ผมเป็นสมาชิกเว็บเทพบรรพกาล

    EP-163 ดาวหางและสี่ฝ่ามือ

    ระหว่างเดินขึ้นไปบนชั้นสอง ซ่งจื่อจิงครุ่นคิดถึงคำพูดคุณหนูสกุลเย่ พลันทำให้ย่างเก้าที่เดินไม่มันคง มีความลังเล ความไม่แน่ใจ ความคกังวลหลายส่วน

    เนื่องจากเธอรู้ว่าตัวเองบริหารงานได้แย่จริงๆ เทียบไม่ได้ฉินหยูฝาน ประธานบริษัทคนเก่าที่ตอนนี้ไปบริหารบริษัทอิเล็กทรอนิกส์เย่ซึ่งมีขนาดเล็กกว่า

    จำได้ว่าหากเมื่อไหร่ก็ตามที่ฉินหยูฝานทำกำไรให้กับบริษัทมากกว่าปีที่ผ่านมา การจะกลับมานั่งตำแหน่งประธานบริษัทสำหรับเธอก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร

    คิดได้ดังนั้นซ่งจื่อจิงกำหมัดแน่น ใบหน้าปรากฏร่องรอยขนาดเขลาหลายส่วน

    “หากเป็นแบบนี้แย่แน่ ฉันจะต้องทำอะไรสักอย่าง แต่ว่าใครล่ะที่พอจะปะทะกับฉินหยูฝานได้...หรือว่าจะเฉินหยูดี”

    ซ่งเฉินหยู คือคนที่ถูกวางให้มาอยู่กับหลินอู๋เฉินในฐานะภรรยาตั้งแต่แรกเริ่ม ตามคำสั่งซ่งซือเจียง แต่เพราะหนีออกจากบ้าน ตรงจุดนี้จึงกลายเป็นของเธอ

    “ตอนนี้เฉินหยูสูญเสียหุ้นในบริษัทให้ฉัน สำหรับเธอที่ตอนนี้แทบไม่เหลืออะไร หากบอกให้มาบริหารฉินกรุ๊ปฯ ก็คงไม่ปฏิเสธ...”

    การแข่งขันยิ่งสูงต้องใช้ความสามารถ และเธอเชื่อว่าหากวางผลไม้ไว้ดีๆ พร้อมด้วยเหตุผลที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ คนอย่างซ่งเฉินหยูที่ชื่นชอบเงินเป็นชีวิตจิตใจ จะกลับไปมือเปล่าได้ยังไง

    มาถึงห้องของหลินอู๋เฉินบนชั้นสอง

    สูดหายใจเข้าลึก เคาะประตูห้อง หลังจากได้รับอนุญาตจึงเดินเข้าไปด้วยท่าทางสงบเสงี่ยม คล้ายกับลูกแมวเชื่องๆ

    เห็นคุณหลินนั่งอยู่บนเก้าอี้ ด้านหน้ามีหนังสือสีดำสองเล่มวางอยู่ พลันทำให้หัวใจของซ่งจื่อจิงตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม

    หรือว่ามันจะเป็นหนังสือแต่งตั้งฉินหยูฝานเป็นประธานกันนะ

    “คุณหลินคะ ที่ผ่านมาฉันบริหารบริษัทได้แย่ก็จริง แต่ไม่ใช่ว่าฉันไม่พยายามนะคะ ได้แต่ขอให้คุณให้โอกาสฉันอีกครั้ง ฉันจะทำมันให้ดีกว่าเดิม นะคะ...” ซ่งจื่อจิงขอร้องอ้อนวอน ออเซาะเขา ประหนึ่งลูกแมวขี้แย

    ชายหนุ่มที่รับฟังเรื่องราวดีดหน้าผากเธอไปทีหนึ่ง บอกไปว่า “ทำอะไรของเธอ รีบลุกขึ้นมา วันนี้ฉันยังไม่ได้พูดถึงเรื่องบริหารบริษัทเลยนะ”

    “เอ๋...แล้วหนังสือสีดำเล็กๆ นั่น ไม่ใช่ว่าแต่งตั้งฉินหยูฝานเป็นประธาน ฉินกรุ๊ปฯ แทนฉันเหรอคะ” คุณหนูซ่งจับหน้าผากตัวเอง ปากเผยอขึ้นเล็กน้อย

