[61] การประชุมเนื้อหาในเรื่องไม่ได้มีเจตนาพาดพิงถึงหน่วยงานไหนในความเป็นจริง กรุณาใช้วิจารณญาณในการอ่าน
“พี่ชายกลับมาแล้ว~!”“กลับมาแล้วอลิซ มีขนมมาฝากด้วยนะ”เซ็ทรับร่างเล็กที่กระโดดเข้าหาพลางหอมแก้มยุ้ยซ้ายขวาด้วยรอยยิ้ม เขาอุ้มเธอขึ้นพลางเดินไปวางของที่หิ้วมาไว้บนโต๊ะหน้าทีวี แม่อรที่ได้ยินเสียงเลยถือทัพพีเดินออกมาจากครัวแล้วบ่นอุบอิบ“โธ่ เซ็ท จะตามใจน้องเกินไปแล้วนะ เดี๋ยวอลิซก็อ้วนแย่ แล้วนี่ซื้ออะไรมาเยอะแยะอีกแล้วล่ะเนี่ย แค่ที่มีอยู่ก็กินไม่หวาดไม่ไหวแล้วนะ”“อลิซต้องมีน้ำมีนวลสิครับถึงจะน่ารัก จริงมั้ยอดัม”“อลิซจะเป็นยังไงก็น่ารักทั้งหมดนั่นแหละ แล้วของกิน กินไม่หมดก็เก็บไว้ได้ ไม่เป็นไรหรอกน่าที่รัก”“ขนมพี่จ๋าอร่อย~”สามคนพ่อลูกตอบโต้กันเป็นปี่เป็นขลุ่ย ไม่วายชกหมัดกันเบาๆ ทั้งสามคน ให้คุณแม่ของบ้านรู้ว่ารอบนี้ตัวเองไม่มีพรรคพวก อรอนงค์ถอนหายใจยาว ได้แต่ยอมแพ้แบบไม่จำยอมนัก“จริงๆ เลย ถ้างั้นก่อนจะกินขนมต้องกินข้าวฝีมือแม่ก่อนรู้มั้ย?”“ได้เลยครับ / ค่า”{เป็นครอบครัวที่ดีนะ}‘...ใช่ เป็นครอบครัวที่ดี ดีมากๆ เลยล่ะ’เซ็ทมองภาพพ่อแม่ลูกเบื้องหน้าก่อนจะยิ้มออกมาจางๆ มันเป็นภาพความสุขที่จริงๆ แล้ว ตัวเขาเองไม่ควรได้รับหรือมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยเลยถึงอลิซจะไม่ได้มีสายเลือดของอดัม แต่ก็เป็นลูกในไส้ของแม่อร ต่างจากเขาที่แม้จะอยู่ในร่างของเซ็ท เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของอรอนงค์และอดัมอย่างถูกต้อง แต่ในความเป็นจริง เขาเป็นแค่คนที่มาจากอดีต เป็นวิญญาณเร่ร่อนที่มาขโมยร่างลูกชายของพวกเขาอยู่ก็เท่านั้นเอง...ช่วงนี้เซ็ทถึงได้ถามตัวเองบ่อยๆ ว่าสมควรแล้วเหรอที่เขาจะยังอยู่ตรงนี้?“นั่งดูทีวีรอกับข้าวเสร็จไปก่อนนะ เซ็ททำงานมาเหนื่อยๆ อยากจะทานอะไรเป็นพิเศษมั้ย อยากได้น้ำอะไรรึเปล่า เดี๋ยวแม่เอาไปให้”“ไม่เป็นไรครับแม่อร น้ำเปล่าบนโต๊ะนี่ก็พอแล้ว”“ที่รักใจร้าย ผมก็กลับจากทำงานเหมือนกัน ไม่เห็นถามผมบ้างเลยอ่ะ” อดัมว่าพลางทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ มองค้อนลูกชายตัวเองเหมือนวัยรุ่นโดนแย่งแฟน “เราอยู่ร่วมกันไม่ได้แล้วเจ้าลูกชาย แม่เป็นของพ่อนะ”“ไร้สาระน่ะอดัม แม่อรก็เป็นแม่ของผมนะ” ...แม้จะไม่ใช่แม่ที่แท้จริงก็ตาม“แม่ของหนู ปะป๊าของหนู แล้วก็พี่จ๋าก็ของหนูต่างหากล่ะ ทุกคนเป็นของอลิซ!”เจ้าตัวเล็กของบ้านเห็นว่าบรรยากาศระหว่างปะป๊าและพี่ชายดูแปลกๆ จึงกระโดดเข้าไปงอแงอยู่ตรงกลาง เดี๋ยววิ่งไปกอดอดัม กอดเซ็ท กอดแม่อรแล้วก็กลับมานั่งจุมปุกอยู่บนตักเซ็ทอีกที พี่ชายผู้เห็นน้องสาวสำคัญยิ่งชีพจึงอดไม่ได้ที่จะโอบกอดเธอไว้ด้วยสองแขน“ครับๆ ของอลิซครับ”...