“จินเออร์ เป็นอะไรไปลูก" ซานหลงรีบหันกลับมาทันที ที่ได้ยินเสียงดัง
เมื่อเห็นว่าซานหลงรีบหันหลังกลับมา หลินเหมยจึงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตกใจ และรีบเดินตามซานหลงไปทันที
“เกิดอะไรกันเจ้าค่ะท่านพี่” หลินเหมย
“นั้นสิอาซาน โวยวายอันใดกัน” เป่ยฮูหยินตะโกนถามเพราะยังติดพันกับการล้างผักอยู่
“อ่าาา จินเออร์หลานตาเกิดอันใด”
เมื่อนายท่านเป่ย เอ่ยชื่อจินเออร์ออกมาเพียงเท่านั้น ทุกคนต่างกรูกันเข้ามาดูจินเออร์ทันที ไม่เว้นแม้แต่คนในตระกูลซูที่กำลังแยกย้ายกันไปทำงานตามคำสั่งก่อนหน้านี้
“จินเออร์นาง...นางสลบไปขอรับ ข้ารบกวนท่านนำนางไปนอนบนเตียงก่อนเถิด” จินหลงที่กำลังตกตะลึงอยู่ เมื่อเห็นว่าทุกคนวิ่งเข้ามาหา จึงตั้งสติได้และเอ่ยออกไป
“ได้ๆ จินหลงเจ้าช่วยจินเออร์ด้วยนะ อย่าให้นางเป็นอันใดไป” ท่านพ่อรีบพูดออกมาระหว่างที่วางจินเออร์ลงบนเตียง
ในตอนนี้สีหน้าของทุกคนต่างเต็มไปด้วยความกังวล และห่วงใยเด็กสาวตรงหน้า ที่นอนสลบอยู่ ไม่เว้นแม่กระทั้งตระกูลซูที่เพิ่งพบเจอและได้รับความช่วยเหลือจากเด็กสาวตรงหน้าที่สลบไปเพียงไม่ทันข้ามเดือน
“ขอรับ ข้าขอตรวจนางสักครู่” น้ำเสียงที่ตอบรับเต็มไปด้วยความกังวล
“รบกวนทุกท่านช่วยออกไปด้วยขอรับ ข้าจำต้องใช้สมาธิ ท่านซานหลงอยู่ช่วยข้าก่อนนะขอรับ”
“ได้ๆ จินหลง รบกวนเจ้าด้วย ส่วนพวกเจ้าตามข้าออกมาเถิด มีเรื่องสงสัยอันใดไว้เราคุยกันข้างนอก”
“ขอรับนายท่าน/เจ้าค่ะนายท่าน”
ตอนนี้ตระกูลซูนั้น ในสายตาที่แสดงถึงความห่วงใยเด็กสาวแล้ว ยังมีความสับสนและสงสัยในตัวของจินหลง กระต่ายน้อยเมื่อสักครู่เต็มไปหมด เพียงแต่ตระกูลซูก็ยังเป็นตระกูลซู ที่จินหลงเลือกมา แม้จะสงสัยและอยากรู้เพียงใดแต่ความภักดีที่แสดงออกมานั้นย่อมมีมากกว่า
“เจ้าว่ามีอันใดให้ข้าช่วยจินหลง”
พรึ่บ// สิ้นคำถามของซานหลง จินหลงได้แปลงกายเป็นมนุษย์ในทันที เพื่อให้สะดวกต่อการรักษา และซานหลงก็ได้แต่อึ้งไปแล้วในตอนนี้ เพราะไม่คาดคิดว่า เจ้ากระต่ายน้อยที่ตนเอ็นดูมาตลอดและให้อยู่ข้างกายลูกสาวของตนเองจะกลายเป็น บุรุษรูปงามไปได้
“เอ่อ เจ้า จินหลงงั้นหรือ”
“ใช่ ข้าเอง หวังว่าท่านจะเก็บเป็นความลับต่อไปได้”จินหลงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง เพราะไม่คิดว่าตนเองจะต้องเปิดเผยความลับในเวลาอันรวดเร็วเพียงนี้
“ขอรับ ข้าจะไม่เอ่ยอันใดออกไปเด็ดขาด”
“ดี งั้นข้าขอตรวจจินเออร์ ห้ามไม่ให้ใครเข้ามาเด็ดขาด ข้าต้องการสมาธิ” หลังจากสั่งความเสร็จ จินหลงได้ยื่นมือไปจับชีพจรเด็กน้อยตรงหน้าและทำการส่งพลังเข้าไปตรวจดูภายในต่างๆ
“ได้” เมื่อรับปากแล้ว ซานหลงจึงไปนั่งรออีกฝั่งหนึ่งในห้องเพื่อคอยดูเหตุการณ์
“นางไม่ได้ป่วยหรือไข้ขอรับ แต่เหมือนที่ข้าคิดไว้ พลังของนางกำลังจะตื่นขึ้นก่อนเวลา” จินหลงละมืออกจากจินเออร์และกล่าวออกมาเมื่อหยุดการส่งพลังเข้าไปตรวจดูอาการ
“ห๊ะ พลังของจินเออร์กำลังจะตื่นขึ้น แย่แล้วๆ ทำเช่นไรดี” ซานหลงรับรู้เรื่องพลังมาพอสมควร จากการบอกเล่าของนายท่านเป่ย จึงพอจะเข้าใจว่า ร่างกายปกติของคนบนโลกนี้ เมื่ออายุ 7 หนาวแล้วพลังในร่างกายจะตื่นขึ้น ความเจ็บปวดที่ได้รับจะเพิ่มขึ้นตามระดับพลังที่สูงขึ้นไปของแต่ละบุคคล
