บนรถม้าขนาดใหญ่ที่มีเ้าหยางหลงเป็ผู้ขับเคลื่อน ให้สองสตรีด้านในนั้นพักผ่อนเพื่อกลับเข้าวังหลวงในอีกสองชั่วยาม (4ชั่วโมง) คนบังคับรถม้าครุ่นคิด ถ้าหากเขาทำตามสัญญากับเฟิ่งเอ๋อร์ก็คืออยู่ร่วมกับนางในวันเกิดได้นับว่าเป็เื่ที่ดีการลงเขาครั้งแรกนับจากที่ขึ้นไปฝึกวิชานับว่าตื่นเต้นอยู่ไม่น้อย มิรู้ว่าท่านแม่จะทำหน้าเช่นไร
“ฟงอี” หยางหลงเรียกองครักษ์เงาข้างกายออกมา
ฟุ่บ!! นั่งลงข้างๆองค์ชายที่กำลังบังคับรถม้า “ขอรับ”
“ยามนี้มิมีผู้ใดไปส่งข่าวให้ท่านแม่ใช่หรือไม่”
“ยังขอรับ”
“ดี” เ้าหยางหลงส่งเชือกให้องครักษ์ “บังคับไปจนถึงวังหลวงข้าี้เีแล้ว หากพบโรงหมอให้จอดด้วย” หลับตาพัก
“ขอรับ” ฟงอีทำหน้าที่ได้เป็อย่างดีเพราะเมื่อผ่านหมู่บ้านก็พบเข้ากับโรงหมอ เขาจอดและรีบจัดการร้องเรียกหาหมอที่เป็สตรีในทันที
การรักษาที่หว่าหวาก็เพิ่งรู้คือ การนำผ้าชุบน้ำอุ่นมาประคบตรงหน้าท้อง ท่านหมอหญิงบอกว่ามันช่วยบรรเทาอาการปวดได้ดีเยี่ยม ในตอนแรกนางหาได้เชื่อไม่ จนเมื่อลองทำแล้วคุณหนูของนางมีสีหน้าดีขึ้นมาก ก่อนออกมาจากบ้านท่านหมอนางยังได้มอบเทียบยามาอีกหนึ่งชุดแต่ทุกอย่างหว่าหวาก็ต้องตรวจสอบเสียก่อนมิเช่นนั้นหากเกิดเื่ขึ้นมีหวังองครักษ์นับร้อยที่เฝ้าติดตามจะต้องตายแน่ๆ
“อืม..มม” เ้าเฟิ่งเซียนพลิกตัวไปมาอย่างอ่อนล้าบนรถม้า ตากลมกระพริบปริบๆมองเพดานรถที่ไหวโคลงเคลงชวนให้อยากอาเจียนยิ่งนัก อาการปวดบิดบริเวณท้องน้อยดีขึ้นมากแล้วเพราะผ้าอุ่นๆที่วางอยู่ ส่วน่ล่างนางรับรู้ได้ว่ามันไหลออกมาราวกับน้ำป่า มือบางจับคลำบั้นท้ายของตัวเองก็ไม่พบว่ามันเปียกชื้นนั่นคงเป็เพราะพี่หว่าหวามาคอยจัดการให้ “ไปไหนนะพี่หว่าหวา” ยามนี้นางไม่อยากจะลุกขึ้นนั่งแม้เพียงนิดเพราะกลัวว่าหากขยับตัวสิ่งที่ยังคงไหลอยู่ตลอดจะเลอะพื้น จึงทำได้เพียงนอนเกร็งตัวอยู่ในท่าใดก็ยังคงอยู่ในท่านั้น ‘เหตุใดเป็สตรีมันถึงได้วุ่นวายเช่นนี้นะ’ ด้านนอกรถม้า นางได้ยินเสียงของบุรุษพูดคุยกัน น่าจะเป็องครักษ์คนใดคนหนึ่งเพราะนางรู้ดีว่ามิมีใครกล้าทิ้งนางไว้คนเดียวแน่ๆ ความเจ็บจิ๊ดๆ ยังคงทำให้นางนิ่วหน้าเป็ระยะ หากกลับไปถึงวังหลวงนางจะต้องไปสอบถามท่านแม่ผู้มาจากต่างโลกเสียแล้วว่าจะรับมือกับ ‘ระดู’ อย่างไร
เมื่อรถม้าจอดพัก เสียงเปิดม่านประตูรถม้าได้ดังขึ้น “ตื่นแล้วรึเ้าคะ” หว่าหวาเข้ามานั่งด้านในและขยับเข้าไปใกล้ “ยามนี้ยังปวดท้องอีกหรือไม่” นำผ้าอุ่นผืนใหม่วางแทนที่ผืนเก่า
“ปวดอยู่แต่ไม่มาก” สีหน้ามีเืฝาด “พี่หว่าหวาข้าจะเป็เช่นนี้นานหรือไม่?”