โอบกอดเธอเอาไว้ เหมือนกับที่เคยโอบกอดร่างเล็กๆ ของเมล...หลังจากได้รับความทรงจำบางส่วนกลับมา เซ็ทก็พยายามดูแลและเอาใจใส่ครอบครัวที่ไม่ใช่ของตัวเองนี้อย่างดี เพื่อตอบแทนความอบอุ่นที่ได้รับ และตอบแทนเจ้าเด็กโง่ที่เป็นเจ้าของร่างที่ไม่ได้อยู่ในที่นี้แล้ว ยังไงก็ตามสิ่งที่เซ็ทให้ความสำคัญที่สุดก็หนีไม่พ้นอลิซ...ตั้งแต่ตอนที่ยังจำอะไรไม่ได้เซ็ทก็เอ็นดูอลิซมากกว่าใคร ให้ความสำคัญมากกว่าใคร ตอนแรกสุดเซ็ทก็แปลกใจที่ตัวเองจะทุ่มเทเพื่อเด็กคนหนึ่งได้ขนาดนั้น แต่พอได้ความทรงจำเรื่องของเมลกลับมาเซ็ทก็รู้ได้ทันที ว่าตัวเขาเอาอลิซมาเป็นตัวแทนของเมลมาตลอด โดยที่ตัวเองก็ไม่ทันรู้ตัว...เป็นตัวแทนของน้องสาวที่สำคัญยิ่งกว่าชีวิต...แต่ดูเหมือนต่อให้เขาจะไม่รู้ แต่โรคงรู้ดี แค่บอกไม่ได้ก็เท่านั้น น่าแค้นอยู่เหมือนกันนะ...{ก็ผมทำอะไรไม่ได้นี่ ต่อให้รู้ก็พูดไม่ได้อยู่ดี}“รักพี่จ๋าที่สุดในโลกเลย จุ้บ!” ว่าจบร่างเล็กก็พุ่งไปหอมแก้มเซ็ทอย่างอารมณ์ดี ถ้าอลิซรู้ว่าเขาไม่ใช่พี่ชายที่แท้จริงของเธอ แถมยังเอาเธอมาเป็นตัวแทนของน้องสาวที่ตายไปแล้ว เธอจะยังยิ้มให้เขาแบบนี้อยู่มั้ยนะ?“ปะป๊าก็รักเหมือนกันนะ มาให้ป๋าหอมบ้าง!”อดัมทำท่างอแง พุ่งเข้าไปหอมแก้มนิ่มๆ ของอลิซฟอดใหญ่ แถมยังทำท่าจะหันกลับมาหอมแก้มเซ็ท คนที่โดนมองเป็นเป้าหมายตาโต ผลักมือยันปลายคางอดัมจนเจ้าตัวต้องถอยร่นไป“ถอยไปเลยอดัม อย่าได้เข้ามาใกล้ผมเชียว”“ใอ่อ๋าอ๋อมแอ้มหน่อยไอ่ไอ้อึกอ๋อออกอ่า (ให้ป๋าหอมแก้มหน่อยไม่ได้สึกหรอหรอกน่า)”“ไม่ต้องเลย ไปไกลๆ จะหอมก็ไปหอมแม่อรนู่น”ถึงจะลงไม้ลงมือขนาดให้อดัมเจ็บตัวไม่ได้ แต่ก็ผลักออกไปห่างๆ ได้ เล่นอะไรไม่เล่น เล่นแบบนี้ก็อย่าหวังจะเข้าใกล้เซ็ทไปอีกหลายวัน“โถ่ๆ เซ็ท สานสัมพันธ์พ่อลูกไง อย่าเขินไปเลยน่า”“ใครเขินกัน ออกไป!” สุดท้ายความดื้อดึงของอดัมก็ทำให้เซ็ทยกเท้าขึ้นมาใช้ตีนยันร่างของผู้เป็นพ่อให้ออกห่างจากตัว “ที่พี่ทำเมื่อกี้ไม่ใช่เรื่องดี อลิซห้ามทำตามรู้มั้ย แต่ถ้าเป็นคนไม่ดีเตะไปเลยไม่ต้องเกรงใจ”“ห้ามทำกับปะป๊า แต่ทำกับคนไม่ดีได้ เข้าใจแล้ว” อลิซรับคำด้วยรอยยิ้มกว้าง ได้รางวัลเป็นหอมจากเซ็ทไปอีกฟอดใหญ่...กลางดึกคืนนั้น...“สภาพของอเล็กซ์เป็นยังไงบ้าง?”