บทที่ 37 ท่านควรหัดสู้คนบ้าง!
พ่อเฒ่าอวิ๋นถอนหายใจเบา ๆ
“จางซื่อเป็นผู้หญิง แล้วตัวข้าก็เป็นผู้ชาย ขืนข้าตอบโต้หรือทำร้ายร่างกายของนาง ตัวข้ามีแต่จะดูแย่เสียเปล่า ๆ นอกจากนี้เจ้าก็น่าจะรู้ว่าจางซื่อสามารถร่ายด่าคนได้นานแค่ไหน?”
ตั้งแต่เล็กจนแก่ พ่อเฒ่าอวิ๋นเป็นผู้รู้หนังสือมาโดยตลอด หากจางซื่อยังคงทำร้ายลูกสาวของตนมากไปกว่านี้ เขาคงจะโกรธมาก
อวิ๋นซิ่วชิงขมวดคิ้วเมื่อได้ยินคำพูดของพ่อเฒ่าอวิ๋นอย่างช่วยไม่ได้ นางคิดว่าอาจเป็นเพราะความหยิ่งผยองจากแม่ของนางที่ทำให้พ่อเฒ่าอวิ๋นกลายเป็นคนที่ไม่ค่อยสู้คนเป็นแน่
“ท่านพ่อ ท่านไม่ได้ทำอะไรผิด ครอบครัวของเราแต่ไหนแต่ไรก็มีคุณธรรมมาตลอด โดยเฉพาะตัวท่านที่ไม่อยากจะทะเลาะกับผู้หญิง แต่นี่ท่านพ่อก็เห็นว่าป้าจางพยายามกอบโกยทรัพย์สมบัติในครอบครัวเรา แต่ตอนนี้ครอบครัวเราไม่มีอะไรให้ปอกลอกแล้ว คิดได้หรือยังว่าทำไมป้าจางถึงต้องมาด่าเรากันล่ะ?”
การที่จางซื่อทำกับพ่อนั้น อวิ๋นซิ่วชิงไม่อาจทนได้
อวิ๋นซิ่วชิงไม่เสียใจที่ด่าว่าและสั่งสอนอีกฝ่ายไปจนยับ
“ชิงเหนียง ป้าจางไม่สามารถทำอะไรเราได้อีกแล้ว ไม่ต้องไปสนใจนางอีก” ในสายตาของพ่อเฒ่าอวิ๋น เขารู้สึกว่ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร และนอกเหนือจากนี้ จางซื่อยังเป็นเพียงหญิงหม้าย นางจะไปมีปัญญาทำอะไรพวกเขา!
อวิ๋นซิ่วชิงตบโต๊ะ!
วันนี้นางต้องปรับทัศนคติให้พ่อเฒ่าอวิ๋นเสียใหม่ เพราะหากเขายังเป็นแบบนี้ต่อไป เมื่อไหร่ที่นางไม่อยู่บ้าน พ่อของนางอาจถูกแม่และเฉียวฮุ่ย รวมทั้งอวิ๋นหมิงเซียวรังแกเป็นแน่
พ่อเฒ่าอวิ๋นตกใจกับเสียงของอวิ๋นซิ่วชิง จึงตบโต๊ะและดุนางเสียงเข้ม “ชิงเหนียง! แต่ก่อนเจ้าไม่เคยเรียนรู้เรื่องมารยาทเลยหรือ? เมื่อก่อนเจ้าไม่เคยเป็นแบบนี้ แต่ตอนนี้...”
