การะโขึ้นหลังม้าทำได้ยากกว่าที่คิดนึกโมโหร่างที่เล็กบอบบางและส่วนสูงอันจำกัดทำให้ไม่สามารถพาตัวเองขึ้นไปนั่งบนหลังม้าตัวนี้ได้เสียทีถึงอย่างนั้นก็ต้องขอบคุณเ้าม้าขนสวยที่ยังคงยืนนิ่งรออย่างอดทน ดูจากท่าทางการสะบัดหางไปมาเพียงเบาๆแสดงว่ายังไม่รำคาญคนที่พยายามปีนขึ้นหลังของมันโชคดีแค่ไหนแล้วนะที่มันไม่ยกขาขึ้นมาเตะ
“ขึ้นได้หรือยัง” แม่ทัพหนุ่มยืนมองอยู่เป็นานสองนานแล้วก็ไม่เห็นทีท่าว่าจะเป็ผลสำเร็จ
หญิงสาวไม่ตอบ ขมวดคิ้วหอบเหนื่อยก่อนที่จะหมุนตัวกลับมาเพื่อบอกกับชายหนุ่มว่าควรหาบันไดไม้มาเป็ตัวช่วยให้ขึ้นโดยง่ายจะดีกว่าหรือไม่แต่จังหวะที่ไม่คาดคิดหวางชุนเทียนขยับเข้ามาประชิดแล้วช้อนร่างบางขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัวจนหญิงสาวทำหน้าเหวอ
“ท่านแม่ทัพ!” เสียงอุทานเรียกเขาดังขึ้นด้วยความใ
“มัวแต่รอให้เ้าขึ้นม้าเอง วันนี้คงนอนที่หน้าประตูวังเป็แน่” ชายหนุ่มเอ่ยปากในขณะที่อุ้มร่างหญิงสาวไว้ในอ้อมแขน
“แต่ว่าเป็ท่านเองที่อยากจะขี่ม้า”พอได้เห็นใบหน้าคมคายของเขาใกล้ชิดขนาดนี้ ทำเอาเหม่ยหลินใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาเลย
“เ้าตำหนิข้างั้นรึ”
“ข้าไม่กล้าหรอกเ้าค่ะ ใครจะกล้าตำหนิท่านแม่ทัพหวางชุนเทียนล่ะเ้าคะ”น้ำเสียงยอกย้อนจากปากของหญิงสาวทำให้ชายหนุ่มกระตุกยิ้มน้อยๆ ก่อนที่จะส่งร่างบางโยนขึ้นบนหลังม้าทันที
“ถ้าเช่นนั้นก็ขึ้นไปแต่โดยดี” เหม่ยหลินใร้องเสียงหลงกลัวเหลือเกินว่าจะหล่นตุ๊บลงไป
ถึงแม้การขึ้นม้าครั้งแรกในชีวิตของหญิงสาวจะเป็ผลสำเร็จแต่พอได้ขึ้นมาได้จริงๆ ก็เอาแต่ก้มตัวลงใช้มือเกาะคอม้าแน่น แม่ทัพหนุ่มดูจะเข้าใจความรู้สึกกลัวของสาวน้อยได้ดีจึงไม่ปล่อยให้ตื่นกลัวนานเกินไปเขารีบะโขึ้นคร่อมบนหลังม้าตัวเดียวกันนี้อย่างรวดเร็ว
“นั่งนิ่งๆ ยืดตัวให้ตรง อย่ามัวแต่เกาะที่คอม้าเดี๋ยวมันใ” คนที่เพิ่งะโขึ้นมานั่งพูดในเชิงสั่งสอนแล้วเอื้อมมือทั้งสองข้างคว้าสายบังเหียนที่อยู่ด้านหน้าของหญิงสาวตอนนี้ความตื่นกลัวว่าจะร่วงลงพื้นเปลี่ยนเป็อึดอัดขัดเขินที่ร่างบางต้องถูกขนาบด้วยแขนทั้งสองข้าง
“เอาล่ะ ไปกันได้แล้ว” พอเห็นว่าคนด้านหน้านั่งนิ่งไม่ไหวติงเป็อันว่าหมดเื่เขาจึงเริ่มบังคับให้ม้าวิ่งไปข้างหน้าอย่างช้าๆ
