บทที่ 10 ปลุกสายเื
ถังซานครุ่นคิดอย่างละเอียดถึงการดำรงอยู่ขององค์กรไถ่ถอน การที่กองกำลังนี้สามารถก่อตั้งขึ้นและเคลื่อนไหวอยู่ในความมืด ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป็เพราะจิตสำนึกของมนุษย์บางคนที่เข้าใจอย่างลึกซึ้งว่าพวกเขากำลังอาศัยอยู่ในโลกแบบใด
จากสัดส่วนจำนวนทาสมนุษย์ในตระกูลหมาป่าวายุ ก็สามารถเห็นได้ว่ามนุษย์ในโลกนี้มีจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว
อีกสามวันหรือ?
วันที่สองหลังจากติดประกาศ แต่ละหมู่บ้านก็มีการตอบสนอง ทาสในหมู่บ้านก็มีผู้รับผิดชอบดูแล ซึ่งก็คือปีศาจหมาป่านั่นเอง
เช้าตรู่ ปีศาจหมาป่าก็เรียกทุกคนในหมู่บ้านมารวมกัน ไม่ว่าจะเป็ชายหญิง เด็กหรือคนแก่ ล้วนต้องมาทั้งหมด
เพียงแต่มนุษย์ที่มีอายุมากนั้น ดวงตาของพวกเขาล้วนเต็มไปด้วยความเรียบเฉยและชาชิน ส่วนคนหนุ่มสาวที่อายุราวยี่สิบปี สีหน้าของพวกเขายังคงมีความหวังอยู่บ้าง เห็นได้ชัดว่าพวกเขามีโอกาสที่สายเืหมาป่าวายุจะตื่นขึ้นมากที่สุด
ถังซานยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชน ในใจของเขาเปี่ยมไปด้วยความเศร้าสลด กลุ่มมนุษย์ที่นี่กำลังหวังว่าแม่ของตนเองเคยถูกปีศาจย่ำยี เพื่อให้ตนเองมีสายเืปีศาจอยู่เพียงเล็กน้อย ช่างเป็เื่ที่น่าเศร้าเหลือเกิน
สำหรับการปกครองของเผ่าปีศาจและเผ่าภูต ถังซานไม่ได้รู้สึกไม่พอใจอะไร เพราะนี่คือกฎเกณฑ์ดั้งเดิมของโลกใบนี้ แต่ในฐานะที่เป็มนุษย์ การได้เห็นเผ่าพันธุ์เดียวกันชาชินกับการเป็ทาสเพียงเพื่อให้มีชีวิตรอด ทำให้จิตใจของเขาเต็มไปด้วยความเศร้าโศก
ตลอดแปดปีที่ผ่านมา ความรู้สึกเหล่านี้สั่งสมจนทำให้เขาตัดสินใจว่า นอกจากการตามหาภรรยาแล้ว เขาจะต้องหาวิธีมอบโอกาสให้มนุษย์ในโลกใบนี้ ให้มนุษย์มีความแข็งแกร่งอย่างแท้จริง และสามารถมีชีวิตอยู่ในโลกนี้ได้อย่างมีศักดิ์ศรี
"ทาสทั้งหลาย จงฟังให้ดี อีกครู่หนึ่งข้าจะทำการปลุกสายเืให้พวกเ้า ผู้ใดที่มีสายเืของตระกูลหมาป่าวายุตื่นขึ้นมา จะได้รับสิทธิ์เข้าร่วมการทดสอบในอีกสองวัน หากผ่านการทดสอบ และหากมีพลังสายเืเพียงพอ จะได้เป็บริวารและได้เข้าเมืองเพื่อศึกษาเล่าเรียน
บริวารที่โดดเด่นอาจได้รับสิทธิพิเศษเทียบเท่าเผ่าพันธุ์ของข้าในภายหน้า นี่คือโอกาสของพวกเ้า โอกาสที่จะทะยานสู่ท้องนภา ดังนั้น ระหว่างการตื่นขึ้นของสายเื จงรับรู้ถึงสายเืของตัวเอง อย่าได้กดข่มความเปลี่ยนแปลงใด ๆ จงปล่อยให้การเปลี่ยนแปลงแสดงออกมา พวกเ้าเข้าใจหรือไม่?"
