บรรยากาศภายในห้องประชุมถึงแม้ว่าจะจริงจัง แต่ก็ไม่ตึงเครียด ทั้งนี้ก็เพราะมี CEO คอยปล่อยมุกลดความตึงเครียดของทุกคน
“ตอนนี้กลายเป็ฝั่งยุโรปที่ยอดขายไม่ค่อยขยับ ถ้าเป็อย่างนี้นาน ๆ จะไม่ถึงเป้ารวมที่ตั้งเอาไว้นะ ผมว่าคุณนิตต้องเร่งมือหน่อยนะ” จตุรงค์ หัวหน้าฝ่ายขาย เอ่ยบอกนิตยา ฝ่ายขายโซนยุโรปให้เร่งทำยอด หลังจากที่ฟังการรายงานยอดขายประจำเดือนของแต่ละโซน
“ค่ะผู้จัดการ” นิตยาตอบรับเสียงอ่อย
“คุณนิตเขาต่อให้โซนอื่นไปก่อนต่างหากละ ฝีมืออย่างคุณนิตนี่ ทำยอดแซงได้สบาย ๆ อยู่แล้ว จริงไหมครับคุณนิต” ต้นบุญเอ่ยขึ้น แถมยังหันมาถามหาเสียงสนับสนุนจากเ้าตัวอีกด้วย
“แหม บอสก็พูดซะ นิตจะตอบเป็อื่นได้ยังไงละคะเนี่ย” นิตยาตอบกลับด้วยความรู้สึกเขินเล็กน้อย และประโยคของเธอก็สร้างเสียงหัวเราะให้เกิดขึ้นภายในห้องประชุมได้
“หึหึ ว่าแต่ที่ยุโรปมันเกิดปัญหาอะไรขึ้นกันแน่ครับ ทำไมยอดมันถึงไม่ค่อยขยับล่ะ” ต้นบุญถามเข้าเื่
“ตอนนี้คู่แข่งของเราเปิดคอลเล็คชั่นใหม่มาค่ะ สีสันนี่เรียกกระแสได้มากทีเดียว ถ้าของเราออกตัวใหม่มาบ้างก็น่าจะช่วยได้นะคะ นี่ค่ะรุ่นใหม่ของคู่แข่ง” นิตยาเอ่ยขึ้น พร้อมกับส่งภาพสินค้าของคู่แข่งให้กับต้นบุญและจตุรงค์ดู
“ได้! คุณขอมา ผมจัดให้ ผมกำลังจะไปดูวัตถุดิบบ่ายนี้ละ กำลังมีความคิดว่าจะเอาผ้าทอลายไทยมาทำเต็นท์อยู่เหมือนกัน ตอนแรกคิดว่าจะเก็บไว้เป็คอลเล็คชั่นของปีหน้า ถ้าเป็อย่างนี้ก็เร่งมาออกให้ทันปลายปีนี้เลยละกัน ผมว่าน่าจะสร้างกระแสให้กับตลาดต่างประเทศได้ ตอนนี้เดือนกันยา เรายังพอมีเวลา” ต้นบุญเอ่ยขึ้น หลังจากได้ดูภาพสินค้าของคู่แข่งแล้ว ประเมินได้ว่าความคิดใหม่ของเขาจะสามารถแข่งขันได้
“ดีเลยครับบอส ลายผ้าไทยสวย ๆ ทั้งนั้น ถ้าคุมเื่ราคาให้อยู่ในเกณฑ์ที่เป็ไปได้ได้นะครับ ผมว่าเป้ารวมที่ตั้งเอาไว้ ยังน้อยไป เพราะโซนต่างประเทศผมว่าขายได้หมดเลยครับ” เป็จตุรงค์ที่เห็นด้วยกับความคิดของเ้านาย
“คูลครับบอส แต่ว่าบอสจะใช้ผ้าไทยจริง ๆ หรือเปล่าครับ” ราเกรส ฝ่ายขายประจำโซนตะวันออกกลาง ส่งภาษาไทยสำเนียงแปล่งหู
