ภาคใต้ของประเทศเป็นดินแดนแห่งปลาและข้าวในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาสภาพอากาศแถบนั้นค่อนข้างดีเป็นอย่างมาก
และเนื่องจากมีการลดหย่อนภาษีลงแล้วพวกเขาจึงมีพืชผลเหลือกินเหลือใช้มากมาย ตรงกันข้ามกับภาคเหนือที่ได้รับความเดือดร้อนจากความแห้งแล้งติดต่อกันมาหลายปี เมืองถังกู่อยู่ติดทะเลแต่เกษตรกรในแถบนี้ต้องเป็นทุกข์กับการที่ผลผลิตจากไร่ของพวกเขาลดลงส่วนทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศนั้นเจอกับความแห้งแล้งอย่างเต็มที่จนถึงขั้นที่ไม่มีอะไรเติบโตงอกงามขึ้นมาได้เลย
การขนส่งธัญพืชจากจังหวัดทางภาคใต้ไปภาคเหนือเป็นกลยุทธ์ที่ยอดเยี่ยมของฮ่องเต้องค์ปัจจุบันทางราชสำนักสามารถซื้อข้าวจำนวนมากได้ด้วยการเบิกเงินจากคลังหลวง และขนมันมาทางทะเลและแม่น้ำขึ้นสู่ภาคเหนือสิ่งนี้ช่วยรักษาเสถียรภาพราคาธัญพืชในพื้นที่ที่ประสบภัยแล้งและช่วยลดภัยพิบัติลงได้มากนี่เป็นเหตุผลหลักว่าเหตุใดจึงไม่มีผู้ลี้ภัยจำนวนมากจากทางเหนือทั้ง ๆ ที่เกิดความแห้งแล้งติดต่อกันหลายปี
จิ้งอ๋องเป็นอาของฮ่องเต้องค์ปัจจุบันแม้ว่าเขาจะมีความสามารถในระดับปานกลาง แต่เขาก็เป็นคนดีและซื่อสัตย์ในฐานะผู้รับผิดชอบการค้าทางทะเล เขามักจะไปคุมงานด้วยตนเองอยู่บ่อยครั้งอันที่จริงเขาได้เดินทางไปทางใต้หลายคราเพื่อควบคุมเรือขนส่งข้าวกับธัญพืชขึ้นมาทางเหนือด้วยตนเองอีกด้วย
แขกที่พี่หกจะรับรองในวันนี้เป็นบุคคลที่มีความสามารถและเป็นคนของจิ้งอ๋องถ้าต้องการเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจขนส่งทางเรือนี้ต่อไปก็จำเป็นต้องมีความสัมพันธ์ที่ดีกับชายผู้นี้ไว้
เพื่อให้อาหารยังร้อนและสดใหม่พี่หกจึงขอให้เสี่ยวเฉาอยู่ในร้านและใช้ข้าวของในร้านนี้ได้ตามความจำเป็นเสี่ยวเฉาก็ได้ตกลงอย่างว่าง่าย เพราะพ่อของนางสามารถขายอาหารตุ๋นด้วยตนเองได้
เมื่อถึงเวลาที่เรือบรรทุกสินค้าเข้าเทียบท่าก็เลยเวลามื้อเช้าไปแล้วท่านอู๋ผู้ดูแลตำหนักจิ้งอ๋องเหนื่อยล้าจากการอยู่บนเรือเป็นเวลานาน แต่เขาก็เคยมาที่ท่าเรือเมืองถังกู่หลายคราแล้วจึงค่อนข้างคุ้นเคยกับสภาพของที่นี่ สิ่งเดียวที่ผู้ดูแลอู๋หวังไว้ก็คือได้กินอาหารร้อนๆ เป็นมื้อเช้าขณะที่เหยียบลงบนพื้นดินแห้งแล้งแห่งนี้เขาตามพี่หกไปที่ร้านอาหารที่ดูเรียบง่ายแห่งหนึ่ง