{ยังเป็นเหมือนเดิม ไม่มีการเปลี่ยนแปลงครับ}เซ็ทใช้ผ้าขนหนูเช็ดเส้นผมที่เปียกชื้นก่อนจะเดินไปเปิดประตูตู้เสื้อผ้า ดวงตาคมมองไปยังมุมลึกสุดของตู้ ก่อนที่จะปิดประตูตู้ลงอีกครั้งโดยไม่ได้แตะต้องอะไรเลย“ฝากเฝ้าไว้ดีๆ ล่ะโร ถ้ามีอะไรเปลี่ยนแปลงให้รีบแจ้งด้วย”{รับทราบ}เกิดการเปลี่ยนแปลงกับอเล็กซ์อย่างกระทันหันเมื่อหลายวันก่อน จากที่เป็นเจ้าจิ้งจกสีฟ้ามีเส้นขนนิ่มๆ ตัวเล็กกระจิดเดียว ก็พลันกลายเป็นลูกบอลขนสีฟ้าขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางที่ประมาณสามสิบเซ็นต์ และก็เป็นแบบนั้นมาหลายวันโดยที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ เลยในสภาพที่พกไปไหนไม่ได้ก็ต้องเก็บไว้กับบ้าน ส่วนสถานที่เก็บก็มุมในสุดของตู้เสื้อผ้าที่พึ่งเปิดนั่นแหละ ถ้าพูดให้ตรงประเด็นก็คือยัดๆ เข้าไปที่ไหนก็ได้เซ็ทเดาว่าคงเป็นการพัฒนาซึ่งจะเป็นไปในแนวทางใดก็ไม่อาจรู้ได้ จากจิ้งจกสีฟ้า โตมาเริ่มมีขน ตอนนี้กลายมาเป็นลูกบอลขนไม่ต่างจากรังไหม อนาคตจะกลายเป็นอะไรก็ช่างมันแล้ว{จะออกไปข้างนอกเหรอ?} “ออกสิ ยังมีเรื่องต้องทำอีกเยอะนี่”{แต่คุณไม่ได้นอนมาทั้งอาทิตย์แล้วนะ หัดดูแลสุขภาพตัวเองซะมั่งเถอะ}“ช่วยไม่ได้ ก็มันยังไม่ใช่เวลา ตอนนี้ยังมีงานต้องสะสาง”เซ็ทหยิบเสื้อผ้าแบบเดียวกันที่เตรียมไว้เป็นสิบๆ ชุดในช่องเก็บของออกมาสวม หลังจากแปลงโฉมตัวเองจนกลายเป็นไซท์ เซ็ทก็เดินออกจากประตูระเบียงที่ถูกใช้งานบ่อยๆ ในช่วงนี้
“สถานที่ทดลองที่แปดพังยับจากแรงระเบิด จากการตรวจสอบคร่าวๆ จนถึงตอนนี้ พบศพคนของเราอยู่บ้าง ที่เหลือเป็นร่างทดลองที่ใช้ไม่ได้กับกองเลือดกองโต นอกนั้นก็ไม่เหลืออะไรแล้ว”“ไม่รู้จำนวน ไม่รู้ที่มา ไม่รู้ว่าฝีมือของหน่วยงานไหนประเทศไหน เรียกได้ว่ามือแปดด้านสุดๆ แต่ทุกอย่างเล่นพังยับในหนึ่งคืน แค่นี้ก็พอรู้แล้วล่ะว่าใครก็ตามที่ทำเรื่องนี้ต้องมีฝีมือมากพอสมควรเลย”“ที่แย่ที่สุดคือนักวิจัยกับผู้มีกิ๊ฟที่รวบรวมมาหนีออกไปได้ แถมยังปรากฏตัวต่อหน้าสื่อ กลายเป็นคดีดังที่คนกำลังฮือฮา ทั้งยังเป็นที่จับตามองของหลายๆ ประเทศ คงทำอะไรโจ่งแจ้งไม่ได้”การประชุมลับของบรรดาเจ้าหน้าที่ระดับสูงถูกจัดขึ้นอย่างเร่งด่วน เอกสารการประชุมในครั้งนี้กลายเป็นประเด็นร้อนและถือเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดเท่าที่สมาชิกสภาชุดนี้ได้ดำรงตำแหน่งมา ซึ่งมันพึ่งเป็นแค่เรื่องแรก จะมีใครรู้ว่าอนาคตสภาชุดนี้ยังต้องเจออีกหลายเรื่อง“จะเฝ้าจับตาดูต่อไปเฉยๆ อย่างนั้นเหรอ?”“ก็ไม่มีทางเลือกอื่น ต้องรอจนกว่าอีกฝ่ายจะโผล่หางออกมานั้นแหละ ยังไงผู้มีกิ๊ฟพวกนั้นก็ถือเป็นสิ่งล้ำค่า อุตส่าห์ช่วยออกมาขนาดนั้นแล้ว ฝั่งนั้นต้องไม่ยอมทิ้งไว้เฉยๆ แน่นอน”“ความคิดโง่ๆ นี่ถ้าฝั่งโน้นไม่โผล่หางมาทั้งชีวิต เราก็ต้องรอไปทั้งชีวิตรึไง?”