“กำลังคิดอยู่นะ อาจจะทำทั้งสองแบบเลย ทั้งเลียนแบบ และผ้าจริงด้วย ข้อดีข้อเสียมันต่างกัน อย่างการใช้ผ้าที่ทำมาจากเส้นใยธรรมชาติ มันก็มีข้อดีอยู่ตรงที่เนื้อผ้าจะเป็ฉนวน ควบคุมอุณหภูมิภายในเต็นท์ได้ ถ้าข้างนอกหนาว ข้างในก็จะไม่หนาวมาก ในขณะที่ถ้าข้างนอกร้อน ข้างในก็จะระบายอากาศได้ดี จะทำให้ไม่ร้อนมาก ทน UV เสียงเงียบเวลาโดนลม ผ้าของจริงมันก็ย่อมจะสวยกว่าของทำเลียนแบบ แต่ว่าข้อเสียของมันก็มี ตรงที่หนากว่า หนักกว่า เก็บรักษายากกว่า และแพงกว่า ผมว่ามันเหมาะกับเต็นท์ถาวรอย่างพวกรีสอร์ท แต่ถ้าเต็นท์สนามพกพาก็อาจจะต้องใช้โพลีเอสเตอร์เหมือนเดิม พวกคุณคิดว่ายังไงบ้าง”
“ดี ครับบอส ผมซื้อครับไอเดียนี้” ชัยชนะ ฝ่ายขายประจำโซนอเมริกาเอ่ยขึ้นด้วยความชื่นชมในความคิดใหม่ของ CEO บริษัท
“คุณซื้อ แล้วอย่าลืมไปบอกให้ลูกค้าซื้อด้วยล่ะ” การตอบกลับของต้นบุญ เรียกเสียงหัวเราะจากทุกคนในห้องประชุมได้อีกครั้ง
การประชุมดำเนินต่อไป ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็การรับฟังปัญหาและความ้าของฝ่ายขายแต่ละพื้นที่ และช่วยกันคิดหาทางแก้ไข
การประชุมกับฝ่ายขายผ่านพ้นไป ต้นบุญออกจากห้องประชุมฝ่ายขาย ก็ไปที่ฝ่ายผลิตต่อ ซึ่งก็พบว่าที่ฝ่ายผลิตนั้น ตอนนี้กำลังมีปัญหาเื่เครื่องจักรเสีย จนทำให้การผลิตล่าช้าไม่ได้ตามแผน
“แล้วซ่อมบำรุงว่ายังไงบ้าง?” ต้นบุญถามสมคิด หัวหน้าฝ่ายผลิต
“ตอนนี้รออะไหล่อยู่ครับ อีกสองวันอะไหล่เข้าถึงจะเสร็จครับ”
หลังจากฟังคำตอบจากหัวหน้าฝ่ายผลิต ต้นบุญก็กดโทรศัพท์หาหัวหน้าฝ่ายซ่อมบำรุงทันที
“คุณตติ เครื่องสองที่เสียอยู่ รออะไหล่จากที่ไหนอยู่ครับ”
(เฟืองท้ายจากบริษัทคุณโชคครับ)
“แล้วเครื่องห้าที่จอดอยู่ ซ่อมเสร็จแล้วไม่ใช่เหรอครับ ติดอะไรทำไมถึงยังไม่เดินเครื่อง”
(ผมให้เด็กประกอบเครื่องอยู่ครับ น่าจะเสร็จวันนี้บ่ายครับ)
“ถ้าอย่างนั้นก็เอามาใช้ผลิตแทนเครื่องสองนี่ก่อนได้สิ”
(ครับบอส)
“ถ้าอย่างนั้นประกอบเสร็จแล้วรีบลองเครื่องเลย ฝ่ายผลิตเขาจะทำงานทันหรือเปล่านี่ฝากความหวังไว้ที่คุณเลยนะ”
(ได้ครับบอส ผมจะจัดการให้เร็วที่สุดเลยครับ)
“ขอบคุณมากนะครับ ผมรู้ว่าคุณจะไม่ทำให้ผิดหวัง”
ต้นบุญหยอดคำพูดไว้ก่อนวางสาย แล้วหันมาแจ้งข่าวดีกับฝ่ายผลิต
