ตอนที่ 41 : ตระกูลอู่ที่แน่นขนัด (III)
-------------------------
ตระกูลอู่ที่แน่นขนัด (III)ด้านนอกห้องโถงยังคงมีผู้คนพากันหลั่งไหลเข้ามาเรื่อยๆคนด้านหลังพากันหงุดหงิดเพราะกลัวว่ายาจะถูกแลกจนหมด และไม่เหลือมาถึงมือพวกเขา"ด้านหน้า เร็วหน่อย !" บางครั้งคนที่อยู่ด้านหลังก็ตะโกนเร่ง
เมื่อเห็นกล่องไม้ที่บรรจุยาเอาไว้ลดลงไปทีละกล่องๆ ในใจของพวกเขาพลันรู้สึกกระวนกระวาย และอยากจะพุ่งไปด้านหน้า เพื่อแทนที่คนที่อยู่แถวหน้าอู่เฉินรับหน้าที่ดูแลการแลกเปลี่ยนทั้งหมด แม้ว่าจะจดจนมือแทบหงิก แต่เมื่อเห็นแถวที่ยาวเหมือนหางมังกรแล้ว ก็รู้เลยว่าตัวเองคงไม่ได้พักง่ายๆ พอส่งผู้นำตระกูลคนหนึ่งออกไป จึงตะโกนเรียกคนถัดไปทันที " ต่อไป"เมื่อได้ยินเสียงของอู่เฉิน ชายวัยกลางคนก็พูดขึ้นมาอย่างดีใจว่า "ตาข้าแล้ว !"แต่ชายแก่ที่อยู่ข้างๆกลับขมวดคิ้วแน่น "ตาข้าต่างหาก !"" ไร้สาระ !"
ชายวัยกลางคนถลึงตาใส่อย่างโมโห "ข้าอยู่ข้างหน้าเจ้าแท้ๆ!""หลี่ชิงเย่ เจ้ามียางอายรึไม่? ข้าอยู่ด้านหน้าเจ้าแท้ๆ ทุกคนก็เห็น !" ชายแก่รู้สึกไม่พอใจขึ้นมา ก่อนจะโต้กลับอย่างรุนแรงทั้งสองคนต่างถลึงตาใส่กัน และไม่มีใครคิดจะอ่อนข้อให้กันผู้นำตระกูลชั้นสองถึงสองคน
กลับทะเลาะกันราวกับเป็นเด็กน้อย ความเคร่งขรึมและความสุขุมของผู้นำตระกูลได้หายไปอย่างสิ้นเชิงคนที่อยู่ด้านหลังอีกคนเห็นแบบนั้น ก็พูดไปด่าไปว่า "พวกเจ้าสองคนจะเข้าไปรึไม่ ? ถ้าไม่เข้า ข้าจะเข้าไปแทน!" ระหว่างที่พูด
ชายคนนั้นก็เดินผ่านทั้งสองคน เพื่อเข้าไปในห้องโถงแทนแต่เดินได้เพียงสองก้าวเขาก็ถูกดึงโดยชายวัยกลางคนและชายแก่ ทั้งสองคนมองมาที่เขาด้วยสายตาหงุดหงิด " เจ้าจะทำอะไร? คิดจะลัดคิวรึไง?"
ชายคนนี้ตกใจกับสายตาที่ดุร้ายของทั้งสองคน ในใจก็อดขนลุกขึ้นมาไม่ได้ เขากลืนน้ำลายแล้วพูดขึ้นมาว่า "เอิ่ม ท่านพี่ทั้งสอง ข้าขอโทษด้วย เชิญพวกท่านไปก่อนเลย..." พูดจบ ชายคนนั้นก็ถอยหลังกลับมาหลังจากถอยกลับมาที่เดิม
ชายคนนั้นก็กลืนน้ำลายอีกครั้งด้วยความกังวล เขาคิดในใจว่า สองคนนี้เป็นคนที่ไม่ควรเข้าไปยุ่ง!หลังจากคนที่คิดจะแซงคิวได้ถอยกลับไปแล้ว สองคนนั้นก็หันกลับมามองหน้ากันอีกครั้ง และแสดงท่าทีไม่ยอมลดราวาศอกให้แก่กัน!ในห้องโถง
อู่เฉินนวดข้อมือของตัวเอง และจ้องมองไปที่นอกห้องโถงด้วยความสงสัย ก่อนจะพูดเสียงขรึมว่า "หากอยากแลกยาก็รีบเข้ามา อย่าชักช้า!"หลังจากที่ได้ยินแบบนั้น ชายวัยกลางคนและชายแก่ก็พูดขึ้นมาเป็นเสียงเดียวกันว่า "รอก่อนท่านผู้นำตระกูลอู่
ข้าจะรีบเข้าไปเดี๋ยวนี้!"ทันทีที่พูดจบ ทั้งสองคนก็แย่งกันวิ่งเข้าไปในห้องโถง สุดท้ายชายวัยกลางคนก็แซงหน้าชายแก่เข้ามาก่อนได้ เขาวิ่งฉิวเข้าไปในห้องโถง และทิ้งชายแก่ไว้ด้านหลังให้มองดูประตูที่ปิดลง"ความเสื่อมทางศีลธรรมของโลกกำลังเลวร้ายลงทุกวัน!"