“นำอาหารเข้ามาได้ ! ” แม้ว่าท่าทางของพี่หกจะดูอบอุ่น แต่เขาก็ไม่ได้มีท่าทางที่กระตือรือร้นกุลีกุจอจนเกินไปตรงกันข้ามท่าทางของเขาดูเป็นธรรมชาติมากซึ่งทำให้ผู้ดูแลอู๋รู้สึกเป็นอิสระและผ่อนคลายมากยิ่งนัก
“ขอรับท่าน” เสี่ยวเอ้อหายไปไม่นานก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมชามแกงจืดไข่ใส่ผักใบเขียว เขากล่าวว่า “นี่คือ ‘อาหารเรียกน้ำย่อย’ เชิญลูกค้าทั้งสองท่านทานได้เลยขอรับ”
ในห้องส่วนตัวมีแขกพิเศษคนหนึ่งที่ดูจากลักษณะท่าทางแล้วเห็นได้ชัดว่าไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไปแม้ว่าคนผู้นั้นจะไม่ได้สั่งอาหารจากร้านอาหารนี้ แต่เขาก็ให้เงินพวกเขามากพอสมควรดังนั้นผู้จัดการร้านจึงสั่งให้พนักงานดูแลแขกเหล่านี้ให้ดี
“อ่า ? ผักใบเขียวรึ ?ช่วงนี้มีผักใบเขียวขายในตลาดแล้วรึ ? ” ผู้ดูแลอู๋เพิ่งลงจากเรือ เขาจึงรู้สึกเหมือนพื้นดินใต้เท้าเขายังคงสั่นไหวอยู่เมื่อเขาเห็นผักสีเขียวในถ้วยเขาจึงรู้สึกดีขึ้นมาทันและเริ่มมีความอยากอาหารขึ้นมา
พี่หกเองก็ตกตะลึงเช่นกันช่วงนี้ของปีเกษตรกรส่วนใหญ่ยังมิได้หว่านเมล็ดผักใบเขียวด้วยซ้ำเสี่ยวเฉาไปหาผักพวกนี้จากที่ใดกัน ?แม้จะนึกแปลกใจแต่เขาก็ช่วยตักแกงจืดให้ผู้ดูแลอู๋อย่างสงบนิ่งแล้วยิ้ม“ผู้ดูแลอู๋ลองชิมดูขอรับ...”
‘อาหารเรียกน้ำย่อย’ นี้มีรสชาติเบาและสดชื่น ใบผักก็นิ่ม ไข่สีเหลืองก็กินได้อย่างคล่องคอ มีรสชาติที่อร่อยและสดชื่นเช่นนี้ตรงกับรสนิยมในการกินของผู้ดูแลอู๋ทุกอย่างเขากินไปสองชามใหญ่ ๆ โดยไม่หยุดพักแล้วลูบเคราพร้อมกับยิ้มออกมาอย่างชื่นชม “ดี ! ดี ! อาหารอร่อยเป็นอย่างมาก! ”
อาหารจานที่สองเป็นเต้าหู้แห้งในซอสตุ๋นรสชาติเข้มข้นของซอสตุ๋นซึมอยู่ในเต้าหู้ทุกชิ้น แม้ว่าจานนี้จะไม่มีเนื้อแต่ผู้ดูแลอู๋ที่ชอบกินแต่เนื้อก็ยังกินได้หลายคำก่อนที่จะหยุดกิน
จานที่สาม ‘ลูกชิ้นไข่มุก’ ด้านนอกหุ้มด้วยข้าวเหนียวเม็ดโปร่งแสงแต่ละเม็ดดูแวววาวเปล่งประกายเหมือนไข่มุกจริง ๆเมื่อกัดลงไปก็จะได้รสชาติเข้มข้นของเนื้อหมูและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของไข่แดงเค็มผสมกลมกลืนกันอย่างลงตัวรวมเข้ากับรสชาติหอมหวานของข้าวเหนียวด้วยแล้ว ทำให้ผู้ดูแลอู๋ที่เดินทางไปทั่วทั้งใต้หล้าชมเชยอาหารจานนี้ไม่หยุด“ลิ่วซือ ‘ลูกชิ้นไข่มุก’ นี่อร่อยมากยิ่งนักชื่อก็ฟังดูดีด้วย ร้านนี้เปลี่ยนพ่อครัวรึ ? เขาได้พ่อครัวใหม่มาจากที่ใดกัน ?เก่งมิแพ้พ่อครัวที่มีฝีมือที่สุดในเมืองหลวงเลยนะ !อย่างเต้าหู้แห้งธรรมดา ๆ ก็ยังทำให้อร่อยได้มากถึงเพียงนี้...บอกข้าสิ ถ้าข้าทำให้เขาไปกับข้าได้เจ้าคิดว่าเจ้าของร้านจะโวยวายหรือไม่ ? ”