“ว่าไงนะ-!”สองฝั่งที่เห็นต่างตั้งท่าจะวางมวยกันเองแล้ว คนที่นั่งข้างๆ รีบจับเพื่อนของตัวเองไว้ไม่ให้อารมณ์ร้อนยิ่งไปกว่านี้ แต่ดูเหมือนจะห้ามศึกฝีปากไม่ได้จนกระทั่งคนที่นั่งอยู่หัวโต๊ะต้องพูดห้าม“ใช่เวลามาจิกกัดกันเองรึไง หาวิธีรับมือศัตรูที่เราไม่รู้จักซะยังจะดีกว่า ถ้าอยู่ประชุมร่วมกันแล้วไม่ได้เรื่องก็แยกย้ายกลับบ้านไปนอนซะ มีความคิดไอเดียดีๆ ค่อยมาบอกกัน”“เหอะ งั้นก็ขอตัวล่ะ อยู่ในที่แบบนี้ไปแล้วสมองไม่แล่น อากาศมันเป็นพิษ”“ฉันเองก็เจอขยะสายตาแล้วพาลจะหายใจไม่ออกเหมือนกัน น่าหงุดหงิดที่สุด ตัวเองก็ไม่มีความคิดอะไรแท้ๆ เรือไม่พายยังจะเอาเท้าราน้ำอีก ทุเรศ”“ปากดีนี่หว่า มาฟาดกันสักตั้งมั้ย?”“ถ้าไม่หาว่ารังแกคนแก่ก็มาเลย จะลงโลงอยู่แล้วยังจะห้าวอีก”สองคนที่เป็นแกนนำของกลุ่มที่เป็นไม้เบื่อไม้เบากันมานานตั้งท่าจะฟาดกันด้วยกำปั้นเข้าไปทุกที ผู้มีอำนาจสูงสุดในห้องฟิวส์ขาดยกปืนขึ้นมายิงไปบนเพดานทำให้ทั้งห้องหยุดชะงัก การทะเลาะเบาะแว้งที่ดูจะกระจายเป็นวงกว้างจึงได้สิ้นสุดลง“กลับไปซะ! ทั้งสองฝ่ายนั่นแหละ ถ้ามาเถียงกันเรื่องไร้ประโยชน์ก็ออกไป!”สองคนที่เป็นแกนนำในการวิวาทจึงพากันสะบัดหนีหันหลังเดินออกไปคนละทาง ไม่วายส่งเสียงชิออกมาราวกับเด็กๆ คนที่เหลืออยู่จึงได้พอถอนหายใจโล่งอกได้บ้าง “เอาเข้าไป นี่คิดว่าตำแหน่งอันทรงเกียรติที่ได้มาคืออะไร ไม่ทำประโยชน์ยังสร้างความแตกแยก คิดว่าเข้ามานั่งๆ นอนกินเงินดือนก็พอรึไง?”“จะปลดพวกเขาออกมั้ยครับ?”“ก็ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไปก็อาจจะต้องทำแบบนั้น กลับเข้าเรื่องเดิม นอกจากที่รายงานมาตอนแรกยังมีอะไรที่เราควรรู้อีกบ้าง”บรรยากาศในห้องประชุมกลับมาตึงเครียดอีกครา ไฟในห้องมืดลงในขณะที่หลักฐานสำคัญถูกฉายเป็นภาพขึ้นจอใหญ่ โค้ดที่หลายๆ คนดูไม่เข้าใจได้รับการแปลจากผู้เชี่ยวชาญที่ยืนอยู่ข้างๆ“สิ่งนี้เป็นหลักฐานว่ามีคนในติดต่อไปยังบุคคลภายนอก ทั้งแบบแปลน สถานที่ตั้ง และข้อมูลจำนวนคน เป็นข้อมูลที่พวกนักวิจัยที่จับมาไม่มีทางเข้าถึงได้ ไม่ต้องพูดถึงบรรดาตัวทดลองที่จับมาเลย พวกเขาไม่มีทางทราบ”“มีเกลือเป็นหนอน?”ความตึงเครียดเริ่มมากขึ้น เพราะห้องทดลองได้ทำการทดลองที่ผิดกฏหมายและผิดในเชิงมนุษยธรรม มันจึงถูกเก็บไว้เป็นความลับระดับสูงสุด หากข้อมูลวงในหลุดออกสู่ภายนอก ก็ไม่ต้องคิดถึงผลลัพธ์ที่ตามมาเลย“ใช่ครับ คิดว่าไม่ผิดแน่ ร่องรอยนี่เราพบในเซิร์ฟเวอร์หลัก มีการลบข้อมูลทิ้งแต่ดูเหมือนว่าจะจัดการได้ไม่ละเอียดพอเลยมีหลักฐานทิ้งไว้ให้เห็น นักเทคนิคของเราถึงได้กู้คืนมาได้”การอวยหน่วยงานของตัวเองถูกมองข้าม เนื่องจากส่วนสำคัญของเรื่องไม่ได้อยู่ที่ใครเปนเจ้าของผลงาน“คนในที่ทรยศเป็นใคร แล้วปลายทางของข้อมูลล่ะ ส่งไปถึงที่ไหน”“...