ทาสมนุษย์ทั้งหมดค้อมกายพร้อมกันด้วยท่าทางหวาดกลัวและเกรงขาม
ปีศาจหมาป่าพยักหน้าด้วยความพอใจ ยื่นเขี้ยวออกมา ดวงตาของมันค่อย ๆ เปล่งประกายสีฟ้าหม่น แววตาดุดัน มันเงยหน้าขึ้นทันใดและเปล่งเสียงหอนแหลมยาวออกมา
"บรู๊ววว..." พร้อมกับเสียงหอนนั้น ก็มีเสียงหอนนับไม่ถ้วนดังตอบรับกลับมาจากที่ไกล ๆ
ถังซานยืนอยู่ค่อนไปทางด้านหลัง แต่ด้วยการรับรู้ที่แข็งแกร่งของเขา ทำให้ััได้ชัดเจนว่าเมื่อปีศาจหมาป่าเปล่งเสียงคำรามออกมา สายเืในร่างของมันก็เดือดพล่านราวกับะเิออกมาเป็คลื่นชีพจรร้อนแรง คลื่นพลังนี้แผ่ขยายออกไป ทำให้ร่างของมนุษย์ที่อยู่ในที่นั้นสั่นเทาเบา ๆ
"บรู๊ววว..." ขณะที่เสียงหอนแรกกำลังจะสิ้นสุด ปีศาจหมาป่าก็เปล่งเสียงหอนอีกครั้ง พลังสายเืก็ยิ่งเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ
ทันใดนั้น ชายหนุ่มมนุษย์ที่อยู่ทางด้านซ้ายของถังซานก็สั่นสะท้านขึ้นมาอย่างกะทันหัน ราวกับกำลังทนทุกข์ทรมานจากอะไรบางอย่าง เขาร้องโหยหวนออกมาก่อนจะล้มคะมำไปข้างหน้า ทั้งมือและเท้าแนบติดพื้น ขนสีเทาอมฟ้าค่อย ๆ งอกออกมาจากิั แต่ดูเหมือนว่าเขาจะทนความเ็ปไม่ไหว จึงกลิ้งไปมาอยู่กับที่
นี่คือการตื่นขึ้นของสายเืตระกูลหมาป่าวายุหรือ?
ถังซานไม่ได้รีบแสดงตัวออกไป แต่เฝ้าสังเกตการณ์อยู่เงียบ ๆ
นอกจากชายหนุ่มคนนั้นแล้ว อีกด้านหนึ่งที่ค่อนข้างไกลออกไป ก็มีเด็กสาวอายุราวสิบกว่าปีกุมศีรษะทั้งสองข้าง ก่อนจะทรุดลงกับพื้น ดูเหมือนว่าร่างกายของนางก็เกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่างขึ้นช่นกัน
นอกจากสองคนนี้แล้ว คนอื่น ๆ ก็แค่สั่นสะท้าน แต่ไม่มีอาการอะไรมากไปกว่านั้น เมื่อพวกเขาเหลือบมองสองคนนั้น ในดวงตากลับเต็มไปด้วยความริษยา
"โฮ่ว!" เมื่อเสียงหอนของหมาป่าดังขึ้นเป็ครั้งที่สาม ถังซานก็รู้ว่าตนเองก็ไม่อาจรอต่อไปได้อีก
เขารีบย่อตัวลง กุมศีรษะทั้งสองข้าง แสดงท่าทางเ็ปทรมาน ทำให้เด็ก ๆ รอบข้างต่างใกันไปตาม ๆ กัน
เมื่อเสียงหอนทั้งสามครั้งสิ้นสุดลง สายตาของปีศาจหมาป่าก็กวาดมองมาที่ฝูงชน การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับถังซานและอีกสองคนนั้นมีการเปลี่ยนแปลงมากที่สุด จึงเป็ที่สะดุดตาอย่างเห็นได้ชัด ปีศาจหมาป่าเดินเข้ามาหาแล้วลากพวกเขาออกไปทีละคน
ชายหนุ่มที่มีขนงอกออกมาจากร่างกายนั้น ยังคงบิดเร่าอยู่บนพื้น ร่างกายเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน น้ำลายไหลออกจากปาก ดูเหมือนว่าจะไม่ได้สติแล้ว
ถังซานและเด็กหญิงคนอื่น ๆ ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก เด็กหญิงคนนั้นมีเพียงขนที่งอกออกมาบริเวณลำคอเท่านั้น มีเพียงถังซานที่ร่างกายไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ เลย
ปีศาจหมาป่าไม่สนใจชายหนุ่มและหญิงสาว แต่กลับเตะถังซานจนกลิ้งไปสองรอบ
"ไอ้หนู เ้าต้องรู้ไว้ว่าการแอบอ้างสายเือันสูงส่งของเผ่าพันธุ์พวกข้านั้นมีผลร้ายแรงเพียงใด เ้าจงภาวนาให้เ้าจะมีปฏิกิริยาตอบสนองจริง ๆ เถิด ไม่เช่นนั้น ฮึ ๆ พรุ่งนี้เ้าก็จะกลายเป็อาหารบนแท่นบูชา พาพวกมันไป!"
