ลงให้อ่านทุกวัน เวลา 19:00 น. เป็ต้นไป [ส่วน eBook มาวันที่ 30/07/68 ราคาเบา ๆ เพียง 89฿ เก็บเงินรอได้เลยนะคะ]
—————— ༻・ॐ・༺ ——————
บทที่ 1
เสียงนาฬิกาดิจิทัลบนโต๊ะหัวเตียงดังขึ้นแ่เบา ตัวเลขสีฟ้าเรือง ๆ บอกเวลาเจ็ดโมงเช้า แสงแดดอ่อนผ่านม่านสีขาวสะอาดตกกระทบปลายเท้าของหญิงสาวที่ยังนั่งนิ่งอยู่บนขอบเตียง
อลิสาไม่ได้นอนหลับสนิทนักเมื่อคืนนี้ เธอเพียงหลับตาเท่านั้น หูยังคงเงี่ยฟังเสียงฝีเท้าทุกฝีก้าวที่อาจจะปรากฏขึ้นหน้าห้อง
แต่เขาไม่เคยมา...
“คุณพายุออกไปั้แ่เช้ามืดค่ะ” เสียงของแม่บ้านวัยกลางคนที่เปิดประตูเข้ามาอย่างสุภาพแจ้ง
หญิงสาวเงยหน้าขึ้นช้า ๆ ดวงตายังหม่นเศร้าแต่ไม่มีน้ำตา “เขาบอกหรือเปล่าคะว่าจะกลับเมื่อไหร่”
“ไม่ได้แจ้งค่ะ...แต่กำชับไว้ว่าไม่ให้รบกวนคุณผู้ชายเื่ส่วนตัว” แม่บ้านตอบเสียงเบา สายตากะพริบอย่างเกรงใจ “ดิฉันจัดชุดอาหารเช้าไว้ให้คุณอลิสาที่ห้องทานข้าวแล้วนะคะ”
อลิสาเพียงพยักหน้าเบา ๆ เป็เชิงรับรู้ มือเรียววางพาดลงบนหน้าตักช้า ๆ อย่างพยายามระงับความว่างเปล่าที่กำลังไหลผ่านความคิด
หลังจากแม่บ้านปิดประตูไป ความเงียบก็กลับเข้ามาครอบคลุมห้องอีกครั้ง ห้องพักของเธอใหญ่โต หรูหรา สะอาดสะอ้านทุกมุม แต่ไม่มีแม้สักมุมเดียวที่ให้ความรู้สึกว่าเธอเป็เ้าของมัน
อลิสาลุกขึ้น สวมเสื้อคลุมบางทับชุดนอนเรียบร้อย แล้วเปิดประตูออกไป
พื้นหินอ่อนเย็นเฉียบใต้ฝ่าเท้าบอกให้เธอรู้ว่าบ้านหลังนี้ไม่มีใครให้ความอบอุ่น แสงแดดส่องผ่านช่องกระจกสูงโปร่ง แต่กลับไม่อาจทำให้บรรยากาศของคฤหาสน์นี้ดูอ่อนโยนลงเลย
เธอเดินผ่านโถงทางเดินทอดยาว ไม่มีเสียงใดนอกจากเสียงฝีเท้าตัวเองที่เบาเสียจนเหมือนกลัวทำให้ใครสักคนไม่พอใจ
พายุไม่อยู่ นั่นไม่ใช่เื่แปลก เขาเองก็ไม่ได้้าให้เธอมาอยู่ที่นี่ั้แ่แรก
อลิสาเดินไปยังห้องครัวที่แม่บ้านได้จัดอาหารเช้าไว้แล้ว ขนมปังปิ้งกรอบสีทองวางอยู่ข้างไข่คนกับเบคอนดูเรียบร้อยจนน่าจะถ่ายลงนิตยสารได้