เรื่องนั้น...” คนรายงานทำท่าลำบากใจที่จะพูด แต่เมื่อโดนกดดันมากเข้าก็เลยได้แต่พูดด้วยเสียงสั่นๆ “คนที่ส่งข้อมูลทางเราไม่ทราบ...แต่ปลายทางข้อมูลถูกส่งต่อไปยังคุณภานพครับ”เกิดเดดแอร์ขึ้นในห้องประชุม หลายนาทีที่เดียวกว่าที่จะมีคนตั้งสติได้ ซึ่งก็ไม่แปลกอะไรเมื่อเจ้าของชื่อคือหนึ่งในเจ้าของตำแหน่งคนใหญ่คนโตคนนึงที่พึ่งเดินออกไปเมื่อครู่“มั่นใจเรื่องนั้นแน่นะ?”“มั่นใครับ ไม่อย่างนั้นผมไม่กล้าพูดออกมาอย่างชัดเจนขนาดนี้หรอก” คนรายงานรีบยืนยัน เพราะหากมีอะไรผิดพลาดก็เขาเองนั่นแหละที่จะโดนเก็บข้อหาใส่ร้ายหัวหน้า ดีไม่ดีตอนนี้เขาก็คงโดนหมายหัวไปแล้วล่ะ“คนในของคนในอีกทีงั้นเหรอ แต่ภานพจะเอาข้อมูลพวกนั้นไปทำอะไร ถึงห้องทดลองจะถูกทำลายหมอนั่นก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรจากเรื่องนี้นี่?”“ไม่แน่นะ ถ้าภานพไม่ใช่คนของเราแต่แรกล่ะ?” หนึ่งในฝ่ายตรงข้ามที่เหลืออยู่รีบพูดเสี้ยม ความจริงจะเป็นยังไงเจ้าตัวก็ไม่รู้แน่ชัดหรอก เพียงแต่หากใช้เรื่องนี้กระชากอีกฝ่ายลงจากตำแหน่งได้ก็ถือเป็นเรื่องดี ในเวลาอย่างนี้ใครๆ ก็มีสิทธิเสนอความเห็นที่น่าจะเป็นประโยชน์กันทั้งนั้น“จะบอกว่าหมอนั่นเป็นสายให้พวกต่างชาติงั้นเหรอ?”“จะบ้ารึไง เรื่องนั้นมันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว!”“แล้วใครจะรู้ แกมีหลักฐานอะไรมายืนยันความบริสุทธิ์ของหมอนั่นเรอะ เหอะ ไม่มีล่ะสิ ตัวแกที่นั่งอยู่ในนี้ก็น่าจะรู้ดีที่สุดว่าอำนาจของเงินมันหอมหวนขนาดไหน?”การโต้เถียงยังคงเป็นไปอย่างดุเดือดและยังคงดุเดือดมากขึ้นเรื่อยๆ อาจจะถึงขั้นหัวร้างข้างแตก หากไม่มีกรรมการเข้ามาห้ามทัพเสียก่อน“พอแล้ว เรายังไม่รู้ว่าความจริงเป็นยังไง เอาเป็นว่าช่วงนี้ก็จับตามองภานพเอาไว้ก่อน ไม่ว่าภานพจะอยู่ฝ่ายไหน แต่สถานะหมอนั่นก็ไม่จำเป็นต้องได้ข้อมูลนี้ติดตัวไป ให้ถือว่าตอนนี้หมอนั่นมีข้อหาร้ายแรงติดตัว”“จะแบนคุณภานพออกจากการประชุมเหรอครับ!?”“แบนทุกงานต่างหาก กักตัวหมอนั่นไว้กับบ้าน ถ้าไม่ยอมอยู่บ้านเฉยๆ ก็ให้ไปอยู่ในคุกซะ นี่คือการปราณีที่สุดแล้ว”“นั่นมัน-!!”“ไม่อนุญาตให้โต้แย้งและจะไม่มีการลดหย่อนการคาดโทษในทุกกรณี แล้วก็ระหว่างนี้ให้หน่วยสืบสวนพิสูจน์เรื่องจริงเบื้องหลังซะ ถ้าหมอนั่นเป็นคนของต่างชาติจริงก็ต้องชดใช้การทรยศนี้”เสียงเคาะโต๊ะดังขึ้นเป็นการตัดจบประเด็นเดิม และทุกคำก็เป็นไปตามที่เขาพูด ไม่มีคนใดในห้องกล้าเปิดประเด็นพูดเข้าข้างภานพอีกเลย ผลลัพธ์ดังกล่าวเป็นที่พึงพอใจของคนกลุ่มหนึ่งที่นั่งหัวเราะอยู่ในเงามืด พวกเขาคิดว่าตัวเองได้ประโยชน์ ...