ข่าวร้ายจากอเวจีเปรียบเสมือนน้ำเย็นที่สาดใส่กองไฟแห่งชัยชนะจนมอดดับ... ซิลเวอร์ครีก... บ้านแห่งใหม่ของพวกเขากำลังจะกลายเป็นสมรภูมิ
"เราต้องกลับไป!" อริสรากล่าวอย่างเด็ดเดี่ยว ความรู้สึกผิดท่วมท้นในใจของเธอ
"กลับไป? มองดูสภาพเราสิ!" ราตรีตวาดกลับอย่างหัวเสียเป็นครั้งแรก "เราอยู่กลางทุ่งน้ำแข็งในไซบีเรีย! บาดเจ็บ! พลังแทบไม่เหลือ! แถมยังต้องดูแลเด็กที่มีพลังระดับพระเจ้าแต่ควบคุมตัวเองไม่ได้อีก! เราจะกลับไปได้ยังไง!?"
ความสิ้นหวังเข้าเกาะกุมทุกคน เคนจิเงียบขรึม... แต่กำปั้นของเขาที่บีบแน่นจนสั่นก็บ่งบอกถึงความโกรธที่ถูกสะกดไว้ ลอเรนโซ่หน้าซีดเผือดกับภาพกองทัพสวรรค์ที่เห็นในโฮโลแกรม
ท่ามกลางความตึงเครียดนั้น... อริสรากลับเป็นคนที่สงบที่สุด เธอเดินเข้าไปวางมือบนไหล่ของราตรี "ฉันรู้... แต่นั่นคือบ้านของเรา... คือผู้คนของเรา... ถ้าเราทิ้งพวกเขาตอนนี้... ทุกสิ่งที่เราทำมาก็ไร้ความหมาย"
คำพูดของเธอปลุกสติของทุกคน... ใช่... พวกเขาไม่ใช่แค่ผู้ลี้ภัยอีกต่อไปแล้ว
"ให้ตายสิ!" ราตรีสบถพลางเปิดเครื่องสื่อสารอีกครั้ง "ฉันเกลียดที่ต้องทำแบบนี้..." เธอติดต่อกลับไปยังดยุกแห่งอเวจี
< เปลี่ยนใจเร็วจังนะ > เสียงของดยุกดังขึ้นอย่างขบขัน
"ท่านรู้ดีว่าสวรรค์จะทำอะไร! ท่านใช้เราเป็นเหยื่อล่อ!" ราตรีกล่าวหา
< ข้าให้ข้อมูลและพาหนะแก่เจ้า... ส่วนการกระทำของศัตรูอยู่นอกเหนือข้อตกลง > ดยุกตอบอย่างไม่ใส่ใจ < แต่... การลงทุนของข้าในตัวพวกเจ้ายังไม่สูญเปล่า... ข้าจะช่วยอีกครั้ง... ครั้งสุดท้าย >
< ข้าจะเปิด 'ประตูเงา' ให้... มันจะส่งพวกเจ้าไปยัง 'ชุมทาง' ที่ใกล้ทวีปอเมริกาเหนือที่สุด... จากตรงนั้น... พวกเจ้าต้องหาทางไปต่อกันเอง... และแน่นอน... ว่ามันมี 'ราคา'... ซึ่งข้าจะมาทวงคืนในวันที่เหมาะสม >
สิ้นคำพูดนั้น... เงามืดก็รวมตัวกันกลางพายุหิมะ... บิดเบี้ยวจนกลายเป็นประตูสีดำสนิทที่ไร้ก้นบึ้ง... มันคือหนทางรอดเพียงหนึ่งเดียว... ที่มาพร้อมกับหนี้ที่ต้องชดใช้ในอนาคต
ประตูเงาไม่ได้นำพวกเขากลับสู่โลกมนุษย์... แต่นำมาสู่ "ชุมทางรัตติกาล"... เมืองท่านอกมิติที่ตั้งอยู่ในห้วงแห่งสนธยานิรันดร์... ที่นี่คือจุดเชื่อมต่อระหว่างภพภูมิต่างๆ... และเป็นศูนย์กลางการค้าของทุกสิ่ง... ทั้งถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย
มันคือ "คาซาบลังก้า" ของโลกเหนือธรรมชาติ... ที่ซึ่งทูตสวรรค์ตกชั้น, ปิศาจชั้นผู้น้อย, ภูติพราย, และสิ่งมีชีวิตประหลาดอื่นๆ เดินปะปนกันไปมาภายใต้แสงโคมไฟสีแดงสลัว