ปีศาจหมาป่าระดับสองหลายตัวเข้ามาจับทั้งสามคนพาออกไป โยนขึ้นรถม้าแล้วลากจากไป
ทาสที่มีสายเืหมาป่าวายุตื่นขึ้นมีจำนวนน้อยกว่าที่ถังซานคาดไว้ เมื่อพวกเขาถูกนำตัวมารวมกัน ทั้งหมดก็มีเพียงสิบสามคนเท่านั้น อายุแตกต่างกันไป มีทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ในจำนวนนั้น คนที่มีปฏิกิริยาและการเปลี่ยนแปลงชัดเจนที่สุดคือคนที่มีร่องรอยการเปลี่ยนเป็หมาป่าทั่วร่างกาย มีอยู่สี่คน หากตัดสินจากภายนอก คนที่มีสภาพเช่นนี้น่าจะมีสายเืหมาป่าวายุที่เข้มข้นกว่าคนอื่น
ถังซานมีการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายน้อยที่สุด เพราะไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลย ส่วนคนอื่น ๆ ล้วนมีการเปลี่ยนแปลงบ้างไม่มากก็น้อย
พวกเขาถูกรวมตัวกันไว้ เพื่อรอการทดสอบสายเืพร้อมกันในวันพรุ่งนี้
สิ่งที่ทำให้ถังซานรู้สึกประหลาดใจคือ คืนนี้อาหารเย็นของพวกเขามีเนื้อสัตว์ด้วย นี่เป็ครั้งแรกที่เขามีโอกาสได้กินเนื้อสัตว์นับั้แ่มาถึงโลกใบนี้ แต่เขากลับไม่รู้สึกเจริญอาหารเลย
จากชายหนุ่มมนุษย์ทั้งสี่คนที่มีการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายมากที่สุด สามคนเสียชีวิตก่อนมื้อเย็น
ถังซานได้ไปตรวจดูร่างของพวกเขา สาเหตุล้วนเหมือนกันหมด ร่างกายที่อ่อนแอของทาสไม่สามารถทนต่อการเปลี่ยนแปลงเมื่อพลังเทพอสูรจำแลงตื่นขึ้น ทำให้อวัยวะภายในล้มเหลวหรือเส้นเืแตกจนเสียชีวิต
ศพทั้งสามถูกปีศาจหมาป่านำออกไปตรวจสอบในยามค่ำ คนที่เหลือต่างนั่งกินอาหารเงียบ ๆ ไม่มีผู้ใดเอ่ยปากกล่าวอะไร
อาหารมื้อเย็นยังคงหยาบกร้านเช่นเคย แม้แต่เนื้อสัตว์ก็ยังเป็ชนิดที่มีเนื้อหยาบ ไม่รู้ว่าเป็เนื้อสัตว์อะไร เพียงแค่ต้มให้สุกเท่านั้น ไม่มีรสชาติอะไรเลย
หลังกินมื้อเย็นเสร็จ ถังซานก็หาที่มุมหนึ่งนั่งพิงเงียบ ๆ
อีกสองวันจะมีการทดสอบสายเื เื่การทดสอบสายเืปีศาจหมาป่านั้นเขาไม่กังวล เมื่อกล้ามา เขาย่อมมีวิธีของเขาอยู่แล้ว
ขณะที่เขาหลับตาพักผ่อนและกำลังจะเริ่มฝึกวิชาเสวียนเทียนอย่างเงียบ ๆ จู่ ๆ เขาก็รู้สึกถึงบางอย่าง จึงลืมตาขึ้นโดยสัญชาตญาณ
ทันใดนั้น เขาก็เห็นว่ามีคนหนึ่งมานั่งอยู่ข้างกาย เป็เด็กสาวที่ดูอายุมากกว่าเขาเล็กน้อย และมาจากหมู่บ้านเดียวกับเขา
แม้เด็กสาวจะดูอายุมากกว่าเขา แต่ที่จริงแล้วรูปร่างผอมเล็กกว่าเขา แม้ใบหน้าจะดูมอมแมมไปบ้าง แต่ก็ยังดูน่ารักอยู่
"เ้า..." เด็กสาวอ้าปากพูด เสียงแหบพร่าเล็กน้อย
ระหว่างมนุษย์และทาสมีการสื่อสารกันน้อยมาก ผู้ใหญ่ยังพูดคุยกันมากกว่า พวกเด็ก ๆ เหล่านี้ไม่เคยได้รับการศึกษาใด ๆ มาั้แ่เด็ก จึงไม่รู้เื่รู้ราวอะไรเลย
"เ้าทำได้จริง ๆ หรือ?" เด็กสาวถามเสียงเบา
ถังซานมองนางด้วยความประหลาดใจ เด็กสาวกระซิบเสียงต่ำ "ถ้าทำไม่ได้ จะ… จะตายนะ"
นางเป็ห่วงข้าหรือ? ความอบอุ่นแผ่ซ่านในใจถังซานอย่างบอกไม่ถูก นี่เป็ครั้งแรกที่เขารู้สึกถึงความอบอุ่นนับั้แ่มาถึงโลกใบนี้

มีช่องทางสุดคุ้มมาให้นักอ่านที่ชอบอ่านเื่ ตำนานจอมยุทธ์ภูติถังซาน การกลับมาของถังซาน ความสนุกภาคล่าสุดที่สาวกถังซานพลาดไม่ได้ สามารถอ่านแบบรายเดือนได้ที่ Bookfet ทักสอบถามได้เลยทางไลน์ @Bookfet