พี่หกหัวเราะ “ผู้ดูแลอู๋ใจดีเกินไปแล้วขอรับท่านติดตามจิ้งอ๋องเดินทางไปทั่วทั้งใต้หล้า ยังมีอาหารอร่อย ๆ แบบไหนที่ท่านยังมิเคยลองด้วยรึ? ท่านคงอยู่บนเรือลำนั้นนานเกินไป พอได้ขึ้นฝั่งเลยมีความสุข มิแปลกหรอกขอรับที่ท่านจะรู้สึกว่าทุกอย่างที่กินอร่อยทั้งหมดลองกินหมูตุ๋นผักดองนี่ดูขอรับ คิดว่าเป็นเยี่ยงไร ? ”
ตอนที่เสี่ยวเฉาทำหมูตุ๋นผักดอง นางได้เลือกท้องหมูอย่างพิถีพิถันให้มีอัตราส่วนไขมันกับเนื้อที่เหมาะสมอีกทั้งยังทำให้แน่ใจว่ามีไขมันบางส่วนออกจากเนื้อแบบนั้นเนื้อหมูก็จะยังอร่อยโดยไม่เลี่ยน ผู้ดูแลอู๋เองก็มีวัยเด็กที่ยากลำบากหลังจากกินไปหนึ่งชิ้น เขาก็กินต่ออีกหลายชิ้นแบบหยุดไม่ได้ก่อนจะจำใจวางตะเกียบลงใครจะคิดว่าแม้แต่หมูก็สามารถทำอาหารได้อร่อยและดูดีได้มากถึงนี้ อ่า...
หลังจากกินอาหารประเภทเนื้อแล้วเสี่ยวเฉาก็ได้นำจานผักขึ้นโต๊ะให้กับพวกเขา ‘ผักกาดขาวเผ็ดเปรี้ยว’ตอนเด็กผู้ดูแลอู๋กินหัวไชเท้ากับผักกาดขาวมากเกินไปจนตอนนี้เขาเกลียดพวกมันจับใจดังนั้นจึงดูเหมือนเขาไม่สนใจจะกินอาหารจานนี้เลยเพียงจะลองชิมคำหนึ่งเท่านั้นแต่เพียงคำเดียวก็ลำบากใจมากยิ่งนัก หลังจากลองชิมแล้วเขาก็พบว่าความเผ็ดที่มากับความเปรี้ยวที่ซ่อนอยู่ในนั้นเป็นสิ่งที่อร่อยมากเกินกว่าที่เขาคิดไว้อาหารจานนี้อร่อยอย่างแท้จริง เขาลอบคิดเงียบ ๆ ว่า ‘ผู้ใดกันที่เก่งถึงขนาดทำให้ผักกาดขาวยังอร่อยได้? คนผู้นี้ต้องเป็นอัจฉริยะในการทำอาหารอย่างแน่นอน’
หลังจากนั้นก็ตามมาด้วยหมูเส้นผัดในซอสถั่วหวานสิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจจริง ๆ ก็คือมันมาพร้อมแผ่นแป้งสาลีที่บางและเล็กมาก แป้งนั้นห่อเนื้อหมูกับต้นหอมเอาไว้ทำให้ได้เนื้อสัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์และรสชาติที่ผสมผสานกัน เหลือเชื่อจริง ๆ ! ผู้ดูแลอู๋หยุดกินไม่ได้เลย
หากไม่ได้อยู่ในสถานะนี้ผู้ดูแลอู๋คงไปถามสูตรอาหารจากพ่อครัวด้วยตนเองแล้ว !