เสียงฝีเท้าม้าวิ่งกุบกับมุ่งหน้าออกนอกเมืองเหม่ยหลินที่นั่งซ้อนอยู่ด้านหน้าของแม่ทัพหนุ่มบนหลังม้ามีสีหน้าเป็ความกังวลอย่างเห็นได้ชัดมือทั้งสองข้างของหวางชุนเทียนจับสายบังเหียนเพื่อควบคุมม้าอยู่แต่ดูไม่ต่างอะไรกับการถูกเขาโอบกอดจากทางด้านหลัง หญิงสาวเริ่มขยุกขยิกตัวคิดเพียงว่าเมื่อไรจะถึงที่หมายเสียที
“ขยับตัวทำไม เดี๋ยวก็ตกลงไปหรอก”เขาทำน้ำเสียงตักเตือนในขณะที่ม้าเคลื่อนที่ไปข้างหน้าจึงควรนั่งอย่างระมัดระวัง
“ท่านบอกว่ามีเื่จะพูดกับข้า ต้องมาไกลถึงขนาดนี้ด้วยเหรอ”
“ข้าจะพูดกับเ้าต่อเมื่อเราถึงที่หมาย”
“แล้วเมื่อไรจะถึงเสียที ข้าอยากลงจากหลังม้าแล้ว”
“นั่งม้ามากับข้า ไม่ดีอย่างไร”
“ถ้าเกิดเ้าสาวของท่านเข้าใจผิดขึ้นมาจะทำยังไงดีกว่า” ประโยคนี้ทำให้หวางชุนเทียนเลิกคิ้วแล้วก้มมองใบหน้าด้านข้างของหญิงสาว เขาบังคับม้าให้ลดความเร็วเปลี่ยนเป็วิ่งเหยาะๆ
“เ้าสาวของข้า? เข้าใจผิด?” เขาทวนคำพูด
“ท่านแม่ทัพหวางชุนเทียน! ท่านก็รู้อยู่แก่ใจ ท่านมีเื่ต้องคุยกับแม่นางลู่หลิ่งมากกว่าคุยกับข้าพาข้ากลับจวนได้แล้ว บอกแม่นางลู่หลิ่งด้วยว่าข้าเป็เพียงผู้อาศัยนางจะได้ไม่เข้าใจข้าผิด”
ในความเข้าใจของเหม่ยหลินว่าที่เ้าสาวของท่านแม่ทัพอย่างไรเสียก็ต้องเป็แม่นางลู่หลิ่งอยู่แล้วนางออกจะสวยงามปานนั้นแถมยังอยู่ร่วมจวนเดียวกันมาตั้งนาน ต้องมีสปาร์คกันบ้างล่ะ
“ข้าไม่มีเื่อันใดที่ต้องคุยอะไรกับลู่หลิ่งข้ามีเื่ที่ต้องคุยกับเ้ามากกว่า”
“ไม่ได้นะ ท่านต้องคุยกับแม่นางลู่หลิ่งให้รู้เื่ข้าไม่อยากเป็มือที่สามของใคร”
หวางชุนเทียนยิ้มขันก่อนที่จะถอนหายใจยาว‘ใครกันแน่ที่เข้าใจผิด’ เขาบังคับม้าให้หยุดแล้วคลายมือข้างหนึ่งจากบังเหียนเปลี่ยนเป็ดึงมือของหญิงสาวขึ้นมาจับไว้
“มือของเ้าก็อยู่นี่ มือข้าก็อยู่นี่ ไหนล่ะมือที่สาม” เขารู้อยู่แก่ใจว่านางเข้าใจผิด แค่อยากยั่วให้หญิงสาวโมโหเล่น
“เอ๊ะ! ท่านนี่ยังไงนะ!” เธอเอี้ยวตัวหันไปทำสีหน้าไม่พอใจพยายามสะบัดมือให้หลุดก็ไม่หลุดแถมยังถูกดึงมือเข้าหาตัวเขาจนร่างบางแนบชิดที่อกกว้างแก้มนวลเนียนเกือบจะชนเข้ากับจมูกโด่งของชายหนุ่มที่ก้มลงมองดวงหน้าสวยอยู่ก่อนแล้วดวงตาเปล่งประกายที่จ้องมองใบหน้าหญิงสาวทำให้หัวใจเต้นไม่เป็ส่ำ
