โคตรมวยไทยถล่มโลกเซียน

    ตอนที่ 157 ราชันหวนคืนบัลลังก์

    “ ราชันหลิงเทียน เป็นท่านจริงๆ?”

    “ ใช่ข้าเอง เจ้ารู้ความผิดของเจ้าหรือไม่”

    ราชันหลิงเทียนใช้มือปล่อยพลังทลายมิติออกไป ไม้เท้างูทองถึงกับแตกสลายกลายเป็นฝุ่นธุลี สังฆราชาถึงกับ ผงะ รีบปล่อยคทา ก่อนมือของตนจะแหลกสลายไป

    “ เป็นไปได้ยังไง ท่านไม่โดนพิษ?”

    ราชันหลิงเทียนคร้านจะตอบคำถามนี้ แต่กลับบอกออกไปว่า

    “ ความผิดข้อแรก เจ้าร่วมมือสมคิดลอบสังหารข้า  โทษสมควรตาย

    ข้อสอง เจ้าร่วมมือกับ เสียนคง วางยาพิษสังหารฉีเลี่ยศิษย์ของข้า โทษสมควรตายเช่นกัน ส่วนข้อสุดท้าย บังอาจท้าประลองกับข้า แต่ไม่ไปตามนัด โทษตายสถานเดียว”

    ราชันหลิงเทียน ใช้พลังทลายมิติ ทำการหยุดเวลาเอาไว้ถึง ห้าวินาที แล้วทุกสรรพสิ่งรอบๆ ตัวก็ค่อยๆ หยุดนิ่งเขาค่อยเดินเข้าไปอย่างช้าๆ ม่านตาของ สังฆราชาขยายใหญ่ขึ้น รู้สึกตัวว่าภัยอันตรายใหญ่หลวงกำลังจะเกิดขึ้นกับ ตัวเอง ก็คิดจะหนีแต่ไม่ทันเสียแล้ว

    ฝ่ามือของราชันหลิงเทียน กระแทกเข้าที่หน้าผากของมัน เลือดไหลออกทวารทั้งเจ็ด แล้วก็ค่อยๆ ล้มลงไปนอนกับพื้น ร่างทั้งร่างค่อยๆแตกสลายกลายเป็นฝุ่นผงไปในทันที

    รองเจ้าวิหาร กับ หยางจิ่นถึงกับ คุกเข่าร้องขอชีวิต ทันที ราชันหยางเทียนหาได้สนใจไม่ มีกองทหารองครักษ์เสื้อทอง พลังมหาเซียนขั้นที่ 1 มา 10 คน ชี้อาวุธทวน มาทางราชันหลิงเทียน แล้วตะคอกว่า

    “ คุกเข่า แล้วมอบตัวเสียดีดี”

    ราชันหลิงเทียน ขมวดคิ้วไม่พอใจ ยกมือไปที่ทหารขั้นมหาเซียนทั้งสิบ ร่างของทั้งหมดก็ลอยขึ้นไปในอากาศ แล้วทันใดนั้นเอง แขนและขาของพวกทหารองครักษ์ก็ถูกหักพับงอเข้าหากันเหมือนถูกบีบอัดจนกลายเป็นเศษเนื้อก้อนกลมๆ

    ไม่มีเสียงกรีดร้องเจ็บปวด หรือทรมาน เพราะมันช่างรวดเร็วเกิดกว่าจะเอ่ยปากร้องได้  คนของวิหารฟ้าดิน พากันคุกเข่าไปกับพื้นไม่กล้าเงินหน้าขึ้นมอง แล้ว ร่างขององครักษ์มหาเซียนทั้งสิบ ก็ระเบิดกลายเป็นฝุ่นผงหายไปในทันที

    “ ยินดีกับ ท่านราชัน ในที่สุดท่านก็บรรลุพลังมหาเทียนขั้นที่ 7 ได้แล้ว”

    “ ต้องขอบใจเจ้ามากที่  หากมิใช่เจ้าแนะนำให้ข้ารวบรวมเหล่าพลังอดีตชาติของเจ้าเด็กขจรกับหินเทพสงคราม ให้กับข้า มิเช่นนั้นแล้วข้าเองก็ไม่อาจบรรลุพลังถึงขั้นนี้ได้”