อย่าได้ดูถูกหมูเส้นผัดซอสถั่วหวานเชียว ! เพียงแค่ทำเนื้อหมูอย่างเดียวก็ 7 - 8 ขั้นตอนไปแล้วทำเอาเสี่ยวเฉาแทบบ้าขณะที่นางปรับขั้นตอนการทำ หลังจากที่ทดลองทำนับครั้งไม่ถ้วนในที่สุดนางก็สามารถสร้างอาหารที่ตอบสนองความต้องการของนางได้ แต่ความพยายามของนางก็ไม่ได้สูญเปล่า
อาหารจานสุดท้ายในเมนู ‘เนื้อปลาต้มในน้ำมันพริก’ได้สยบผู้ดูแลอู๋อย่างราบคาบ อาหารจานนี้ดูเหมือนเต็มไปด้วยพริกสีแดงสด แต่เมื่อกินเข้าไปมันเผ็ดแต่ไม่ได้เผ็ดร้อนจนเกินไป ชาแต่ไม่ขม ปลาถูกปรุงให้นุ่มลื่นมีไขมันแต่ไม่เลี่ยนกลิ่นคาวทั้งหมดถูกกำจัดออกไปแต่ยังมีรสชาติละเอียดอ่อนที่เป็นเอกลักษณ์ของเนื้อปลาเมื่อกัดเข้าไปหนึ่งคำก็จะอยากกินต่อไปจนไม่สามารถหยุดได้
หลังจบมื้ออาหาร ผู้ดูแลอู๋ก็ได้ลูบท้องที่ป่องจนแทบจะนั่งงอไม่ได้เขารู้สึกขัดแย้งในใจเป็นอย่างมาก ตั้งแต่ที่ได้รับตำแหน่งผู้ดูแลตำหนักจิ้งอ๋องเขาก็กินอาหารที่อร่อยและพิเศษทุกอย่างที่มีมาแล้วเขาไม่เคยลืมมารยาทเลยแม้แต่ตอนกินอาหารที่ร้านอาหารที่ได้ชื่อว่าเป็นร้านอันดับหนึ่งหรือสองในเมืองหลวงแต่ร้านอาหารที่เรียบง่ายแห่งนี้กลับมีอัญมณีที่ไม่คาดคิดและมีวิธีการทำอาหารที่สดใหม่และน่าอัศจรรย์มากยิ่งนักคราหน้าตอนที่เจ้านายของเขามาที่นี่ เขาจะต้องพาเจ้านายมาลองกินอาหารที่นี่อย่างแน่นอน
“พ่อครัวที่นี่เก่งมากจริง ๆเรียกเขามารับรางวัลเสียหน่อยสิ ! ”ผู้ดูแลอู๋เอนหลังพิงเก้าอี้พลางจิบชาหอม ๆ ที่เขานำติดตัวมาด้วยอย่างช้า ๆ และอยู่ๆ เขาก็อยากเห็นหน้าพ่อครัวที่มีฝีมือระดับเทพซึ่งเป็นคนทำอาหารที่เขาไม่เคยกินมาก่อนในชีวิตนี้
พี่หกเทชาให้เขาอีกถ้วยแล้วยิ้ม“คนที่ทำอาหารมิใช่พ่อครัวของร้านนี้หรอกขอรับ เป็นคนที่ข้าเจอและพามาทำอาหารให้ท่านโดยเฉพาะ”
“อ่า ? ลิ่วซือ ท่านนี่ใส่ใจรายละเอียดและนึกถึงคนอื่นดีจริงๆ ! ดี ดี ! ข้าจะจำไว้...ข้าอยากรู้จริง ๆ ว่าเจ้าไปเจอคนที่ทำอาหารเก่งถึงเพียงนี้จากที่ใด? ” ผู้ดูแลอู๋มองพี่หกและเอ่ยถาม
พี่หกไม่ได้พยายามปกปิด เขาจึงตอบว่า“มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งมาขายเนื้อห่อละ 1 อีแปะที่ท่าเรือเมื่อไม่กี่วันมานี้ขอรับ นางสามารถเอาวัตถุดิบที่คนอื่นโยนทิ้งอย่างหัวหมู,ไส้หมู, กับปลาตัวเล็ก ๆ มาทำอาหารอร่อย ๆ จนผู้คนแย่งกันซื้อได้ ข้าเชื่อว่านางมีพรสวรรค์ในการทำอาหารเลยให้นางมาช่วยทำอาหารให้ท่านในวันนี้ขอรับ”
“เด็กผู้หญิงรึ ? เจ้ากำลังจะบอกข้าว่าอาหารมื้อนี้ทั้งหมดเป็นฝีมือของเด็กผู้หญิงเยี่ยงนั้นรึ? เยี่ยงนั้นก็ยิ่งต้องให้รางวัลกับนาง ! ” ผู้ดูแลอู๋ยิ่งสนใจในตัวเด็กผู้หญิงคนนี้มากขึ้นหลังจากได้ยินในสิ่งที่พี่หกกล่าว
ในครัวเสี่ยวเฉาเริ่มทำความสะอาดครัวหลังจากอาหารจานสุดท้ายถูกยกออกไปให้แขกแล้วเมื่อมาขอยืมใช้ครัวของผู้อื่น ก็ควรทำให้มันกลับสู่สภาพเดิม...