ชายแก่ที่ยืนอยู่หน้าประตูบ่นออกมา....เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในจวนตระกูลอู่ ไม่อาจจะปิดกั้นความสนใจจากฝ่ายอื่นๆได้มันไม่มีกำแพงปิดกั้นทุกอย่างในโลกนี้ ยิ่งไปกว่านั้น
ตัวอู่เฉินเองก็ไม่คิดจะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ ดังนั้นไม่ช้าหลินไห่หยาและลัวเยว่ซานก็รู้เรื่องที่เกิดขึ้นในห้องทำงานของเจ้าสำนักเฉินกวง"เคล็ดวิชาดรรชนีระดับธรรมดาขั้นสูง แลกกับเม็ดยาขั้นที่ 1 งั้นรึ?"
หลินไห่หยาแทบไม่อยากจะเชื่อคำพูดนี้ "อู่เฉินบ้าไปแล้ว!
เรื่องขาดทุนแบบนี้ยังกล้าทำลงไปอีกรึ?"อย่าว่าแต่เคล็ดวิชาดรรชนีระดับธรรมดาขั้นสูงหนึ่งเล่ม แลกกับเม็ดยาขั้นที่ 1 หนึ่งเม็ดเลย ต่อให้เป็น 3 เล่มแลก 1 เม็ด ก็ไม่คุ้ม!ลัวเยว่ซานคิ้วขมวดหนักกว่าเดิม
" เขามีเป้าหมายอะไร ?"
"ข้าก็ไม่รู้ว่าเขามีเป้าหมายอะไร แต่ที่แน่ๆการแลกเปลี่ยนเม็ดยาขั้นที่ 1 กับเคล็ดวิชาดรรชนีธรรมดาขั้นสูง คนพวกนั้นได้กำไรมาก!"
น้ำเสียงของหลินไห่หยาแฝงไปด้วยความอิจฉาและอยากจะทำแบบนั้นบ้างหากไม่ใช่ว่าทักษะและเคล็ดวิชาของสำนักเฉินกวงถูกจางหยูปล้นไปหมดแล้ว ตอนนี้เขาคงหอบเคล็ดวิชาดรรชนีพุ่งไปที่ตระกูลอู่แล้วเทียบกับหลินไห่หยาแล้ว ลัวเยว่ซานดูจะใจเย็นกว่า
เขาพูดอย่างเคร่งขรึมว่า "ตรวจสอบที่มาของเม็ดยารึยัง?""ที่มาของยา...." หลินไห่หยาใจเย็นลง ตาของเขาหรี่ลงเล็กน้อย
"หรือว่าจะเป็น.....เจ้าเด็กจางนั่น?"
ตามการวิเคราะห์ข้อมูลที่พวกเขาได้มาก่อนหน้านี้ จางหยูน่าจะเป็นนักปรุงยา 1 ดาว และยังเป็นนักปรุงยาหนึ่งดาวระดับสูงอีกด้วย นอกจากจางหยูแล้ว หลินไห่หยาก็คิดไม่ออกเลยว่า จะมีใครที่สามารถมอบยาให้กับอู่เฉินได้มากมายแบบนี้"ถ้าเป็นจางหยู แล้วเจ้าหมอนั่นต้องการเคล็ดวิชาดรรชนีธรรมดาขั้นสูงไปทำไม?" ลัวเยว่ซานครุ่นคิดอย่างสงสัยเขาไม่เชื่อว่าจางหยู
แค่ต้องการหาตำรามาเติมให้เต็มหอตำรา คำพูดแบบนี้ หลอกได้แค่เด็กน้อยเท่านั้น!หลินไห่หยาส่ายหน้า "เรื่องนี้ข้าเองก็ไม่รู้เช่นกัน เคล็ดวิชาดรรชนีระดับธรรมดาขั้นสูงมากมายแบบนี้ นอกจากนำไปถมในหอตำราแล้ว ยังจะนำไปใช้อะไรได้อีก?"