“บ่ายนี้เครื่องห้าก็จะกลับมาใช้ผลิตงานได้ ถึงจะเดินได้ไม่เร็วเท่ากับเครื่องสอง แต่ว่าอย่างน้อยก็ทำให้มีของทยอยส่งไปตามออเดอร์ได้ อย่างนี้ก็ไม่น่าจะมีปัญหาแล้วใช่ไหมครับคุณสมคิด”
“ครับบอส ขอบคุณครับ” หัวหน้าฝ่ายผลิตเอ่ยตอบ พร้อมขอบคุณด้วยใบหน้าที่ยิ้มออก เพราะหากปล่อยให้ของผลิตล่าช้า นอกจากงานจะต้องกระทบเป็ลูกโซ่แล้ว เขายังอาจจะต้องมีปัญหากับฝ่ายขายอีกด้วย
ส่วนเจนเนตรนั้นนั่งจดสรุปการประชุมไป ก็ปลาบปลื้มกับความเก่งของเ้านายตัวเองไปด้วย ที่สามารถจัดแก้ปัญหาได้ทุกอย่าง ปัญหาที่ดูเหมือนว่าจะใหญ่สำหรับใคร ๆ แต่เมื่อมาถึงมือเ้านายของเธอแล้ว ดูเหมือนว่าจะเล็กนิดเดียว
เมื่อเสร็จสิ้นการประชุมใน่เช้า เจนเนตรก็กลับมานั่งโต๊ะพิมพ์รายงานการประชุม และเช่นเดิม เธอยังคงต้องรับโทรศัพท์จากผู้คนที่โทรเข้ามาเพื่อ้าแสดงความยินดีกับเ้านายเธอ ซึ่งต้นบุญนั้นรับรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้น
ชายหนุ่มรู้สึกไม่สบายใจที่ทำให้คนรอบตัวต้องเดือดร้อน เริ่มจากแม่ของเขา แล้วนี่ยังมาถึงเลขานุการของเขาอีก แต่ก็หวังว่ามันจะผ่านไปโดยเร็ว ปัญหาบางอย่างก็ต้องใช้ความอดทนและเวลาเป็ตัวแก้ไข ก่อนจะนึกถึงเพื่อนสาวต้นเหตุ ว่าจะต้องเจออะไรบ้าง แต่แค่เพียงคิดถึงเ้าตัวก็โทรมา
(ฮัลโหลเล็ก เป็ยังไงบ้าง)
“ผมไม่เป็ยังไงหรอก แต่รอบข้างรับโทรศัพท์กันสนุกเลย”
(เฟิร์นต้องขอโทษด้วยจริง ๆ นะ ที่ข่าวหลุดออกไปได้ ทั้ง ๆ ที่เล็กขอไว้แล้วเชียว เฟิร์นก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันหลุดออกไปได้ยังไง)
“ไม่เป็ไรเฟิร์น เดี๋ยวคนก็ลืมไปเองนั่นแหละ แล้วเฟิร์นเป็ยังไงบ้าง ติดต่อเอกได้หรือยัง”
(ยังเลย ถ้าเขาคิดจะหายสาบสูญไปจากชีวิตเฟิร์นอย่างนี้ เฟิร์นก็ไม่คิดที่จะตามแล้วล่ะ เฟิร์นก็มีหัวใจนะ เจ็บแล้วก็จำเหมือนกัน จบ ๆ กันไปก็ดี แม่เฟิร์นก็ไม่ชอบเขาอยู่แล้ว)
“ผมดีใจที่คุณเข้มแข็ง เดี๋ยวทุกอย่างก็ผ่านไป อย่าคิดมากนะ”
(ขอบใจนะเล็ก เย็นนี้เล็กว่างไหม แม่เชิญเล็กมาทานข้าวที่บ้านน่ะ)
“ผมจะไปต่างจังหวัด ไม่แน่ใจว่าจะกลับมาทันหรือเปล่าสิ เป็วันอื่นเถอะ เดี๋ยวรับปากแล้วไปไม่ได้ จะกลายเป็ผิดคำพูดกับผู้ใหญ่ มันไม่ดี” ต้นบุญตอบปฏิเสธ ด้วยเหตุผลตามจริง ก่อนจะวางสายกันไป
ก๊อก..ก๊อก..