    หลินอู๋เฉินงุนงงครู่หนึ่ง ก่อนจะจดจำได้ว่าคนที่เธอพูดถึงคือใคร

    ฉินหยูฝาน ประธานมากความสามารถของฉินกรุ๊ปฯ คนก่อน แต่ต้องลงจากตำแหน่งเพราะเขาเข้าซื้อกิจการผ่าน'เว็บเทพบรรพกาล'เพราะฉินเย่ ซึ่งตอนนี้ถูกไล่ออกจากตระกูล ถูกตัดหางปล่อยวัด ไม่รู้ว่าสภาพจะเป็นเช่นไรบ้าง

    “ไม่ใช่เรื่องของฉินหยูฝานหรอก ที่ฉันเรียกเธอมา ก็เพราะมีบางอย่างอยากจะให้เท่านั้นเอง” หลินอู๋เฉินพูดเข้าประเด็นหลังจากเหลือบมองนาฬิกา ถึงแม้ว่าลึกๆ เขาจะไม่ใส่ใจการเรียน แต่ต้องไม่ลืมว่าวันนี้เย่หลิงจะเดินทางไปพร้อมกัน หากเธอเข้าห้องสอบช้านั่นหมายความว่าเป็นความผิดของเขา

    “เอ๋...งั้นเองเหรอคะ ค่อยโล่งใจหน่อย ฉันนึกว่าคุณจะไม่รักฉันแล้วซะอีก ฮือๆ...”

    เธอโผลเข้ากอดจากด้านบน ด้วยลักษณะดังกล่าว ทำให้ซาลาเปาลูกใหญ่สองลูกแนบกับหน้าชายหนุ่ม ต้องตีตูดเธอทีหนึ่งให้ถอยไป ไม่งั้นน้องชายได้ผงาดเช้าๆ ขึ้นมาล่ะแย่เลย

    หลินอู๋เฉินหยิบหนังสือสีดำขึ้นมา บอกไปว่า “นี่คือหนังสือพิเศษ หลังจากที่เธอเรียนรู้สิ่งที่อยู่ในหนังสือ เธอก็จะแข็งแกร่งกว่าคนทั่วไป แม้แต่นักฆ่าสาวคนนั้นที่เคยจับตัวเธอ ก็ถูกเธอตบได้ง่ายๆ หลังจากเรียนรู้ทักษะในหนังสือ...”

    “ร้ายกาจขนาดนั้นเชียว!” ซ่งจื่อจิงตาลุกวาว ทว่าไม่นานแววตานั้นก็ค่อยๆ สลดลง “เอ่อ...คุณหลิน คุณเองก็รู้ว่าฉันไม่ใช่คนฉลาดและค่อนข้างไปทางโง่ แค่อ่านรายงานไม่กี่บรรทัดก็ตาลายแล้ว จะให้ฉันมาอ่านสิ่งที่อยู่ในหนังสือ...ฉันว่าฉันคง...”

    สำหรับเรื่องที่เธอโง่ เป็นเพียงสมองปลาทองมีเหรอที่เขาจะไม่รู้ เพียงอมยิ้มเล็กน้อย จับมือเธอเข้ามาหา แล้วบอกไปว่า

    “ยายบ๊อง เธอเป็นยังไงทำไมฉันจะไม่รู้ เอาล่ะวันนี้ฉันมีสอบ หนังสือจะวางอยู่ตรงนี้ เพียงแค่เธอหยดเลือดตัวเองลงไปบนหน้าหนังสือ เธอก็จะเรียนรู้เรื่องทุกอย่างที่อยู่ในหนังสือ เพียงแต่ขั้นตอนนี้ค่อนข้างเจ็บปวด แต่หากเธอทนเจ็บและผ่านมันไปได้ ชีวิตของเธอก็จะไม่เหมือนเดิม....”