“ท่านพ่อ ท่านไม่รู้หรือว่าทำไมข้าถึงต้องกลายเป็นแบบนี้?!” อวิ๋นซิ่วชิงขมวดคิ้ว น้ำเสียงของนางก็ไม่ดีเช่นกัน
พ่อเฒ่าอวิ๋นถึงกับพูดไม่ออกเมื่อเห็นท่าทีและคำพูดของลูกสาวตัวเอง
เมื่อก่อนเขามักจะไม่ค่อยอยู่ในคฤหาสน์ ไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นในตระกูล ทว่าตอนนี้ตระกูลอวิ๋นล้มละลายแล้ว และเขายังรู้ว่าเหตุใดอวิ๋นซิ่วชิงจึงหงุดหงิดและมีท่าทีที่เปลี่ยนไปมาก
พ่อเฒ่าอวิ๋นรู้สึกเสียใจกับคำพูดของตัวเอง
“พ่อไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น พ่อแค่หมายความว่า มันจะเสียสุขภาพจิตที่จะอารมณ์เสียตลอดเวลา” พ่อเฒ่าอวิ๋นกล่าวอย่างรู้สึกผิด
อวิ๋นซิ่วชิงรู้ว่าสิ่งที่นางพูดเป็นเรื่องเครียด นางนั่งลงบนเก้าอี้ที่อยู่ถัดจากพ่อเฒ่าอวิ๋นและพูดขึ้น “ท่านพ่อ ท่านเองก็ควรต้องเปลี่ยนตัวเองให้กล้าพูด และเข้มงวดให้มากกว่านี้ แต่ก่อนทั้งตระกูลอวิ๋นของเราต่างก็พึ่งพาและเชื่อฟังแต่ท่าน แต่ตอนนี้เราไม่มีอะไรแล้ว พวกเขาจึงไม่ฟังเราอีก ดังนั้นในเวลานี้ ท่านจะพูดอย่างที่ท่านว่ามาเมื่อครู่ไม่ได้!”
พ่อเฒ่าอวิ๋นถอนหายใจและพยักหน้า “ข้ารู้ ข้ารู้ ชิงเหนียง! พ่อจะพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเอง แต่แค่ยังไม่คุ้นเคยกับอะไรหลายอย่างในช่วงสองวันที่ผ่านมา”
อวิ๋นซิ่วชิงมองไปยังใบหน้าเศร้าโศกของพ่อเฒ่าอวิ๋นพลางถอนหายใจ นางรู้จากความทรงจำเจ้าของร่างเดิมว่าพ่อของนางเป็นคนที่ไม่ค่อยโกรธใคร แถมยังเป็นคนที่อ่อนโยนมาก
ช่วงเวลาที่ตระกูลอวิ๋นยังคงร่ำรวย ทั้งเฉียวฮุ่ย นางอวิ๋น ต่างก็พากันเชื่อฟังพ่อเฒ่าอวิ๋น เพียงเพราะเขาเป็นผู้กุมทรัพย์สมบัติและดูแลความเรียบร้อยต่าง ๆ ภายในตระกูลได้
แต่ตอนนี้กลับต่างกัน เมื่ออวิ๋นหมิงเซียว พี่ชายผีพนันของนางทำให้ตระกูลอวิ๋นแทบสิ้นเนื้อประดาตัว ทำให้ทั้งนางอวิ๋นและเฉียวฮุ่ยต่างไม่เคารพพ่อของนางอีกต่อไป
พ่อเฒ่าอวิ๋นเข้าใจในสิ่งที่อวิ๋นซิ่วชิงพูด เขาไม่ใช่คนโง่ และสิ่งที่เกิดขึ้นในคฤหาสน์เมื่อสองวันที่ผ่านมามันทำให้ชายชราได้เห็นความจริงทุกอย่าง
แต่มันก็ยังยากที่ชายชราจะยอมรับอยู่ดี
เมื่อเห็นพ่อของนางเงียบ อวิ๋นซิ่วชิงรู้ว่าพ่อเฒ่าอวิ๋นกำลังคิดอะไรบางอย่างในใจ
แต่แล้วจู่ ๆ ท้องของนางก็ร้องดังขึ้นมา “ท่านพ่อรออยู่ที่นี่นะ ข้าจะไปทำอาหารให้ท่าน”
พ่อเฒ่าอวิ๋นพยักหน้า
จากนั้นอวิ๋นซิ่วชิงก็ไปที่ห้องครัวเพื่อทำอาหาร นางทำความสะอาดกระต่ายที่ผูเว่ยชางให้นางมาเมื่อวานนี้
นางจัดการหมักเนื้อเพื่อเตรียมปรุงอาหารให้พ่อตัวเองในตอนเที่ยง
อวิ๋นซิ่วชิงทำโจ๊กและผัดหน่อไม้ ทว่าขณะที่นางกำลังจะจัดอาหารให้พ่อ นางก็ได้กลิ่นเหม็นโชยมา
หญิงสาวหันไปตามกลิ่นก็พบว่าเป็นอวิ๋นหมิงเซียวที่กำลังเดินมายังห้องครัว!