“ไม่ต้องกังวลขอรับ ข้ากางเขตพลังไว้แล้ว จะไม่มีมีใครสามารถเข้ามาในห้องนี้หรือรับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นภายในห้องนี้เด็ดขาด”
“อืมม แล้วเราต้องทำอย่างไรต่อไปละจินหลง นางจะฟื้นตอนไหนกัน”
“คงทำอันใดไม่ได้ขอรับ ต้องรอจนกว่านางจะฟื้นขึ้นมาเอง ส่วนเวลาก็ตามที่ข้าบอกเลยจนกว่าร่างกายนางจะรับพลังไหว นางถึงจะฟื้นขึ้นมา”
“แล้วนางจะเป็นอันใดมากหรือไม่ ข้าเป็นห่วง”
“นางเพียงแค่อ่อนแอเกินที่จะรับพลังไว้ได้ขอรับ จึงทำให้ตนเองนิทราไปแบบนี้ เมื่อพลังนางตื่นขึ้นมาแบบสมบูรณ์แล้ว นางจะตื่นขึ้นมาเอง”
“ข้าว่าระหว่างนี้ พวกท่านทำก็ช่วยดูแลตนเองและกิจการที่นางต้องการเถิด เมื่อนางฟื้นขึ้นมาจะได้สบายใจ”
“ได้ ข้าเชื่อเจ้าจินหลง ฝากเจ้าดูแลนางด้วย”
หลังจากนั้นซานหลงและจินหลงจึงออกมาจากห้องพักของจินเออร์ และอธิบายเรื่องราวต่างๆ ให้ทุกคนรวมไปถึงคนในตระกูลซูฟัง แม้จะตกตะลึงอยู่บ้างแต่ทุกคนก็พยาายามเข้าใจ นอกจากนี้ตระกูลซูแม้เพียงอยากทรยศเพียงใด แต่สัญญาชีวิตนั้น ก็ได้ผูกมัดชีวิตของตนเองไว้แล้ว จึงมั่นใจได้ว่า ความลับนี้จะไม่รั่วไหลไปไหนเด็ดขาด
เมื่อจบเรื่องแม้จะเป็นห่วงจินเออร์เพียงใด แต่งานที่จินเออร์ได้สอนทุกคนไว้ ณ ตอนนี้จึงเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจทุกคนไว้ วันเวลาผ่านไปเข้าสู่หน้าหนาว ได้ 1 สัปดาห์แล้ว ยังไม่มีท่าทีการตื่นขึ้นของคนตัวเล็กตรงหน้า มีเพียงแค่ร่างกายที่ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไป
ส่วนกิจการกิมจิของจินเออร์ มารดาของนางได้ทำการปรับปรุงรสชาติและสูตรกิมจิให้มากขึ้น จากนั้นจึงนำออกไปทดลองให้ชาวบ้านแถวนี้ชิมกัน ผลปรากฏว่า ชาวบ้านต่างชื่นชมในรสชาติเป็นอย่างมาก นอกจากจะไม่ต้องอดทานผักในหน้าหนาวแล้ว รสชาติของกิจจิตรงหน้า ก็แตกต่างจากผักดองของชาวบ้านนัก เพราะมีรสชาติที่ดีกว่าและผักนั้นก็ยังมีความกรอบและสดอยู่พอสมควรตามระยะเวลาที่ทำการหมักไว้
เมื่อเห็นว่าผลตอบรับที่ได้ดีเกินคาด ตระกูลเป่ยจึงลองนำสินค้าที่มีมาออกขาย ตามเหลาอาหารที่รู้จักและคนรู้จัก กลายเป็นว่ามีการสั่งซื้อมากมาย ส่วนเรื่องราคานั้น เนื่องจากตระกูลซู เป็นคนชนชั้นสูงมาก่อน จึงพอจะทราบราคาอาหารแต่ละอย่าง จึงแนะนำราคาที่สามารถขายได้อย่างเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย
เพียงแต่จินหลงที่รับรู้ว่าเด็กน้อยของตนเองที่นอนหลับใหลอยู่นั้น ต้องการความร่ำรวยมากกว่าสิ่งใด จึงคอยแนะนำและสั่งสอนสิ่งต่างๆ ให้แก่ตระกูลเป่ย อีกทั้งยังมีความรู้อื่นๆ จากความทรงจำของจินเออร์ให้แก่คนในตระกูลไปด้วย
กลายเป็นว่านอกจากกิจการกิมจิหลากหลายสูตรที่กำลังไปได้ดีแล้วนั้น ยังมีเมนูอาหารจากภพก่อนของจินเออร์อีกด้วยในตอนนี้
ปล.1 อ่าาาทุกคน มาตื่นเต้นไปกับน้องกันนน ทะเลกว้างเพียงใด นิยายเรากว้างกว่าเลย วอนคุณรี้ด มาติดตามและคอมเมนท์ไปด้วยกันน้า