พอทำความสะอาดเสร็จและกำลังจะออกไป เสี่ยวเอ้อก็ได้วิ่งตามนางมาและตะโกนว่า“แม่หนูน้อย แขกข้างในอยากพบเจ้าน่ะ เขาเอ่ยว่าชอบอาหารที่เจ้าทำเป็นอย่างมาก เลยจะให้รางวัลกับเจ้า”
รางวัลรึ ? ได้เงินฟรีมีใครบ้างที่มิเอา ! นางใช้เวลาเค้นสมองคิดอาหารเหล่านี้ออกมา อีกทั้งพวกมันยังทำยากอีกด้วย ถ้าแขกผู้สูงศักดิ์กินอาหารแล้วคิดว่ามันอร่อยและอยากให้รางวัลนางมันก็ต้องเป็นเงินที่มากกว่ารายได้ในแต่ละวันจากการขายอาหารตุ๋นทั้งวันอย่างแน่นอน
เสี่ยวเฉารีบวิ่งตามเสี่ยวเอ้อคนนั้นเข้าไปในห้องส่วนตัวเพียงห้องเดียวของร้านนางก้มหัวคำนับเขาแล้วยืนรอรับรางวัลของนาง
“ลิ่วซือ...นี่เจ้ากำลังจะบอกข้าว่าเด็กผู้หญิงที่สามารถเอาวัตถุดิบง่ายๆ มาทำอาหารอร่อย ๆ ได้คือนางผู้นี้เยี่ยงนั้นรึ ? ”ผู้ดูแลอู๋มองเด็กหญิงอายุประมาณ 7 - 8 ขวบที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้าของเขา นางแต่งกายด้วยเสื้อผ้าเก่าๆ โทรม ๆ แต่สะอาดสะอ้าน ผมของนางถูกถักเป็นเปียสองเส้นใบหน้าผอมแต่ผิวขาวเนียนใส เห็นได้ชัดว่าเขาไม่อยากจะเชื่อว่าเด็กอายุน้อยแค่นี้คือคนที่สร้างอาหารอร่อยๆ เช่นนั้นขึ้นมาได้
แต่ลิ่วซือพยักหน้ายืนยันอย่างจริงจังและเอ่ยว่า“เป็นนางนี่แหละขอรับ...”