แต่ไม่มีใครทันรู้สึกตัวสักคนว่า ทุกการเคลื่อนไหวของพวกเขาอยู่ภายใต้แผนการของคนๆ หนึ่ง ได้แต่เต้นไปมาอยู่บนฝ่ามือของศัตรูที่แท้จริง มุ่งหน้าเข้าไปในทางที่มืดมิดที่เซ็ทเตรียมไว้ให้...ใช่ เต้นไปมาอยู่บนฝ่ามือของเซ็ท ตั้งแต่ต้นจนจบ คนที่ได้ประโยชน์ที่สุดก็คือเซ็ททั้งนั้น...ทะเลาะกันเข้าไป ขัดแข้งขัดขากันเข้าไป ยิ่งภายในระส่ำระส่ายเท่าไหร่ คนภายนอกก็เหมือนนั่งอยู่บนภูมองดูเสือกัดกันอย่างสบายใจมากขึ้นเท่านั้น“หัวข้อต่อไป ดูเหมือนนานาชาติจะมีการเคลื่อนไหวที่ไม่น่าไว้วางใจ”“เป็นไปได้รึเปล่าว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะเป็นฝีมือต่างชาติ อาจจะเป็นพวกนั้นก็ได้” ใครสักคนในนั้นยกมือถาม หัวข้อที่กำลังอภิปรายกันอยู่เป็นประเด็นสำคัญที่ไม่ว่ายังไงก็ห้ามมองข้าม ไม่ว่าจะส่วนเล็กๆ แค่ไหนล้วนแล้วแต่ห้ามปล่อยผ่าน “ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ไม่แปลกที่ความลับของเราจะย่อยยับได้ในคืนเดียว”ภาพที่เกิดเหตุถูกฉายขึ้นจอ เอกสารในมือถูกเปิดออกดูประกอบคำอธิบาย ความร้ายแรงของเหตุการณ์และความอันตรายของสิ่งที่กำลังเผชิญได้ถูกตอกย้ำอีกครั้งและอีกครั้ง“กองเลือดปริมาณขนาดนี้ คนลงมือมีมากขนาดไหนกันนะ กล้องก็ดันไม่มีบันทึกภาพอะไรอีกเนี่ยสิ โธ่เว้ย!”...{ดูจะเป็นการประชุมที่ไม่ได้ให้สาระประโยชน์ต่อคุณสักเท่าไหร่ แต่อย่างน้อยๆ ก็รู้ได้เรื่องหนึ่งล่ะว่าพวกนั้นหลงทิศหลงทางไปตามที่คุณต้องการ}“ก็นะ มีแต่พวกโง่เง่าที่ไม่รู้สภาพความเป็นจริง ความสามารถก็ไม่มีแต่ดันอยากนั่งตำแหน่งสูงๆ”การประชุมลับสุดยอดอยู่ภายใต้การจับตามองของเซ็ทตลอดเวลา เจ้าตัวเฝ้ามองดูผ่านหน้าจอราวกับกำลังดูหนังเรื่องหนึ่ง แถมบทสนทนากับสุดยอดผู้ช่วยยังดูประหนึ่งว่าเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องใหญ่ หรือไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญอะไร“ขี้เกียจจะดูต่อแล้ว เสียเวลา ไว้นายค่อยสรุปการประชุมให้ฉันฟังก็แล้วกัน”{เข้าใจล่ะ ไม่มีปัญหา ไว้จะทำการย่อสั้นให้จบภายในสิบบรรทัด ถ้ามีแต่น้ำแบบนี้ดีไม่ดีคงจบได้ในห้าบรรทัด}“ได้ก็ดี ฝากด้วยล่ะ”