"เราต้องหาทางข้ามมิติกลับไปที่อเมริกาเหนือ... และต้องหาเสบียงกับยารักษาแผล" ราตรีกล่าวพลางดึงฮู้ดขึ้นมาคลุมหน้า "แยกกัน... แต่ให้อยู่ในระยะสายตา... ฟังข่าวลือ... แต่อย่าเชื่อทุกอย่าง... และอย่าก่อเรื่องเด็ดขาด"
ขณะที่ราตรีไปเจรจากับผู้ติดต่อของเธอ... อริสรา, เคนจิ, และลอเรนโซ่ (ที่ช่วยอุ้มอดัมที่ยังคงหลับใหล) ก็ได้แต่สำรวจตลาดที่น่าตื่นตาและอันตรายแห่งนี้
ข่าวการ "ตื่นรู้ครั้งใหญ่" ในโลกมนุษย์กลายเป็นหัวข้อสนทนาที่ร้อนแรงที่สุดที่นี่ บางกลุ่มมองว่ามันคือลางบอกเหตุของสงครามครั้งใหม่... บางกลุ่มมองเห็นโอกาสในการทำกำไร... พวกเขากลายเป็นคนดังในโลกใต้ดินโดยไม่รู้ตัว
ทันใดนั้น... สายตาของเคนจิก็เหลือบไปเห็น... ร่างในชุดคลุมที่กำลังแฝงตัวอยู่ในเงามืด... และเขาก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่คุ้นเคย... กลิ่นอายของตระกูลการูดา
ศัตรูของพวกเขาก็อยู่ที่นี่เช่นกัน... กำลังรวบรวมข้อมูล... และอาจจะกำลังตามรอยพวกเขาอยู่
ในที่สุดราตรีก็กลับมาพร้อมข่าวดีและข่าวร้าย "ฉันได้เรือเถื่อนที่จะพาเราไปได้... แต่ข่าวร้ายคือ... สวรรค์ได้ตั้ง 'ด่านตรวจการณ์แห่งความบริสุทธิ์' ไว้ทั่วทั้งทวีปแล้ว... การเดินทางข้ามมิติเข้าไปตรงๆ เป็นไปไม่ได้... เราต้อง 'ลักลอบ' เข้าไปเท่านั้น"
เรือของนักลักลอบคือยานอวกาศเก่าๆ ที่ดูเหมือนเศษเหล็กลอยได้... แต่มันถูกดัดแปลงด้วยเทคโนโลยีของอเวจีจนมีระบบพรางตัวและ "เครื่องยนต์เงา" ที่สามารถเดินทางผ่านรอยแยกของมิติได้
กัปตันเรือคือสิ่งมีชีวิตคล้ายกิ้งก่าร่างยักษ์ที่สูบซิการ์กลิ่นเหม็นตลอดเวลา... และดูไม่น่าไว้วางใจที่สุด
"ข้าจะพาพวกเจ้าไปส่งใกล้ๆ ชายแดน... แต่ถ้าเจอ 'ด่านตรวจ' ล่ะก็... ข้าสละยานทิ้งทันทีนะเฟ้ย" กัปตันกล่าว
การเดินทางเริ่มต้นขึ้น... มันคือการเดินทางที่ตึงเครียดที่สุด... เมื่อพวกเขาเข้าใกล้เขตมิติของโลก... อริสราก็มองเห็นมัน... "ตาข่าย" พลังงานสีทองขนาดมหึมาที่ครอบคลุมทั้งทวีปไว้... มีเพียงช่องโหว่เล็กๆ ที่เกิดจากความผันผวนของพลังงานเท่านั้นที่พอจะลอบผ่านไปได้
"ซ้าย! ข้างหน้ามีช่องโหว่!" อริสราชี้นำ
กัปตันบังคับเรือเข้าไปในช่องโหว่นั้นอย่างเชี่ยวชาญ... แต่แล้วสัญญาณเตือนก็ดังลั่น!
"เจอเราแล้ว! ยานตรวจการณ์ของสวรรค์กำลังมา!" ราตรีตะโกน
ยานรูปทรงหยดน้ำสีขาวบริสุทธิ์ลำหนึ่งพุ่งเข้ามาหาพวกเขาด้วยความเร็วสูง! มันยิงลำแสงสีทองเข้าใส่ไม่ยั้ง!
"ยิงตอบโต้!" กัปตันคำราม "ไอ้หนุ่มกล้ามโตกับไอ้หนูศิลปิน! ไปที่ป้อมปืนท้ายยาน!"