    “ ไม่ทราบว่า ท่านจะจัดการกับเด็กขจรนี่เมื่อไร"

    “ ให้ข้าได้หัวใจอมตะดวงสุดท้ายมาเสียก่อน  ตอนนี้บอกให้มัน เข้าวังหลวงได้แล้ว”

    “ ขอรับท่านราชัน”

    ขจรลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้เขามายืนอยู่ด้านหน้าพระราชวังหลวงแล้ว

    “ นี่ข้าถูกพิษไม่ใช่หรือ ทำไมถึงได้มายืนตรงนี้ได้ สังฆราชาหมิงเต้าเล่า?”

    “ พิษไร้สี ไร้กลิ่น ถูกพลังปราณสุริยันเผาผลาญไปจนหมดแล้ว โดยท่านราชันหลิงเทียนช่วยเดินพลังช่วยเจ้าอีกแรง จากนั้นท่านก็ออกมาควบคุมร่างของเจ้า แล้วสังหาร สังฆราชาหมิงเต้า แก้แค้นแทนนักพรตฉีเลี่ยลูกศิษย์ท่านไปแล้ว”

    “ และเขาก็ปิดประสาทรับรู้ของข้าเหมือนเดิม ช่างดูเป็นคนดีแท้ๆ ต่อไปเขาจะควบคุมร่างของข้าตลอดไปเลยไหม” ขจรเอ่ยออกมาอย่างไม่พอใจนัก

    “ จะเป็นไปได้ยังไง เจ้ากับเขาคือคนๆ เดียวกัน เขาจะทำเช่นนั้นได้อย่างไร”

    “ ใครจะไปรู้  ราชันหลิงเทียน ข้าขอเตือน เจ้าคืออดีต ข้าคือปัจจุบัน อย่าเอาความแค้นในอดีตมาใส่ในหัวของข้า ไม่อย่างนั้น ข้าจะโกนหัวบวชเป็นหลวงจีนไม่ยอมสึกอีกเลย”

    “ เจ้าคิดมากไป รีบใช้พลังทลายมิติ หลบเข้าวังหลวงกันเถอะ ตอนนี้คนในวังหลวงต่างกำลังเดินทางมา ที่วิหารฟ้าดินกันจนเต็มไปหมดแล้ว”

    “ เฮอะ ทำไมต้องหลบด้วย”

    ขจรยังอารมณ์ค้างไม่พอใจอยู่  เลยเดินส่ายอาดๆ เข้าวังหลวงไป อย่างเปิดเผย ไม่ได้สนคำเตือนของ หินเจ้าปัญญาให้ใช้พลังฉีกมิติเข้าไป   ทหารยามจะเข้ามาหา ก็ถูกขจรสะบัดมือ กระแทกร่างทหารที่ขัดขวางลอยลิ่วกันไปไกล 

    แต่แล้ว จู่ๆ ก็มีแรงลมผ่านเข้ามาทั้งสี่ทิศทาง เป็นพลังฝ่ามือมหาเซียนขั้นที่ 2 ทั้งสี่คน ขจรปล่อยดัชนีกระบี่เก้ามังกรไปสายหนึ่ง ทวนเก้ามังกรไปอีกสายหนึ่ง  ดาบพิฆาตวายุทมิฬไปอีกสายหนึ่ง และ สุดท้ายปล่อยหมัดมังกรทลายฟ้าไปอีกสายหนึ่ง ทั้งสี่คนถึงกับ ผงะ กระเด็นถอยหลังไปคนละทิศละทาง

    “ เจ้าหนูเจ้าเป็นใครกัน”

    “ ข้าคือราชันหลิงเทียนกลับมาเกิดใหม่  พวกเจ้ากล้างัดข้อกับข้าหรือไง”  ขจรตอนนี้แปลงร่างเป็นขจรคนเดิมที่ใช้ชื่อว่า เซี่ยจง ไม่กลัวหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหนอีกแล้ว  เพราะคิดว่า ยังไง ราชันหลิงเทียนที่ฆ่าตัวตนระดับสังฆราชาหมิงเต้าได้ คงไม่ยอมปล่อยให้เขาตายแน่ๆ