ในช่วงเวลาเดียวกัน ณ อีกฟากหนึ่งของโลกก็กำลังมีการประชุมสำคัญจัดขึ้นเช่นเดียวกัน หากแต่มันเป็นเรื่องของคนในครอบครัวที่สำคัญไม่แพ้ปัญหาระดับประเทศ“คุณท่านกำลังแย่ และคุณท่านก็ไม่มีผู้สืบทอด เวลาแบบนี้พวกเราจะไปทำอะไรได้?”“ถ้าเจ้าหมอนั่นยังอยู่ อะไรๆ ก็คงไม่เลวร้ายแบบนี้”ชายคนหนึ่งว่าพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ ท่าทางเหม่อลอยจนคนในห้องอีกสามคนที่เหลือเบ้หน้าเบะปากกันไปตามๆ กัน“อเลน ฉันรู้ว่านายกับเจ้านั่นสนิทสนมกัน แต่การมาคร่ำครวญถึงคนตายไม่ใช่อะไรที่ควรทำนะ พวกเราน่ะแบกรับชื่อของแอชลีย์ไว้บนบ่า ตอนนี้คุณท่านยังต้องพึ่งพาเราเลย”“ใช่ คนตายไปแล้วก็คือตายไปแล้ว เราจะมาสนใจไปทำไม?”“ต่อให้ยังไม่ตายแต่คุณท่านก็ไม่ได้ต้องการเขาแล้ว อะไรที่ตัดทิ้งไปแล้วเราไม่มีทางเอากลับมาใช้ใหม่หรอก นายเองก็น่าจะรู้ดี”คำพูดสัมทับในความหมายใกล้ๆ เคียงกันเล่นเอาคนฟังโมโหจนเลือดขึ้นหน้า“อดัมยังไม่ตาย! เขายังมีชีวิต! คุณท่านต้องการหรือไม่พากลับมาก่อนก็ได้นี่นา หรือจะปล่อยให้แอชลีย์ต้องจบสิ้นลงทั้งๆ แบบนี้!!”“ทำไมนายถึงมั่นใจนักว่าเขายังไม่ตาย ทั้งๆ ที่เราในความเป็นจริงแล้ว ไม่ใช่นายเองรึไงที่ไปฆ่าหมอนั่นกับมือตามคำสั่งของคุณท่าน?” เพื่อนร่วมงานสาวเอ่ยถามอย่างจริงจัง ดวงตามองตรงตั้งใจจับโกหกอย่างชัดเจนชายหนุ่มที่มีนามว่าอเลนเม้มปากลง มือกำหมัดแน่น แม้มีทีท่าไม่อยากพูดถึงแต่สุดท้ายก็เลือกที่จะพูด เพื่อที่ว่าจะได้พาคนที่สมควรอยู่ตรงนี้มากที่สุดได้กลับมาอยู่ที่บ้าน“เพราะอดัมยังไม่ตาย ทั้งยังมีลูกชายด้วย”“หมายความว่ายังไงอเลน อดัมน่ะสมควรตายไปตั้งแต่ตอนนั้นแล้วนะ”“เพราะตอนนั้นฉันไม่ได้ฆ่าเขายังไงล่ะ อดัมเลยยังไม่ตาย เขามีครอบครัวและยังมีชีวิตอยู่ดี ไม่ต้องตั้งท่าจะบ่นฉัน คุณท่านรับทราบเรื่องนี้แล้วเพราะฉันเป็นคนรายงาน และคุณท่านเลือกที่จะปล่อยผ่านไป”“ไม่มีทาง คุณท่านเป็นคนสั่งฆ่านายน้อยกับปาก จะยอมละเว้นชีวิตได้ยังไง!?” ชายคนหนึ่งลุกขึ้นแย้ง ทีท่าไม่ยอมรับอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งก็ไม่ถือว่าแปลกอะไร เพราะสำหรับพวกเขาการออกจากกลุ่มถือเป็นเรื่องที่ให้อภัยไม่ได้มากที่สุด โดยเฉพาะคนที่มีตำแหน่งสูงอย่างผู้สืบทอดยิ่งไม่อาจละเว้นได้ และอดีตผู้ที่มีตำแหน่งนี้เลือกที่จะหันหลังให้กับพ่อ หันหลังให้พวกเขาทุกคน...เพื่อที่จะใช้ชีวิตอย่างคนธรรมดาร่วมกับผู้หญิงทั่วไปที่เขาเลือกเอง“นั่นก็เพราะอดัมเป็นลูกชาย ต่อให้คุณท่านจะใจแข็งเหมือนหิน สุดท้ายก็สั่งฆ่าลูกชายคนเดียวของตัวเองไม่ลงยังไงล่ะ”คุณท่านคือผู้ดำรงตำแหน่งผู้นำคนปัจจุบัน ในยามที่ลูกชายเลือกที่จะมีชีวิตอยู่แบบคนธรรมดา ในความเป็นจริงแล้วแม้แต่ชีวิตก็ต้องถูกพรากเอาไป หากแต่เขาเลือกที่จะเมินเฉยต่อกฏนั้นแล้วปล่อยให้ลูกชายมีชีวิตรอด