เคนจิและลอเรนโซ่รีบวิ่งไปประจำป้อมปืน... และเริ่มยิงตอบโต้ด้วยปืนพลาสม่าของเรือ... แต่ยานของสวรรค์นั้นทั้งเร็วและมีเกราะป้องกันที่ดีกว่ามาก
"เกราะพลังงานมันหนาเกินไป!" เคนจิรายงาน
"งั้นก็ไม่ต้องยิงที่เกราะ!" อริสราแนะนำ "ยิงไปที่ 'เครื่องยนต์' ของมัน! ฉันเห็นจุดที่พลังงานรวมตัวกันอยู่!"
เคนจิปรับเป้าตามที่เธอบอก... และยิงเข้าใส่ท้ายยานของศัตรูเต็มๆ! ยานตรวจการณ์เสียหลักไปชั่วขณะ... และในจังหวะนั้นเองที่อดัม ซึ่งนอนสลบอยู่... ก็ขมวดคิ้ว... และมีคลื่นพลังงานที่มองไม่เห็นแผ่ออกมาจากตัวเขา...
เปรี๊ยะ!
ระบบไฟฟ้าของยานตรวจการณ์สวรรค์เกิดการลัดวงจรและดับไปชั่วขณะ!
"ตอนนี้แหละ! หนีเร็ว!" ราตรีตะโกน
กัปตันบังคับเรือพุ่งทะยานผ่านช่องโหว่ของตาข่ายไปได้สำเร็จ... แต่ยานของพวกเขาก็เสียหายหนัก... และตกลงสู่ชั้นบรรยากาศของโลกอย่างควบคุมไม่ได้
โครม!
ยานของนักลักลอบตกลงกระแทกกับพื้นโลกกลางป่าสนที่ปกคลุมด้วยหิมะหนาทึบ... ในเทือกเขาร็อกกี... ห่างจากซิลเวอร์ครีกหลายร้อยกิโลเมตร
"ข้าส่งพวกเจ้าถึงที่แล้ว... ส่วนที่เหลือก็เรื่องของพวกเจ้า" กัปตันกล่าวพลางดีดตัวออกจากยานที่กำลังจะระเบิด... และหายไปในพายุหิมะ
ทีมทั้งห้ายืนอยู่ท่ามกลางความหนาวเหน็บอีกครั้ง... แต่คราวนี้... พวกเขากลับมาแล้ว
การเดินทางด้วยเท้าผ่านภูเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะคือบททดสอบสุดท้ายของความอดทน... และในที่สุด... พวกเขาก็มาถึงสันเขาที่สามารถมองเห็นหุบเขาซิลเวอร์ครีกได้
ภาพที่เห็น... ทำให้หัวใจของพวกเขาเย็นเยียบยิ่งกว่าพายุหิมะ
บนท้องฟ้าเหนือเมือง... มี "ป้อมปราการลอยฟ้า" ขนาดมหึมาที่สร้างจากหินอ่อนสีขาวและทองคำลอยนิ่งอยู่... มันคือฐานทัพของกองทัพผู้ชำระล้าง... และจากใต้ฐานทัพนั้น... มีสนามพลังงานสีทองระยิบระยับ... กำลังแผ่ขยายลงมาอย่างช้าๆ... พร้อมที่จะเผาผลาญทุกสิ่งในหุบเขานี้ให้กลายเป็นเถ้าถ่าน
แต่บนพื้นดิน... พวกเขาก็เห็นความหวัง...
รอบๆ เมืองมีเกราะพลังงานสีน้ำเงินจางๆ ที่ ดร.ฟินช์ สร้างขึ้น... และมีกลุ่มคนติดอาวุธที่เคนจิเคยฝึกไว้กำลังลาดตระเวนอยู่... พวกเขากำลังเตรียมพร้อมต่อสู้
หลังจากลอบผ่านแนวตรวจการณ์เข้ามาในเมือง... พวกเขาก็ได้พบกับ ดร.ฟินช์ และลีโออีกครั้ง
"พวกคุณกลับมา!"
"กองทัพนั่น... พวกมันยังไม่โจมตีเต็มรูปแบบ... แต่สนามพลังงานนั่นกำลังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ เราต้านได้อีกไม่นาน" ดร.ฟินช์ รายงานสถานการณ์
ทุกคนมองขึ้นไปยังป้อมปราการลอยฟ้าที่น่าเกรงขามนั้น... การต่อสู้ซึ่งๆ หน้าคือการฆ่าตัวตาย
"เราทำลายกองทัพไม่ได้..." อริสรากล่าวขึ้น แววตาของเธอแน่วแน่และเต็มไปด้วยแผนการที่บ้าบิ่นที่สุด "...แต่บางที... เราอาจจะตัดหัวของ 'แม่ทัพ' มันได้"
เธอชี้ไปยังจุดที่สว่างที่สุดใจกลางป้อมปราการลอยฟ้านั้น
"คืนนี้... เราจะนำสงคราม... ไปสู่สวรรค์"