พวกเขาคิดจนหัวแทบแตกก็หาเหตุผลไม่ออกว่าจางหยูมีเป้าหมายอะไร แต่ความจริงที่เห็นได้ชัดก็คือ เคล็ดวิชาหนึ่งเล่มแลกกับเม็ดยาขั้นที่ 1 หนึ่งเม็ด ฝ่ายที่ขาดทุนก็คือจางหยู!ยิ่งคิดไม่ออก พวกเขาก็ยิ่งอยากรู้เป้าหมายของจางหยู
โดยเฉพาะเมื่อการทดสอบหวงหยวนกำลังจะเริ่มต้นขึ้น พวกเขายิ่งไม่อยากให้เกิดเรื่องที่ไม่คาดฝันขึ้นแต่จนถึงตอนนี้ แม้ว่าจะตัดความเป็นไปได้อื่นทิ้ง แต่พวกเขาก็ยังไม่เข้าใจเป้าหมายของจางหยูอยู่ดี"หรือว่าจางหยูคิดจะดึงคนพวกนั้นไปเป็นพวก? เพื่อที่จะสะดวกแก่การรับศิษย์ในปีหน้า?" หลินไห่หยาคิดสักพัก ก็เริ่มหาข้อสรุปที่มีเหตุผลออกมาลัวเยว่ซานไม่เห็นด้วยกับมุมมองนี้
"เพื่อความสะดวกแก่การรับศิษย์ในปีหน้า ราคาที่ต้องจ่ายมันไม่แพงไปหรือ?"เป้าหมายของจางหยู ต้องไม่ได้เรียบง่ายแบบนั้นแน่!หลินไห่หยาเงียบไปสักพัก ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างเย็นชา "ไม่ว่าเขาจะมีเป้าหมายอะไรก็ตาม ยังไงซะ ท่านโจวก็อยู่ที่นี่ ฉะนั้นพวกเราไม่จำเป็นต้องกังวลอะไร!
สำหรับจางหยูแล้ว ปล่อยให้มันได้ใจไปก่อนเถอะ พอการทดสอบหวงหยวนมาถึง มันจะต้องตายอย่างทรมาน!
"เขามั่นใจในตัวโจวซุนมาก และเชื่อมั่นว่าตราบใดที่โจวซุนลงมือ จางหยูจะต้องตายอย่างแน่นอน !....ยิ่งผ่านไปนานเท่าไหร่
ความคึกคักในการแลกเปลี่ยนยาก็ยิ่งเร่าร้อนมากขึ้น ข่าวลือเรื่องเคล็ดวิชาแลกยาได้แพร่สะพัดไปทั่วทั้งเมืองทะเลทราย กระทั่งนอกเมืองทะเลทรายก็ยังเป็นที่ล่วงรู้ในช่วงเย็น ตระกูลใหญ่ทุกตระกูลในเมืองทะเลทรายแทบจะพลิกแผ่นดินหาเคล็ดวิชาดรรชนีระดับธรรมดาขั้นสูง เคล็ดวิชาที่เคยนอนคลุกฝุ่นมาหลายปี ต่างถูกรวบรวมไปให้พวกเขาในทุกๆช่องทาง และท้ายที่สุดมันก็ถูกส่งไปให้ตระกูลอู่
เพื่อแลกกับเม็ดยานอกจากนี้ สามสำนักใหญ่ที่อยู่รอบๆเมืองทะเลทราย ต่างก็คัดลอกเคล็ดวิชาดรรชนีธรรมดาขั้นสูงในสำนัก
แล้วส่งไปให้ตระกูลอู่ เพื่อแลกกับยาตั้งแต่ช่วงบ่ายจรดเย็น ตระกูลอู่กลายเป็นสถานที่ที่คึกคักที่สุดในเมือง ผู้คนต่างพากันแห่แหนเข้ามา ด้านนอกตระกูลอู่ ก็ยังเต็มไปด้วยผู้คนมากมายแค่วันเดียว เคล็ดวิชาดรรชนีระดับธรรมดาขั้นสูงในเมืองทะเลทราย ต่างก็ถูกขุดคุ้ยนำออกมาจนเกลี้ยงเมือง เพื่อแลกกับเม็ดยา!‘