เสียงเคาะประตูดังขึ้น ก่อนที่ประตูจะถูกเปิดออกด้วยฝีมือของเลขานุการสาว จนทำให้เสียงโทรศัพท์จากโต๊ะของเธอดังลอดเข้ามาในห้องให้ต้นบุญได้ยินด้วยอีกคน เจนเนตรถือแฟ้มรายงานการประชุมเข้ามาส่งให้เ้านายของเธอ
“วันนี้คุณเลยต้องเหนื่อยรับโทรศัพท์ตลอดเลยนะคุณเจน” ต้นบุญเอ่ยพร้อมกับส่งยิ้มให้กำลังใจลูกน้องสาว
“ไม่เป็ไรค่ะ เื่แค่นี้เจนเอาอยู่ เพื่อบอส..สบายมากค่ะ” หญิงสาวตอบกลับพร้อมรอยยิ้มสดใส แค่เห็นยิ้มหวาน ๆ จากบอสของเธอ ความเซ็งทั้งหมดก็มลายหายไปจนสิ้น
“ผมว่าเราออกไปทานข้าวกลางวันข้างนอกกันดีกว่า ไหน ๆ บ่ายนี้ก็มีนัดข้างนอกอยู่แล้ว ไปทานกลางวันเสร็จแล้วก็ค่อยไปช็อปต่อ มื้อนี้ผมเลี้ยงคุณเอง ถือว่าเป็การไถ่โทษที่ทำให้คุณต้องมีงานเพิ่ม”
“จริงนะคะบอส เจนกินเก่งบอสไม่ว่าใช่ไหมคะ?” เจนเนตรยิ้มกว้างได้มากกว่าเดิม รีบถามย้ำทันที
“จริงสิ พูดแล้วก็ไปกันเลยดีกว่า ตอนนี้ก็จะเที่ยงแล้วนี่”
“ได้เลยค่ะบอส เดี๋ยวเจนไปหยิบของบัดเดี๋ยวนี้เลยค่ะ” เลขานุการสาวพูดจบก็รีบหันหลังเดินออกจากห้องไปทันที
“เยส!” เป็เสียงดีใจของเจนเนตร เมื่อเดินมาถึงโต๊ะตัวเอง มือเล็ก ๆ กำแน่นดึงเข้าหาตัวเอง แสดงความดีใจ ที่จะได้ไปกินข้าวกับไอดอลของตนเองสองต่อสอง ถึงแม้ว่าครั้งนี้จะไม่ใช่ครั้งแรกสำหรับการทำงานด้วยกันมาสามปี แต่ก็มีไม่บ่อยนัก และไม่ว่าจะกี่ครั้ง เจนเนตรก็ดีใจเสมอ
“ไปครับ คุณเจน”
เสียงหล่อ ๆ จากต้นบุญที่เดินตามออกมาดังขึ้น และต้นบุญก็ยังคงเป็สุภาพบุรุษเสมอ ชายหนุ่มผายมือให้เลขานุการสาวเดินไปพร้อม ๆ กัน จนสาวร่างเล็กนั้นออกอาการเขิน เพราะจินตนาการว่าได้เดินควงไปกับเ้านายหนุ่มเสียอย่างนั้น