แต่เธอกลับไม่แม้แต่จะแตะ
หญิงสาวมองมันอยู่สักพัก ก่อนจะถอนหายใจแ่เบา แล้วค่อย ๆ ขยับปลายเท้า เดินไปยังตู้เย็น
“ถ้าจะอยู่ที่นี่...ต้องมีหน้าที่ของตัวเอง” เธอพึมพำกับตัวเองเบา ๆ
มือเรียวหยิบไข่ไก่ ผักสด และขนมปังแผ่นใหม่ออกมาจากตู้เย็น ก่อนจะเริ่มลงมือทำอาหารอย่างระมัดระวัง น้ำเสียงของเธอไม่มีความลังเลอีกแล้ว
“อย่างน้อย...เขาจะได้รู้ว่าเราไม่ได้มาอาศัยอยู่เฉย ๆ”
เสียงตะหลิวกระทบกระทะเบา ๆ ผสานกับเสียงไฟที่สว่างขึ้นชั่วคราวในเตาแก๊ส บรรยากาศภายในห้องครัวค่อย ๆ เปลี่ยนไปตามจังหวะที่หญิงสาวขยับมือไปมา
เธอไม่ใช่แม่บ้าน แต่เธอกำลังพยายาม
ไม่ได้เพราะอยากให้เขาใจอ่อน...แต่เพราะอยากให้ตัวเองรู้สึกยังมีค่าอยู่บ้าง
เวลาผ่านไปไม่นาน อาหารเช้าชุดใหม่ถูกจัดวางลงอย่างประณีตบนโต๊ะทานอาหารกลางบ้าน กลิ่นหอมอ่อน ๆ ลอยคลุ้งชวนให้นึกถึงครอบครัวและเช้าวันปกติ
แต่ที่นี่ไม่ใช่บ้าน และวันนี้ไม่ใช่วันปกติ
อลิสาทรุดตัวลงนั่งตรงเก้าอี้ฝั่งหนึ่ง โต๊ะไม้ขัดเงาที่กว้างขวางตรงหน้าไม่มีวี่แววของใครอีกคนจะมานั่งร่วม
หญิงสาวไม่พูดอะไรอีก มือทั้งสองประสานกันบนตัก ดวงตาคู่นั้นทอดมองไปยังประตูรั้วใหญ่ที่ปิดสนิท
เขาอาจไม่กลับมา
หรือถ้ากลับมา ก็อาจไม่เคยมองเห็นสิ่งเล็ก ๆ ที่เธอพยายามทำเลยด้วยซ้ำ
แต่เธอจะรอในความเงียบในความหวังที่ไม่คาดหวังอะไรตอบแทน
เข็มนาฬิกาแตะเกือบสิบเอ็ดโมง อาหารเช้าที่เธอจัดวางไว้อย่างเรียบร้อย ยังคงอยู่ในสภาพเดิม ไม่มีใครแตะต้องแม้เพียงนิด
ไข่ดาวเย็นชืดจนผิวนอกแห้งกรอบ ขนมปังกรอบกลายเป็แข็งกรัง และกลิ่นหอมที่เธอพยายามมอบให้...กำลังจางหายไปในอากาศ
อลิสาก้มมองโต๊ะอาหารตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนถอนหายใจแ่ แล้วเอื้อมมือไปหยิบจาน
“เย็นหมดแล้ว...” เธอพึมพำเหมือนกำลังพูดปลอบใจตัวเอง
แต่ยังไม่ทันได้ยกจานแรกขึ้น เสียงเปิดประตูบานใหญ่ก็ดังขึ้นกะทันหัน
กึก!