พลังของมวลชนนั้นน่ากลัวมาก’ ความหมายของประโยคนี้ อู่เฉินได้ตระหนักถึงมันอย่างลึกซึ้ง ตลอดทั้งวัน เขาไม่ได้ทำอะไรเลย นอกจากจดชื่อเคล็ดวิชาและที่มา เขาเมื่อยมือจนเหมือนกับว่าแขนจะหลุดออกจากร่างอยู่แล้ว ตอนนี้เพียงแค่ได้ยินชื่อเคล็ดวิชา มือของเขาก็จะเขียนไปเองทันที จนอู่เฉินอดคิดไม่ได้ว่า มือของเขาคงไม่ได้ป่วยเป็นโรคบ้างานหรอกนะคืนนั้น
อู่เฉินได้รวบรวมเคล็ดวิชาดรรชนีธรรมดาขั้นสูงทั้งหมด แล้วส่งไปที่สำนักคังเฉียงและถามจางหยูว่า "เจ้าสำนัก เคล็ดวิชาดรรชนีระดับธรรมดาขั้นสูงที่ข้านำมาในตอนนี้ มันพอแล้วหรือยัง?"
ตอนนี้แค่ได้ยินคำว่าเคล็ดวิชาดรรชนี อู่เฉินก็รู้สึกมวนท้องขึ้นมาจางหยูมองไปที่กล่องใหญ่สามใบตรงหน้า
ซึ่งด้านในเต็มไปด้วยเคล็ดวิชาดรรชนีธรรมดาขั้นสูง จำนวนของมันน่าจะไม่ต่ำกว่าสองร้อยเล่ม จางหยูอดอุทานออกมาอย่างตกใจไม่ได้ว่า "มากขนาดนี้เลยรึ? หึๆ อู่เฉิน ข้าไม่คิดเลยว่าเจ้าจะทำงานได้ดีถึงเพียงนี้!"
เขามอบหมายหน้าที่นี้ให้อู่เฉินเมื่อช่วงเที่ยง ตกบ่ายอู่เฉินก็เริ่มงานทันที และผลลัพธ์นี้ก็ทำให้เขาพอใจเป็นอย่างมากเมื่อเห็นรอยยิ้มพอใจของจางหยู อู่เฉินก็รู้สึกโล่งใจ และยิ้มออกมาทันที " ดี ดี"ทันใดนั้น อู่เฉินก็ถามขึ้นอย่างระมัดระวังว่า "ท่านต้องการจะข้าให้แลกต่อรึไม่...""ไม่จำเป็น แค่ 200 เล่มก็เพียงพอแล้ว!" จางหยูโบกมือและยิ้มออกมา "จริงสิ ข้าเคยพูดแล้วว่า ตราบใดที่เจ้าทำงานได้ดี ข้าจะไม่ให้เจ้าต้องขาดทุน เอาล่ะ
สมุนไพรที่ข้าสั่งให้เจ้าซื้อมา นำมาด้วยหรือไม่?"อู่เฉินรีบพยักหน้า " ข้านำมาด้วย และสั่งให้คนนำไปไว้ที่ห้องเรียนแล้ว"จางหยูเดินออกมาจากหอตำรา และพูดขึ้นมาด้วยท่าทีเบื่อหน่ายว่า
"งั้นก็ไปที่ห้องเรียนกัน"สักพักทั้งสองคนก็มาถึงห้องเรียนตะเกียงในห้องเรียนก็ถูกจุดขึ้น
จากนั้นจางหยูก็ตรวจสอบสมุนไพรที่อู่เฉินนำมาส่ง ก่อนจะพยักหน้า "ไม่เลว สมุนไพรพวกนี้นับว่าสดดี เสียแต่ว่าวิธีการเก็บไม่ค่อยถูกต้องนัก ยังดีที่ไม่ส่งผลกระทบกับการปรุงยามาก" หลังจากที่ตรวจสอบสมุนไพร จางหยูก็มองไปที่อู่เฉินซึ่งยืนอยู่ข้างๆ แล้วยิ้มจางๆออกมา