เหม่ยหลินไม่ชอบความรู้สึกของตัวเองตอนนี้เลยความกระอักกระอ่วนใจทำให้เธอหันหน้ากลับพร้อมดึงมือให้หลุดออกจากการเกาะกุมจนได้
“เอาล่ะ ลงกันได้แล้ว” ร่างสูงเหวี่ยงขาสองข้างลงพื้นก่อนที่จะเงยหน้ามองและอ้าแขนรอรับร่างคนที่ยังนั่งนิ่งคิดอยู่ว่าหากลงด้วยตัวเองจะเป็อย่างไรถ้าลงไม่ถูกท่าขาจะหักหรือเปล่า
คนอยู่ข้างล่างพยักหน้าเร่งให้หญิงสาวลงมาเสียทีสุดท้ายเธอตัดสินใจยอมที่จะอยู่ในอ้อมแขนของเขาอีกครั้งเพราะถ้าพลัดตกลงไปแล้วต้องาเ็ ย่อมไม่คุ้มค่า
สถานที่ที่หวางชุนเทียนพามาเป็ลำธารขนาดใหญ่ที่ถูกโอบล้อมด้วยูเาขนานไปกับสายน้ำความงดงามของทิวทัศน์ทำให้เหม่ยหลินรู้สึกผ่อนคลายได้บ้าง หญิงสาวถือโอกาสนี้วิ่งไปใกล้ๆลำธารมองดูน้ำที่ใสสะอาดจนเห็นปลาแหวกว่ายอยู่เบื้องล่าง
“เ้ารู้หรือไม่ทำไมท่านอ๋องจึงยอมขัดความประสงค์ขององค์ชายรอง” เสียงทุ้มพูดขึ้นในขณะที่มือหนาจับเชือกม้ามาผูกไว้กับต้นไม้ก่อนที่จะบ่ายหน้ามองหญิงสาวที่กำลังถลกแขนเสื้อวักน้ำเย็นๆขึ้นมาล้างมือ
“นั่นสิ ทำไมหรือเ้าคะ”เมื่ออยากรู้มานานแล้วจึงถามขึ้น
ปานรูปดอกไม้โผล่พ้นแขนเสื้อที่ถูกถลกสูงขึ้นเหนือหัวไหล่ทั้งที่เขามองเห็นมันเป็ครั้งแรกแต่ต้องพูดปดต่อท่านอ๋องไปและตอนนี้ถึงเวลาที่ต้องอธิบายให้เ้าตัวฟังได้แล้ว
“เป็เพราะปานรูปดอกไม้ที่แขนของเ้าทำให้ข้าหาทางออกและช่วยเ้าได้”
“ทางออก ทางออกอะไรหรือเ้าคะ”ถามด้วยความสนใจอีกครั้ง
“เป็ฮูหยินของข้า” เขาบอกด้วยแววตาจริงจัง
“ห๊ะ!” หญิงสาวเบิกตากว้างคิดไม่ถึงว่าจะได้ยินคำตอบแบบนี้ สายตาจ้องมองใบหน้านิ่งของชายหนุ่มตาไม่กะพริบราวกับรอฟังคำอธิบายเพิ่มเติมให้ชัดเจนกว่านี้
“เดิมทีจะรับเ้าเป็น้องสาวบุญธรรมเพื่อตอบแทนท่านหมอหลิวซูเยียนแต่ตอนนี้...คงไม่ได้แล้ว”
“ที่แท้ข้อความที่ท่านเขียนในกระดาษคือเื่นี้... แต่แค่ท่านเห็นปานที่แขนของข้าก็ตัดสินให้ข้าเป็ฮูหยินของท่านแล้วหรือ”
“ข้าบอกว่าเรามีสัมพันธ์กันแล้วและข้าจะรับเ้าเป็ฮูหยินของข้าท่านอ๋องจึงเข้าใจจนยอมขัดใจองค์ชายรอง” เหม่ยหลินทำตาโตใส่เขาอีกครั้งนึกไม่ถึงว่าทางออกที่กล่าวคือการกุเื่ความสัมพันธ์ของเขาและเธอ
“ไม่ได้ๆจะให้ข้าแต่งงานเป็ฮูหยินของท่านตอนนี้ไม่ได้” หลังจากตั้งสติได้ก็ส่ายหน้าดิกเราจะแต่งงานกับคนยุคโบราณได้อย่างไร!
