเองด้วย

          เย่จื่อเฉินมองดูเซียวอี้เหม่ยที่นอนอยู่บนเตียงมุมปากยกยิ้มตกอยู่ในภวังค์แห่งความฝัน

         เชื่อผมเถอะ ผมจะให้ผู้ชายคนนั้นชดใช้ให้คุณเอง

          "ฮวางหมิงใช่ไหม?"

         "ฉันจะให้โอกาสนายแก้ตัว!"

         "ห่าวเหวิน ผู้ชายคนนี้ ฉันอยากให้เขาไม่เหลืออะไรเลย"

          บ้านตระกูลเซียว

         ปังปังปัง

         คืนนี้ฮวางหมิงไม่ได้ไปเที่ยวที่ไนต์คลับเขารีบบึ่งรถมาที่บ้านตระกูลเซียว แล้วเคาะประตูใหญ่เสียงดัง

          "คุณชายฮวาง"

          "ฉันมาหาพี่ไห่"

          ห้องหนังสือของบ้าน

          ฮวางหมิงมาหยุดอยู่ตรงหน้าเซียวไห่จากการนำทางของพ่อบ้าน

          "ดึกดื่นป่านนี้มีอะไรถึงได้มาหาฉัน?" พอเซียวไห่เห็นลูกพี่ลูกน้องคนนี้ความโมโหก็ปะทุขึ้นมาตอนนี้เขากำลังปวดหัวว่าต้องทำยังไงถึงจะทำให้เย่จื่อเฉินหายโกรธ

          "พี่ครับ เมื่อกี้คุณชายเย่โทรมาหาผม เขาบอกว่าเขาจะให้โอกาสผมแก้ตัว"

          "เขาให้นายทำอะไร"

         เซียวไห่ลุกขึ้นยืนทันทีประธานใหญ่ของกลุ่มบริหารระดับสูงอย่างเขามีอยู่ไม่กี่เรื่องที่สามารถทำให้อารมณ์ของเขาปั่นป่วนได้มากขนาดนี้

          "เขาต้องการทำให้ผู้ชายที่ชื่อห่าวเหวินกลายเป็นคนที่ไม่เหลืออะไรเลย"

         "พ่อบ้าน!"

          เซียวไห่ตะโกนจากนั้นจึงเห็นชายชราคนที่พาฮวางหมิงเข้ามาเมื่อครู่นี้รีบเดินเข้ามาอีกครั้ง

          "ครับคุณชายเซียว"

          "หาข้อมูลของผู้ชายที่ชื่อห่าวเหวิน ผมต้องการข้อมูลทั้งหมดของเขา"

          "ครับ"

         คาดไม่ถึงเลยว่าเพียงโทรศัพท์สายเดียวจากเย่จื่อเฉินจะทำเอาแวดวงธุรกิจในเมืองปิงเฉิงเกิดความโกลาหลขึ้นมาได้

         บริษัทระดับกลางและระดับใหญ่มากมายนับไม่ถ้วนได้รับผลกระทบทั้งหมดทุกอย่างนี้เพื่อผู้หญิงคนเดียว

         โกรธเป็นฟืนเป็นไฟเพราะผู้หญิงคนเดียว

         บ้านที่เย่จื่อเฉินเลือกให้เย่หรงอยู่ในโซนระบบนิเวศติดภูเขาใกล้แหล่งน้ำ มีความรู้สึกเหมือนว่าอยู่บนสรวงสวรรค์

         แน่นอนว่าราคาก็สูงลิบลิ่วเช่นกัน

         สิบล้านหยวน!

          เงินนี้เซียวอี้เหม่ยเป็นคนจ่ายให้ เธอบอกว่าซื้อให้เย่จื่อเฉินแต่เย่จื่อเฉินจะรับไว้ได้ยังไง สุดท้ายจึงทำสัญญาเอาไว้

         ใช่แล้ว เป็นหนี้ไงล่ะ!

          "จื่อเฉิน ช่วงนี้มีงานประมูลแร่หินชุดใหม่ ถึงตอนนั้นเธอไปดูกับฉันนะไปช่วยฉันเลือกแร่หินสักก้อนสองก้อนได้ไหม?"

          เซียวอี้เหม่ยยืนจูงมือเถียนเถียนอยู่นอกบ้าน เย่จื่อเฉินพยักหน้ายิ้ม

          "แน่นอนอยู่แล้ว ว่าแต่ที่ปรึกษาหลิวคนนั้นล่ะครับ?"