    หลินอู๋เฉินยื่นหนังสือใส่มือคุณหนูซ่ง

    “วันนี้เธอไม่ต้องไปทำงานนะ อยู่ในบ้านฉันนี่แหละ หลังจากที่เรียนรู้แล้วก็ฝึกฝนมันให้ได้ หลังจากที่กลับมาถึงบ้านฉันจะมาดูความคืบหน้าว่าเธอฝึกฝนไปถึงไหนแล้ว”

    กระทั่งเขาออกไปกับเย่หลิงซ่งจื่อจิงจึงรู้สึกตัว มองหนังสือสีดำที่อยู่ในมือ ค่อยเปิดมันเพื่อจะอ่าน แต่แล้วเธอต้องประหลาดใจ เพราะหน้าหนังสือมันกลับมีเพียงความว่างเปล่า

    “เอ๋...แล้วฉันจะเรียนรู้ยังไงเนี่ย...จริงสิ คุณหลินบอกว่าแค่หยดเลือดของตัวเองลงไปนี่นา ก็จะเรียนรู้สิ่งที่อยู่ในหนังสือ...” ซ่งจื่อจิงกลืนน้ำลาย ยากที่จะเชื่อคำพูดเขา

    มันจะมีสิ่งที่น่าอัศจรรย์แบบนั้นจริงเหรอ หากมีจริง สมัยเรียนเธอก็คงไม่อยู่ที่โหล่หรอก

    แม้จะสงสัยแต่ทว่ายังคงมองหาสิ่งที่พอจะทำให้ตัวเองเลือดออกได้ในห้อง บังเอิญเหลือบไปเห็นคัตเตอร์ที่ชั้นหนังสือ จึงหยิบมันขึ้นมา มองดูใบมีดวาววับที่อยู่ในมือแล้วใจถึงกับสั่น

    นั่งนิ่งอยู่แบบนั้นเป็นชั่วโมง เพื่อทำจิตใจให้สงบ

    หลังจากชั่งน้ำหนัก แม้จะเจ็บตัวเล็กน้อยทว่ายังนั่งอยู่ในตำแหน่งประธาน และยังเป็นที่รักของคุณหลิน หญิงสาวที่ตัดสินใจเด็ดขาดสูดหายใจเข้าลึกแล้วใช้คัตเตอร์ในมือกรีดนิ้วตัวเอง หยดเลือดลงไปบนหนังสือสีดำตามคำบอกกล่าวของแฟนหนุ่ม

    “เอ๋...ไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้น คุณหลินหลอกฉันเหรอ หรือว่ามีอะไรผิดพลาด...”

    แต่ยังไม่ทันได้คาดเดามากไปกว่านี้ สมองของเธอรู้สึกเจ็บแปลบ มีความรู้มหาศาลพุ่งเข้ามาจังๆ หน้ามืดตาลายคล้ายจะเป็นลม ต้องหาที่ยึดจับพยุงร่างกายไว้แน่น

    ผ่านไปราว 1 นาทีความเจ็บเริ่มหายไป

    ซ่งจื่อจิงถึงกับทรุดนั่งลงบนพื้น ในสภาพเหงื่อโทรมกาย

    “นี่มันคืออะไรกัน ความรู้พวกนี้ทำเอาฉันเกือบตายแน่ะ...ไม่สิมันคือของจริง คุณหลินไม่ได้โกหกฉัน!”

    “จากความรู้ที่ฉันได้รับมา หลังจากที่ฝึกไปเรื่อยๆ จะมีอายุยืนยาว แข็งแกร่งขึ้น สวยขึ้น นอกจากนั้นยังสามารถชักนำพลังของดวงดาวบนท้องฟ้าที่อยู่ห่างไกลได้ด้วย นี่มันวิเศษมาก หากฉันสามารถทำแบบนั้นได้จริง ยังต้องกลัวนักฆ่าพวกนั้นอีกเหรอ...”

    “นี่คือทักษะบ่มเพาะพลัง'ดาวหางสีแดง'ชื่อนี้เข้ากับฉันมาก แล้วหนังสืออีกเล่มล่ะ เนื้อหาข้างในมันคืออะไรกัน...”