หว่าหวาบิดผ้าชื้นทางหน้าต่างรถม้าหันมากล่าวตอบ “ยามที่บ่าวเป็ครั้งแรก..นับได้เจ็ดวันเ้าค่ะ”
“หะ..เจ็ดวันเชียวรึ ข้าต้องเืออกจนตายแน่ๆ” สีหน้าไม่สู้ดี “เหตุใดบุรุษมิเป็แบบพวกเราบ้างเล่าข้าอยากจะสาบแช่งให้พวกเขามีเืออกทางช่องทางด้านหลัง สาบแช่งให้พวกเขาคลอดบุตรด้านหลังจะได้รับรู้ว่าเกิดเป็สตรีนั้นลำบากมากมายเพียงใด” นอนกอดผ้าห่มอุ่นๆใบหน้ายู่
เ้าหยางหลงมีสีหน้ามืดครึ้มทันทีที่ได้ยินนางกล่าว เขาไม่รู้จะด่าน้องสาวฝาแฝดผู้นี้อย่างไรดีมีอย่างที่ไหนจะให้บุรุษมี‘ระดูและคลอดบุตร’
วังหลวงแคว้นเ้า (17.20)
“เฟิ่งเอ๋อร์คาราวะท่านแม่เ้าค่ะ” เ้าเฟิ่งเซียนโผเข้าไปกอดมารดาทันทีเมื่อลงมาจากรถม้าด้านหน้าตำหนักอู่หลง “ลูกคิดถึงท่านแม่ยิ่งนักเ้าค่ะ..ท่านแม่อย่าร้องลูกกลับมาแล้วและจะมิไปที่ใดอีกหากยังไม่เติบโต” คำพูดกำกวมของนางเรียกสติของจูเหม่ยเซียนให้ทำคิ้วขมวดได้ทุกครั้ง
“ถ้าหากเติบโตแล้วเ้าจะออกไปงั้นรึ?” ท่านแม่จูเหม่ยเซียนถาม
“เอ่อ..คือ.. อะ โอยยย ปวดท้อง โอย” ก้มหน้าลงซบไหล่ท่านแม่และร้องโอดโอย
“เฟิ่งเอ๋อร์!!!” ท่านแม่จูเหม่ยเซียนใรีบลูบหลังลูบไหล่พูดปลอบบุตรสาวแสนซนของตัวเองพร้อมถามไถ่อาการปวดท้อง
เ้าหยางหลงเห็นดังนั้นจึงเดินเลี่ยงออกมาหาเ้าหย่งเจี้ยนและเ้าหย่งเซิงผู้เป็บิดาที่นั่งอยู่ไม่ไกล “หยางหลงคาราวะท่านพ่อทั้งสองขอรับ” ทำการคาราวะ “ท่านพ่อทั้งสองสบายดีหรือไม่ขอรับ”
“เป็พ่อที่ควรถามเ้ามากกว่าว่าเป็อย่างไรบ้างกับการฝึกยุทธ์” ชินอ๋องเ้าหย่งเจี้ยนถามบุตรชาย
“ลูกและเฟิ่งเอ๋อร์อยู่ในขั้นสามตอนปลายกำลังจะเข้าสู่ขั้นสี่แล้วขอรับ”
“ดียิ่ง ก้าวหน้าอย่างรวดเร็วเช่นนั้นยังต้องกลับขึ้นเขาไปใช่หรือไม่..ยามที่พ่อเ้ายังเยาว์วัยกว่าจะสำเร็จวิทยายุทธ์ถึงขึ้นห้ายามนั้นก็เข้าสู่สิบแปดหนาวแล้วเื่เช่นนี้ต้องค่อยๆเป็ค่อยๆไปพวกเ้าอย่าได้รีบร้อนมันจะมิเป็ผลดี” จวิ้นอ๋องเ้าหย่งเซิงย้ำแก่บุตรชาย “แล้วกลับลงมาเช่นนี้รัชทายาทมิลงมาด้วยรึ?”