มีชีวิตอยู่จนกระทั่งมีลูกชายเหมือนกันแต่เพื่อชีวิตปกติสุขของลูก คนตำแหน่งสูงๆ ในกลุ่มก็เลยรู้ว่า ‘อดัม ลูเซียส แอชลีย์’ ผู้สืบทอดกลุ่มเงินทุนที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกาหรือเจ้าของกิจการสีเทาผู้ค้าความตายที่อยู่เบื้องหลังของสังคมได้เสียชีวิตไปแล้ว ในขณะเดียวกันก็เป็นข้อมูลลวงที่ถูกส่งไปยังกลุ่มศัตรูเช่นกัน...ไม่งั้นเจ้าตัวคงไม่มีชีวิตรอดมาจนถึงตอนนี้หรอก“ไม่ตลกเลยนะอเลน! สายเลือดอันแสนสำคัญของแอชลีย์ถูกปนเปื้อนด้วยสายเลือดของสามัญชนอย่างนั้นเหรอ เรื่องพรรค์นั้นยังไงคุณท่านก็รับไม่ได้ อเลน บอกที่อยู่ของอดัมมาเดี๋ยวนี้ ฉันจะไปฆ่ามัน จะฆ่าทั้งมันทั้งลูกนั่นแหละ!!”“หุบปากนะ ขนาดลูกชายคุณท่านยังยอมปล่อยไป แล้วนายอลัน นายคิดจะไปฆ่าหลานแท้ๆ ของคุณท่านงั้นเหรอ!?” “สายเลือดของแอชลีย์คือสายเลือดของชนชั้นสูงที่ครั้งหนึ่งเคยปกครองโลก นายจะยอมให้สายเลือดชั้นต่ำมาเจือปนได้ยังไง!!”“ประเด็นตอนนี้มันไม่ใช่เรื่องสายเลือดไม่ใช่รึไง! ที่สำคัญที่สุดคือเรื่องของแอชลีย์ตอนนี้ นอกจากอดัมก็ไม่มีใครเหมาะสมที่จะสืบทอดต่อจากคุณท่านอีกแล้ว!” คนฟังฉุนกึกกระโดดเข้าไปกระชากคอเสื้อเพื่อนร่วมงานที่เป็นผู้พูดจาไม่เข้าหู “แล้วถ้าพูดถึงเรื่องสายเลือด ถามหน่อยเถอะ พวกเราทุกคนที่อยู่ตรงนี้ มีใครที่เหมาะสมกับชื่อแอชลีย์อย่างนั้นเรอะ!?”“พอแล้ว อเลน อลัน เลิกทะเลาะกันสักที พวกนายเองก็น่าจะรู้ดีว่าเวลาแบบนี้เราไม่ควรทะเลาะกันเอง”“อาเรีย...”“อเลน คงต้องขอให้นายบอกทุกอย่างที่ปิดเงียบไว้ให้พวกเราทุกคนได้รู้แล้วล่ะนะ”ใบหน้าสงบนิ่งของหญิงสาวและดวงตาคมดุที่จ้องมองมาทำเอาชายหนุ่มลอบกลืนน้ำลาย พยักหน้ารับคำอย่างหนักแน่น เพราะยังไงเสียเขาก็ไม่ได้คิดจะปิดบังตลอดไปอยู่แล้ว ยิ่งในช่วงเวลาอย่างนี้ด้วยแล้วยิ่งต้องบอกเลย“เข้าใจแล้ว จะบอกข้อมูลทุกอย่างที่รู้ให้” ‘ปัญหาที่เผชิญบางครั้งก็ไม่ต่างจากคำคน มั่นใจได้ยังไงว่าคำพูดที่เราได้เห็นได้ยินมันจะเป็นเรื่องจริง ไม่ใช่ถูกใครคอยใส่ไฟอยู่ห่างๆ?’
----------------------ขออภัยที่แมวมาดึกพอดีว่ามีแอกซิเดนท์นิดหน่อย อย่างที่เขียนไว้ตรงใต้ชื่อตอนนะคะ ในทุกๆ ตอนที่แต่งมาแมวไม่ได้มีเจตนาพาดพิงถึงหน่วยงานไหน นิยายนะคะนิยาย มันเป็นเรื่องแต่ง อย่าคิดว่าแมวหาเรื่องโดนจับเข้าคุกเลยนะ Y_Yปุจฉา? คิดว่าเซ็ทรู้เรื่องครอบครัวฝั่งพ่อรึยังเอ่ย อนึ่ง สำหรับคนที่รู้ทันว่าฝั่งพ่อต้องมีปมอะไรนั้น ถูกต้องแล้วค่ะ เป็นปมที่ไม่เล็กไม่ใหญ่ซะด้วยนะเออขอบคุณสำหรับทุกการเปย์ ทุกคอมเม้นต์ ทุกกำลังใจ ทุกการติดตามนะคะ ขอบคุณมากเลย กราบบบ