    “ ราชันหลิงเทียน ! ”

    “พวกเจ้ามีอายุยืนยาวมานับพันปี ลืมเจ้านายเก่ากันแล้วใช่ไหม ผู้พิทักษ์ทวารทั้งสี่”

    “ ไร้สาระ บัดนี้ดินแดนไร้ที่สิ้นสุดมี  จักรพรรดินีหยางเชี่ยนปกครอง ประชาชนอยู่อย่างมีความสุข เจ้ามาเพ้อเจ้อ เหลวไหลอะไรที่นี่”

    “ บัดซบ พูดไม่รู้ฟังหรือไงวะ”

    ขจรหมุนตัว ตวาดก้อง ใช้พลังฝ่ามือทลายมิติออกไป แม้พลังจะไม่เทียบเท่ากับ ราชันหลิงเทียน แต่ก็ทำให้ ผู้พิทักษ์ทวารทั้งสี่ ต้องช่วยกันต้านรับ อย่างฉุกละหุก

    แต่ก็ไม่อาจต้านทานพลังฝ่ามือนี้ ได้ ถูกกระแทกกระเด็นหงายท้อง กระเด็นออกไป ขจรไม่อยากทำร้ายคนเหล่านี้แค่สั่งสอนเท่านั้น หากเอาจริง ทั้งสี่คงได้กลายเป็นฝุ่นผงไปแล้ว

    ขจรเดินเข้าไป ที่ตำหนักของ จักรพรรดินี โดยมีทหารองครักษ์มากมายเข้ามารุมล้อม

    “ ไสหัวไปให้หมด ”

    ทหารองครักษ์ได้แต่ยืนจดๆ จ้องๆ ไม่กล้าขัดขวางเพราะเห็นผู้พิทักษ์ทวารทั้งสี่ ถูกอัดกระเด็นไปแล้ว 

    จนในที่สุด มาถึงหน้าตำหนักของจักรพรรดินี ด้านหน้ามีปราชญ์ฟ้า ว่านหลี่กงกง และ ลามะทงจื่อ และ เทพบุตรและเทพธิดาทั้ง ยี่สิบ ยืนเฝ้าระวังอยู่กันทั้งหมด

    “ เจ้าคือ เซี่ยเทียน อิงเสี่ยว นักพรตน้อยไร้นาม หรือ เซี่ยจงกันแน่”

    ว่านกงกง เป็นคนเอ่ยถามขจร เป็นคนแรก

    “ หลีกทางไปซะ ข้าต้องการพบกับ จักพรรดินีของพวกเจ้า”

    “ คุณชาย มีเรื่องอะไรก็เจรจากันดีดีก็ได้ จักรพรรดินีคิดอยากสละราชบัลลังก์อยู่แล้ว หากเจ้าอยากได้บัลลังก์ พระนางต้องยินยอมมอบให้กับเจ้าอย่างแน่นอน”

    ปราชญ์ฟ้าเอ่ยแนะนำ

    “ ข้าแค่มาพบกับจักรพรรดินีเท่านั้น ไม่ได้คิดอยากทำร้ายใคร และไม่สนใจบัลลังก์นี้ด้วย”

    “ แล้วเจ้าสังหารสังฆราชาหมิงเต้าทำไม?” ลามะทงจื่อเอ่ยอย่างไม่พอใจเท่าใดนัก

    “ มันร่วมมือกับศิษย์ทรยศฟงจื่อเต้า ฆ่าแม่ทัพฉีเลี่ย สมควรตายแล้ว”

    ขจรเอ่ยไม่เต็มเสียงนัก เพราะเขาเองก็ไม่ได้เป็นคนฆ่า

    “ แล้วเจ้าคิดจะฆ่า จักพรรรดินีของเราด้วยอย่างนั้นใช่ไหม เพื่อแก้แค้นที่เรื่องพันปีก่อน”  ว่านกงกงเอ่ยกับขจรตรงๆ

    “ พูดไปก็ไร้ประโยชน์ หลีกไปข้าต้องเข้าไปในตำหนัก”