“ท่านพี่รัชทายาทกำลังศึกษาขั้นห้าตอนต้นแล้วขอรับและยามนี้กำลังคร่ำเคร่งเกี่ยวกับการปรุงยาสมานแผลขั้นต้น เื่ลงเขาของลูกเป็เื่เร่งด่วนลูกจึงมิได้รั้งรอ”
“หืม.." ท่านพ่อทั้งสองมองบุตรสาวฝาแฝดที่กอดคลอเคลียท่านแม่อยู่เช่นนั้นไม่ยอมห่างได้ยินแว่วๆเกี่ยวกับเื่การทำโทษให้ไปสำนึกผิดที่อารามซงกวนกันอยู่
“เื่ด่วนอันใด” ชินอ๋องถาม
“นางมีระดู”
“_”/ "_” นั่งเงียบไป
“นางปวดท้องมากจนต้องขอถอนตัวลงจากเขาและบอกแก่ลูกว่านางจะมิขึ้นไปอีกเพราะว่าอาการปวดท้องของนางจะทำให้ฝึกฝนร่วมกันกับบุรุษลำบากยิ่งขึ้นซึ่งลูกก็เห็นด้วย”
“แล้วเ้าเล่าจะกลับขึ้นเขาไปอีกหรือไม่”
“ลูกจะขึ้นไปขอรับ เื่นี้เฟิ่งเอ๋อร์รับรู้แล้วเพียงแต่นางบอกว่าลูกจะต้องลงเขามาร่วมฉลองวันเกิดกับนางทุกปี”
“555” จวิ้นอ๋องหัวเราะ “เช่นนั้นรึ”
“ขอรับ” ทำหน้าเบื่อหน่าย
“ดีแล้วที่น้องเ้าอนุญาตมิเช่นนั้นคงจะมิยินยอมห่างจากพี่ชายเป็แน่” ชินอ๋องจิบชาร้อนมองบุตรชายฝาแฝดคนโตที่มีกล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้นราวกับชายหนุ่มแตกต่างกับฝาแฝดคนน้องเช่นเ้าเฟิ่งเซียนที่ตัวเล็กบางเฉกเช่นมารดาใบหน้าฉายชัดว่างดงาม “เฮ่อ” เป็ครั้งแรกที่เขาถอนหายใจ
“ทำไมรึพี่รอง?” จวิ้นอ๋องเอ่ยถามพร้อมกับทำหน้างงงัน “มีสิ่งใดให้ต้องหนักใจกัน”
“พวกเ้าดูเฟิ่งเอ๋อร์สิ”
“_”/ "_”
“นางเติบโตขึ้นแล้วแต่กิริยาของนางมิได้งดงามเพียบพร้อมเฉกเช่นสตรีในห้องหอหากภายภาคหน้านางดื้อรั้นเฝ้าตามติดหยางหลงโลดโผนไปในยุทธภพเสียจะทำเช่นไร”
จวิ้นอ๋องคิดตาม “_”
“_” เ้าหยางหลงมีสีหน้าเคร่งเครียด
“งานบ้านงานเรือนมิเอาไหนเย็บปักถักร้อยมิเคยเรียนรู้นางคงจะลืมไปแล้วกระมังว่านางเป็สตรี ถ้าหากนางมิมีระดูนางก็คงจะยังอยู่บนเขามิลงมาเป็แน่..ข้ามิควรหนักใจใช่หรือไม่?” หันมามองจวิ้นอ๋องและบุตรชาย
“5555” จวิ้นอ๋องหัวเราะ แม้ส่วนหนึ่งจะมาจากเขาที่เลี้ยงดูนางมาจนเป็เช่นนี้แต่เื่นั้นหาได้น่ากังวลไม่ “จะหนักใจไปใยเล่าพี่มิเห็นรึว่ายามนี้สตรีหันมาจับอาวุธกันมากมายงานบ้านงานเรือนมิได้สำคัญเฉกเช่นในวันวานแล้วหากมิเชื่อข้าจะลองถามทหารหญิงผู้นั้นดูสิว่าพวกนางทำงานบ้านเป็หรือไม่” ชี้ไปยังทหารยามสตรีสามสี่คนที่คอยเดินตรวจตราแถวๆนั้นก่อนจะกวักมือเรียก“พวกเ้ามานี่”
ทหารสตรีสี่คนเดินตรงมาพร้อมกับถวายบังคม “ถวายบังคมชินอ๋อง จวิ้นอ๋อง องค์ชายเ้าหยางหลงเพคะ” ย่อกายลงมองดูแล้วยังคงมีความแข็งแกร่งดังเช่นทหารทั่วไป
“ไม่ต้องมากพิธี พวกเ้าเป็ทหารมานานรึยัง” จวิ้นอ๋องสอบถาม
“มากกว่าห้าปีแล้วเพคะ”
“อ่อ..แล้วพวกเ้าทำงานบ้านงานเรือนหรือทำอาหารเป็รึไม่”
“ย่อมเป็แน่นอนเพคะ สตรีทุกครัวเรือนไม่เว้นแม้แต่ทหารหญิงเช่นพวกหม่อมฉันล้วนกระทำได้ดีเพราะมันคือสิ่งที่สตรีทุกคนพึงมีติดตัวไว้มิเช่นนั้นจะเรียกว่าสตรีที่ดีมิได้”
“_”/ “_”
จวิ้นอ๋องหน้าแดงก่ำด้วยความโมโห ‘ทำไม่เป็จะไม่เรียกว่าสตรีรึ’ ยกมือขึ้นชี้ “พวกเ้าสี่คน…ไปวิ่งให้รอบวังหลวงสามรอบ ไปซะ!!!”
???????????????? ใบหน้าทหารหญิงมืดครึ้มไปหมด 'สามรอบนั่นคือสองวันนะเ้าคะ'
“ไปสิ!!” เสียงเหี้ยม