“เ้ามีคนในใจอยู่แล้วรึ”แม่ทัพหนุ่มเลิกคิ้วถาม
หญิงสาวส่ายหน้าอีกครั้ง“ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น แต่การแต่งงานเป็เื่ใหญ่สำหรับผู้หญิง”
“หรือเ้าหมายถึงการสู่ขออย่างเป็ทางการ แล้วท่านพ่อท่านแม่ของเ้าอยู่ที่ไหนให้ข้าพบพวกท่านได้หรือไม่” แม่ทัพหนุ่มพูดเหมือนเป็เื่ง่าย
“พวกท่านอยู่ไกลมาก แม้แต่ข้าเองก็ไม่สามารถกลับไปหาพวกท่านได้” พูดด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อยเมื่อฉุกคิดถึงบุพการี เหม่ยหลินถอนหายใจยาวไม่รู้ว่าจะอธิบายให้หวางชุนเทียนเข้าใจได้อย่างไร
ชายหนุ่มอึ้งไปครู่หนึ่งที่ได้เห็นใบหน้าซึมเศร้านั้น“ไกลถึงเพียงนั้น แล้วเ้ายังเดินทางมาถึงที่นี่ได้อย่างไรจะว่าไปครั้งแรกที่ข้าพบเ้า เ้าก็หายตัวไปไร้ร่องรอย” เขาถามอย่างต่อเนื่อง
“ใช่เ้าค่ะ มีบางสิ่งนำพาข้ามาซึ่งข้าก็ไม่รู้ว่าสิ่งนั้นคืออะไรครั้งแรกข้าพบท่านในความฝันจนเดี๋ยวนี้ข้าไม่รู้ว่าสิ่งที่ข้าเผชิญอยู่เป็จริงหรือฝันกันแน่”
“ฝัน! ที่เราได้พบกันครั้งนั้นเป็เพียงความฝันของเ้างั้นรึ”
ชายหนุ่มจำได้ไม่ลืมเขาเห็นด้วยตาตัวเองเมื่อครั้งที่ร่างกายนอนาเ็สาหัสจวนเจียนจะสิ้นใจเหม่ยหลินผู้นี้ปรากฏตัวข้างกายเขาอย่างน่าอัศจรรย์หรือว่าการพบกันครั้งแรกระหว่างเขาและเหม่ยหลินเป็เพราะ ‘สิ่งเหนือธรรมชาติ’ นำพาตัวนางมา
“แต่สำหรับข้าไม่ใช่ความฝัน ไม่ว่าใครหรืออะไรที่พาตัวเ้ามาที่นี่ข้ารู้สึกขอบคุณสิ่งนั้น”
หญิงสาวผู้มาจากแดนไกลไม่รู้ว่าชายตรงหน้าคิดอะไรอยู่สายตาที่มองเธออย่างค้นหาทำให้เธออดคิดไม่ได้ว่าเขาอาจเห็นเธอเป็เพียงหญิงประหลาดที่ไม่รู้ที่ไปที่มา
“ข้าไม่ล้มเลิกความคิดที่จะหาทางกลับบ้านให้ได้” หญิงสาวบ่ายหน้าเหม่อมองไปยังสายน้ำที่ไหลเอื่อยนั้นอย่างเชื่อมั่นว่าความฝันอันยาวนานนี้ต้องมีวันสิ้นสุด
“ตอนนี้หากยังหาหนทางกลับบ้านไม่ได้ เ้าอยู่ที่จวนของข้าได้” ชายหนุ่มรีบเสนอเพราะเห็นว่านอกจากเรือนของพ่อบุญธรรมหลิวซูเหยียนแล้วนางไม่มีที่พักที่ไหนอีก
“อยู่จวนของท่าน แล้ว...แล้วยังต้องแต่งงานงั้นรึ”
“ใช่ อยู่ในฐานะฮูหยินของข้า”
สีหน้าของหญิงสาวเกิดความกังวลและความรู้สึกไม่สบายใจหลายๆอย่างกำลังโจมตีจนชายหนุ่มสังเกตเห็นได้“หรือว่าการที่เ้าไม่ยินยอมแต่งงานเป็เพราะรังเกียจข้า”
“เปล่าๆ ข้าไม่ได้รังเกียจท่าน แต่จะให้แต่งงานเป็ฮูหยินของท่านทั้งๆที่เราไม่ได้....”