    ขจรปลดปล่อยพลังมหาเซียนขั้นที่ สามพร้อมกับปลดปล่อยพลังกระบี่เก้ามังกรออกมา ทุกคนต่างถอยหลังกันออกไป  ถูกรัศมีพลังกดดันต้องถอยห่างไม่กล้าเข้าใกล้ ลามะทงจื่อคิดโจมตี แต่ถูกมังกรกระบี่ตัวหนึ่งพุ่งออกไปจัดการ  เสื้อผ้าของลามะทงจื่อถึงกับขาดวิ่น บาดเจ็บภายในกระอักเลือดออกมา ขันทีว่านกับ ทุกคนๆ พยายามร่วมกันโจมตี แต่ถูกมังกรกระบี่จัดการ ตกอยู่ในสภาพบอบช้ำกันไปตามๆ กัน จนกระทั่ง ขจรเข้าไปในตำหนักได้  พบจักรพรรดินี นั่งรออยู่บนเก้าอี้ในตำหนัก 

    “ เจ้าไม่ใช่ ท่านพี่”

    เพียงคำพูดแรกของ จักรพรรดินีหยางเชี่ยน ก็ทำให้ขจรถึงกับยืนอึ้ง นึกไม่ถึงว่านางจะสัมผัสได้รวดเร็วเช่นนี้

    “ ออกมาเถอะ ท่านพี่  เชี่ยนเอ๋อรอท่านมาเป็นเวลา พันปีแล้ว มาสะสางเรื่องของเรา อย่าให้ผู้อื่นต้องมาเกี่ยวข้องด้วยเลย”

    ขจรกำลังจะอ้าปากพูด แต่ก็ไม่ทันได้พูดอะไร ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีฟ้า ราชันหลิงเทียนควบคุมร่างของเขาเอาไว้อีกแล้ว

    “ ได้เจอกันเสียทีนะ เชื่ยนเอ๋อของข้า”

    “ ท่านพี่ ท่านกลับมาแล้วจริงๆ”

    “ พาข้าไปพบมินมิน”

    “ ท่านมาเพื่อพบนางอย่างเดียว?”

    “ ใช่”

    “ ท่านไม่คิดแก้แค้นเชี่ยนเอ๋อ ที่ทำให้ท่านพี่ต้องตายรึ?”

    “ เชี่ยนเอ๋อ ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ได้อยากทำเรื่องนี้ ข้าให้อภัยเจ้า แต่พวกมันทุกคนที่เกี่ยวข้อง ต้องตายอย่างทรมานทุกคน”

    “ ท่านพี่ลืมเรื่องพันปีก่อนซะเถิด เชี่ยนเอ๋อยินดีมอบบัลลังก์ราชันคืนให้กับท่าน”

    “ เจ้าไม่เข้าใจข้า เชี่ยนเอ๋อ”

    “ ก็ได้ หากว่าท่านยืนยันจะทำเช่นนั้น เอาชนะเชี่ยนเอ๋อให้ได้เสียก่อน แล้วท่านต้องการอะไร เชี่ยนเอ๋อจะยินดีทำตามคำสั่งของท่านทุกอย่าง”

    จักรพรรดินีหยางเชี่ยนแผ่พลังขั้นมหาเซียน ขั้นที่ 5 ออกมาทันที

    แต่ก็ถูกราชันหลิงเทียนปล่อยพลังขั้นมหาเซียนขั้นที่ 7 ออกมากดดัน ทำให้ จักพรรดินีหยางเชี่ยนถึงกับ กระอักเลือดออกมาทันที

    “ เป็นไปได้อย่างไรกัน ท่านพี่มีพลังถึงขั้นมหาเซียนขั้นที่ 7 แล้ว”

    “ ยังมีเรื่องอีกมากที่เจ้ายังไม่รู้ ตอนนี้พาข้าไปหามินมินก่อน”

    จักรพรรดินีหยางเชี่ยนไม่อาจขัดขืนได้ ต้องพาราชันหลิงเทียนลงไปที่ชั้นใต้ดินที่มีไอเย็นกระจายไปทั่วห้องใต้ดินแห่งนี้ ตรงกลางมีร่างของหญิงสาวสวยนอนหลับอยู่ ในโลงกระจก อีกมุมก็มี ชายหนุ่มใบหน้าคมสันวัยสามสิบกว่าๆ นอนหลับอยู่เคียงข้างกัน