" เจ้ารอสักเดี๋ยว..."ไม่รอให้อู่เฉินตอบกลับ จางหยูก็คุกเข่าลงที่หน้าหม้อปรุงยา แล้วจุดไฟขึ้นมาพรึ่บ! ตามมาด้วยเสียงเหมือนลมพัดดังขึ้น เปลวไฟถูกจุดติดขึ้นมาทันที ไอร้อนที่เหมือนกับคลื่นพัดเข้าชายฝั่ง ระลอกแล้วระลอกเล่า
จนในที่สุดอุณหภูมิภายในห้องจึงสูงขึ้นเรื่อยๆจางหยูทำมันอย่างง่ายดายราวกับดื่มน้ำเปล่า พลังปราณลึกลับในตัวของเขา แผ่ออกมาผ่านนิ้วทั้งสิบ และทำให้คนรู้สึกผ่อนคลาย...."เจ้าสำนักจะปรุงยางั้นรึ?" อู่เฉินทั้งรู้สึกคาดหวังและรู้สึกสงสัยเล็กน้อย
"แต่ว่า...สมุนไพรพวกนี้แตกต่างจากสมุนไพรก่อนๆที่นำมาปรุงยาฉีซวน ราคาของพวกมันสูงถึง 3 เท่า กระทั่งบางชนิดยังมีราคาสูงกว่าอันเดิมถึง 10 เท่า" เขาไม่เข้าใจเรื่องการปรุงยา จึงเรื่องเป็นธรรมดาที่จะไม่รู้ว่า จางหยูกำลังปรุงยาอะไรอยู่ แต่ก็พอจะรู้ว่า
ทักษะการปรุงยาของจางหยูนั้นสูงมาก เพราะทุกครั้งที่เขาปรุงยา ท่าทางของเขาจะดูผ่อนคลาย ราวกับว่ากำลังดื่มน้ำเปล่าก็ไม่ปานตอนที่อู่เฉินกำลังครุ่นคิดอยู่นั้น จางหยูก็ปรุงยาเสร็จเรียบร้อยแล้ว จำนวนยาที่เขาปรุงออกมานั้นสูงสุดอยู่ที่ 81 เม็ดทันใดนั้น กลิ่นหอมๆก็แพร่กระจายไปทั่วห้องเรียน กลิ่นหอมนี้ ถึงกับทำให้ปราณในตัวของอู่เฉินสั่นไหวขึ้นมา"นี่มันยาอะไรกัน!" ตาของอู่เฉินเป็นประกายขึ้นมา
"เพียงแค่ได้กลิ่น ปราณในตัวของข้าก็เพิ่มขึ้นมาแล้ว"ตอนนั้นเองจางหยูก็มอบยาให้กับอู่เฉินหนึ่งเม็ด "ไม่ใช่ว่าเจ้าอยากจะพัฒนาการบ่มเพาะของตัวเองให้เร็วขึ้นรึไง ? รับมันไป ผลของยานี่ดีกว่ายาฉีซวนมาก ถ้าหากเจ้าไม่ต้องการให้ตัวแตกตาย ดีที่สุดก็คืออย่ากินมันทั้งเม็ด เวลาบ่มเพาะ ให้บดมันเป็นผงแล้วค่อยแบ่งกิน รับรองว่าผลของมันจะทำให้เจ้าพอใจอย่างแน่นอน!"ตอนที่จางหยูพูดนั้น เขาก็โยนเม็ดยาชนิดเดียวกันกับที่ให้อู่เฉินไป เข้าปากแล้วเคี้ยวมัน
จากนั้นก็พึมพำออกมาว่า
"อืมมม รสชาติไม่เลวเลยแหะ ดีกว่ายาฉีซวนหลายเท่า พอดีเลยเปลี่ยนจากฉีซวนมากินยานี่แทน""เจ้าสำนัก นี่คือยาอะไร?" อู่เฉินมองไปที่ยาและถามขึ้นมาเบาๆ"ยาว่อซวน เจ้าเคยได้ยินรึไม่ ?" จางหยูพูดอย่างไม่ใส่ใจยาว่อซวน ยาว่อซวนในตำนาน ยาว่อซวนที่มีค่ามากมายมหาศาล !
อู่เฉินเบิกตากว้างอย่างตกใจ ขณะจ้องยาในมืออย่างตกตะลึง ทันใดนั้นมือของเขาก็สั่นขึ้นมา
"งั้น....ยาที่เจ้าสำนักกินมันราวกับเป็นขนมก็คือยาว่อซวนหรอกรึ ?"