“เพียงในนาม! เราจะแต่งงานกันเพียงในนาม ข้าให้เวลาเ้ากลับไปคิดอืม...ไม่ใช่สิ เ้าควรกลับไปเตรียมตัว” รีบชิงพูดขึ้นก่อนที่หญิงสาวจะเอ่ยปฏิเสธอีกเป็ครั้งที่สองเหม่ยหลินหันขวับหลังจากได้ฟังน้ำเสียงจริงจังที่ไม่ยอมเปลี่ยนความคิดของเขา
“ท่านเป็ถึงแม่ทัพแห่งแคว้นตงเยว่ข้าเชื่อว่ายังมีคุณหนูที่งดงามจากตระกูลใหญ่อีกตั้งมากมายที่ยินยอมเป็ฮูหยินของท่าน”
“ข้าไม่คิดผูกใจกับหญิงสาวตระกูลใดข้าไม่้าให้ตำแหน่งแม่ทัพของข้าไปสนับสนุนตระกูลใหญ่เ่าั้ อีกประการหนึ่งหากไม่รับเ้าเป็ฮูหยินสกุลหวางตามที่เคยทูลต่อท่านอ๋องไว้เกรงว่าจะถือเป็การหลอกหลวงเบื้องสูง”
เหม่ยหลินนิ่งฟังเหตุผลพลันนึกถึงวันที่อยู่ต่อหน้าที่ประทับท่านอ๋องทรงอนุญาตให้เราเดินออกมาโดยที่ไม่ถามไถ่สิ่งใดอีกเลยหลังจากที่ได้อ่านข้อความในกระดาษนั้นที่แท้ก็เป็เพราะท่านแม่ทัพเล่นใหญ่ถึงกับกล้าทูลไปว่าเราเป็ฮูหยินของเขานี่เอง
“ถึงอย่างนั้นก็เถอะ การที่ท่านจะรับใครเป็ฮูหยินจะไม่ไตร่ตรองให้มากกว่านี้สักนิดหรือนี่ท่านไม่หวงความโสดของท่านเลยหรือไง” เอียงคอมองพร้อมยักไหล่ถามอย่างแปลกใจปกติแล้วชายตำแหน่งสูงศักดิ์ระดับนี้น่าจะเป็คนพิถีพิถันในทุกเื่มากกว่านี้ไม่ใช่หรือยิ่งเป็เื่ของผู้ที่จะมาเป็ฮูหยินยิ่งควรต้องเลือกให้เหมาะสมกับฐานะตนเอง
แม่ทัพหนุ่มหัวเราะเบาๆรู้สึกขันในคำพูดและท่าทีของหญิงสาวหลายอารมณ์ผู้นี้เมื่อครู่ยังทำหน้าเศร้าอยู่เลย ถึงแม้นางเป็คนแปลกหน้าที่เพิ่งพบกันเพียงไม่กี่ครั้งแต่เวลาที่อยู่ใกล้กลับรู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูกราวกับรู้จักกันมาเนิ่นนานแล้ว
“หมดเื่พูดแล้ว กลับกันเถิด” ร่างสูงหันหลังกลับมุ่งหน้าไปยังต้นไม้ที่ผูกเชือกม้าไว้
“เดี๋ยวสิท่านแม่ทัพ จะกลับแล้วเหรอ รอข้าด้วย!” หญิงสาวซอยเท้าวิ่งตามเขาไปหมั่นไส้แม่ทัพเอาแต่ใจผู้นี้นัก ดูสิ...นึกจะมาก็มานึกจะไปก็ไป