ผู้ดูแลอู๋เป็นคนที่เคยเห็นแง่มุมต่าง ๆ ของชีวิตมามากเขาจึงรีบก้าวผ่านความประหลาดใจนี้และยิ้มให้กับเสี่ยวเฉาพร้อมกับเอ่ยถามว่า“แม่หนูน้อย เจ้าไปเรียนวิธีทำอาหารพวกนี้มาจากที่ใดรึ ? ”
เสี่ยวเฉาเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยและมองสบตาเขานางตอบด้วยน้ำเสียงที่ไม่ได้ประจบประแจงและไม่ได้หยิ่งยโสจองหองว่า“อาหารพวกนี้ทั้งหมดเป็นสูตรที่ข้าคิดขึ้นมาเองเจ้าค่ะ ท่านพี่หกช่วยชีวิตข้าเอาไว้เมื่อเขาต้องรับรองแขกสูงศักดิ์ ข้าก็ต้องใช้ความสามารถทั้งหมดเพื่อช่วยเขาเจ้าค่ะ”
ผู้ดูแลอู๋อุทานออกมาอย่างแปลกใจ “เจ้าเป็นคนคิดอาหารทั้งหมดนี้เองเลยรึ? มิดีเลยนะที่จะพยายามหลอกลวงผู้อื่นตั้งแต่อายุเท่านี้น่ะ ! ”
ถึงน้ำเสียงของเขามีความไม่พอใจและตำหนิติเตียนอย่างชัดเจนแต่เสี่ยวเฉาก็ยังตอบกลับอย่างใจเย็น “ครอบครัวของข้ายากจนยิ่งนักเจ้าค่ะ ตลอดทั้งปีพวกเรามิค่อยได้กินเนื้อหรือปลากันเลยนี่คือสาเหตุที่พอข้าเห็นคนขายเนื้อทิ้งเครื่องในหมู ข้าก็คิดว่า ‘เครื่องในหมูก็เป็นส่วนหนึ่งของหมูเช่นกันแล้วมันก็น่าจะกินได้ ! ’พอกลับถึงบ้านข้าก็คิดเรื่องนี้อยู่สองสามวันแล้วก็ทำหัวหมูตุ๋นกับไส้หมูตุ๋นออกมาได้หลังจากใส่พวกเครื่องเทศกับเครื่องปรุงไปเยอะๆ มันไม่ใช่แค่ไม่มีกลิ่นแปลก ๆ เท่านั้นนะเจ้าคะ แต่ยังอร่อยมากอีกด้วย ! ตั้งแต่นั้นข้าก็เริ่มสนใจการทำอาหารและการสร้างอาหารแบบใหม่ ๆความคิดแปลก ๆ น่าสนใจก็ผุดขึ้นในหัวของข้าเสียมากมาย แต่กำลังซื้อของครอบครัวของข้ามีจำกัดข้าเลยมิมีโอกาสได้ทดลองทำ แต่แล้วเมื่อวานท่านพี่หกให้เงินข้ามาเพื่อทำอาหารทั้งโต๊ะข้าก็ได้กลับไปทดลองทำอยู่ตลอดทั้งบ่ายจนได้รายการอาหารมื้อนี้มานี่แหละเจ้าค่ะถ้าท่านมิเชื่อก็พาท่านพ่อของข้ามาถามก็ได้ เมื่อก่อนครอบครัวของข้าแทบมิมีอะไรจะกินพวกเขาจะมีเงินไปจ้างครูมาสอนข้าทำอาหารได้เยี่ยงไรเจ้าคะ ? ”
ผู้ดูแลอู๋มองเสื้อผ้าบนร่างกายของนางที่แค่สะอาดกว่าชุดขอทานอีกครั้งแม้ว่าเขาจะรู้สึกว่าสถานการณ์มันไม่น่าเชื่อ แต่เขาก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ และจดจำนางไว้ว่าเป็นคนที่มีพรสวรรค์ในการทำอาหารแต่กำเนิด
เดิมทีเขาตั้งใจจะเจอพ่อครัวเพื่อดูว่าจะสามารถชักชวนให้ไปทำงานที่ตำหนักจิ้งอ๋องได้หรือไม่ช่วงนี้มารดาของท่านอ๋องไม่ค่อยอยากอาหารและอยากกินแต่อาหารที่แปลกใหม่และสดชื่นเท่านั้น แต่เมื่อเขาเห็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ผอม ๆ ตรงหน้า เขาจึงล้มเลิกความคิดนั้น เด็กอายุแค่ 7 - 8ขวบยังต้องการผู้ใหญ่คอยดูแล นางจะจากบ้านที่เติบใหญ่ขึ้นมาแล้วไปยังเมืองหลวงที่อยู่ห่างไกลได้เยี่ยงไร? ถ้านางคิดถึงบ้านขึ้นมาแล้วร้องไห้งอแงเล่า ใครจะเป็นผู้ปลอบใจนางกัน ?
หลังจากให้รางวัลเสี่ยวเฉาเป็นเงิน 5ตำลึงแล้ว ผู้ดูแลอู๋ก็ได้ตามพี่หกไปยังเรือนรับรองแขกใกล้ ๆ เพื่อพักผ่อน