    “ ขอบใจเจ้ามาก ที่ช่วยทำคำขอร้องสุดท้ายของข้า”

    “ นี่คือสิ่งที่เชี่ยนเอ๋อทำให้ท่านได้ ในตอนนั้น”

    “ เจ้าไปรอข้างบนก่อน เดี๋ยวข้าจะออกไป”

    จักรพรรดินีหยางเชี่ยนรับคำอย่างว่าง่าย พอนางจากไป ราชันหลิงเทียนก็เอ่ยออกมาว่า

    “ มินมิน เจ้าออกมาเถอะ”

    แล้ววิญญาณของมินมิน ก็ปรากฏออกมาต่อหน้าราชันหลิงเทียน

    “ ท่านพี่ ในที่สุดท่านก็กลับมา”

    “ ข้าขอโทษ”

    “ ไม่ต้อง ข้ารับรู้เรื่องทุกอย่างแล้ว เป็นเพราะข้าเอง ที่ทำให้ท่านต้องหลงกลพวกเขา”

    “ เจ้าไม่ต้องห่วง ข้ากลับมาแล้ว พวกมันต้องชดใช้กรรมที่พวกมันก่อเอาไว้ทั้งหมด”

    “ ท่านพี่ เรื่องราวมันผ่านมานานแล้ว ท่านก็มีชีวิตใหม่แล้ว ลืมเรื่องที่ผ่านมาได้ไหม ข้าขอร้อง”

    “ พวกมันใช้ชีวิตลอยนวลมานานมากแล้ว แต่สวรรค์ยังไม่ลงโทษพวกมัน ข้าจะเป็นอาญาสวรรค์จัดการกับพวกมันเอง”

    “ ท่านพี่”

    “ อย่าห้ามข้าเลย มอบหัวใจอมตะคืนมาให้ข้าได้แล้ว”

    ราชินีมินมิน ถอนหายใจ แล้วยกมือ ดึงหัวใจสีขาวบริสุทธิ์ ลอยออกมาจากร่างของนาง แล้วเข้ามาในร่างของขจร  คราวนี้หัวใจของขจรกลับมีแสงวาบขึ้น แล้วมันก็ค่อยๆขยายใหญ่ขึ้นทำให้เห็นว่า มีหัวใจสองดวงซ้อนกันอยู่ ดวงแรกเป็นหัวใจดวงเล็กๆ เป็นดวงจิตของขจร ที่มีพลังแค่มหาเซียนขั้นที่ 3 ส่วนอีกดวง  เป็นของราชันหลิงเทียนที่มีขนาดใหญ่กว่า สองเท่า  มีพลังมหาเซียนขั้นที่ 7 หัวใจทั้งสองดวงค่อยๆ หลอมรวมกลับมาเป็นหนึ่งเดียว กันอีกครั้ง จนในที่สุด หัวใจของขจรก็ถูกกลืนเข้าไปในหัวใจของ ราชันหลิงเทียนจนหมด

    ขจรลืมตาตื่นขึ้น ดวงตาของเขายังคงเป็นสีฟ้า ตอนนี้ใบหน้าของขจรกลับค่อยๆ แปรเปลี่ยนไปเป็นชายหนุ่มคนที่นอนหลับอยู่ในโลงแก้ว เป็นใบหน้าราชันหลิงเทียน !

     “ ในที่สุดข้าหลิงเทียนก็กลับมาแล้ว ต่อแต่นี้เป็นต้นไป โลกใบนี้ต้องเป็นของข้า ใครที่มันเคยทำกับข้า พวกมันต้องพบกับจุดจบทุกๆ คน ข้าจะยึดโลกเซียนมาไว้แทบเท้าของข้า ใครยอมข้าอยู่ ใครหาญสู้มันต้องตายสถานเดียว  ฮ่า ฮ่า ฮ่า......”

    คล้ายกับเรื่องโคตรมวยไทยถล่มโลกเซียน ที่คุณอ่าน