    ซ่งจื่อจิงตื่นเต้นถึงขนาดลืมเลือนความเจ็บปวดไปชั่วขณะ

    เขาให้หนังสือไว้สองเล่ม บนปกสีดำว่างเปล่าไม่ได้ระบุว่าเกี่ยวกับอะไร ดังนั้นหากต้องการรู้ ก็มีแต่ต้องทำแบบเดิม

    คัตเตอร์ถูกใช้งาน เธอเสียเลือดอีกครั้งจนเกือบจะหน้ามืด แต่ครั้งนี้เตรียมตัวดีกว่าทีแรก บวกกับความอยากที่เอาชนะความกลัว ทำให้ซ่งจื่อจิงฟื้นตัวในเวลาอันสั้น

    “ฝ่ามือบงกช เป็นทักษะต่อสู้ที่พอฝึกฝนไปถึงระดับสูงสุด จะเรียกดอกบัวที่มีขนาดใหญ่ออกมาเล่นงานศัตรูได้ มีอยู่ด้วยกันถึง 4 ฝ่ามือ ฝ่ามือเริ่มแร่ม ฝ่ามือหวนคลืน ฝ่ามือเหนือกฏเกณฑ์ และฝ่ามือไร้พ่าย ทั้งสี่ฝ่ามือหากใช้ออกและผสานกันอย่างลงตัว แม้แต่มังกรยังไม่สามารถต้านทานได้...อะไรกันนี่ ข้อมูลพวกนี้คือของจริงเหรอ แล้วหากฉันทำแบบนั้นได้จริงๆ หลังจากนี้คงตบหน้าเลขาจางไม่ได้อีกแน่...”

    นอกจากมีนิสัยเสียหลายอย่าง สิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับเธอคงเป็นการระบายความโกรธลงกับลูกน้อง โดยเฉพาะเลขาจางหลี่ หลายครั้งที่ถูกตบหน้าและมีหลายครั้งที่เกือบจะเสียโฉมเพราะชงกาแฟ

    “ช่างเรื่องของเลขาจางเถอะ ตอนนี้ฉันควรจะรีบฝึกฝน หลังจากที่คุณหลินกลับมาแล้วไม่เห็นผลลัพธ์ ฉันก็คงไม่สามารถอยู่ข้างกายเขาได้อีกต่อไป ไม่มีวันซะหรอก!”

    ซ่งจื่อจิงหลับตาพริ้ม เริ่มบ่มเพาะตามข้อมูลของหนังสือ'ดาวหางสีแดง'ซึ่งเป็นทักษะที่ต้องมีร่างกายพิเศษ จึงจะฝึกฝนทักษะนี้ได้

    หลินอู๋เฉินตรวจสอบร่างกายของเธอหลายครั้งด้วย'เนตรอัตตา'บวกกับความรู้ของ'เทพจักรวาล'ทำให้เขารับรู้เกี่ยวกับร่างกายพิเศษของเธอ โดยแสงสีแดงระยิบระยับเหล่านั้นในกายเนื้อที่ถูกซ่อนอยู่ในส่วนลึก แท้จริงคือเศษเสี้ยวของดวงดารา!

    ดังนั้นทักษะบ่มเพาะที่เหมาะสมกับเธอ ก็ต้องเป็นทักษะเกี่ยวกับดวงดาว และดวงดาวสีแดงที่หมายถึงพลังอันล้นหลามและบ้าคลั่ง ก็เป็นตัวเลือกที่ไม่เลว

    ระหว่างที่นั่งอยู่บนพื้น ซ่งจื่อจิงที่กำลังหลับตาฝึกฝนทักษะไม่รู้ตัวเลยว่า กำลังขับเคลื่อนเศษเสี้ยวของดวงดาวให้โคจรไปรอบๆ ตามตำแหน่งของดวงดาว

    ......

    ขับรถมาถึงมหาลัยชุนเหลียน ก็พบหน้าแฟนสาวที่ไม่ได้เจอกันมานานกับเพื่อนสนิทของเธอที่มักเอาผมปิดบังใบหน้า เหวินจิงและจ้าวหาน

    เดินลงมาจากรถ เย่หลิงพลันอมยิ้มน้อยๆ ปรายตามองคุณหนูเหวินด้วยความขบขัน ก่อนจะกระแทกไหล่แล้วเดินจากไปอย่างผู้ชนะ

    “อีนี่นี่ อยากจะหาเรื่องฉันเหรอฮะ มาแข่งกันไหมล่ะ ดูสิว่าฉันจะบี้เธอในสนามยังไง!” เหวินจิงตะโกนด่า ทำเอานักศึกษารอบๆ หันไปมองเธอตาเป็นเกลียว

    คล้ายกับเรื่องผมเป็นสมาชิกเว็บเทพบรรพกาล ที่คุณอ่าน