ฝีเท้าหนักแน่นเดินเข้ามา ไม่เร่ง ไม่ช้า แต่มากพอให้รู้ว่าเ้าของเสียงไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย
พายุ ศิริเดช ปรากฏตัวขึ้นตรงกรอบประตู ดวงตาคมเข้มทอดมองโต๊ะอาหารโดยไม่ได้เหลือบมองเธอเลย
อลิสาชะงัก
มือที่จับจานอยู่หยุดค้างอยู่กลางอากาศ หัวใจเต้นแปลก ๆ ไม่แน่ใจว่าเพราะใหรือเพราะคาดหวังเกินไป
เขาหยุดยืนเพียงครู่เดียว ก่อนจะหันหน้าไปทางตู้เอกสารริมผนังแล้วเดินไปตรงนั้นโดยไม่เอ่ยคำใด
ไม่มีคำว่าอรุณสวัสดิ์ ไม่มีคำถาม ไม่มีการทักทาย
...ไม่มีแม้แต่แววตาที่รับรู้ถึงการมีอยู่ของเธอ
หญิงสาวข่มลมหายใจ แน่นิ่ง มือที่จับจานแน่นจนเส้นเอ็นที่ข้อมือขึ้นชัด
เสียงกระจกในตู้ถูกเลื่อนเปิดเบา ๆ ขณะชายหนุ่มหยิบแฟ้มบางสิ่งขึ้นมาถือไว้ในมือ
“เย็นแล้ว” พายุเอ่ยเรียบ ๆ โดยไม่ได้หันมามอง
อลิสาเงยหน้าขึ้น ดวงตากลมโตเบิกเล็กน้อยอย่างไม่คาดคิดว่าคำพูดแรกที่เขาจะพูด...จะเป็เพียงการตำหนิอาหารที่เธอเตรียมไว้
“ขอโทษค่ะ หนู-”
“ไม่ต้อง” เขาตัดบทก่อนเสียงของเธอจะจบ
น้ำเสียงเรียบเฉย เ็า ไร้เยื่อใยจนแทบััถึงไอน้ำแข็งที่ลอยปกคลุมอยู่ในอากาศระหว่างเขากับเธอ
อลิสาก้มหน้า มือค่อย ๆ วางจานลงบนโต๊ะอย่างเงียบเชียบ กลั้นเสียงถอนหายใจไว้ในอก
ฝ่ามือเธอสั่นเล็กน้อย
เธอไม่ได้คาดหวังคำขอบคุณ...แต่คำตำหนิเรียบ ๆ แบบนั้น ทำให้ความพยายามที่เธอเฝ้าสะสมมาตลอดเช้าราวกับถูกกวาดทิ้งในพริบตา
“คุณ...จะทานไหมคะ”
เขาหยุดมือที่กำลังปิดแฟ้ม หันมามองเพียงแวบเดียว แล้วหันกลับไปเหมือนคำถามนั้นไม่เคยเกิดขึ้น
“ไม่ล่ะ”
เสียงฝีเท้าหนัก ๆ เดินผ่านหลังเธอไปโดยไม่เอ่ยสิ่งใดต่อ
หญิงสาวยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม แผ่นหลังตึงเครียด ความเงียบช่างดังเกินจะทน ดวงตาเริ่มร้อนผ่าวโดยไม่ตั้งใจ
เธอกัดริมฝีปากแน่นเพื่อสะกดกลั้นทุกอย่างไว้
อย่าร้อง...
อย่าแสดงออก...
อย่าปล่อยให้เขาเห็นว่าเธออ่อนแอ...
เสียงประตูห้องทำงานชั้นล่างถูกปิดลงในอีกไม่กี่วินาทีถัดมา ทิ้งให้อลิสานั่งลำพังตรงโต๊ะอาหาร พร้อมอาหารเช้าที่เธอทำด้วยความตั้งใจทั้งหมดที่มี
เธอเอื้อมมือไปหยิบผ้าเช็ดปาก แล้วแนบมันไว้ใกล้หางตา ลอบซับหยดน้ำบางเบาที่คล้ายจะไหลออกมาอย่างเงียบงัน
“แค่นี้...ยังไม่ถึงครึ่งของสิ่งที่ต้องเจอ” เธอกระซิบกับตัวเอง เสียงแ่จนแทบไม่ได้ยิน
ขณะนั้นเอง...แสงแดดที่เคยลอดเข้ามาจากกระจกด้านหนึ่งกลับถูกเงาของม่านทึบกลืนหาย
อลิสาเงยหน้าขึ้น ดวงตายังคงเปล่งประกายความแน่วแน่ แม้จะถูกบดบังด้วยหมอกบางแห่งความเ็ป
นี่เพียงแค่เริ่มต้น
ของชีวิตภรรยาในนาม...