         "โดนฉันไล่ออกไปแล้ว" เซียวอี้เหม่ยตอบกลับด้วยน้ำเสียงสงบวิธีการเด็ดขาดแบบนี้ ถ้าอยู่ในสมัยโบราณต้องเป็นราชินีแน่นอน

          "ไล่ออกไปก็ดี"

          "เพราะแบบนั้น ตอนนี้ฉันถึงได้ไม่มีคนดูหินให้แล้วถึงตอนนั้นน้องจื่อเฉินจะต้องมาช่วยพี่นะ" เซียวอี้เหม่ยยิ้มหวานเย่จื่อเฉินรู้สึกขนลุกซู่ขึ้นมาทั่วทั้งร่าง ก่อนจะพูด "พี่เหม่ย ต่อไปพี่อย่าพูดกับผู้ชายคนอื่นแบบนี้อีกนะ"

          "ทำไมล่ะ?" เซียวอี้เหม่ยยิ้มอย่างรู้ทันเย่จื่อเฉินไหวไหล่ "พลังทำลายล้างสูงเกินไปผมกลัวว่าผู้ชายพวกนั้นจะโดนพี่ช็อตตายก่อน อีกอย่างผมหึงด้วย"

          "งั้นเหรอ? งั้นต่อไปนี้พี่ก็จะพูดกับเธอแค่คนเดียว"

         ทั้งสองคนหัวเราะเบาๆ บรรยากาศดีอย่างบอกไม่ถูกแต่กลับมีคนที่ไม่เข้ามาตาทำลายบรรยากาศนี้ลง

          "อี้เหม่ย ปล่อยฉันไปเถอะ"

         ผู้ชายหน้าตามอมแมมคนหนึ่งล้มลุกคลุกคลานมาคุกเข่าอยู่ข้างเซียวอี้เหม่ยการปรากฏตัวออกมาของอีกฝ่ายทำให้เซียวอี้เหม่ยถึงกับตกใจแต่เมื่อเพ่งมองดูถึงได้เห็นว่าคนที่อยู่ตรงหน้าคือห่าวเหวิน

          "คุณให้ฉันปล่อยอะไรคุณ?"

          เซียวอี้เหม่ยมีสีหน้ามึนงง แต่ห่าวเหวินกลับคว้าข้อเท้าเธอเอาไว้แล้วพูด

          "อี้เหม่ย ผมรู้ว่าเมื่อก่อนผมทำเรื่องที่ผิดต่อคุณเอาไว้มาก ผมผิดไปแล้วผมขอร้อง ปล่อยผมไปเถอะนะ"

          "คุณปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ"

         เซียวอี้เหม่ยพยายามให้ห่าวเหวินปล่อยเธอแต่อีกฝ่ายกลับจับข้อเท้าเธอไว้แน่นไม่ยอมปล่อย

         ตุบ

         เย่จื่อเฉินถีบเขาออกไป

          "ทำไมสำนักงานขายที่นี่เป็นแบบนี้ ปล่อยให้คนแบบนี้เข้ามาได้ยังไง รปภ!"

          พนักงานรักษาความปลอดภัยปรากฏขึ้นตรงหน้าเย่จื่อเฉินก่อนจะต่อว่าแล้วก็ลากห่าวเหวินออกไป

         ทันใดนั้น ห่าวเหวินก็สบถด่าดังลั่น

          "เซียวอี้เหม่ย เธอมันสารเลว ยัยผู้หญิงแพศยา..."

         ตรู๊ดดด

         เสียงเรียกเข้าดังขึ้น เย่จื่อเฉินยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหู

          "เสี่ยวเย่ ที่นายต้องการให้ห่าวเหวินไม่เหลืออะไรเลยอีกไม่นานก็น่าจะขึ้นหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์แล้วล่ะ"

          "พี่ไห่ทำงานเร็วดีจริงๆ แต่ไม่ต้องขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ก็ได้ครับเมื่อกี้ห่าวเหวินมาหาพวกผมแล้ว"

          "ห่าวเหวินไปหาพวกนายแล้วเหรอ" เซียวไห่อุทาน "แล้วนายได้รับบาดเจ็บหรือเปล่า"

          "ไม่ครับ ความเมตตาของพี่ไห่ผมรับไว้แล้วนะครับเดี๋ยวอาการของคุณปู่ผมจะรีบจัดการให้"

          "โอเค งั้นพี่ไห่คนนี้จะรอเสี่ยวเย่มาหานะ จริงสิ บัตรเครดิตที่ตอนสายๆฉันให้คนเอาไปให้นายเป็นบัตรซูเปอร์วีไอพีของบริษัทพวกฉันนายมีสิทธิ์ใช้บริการได้ฟรีเลย ขอแค่เป็นธุรกิจที่อยู่ในเครือของพวกฉัน"

          "เจ๋งขนาดนั้นเลยเหรอเนี่ย?" เย่จื่อเฉินล้วงเอาบัตรเครดิตสีทองใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋าก่อนจะหมุนเล่นไปมาแล้วพูด "ขอบคุณครับ"

         เมื่อวางสายไปแล้วรอยยิ้มสดใสก็ปรากฏขึ้นตรงมุมปากของเย่จื่อเฉินพร้อมกับมองเซียวอี้เหม่ยแต่กลับเห็นว่าขอบตาของเธอได้แดงขึ้นมาแล้ว

         "จื่อเฉิน ขอบคุณนะ"

     

    คล้ายกับเรื่องระบบอั่งเปาสะท้านภพ ที่คุณอ่าน