CHESS:พลิกกระดานเทพ

    ตอนที่ 15.1 หนีจากที่นี้

        หลังจากวิ่งวนอยู่ในเกมของเทพโธธมานาน ในที่สุดอากิก็พบสิ่งที่เขากำลังตามหา


     


        "โคลโบล:โฮ่ง โฮ่ง โฮ้งๆๆๆๆ!"


        (ข้าได้กลิ่นเลือดของสัตว์ไร้ขน... แต่ข้าก็เจอสัตว์ประหลาดด้วย มันน่ากลัวมาก)


     


        "โคลโบล:โฮ่งโฮงโฮ้งกัลฮือ! ฮ่า!"


        (จากที่ฟังมา เจ้าจะบอกว่าสัตว์ไร้ขนน่ากลัวรึ! ฮ่า!)


     


        อากิที่ได้ยินเสียงพวกโคลโบลก็ชะลอฝีเท้า ก้าวอย่างระมัดระวังเพื่อหาต้นตอของเสียงนั้น


     


        "อากิ:เหมือนจะเจอแล้วนะ"


     


        [อลิส:ระวังด้วยนะคะ]


     


        {\โธธ:เอาละ เมื่อเจ้าเจอสิ่งที่ต้องการ เกมก็คงจะจบลงแล้ว}


     


        อากิยิ้มบางๆ ก่อนตอบกลับเสียงนั้นด้วยน้ำเสียงสุภาพ


     


        "อากิ:ขอบคุณสำหรับการช่วยเหลือครับ"


     


        เขาค่อยๆ ย่องลึกเข้าไปในเส้นทาง จนกระทั่งมาถึงทางแยกประหลาดเป็น ทางแปดแยก ซึ่งนี่เป็นครั้งแรกที่เขาเจอเส้นทางลักษณะนี้


     


        "อากิ:นี่มัน... ทางแปดแยกเหรอ"


     


        [อลิส:ท่านอากิ อย่าเพิ่งสนใจเรื่องนั้นค่ะ]


     


        "อากิ:ขะ-ขอโทษที ฉันไม่เคยเห็น เลยแปลกใจนิดหน่อย"


     


        เขาก้าวมาที่ขอบของทางแปดแยกอย่างเงียบกริบ ก่อนค่อย ๆ โผล่หน้าออกไปสังเกตเส้นทางทีละด้าน ไล่จากขวาไปซ้าย จนกระทั่งในช่องทางที่สี่ เขาได้ยินเสียงนั้นชัดเจนที่สุด…


     


        "โคลโบล:ฮ่าฮ่าฮ่า โฮ้งโฮ้งโฮ่ง"


        (ฮ่าฮ่าฮ่า เจ้าขี้ขลาด)


     


        อากิที่ได้ยินเสียงชัดจากทางนี้ ก็ค่อย ๆ โผล่ออกไปดู สิ่งที่เขาเห็นคือโคลโบล 5 ตัว และหนึ่งในนั้นคือตัวที่หนีมา กำลังคุกเข่าอยู่ต่อหน้าอีก 4 ตัวซึ่งหัวเราะเยาะมันอย่างชัดเจนจากน้ำเสียงและท่าทาง


     


        อากิรีบดึงหน้ากลับมา


     


        'อากิ:มี 5 ตัว... และหนึ่งในนั้นคือตัวที่หนีมา แต่ดูจากสภาพ อีกสองตัวนี่อันตรายสุด ๆ เลยไม่ใช่หรือไง!'


     


        ลักษณะของเหล่าโคลโบลที่อากิได้เห็นนั้น หายากมาก—มันมีตัวโล่ 2 ตัว, ตัวหน้าไม้ 1 ตัว และตัวที่ใหญ่ที่สุดใช้ดาบคู่ แถมอาวุธของพวกมันยังดูดีและแข็งแรงมากอีกด้วย


     


        อากิที่เห็นก็เกิดความกังวล จึงถามอลิสว่า


      


        *"อากิ:เอาไงดี อลิส"*


     


        [อลิส:ดิฉันว่าควรถอยค่ะ เราแพ้เรื่องจำนวน แถมดูจากอุปกรณ์แล้วพวกนี้คงไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่จะชนะได้ง่าย ๆ]


     


        'อากิ:ก็ตามที่อลิสว่า... ฉันควรกลับไปหาทุกคนและหาทางรับมือ มากกว่าลุยเดี่ยวแบบนี้'


     


        อากิที่คิดได้ก็เริ่มค่อย ๆ ถอยออกมา แต่ไม่รู้เลยว่าพวกโคลโบลรู้ตัวแล้ว


     


        "โคลโบล:ฟุดฟุด"


     


        "โคลโบล:โฮ่ง โฮง..."


        (ข้าได้กลิ่นสัตว์ไร้ขน)


     


        "โคลโบล:ฮึ! โฮงโฮง โฮ๋ง!"


        (ฮึ! คงตามเจ้านี่มานั่นแหละ)


     


        "โคลโบล:โฮ่งเฮ่าโฮ้ง"


        (งั้นไปฆ่ามันกัน)


     


        [อลิส:ท่านอากิ... เหมือนจะไม่ทันแล้วนะคะ]


     


        *"อากิ:หมายความว่าไง"*


     


        [อลิส:พวกมันกำลังเดินมาค่ะ]


     


        *"อากิ:ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลย มันจะรู้ได้ยังไง"*


     


        [อลิส:ดิฉันคิดว่า... ตรงจุดแปดแยกนี้ เป็นจุดบรรจบลมจากหลายทางค่ะ ซึ่งกลิ่นของท่านอาจจะผสมไปกับลมแล้วกระจายไปหาพวกโคลโบล]


     


        *"อากิ:แล้วจะเอาไง วิ่งเลยไหม"*


     


        [อลิส:การวิ่งก็เป็นความคิดที่ดีค่ะ แต่นั่นก็ต่อเมื่อมันไม่มีตัวโจมตีระยะไกล แต่ตอนนี้มันมีตัวหน้าไม้ ซึ่งอาจยิงใส่ท่านระหว่างวิ่งหนีได้]


     


        *"อากิ:...คงต้องสู้ใช่ไหม"*


     


        [อลิส:...จัดการตัวหน้าไม้ให้ได้แล้วค่อยวิ่งค่ะ]


     


        *"อากิ:โอเค... งั้นทำยังไงดี ในเมื่อมันเยอะกว่าเรา"*


     


        [อลิส:มาลดจำนวนมันกันค่ะ]


     


        "*อากิ:ยังไง"*


     


        [อลิส:ท่านไปแอบตรงมุมทางเดิน พร้อมถือดาบยาวและตั้งท่าให้มั่นนะคะ พอมันเดินมาในระยะ ดิฉันจะให้สัญญาณ แล้วท่านก็เหวี่ยงดาบออกไปสุดแรงให้เร็วที่สุด]


     


        "อากิ:อืม"


     


        หลังจากได้แผนจากอลิส เขาก็ไปแอบตรงมุมปากทางออกแยก พร้อมดึงดาบยาวแห่งการลงทัณฑ์ออกมา ตั้งท่าย่อตัวลง เอาดาบไว้ด้านซ้ายของตัวเอง พร้อมเหวี่ยงเต็มแรง


     


        เหล่าโคลโบลที่เดินมาใกล้ทางแยกก็หยุด


     


        "โคลโบล:โฮ่ง"


        (ดมกลิ่น)


     


        "โคลโบล:ฟิดฟิด"


     


        "โคลโบล:เฮ้า เฮ่าโฮ้งโฮ่ง"


        (มีกลิ่นเดียวแต่แรงมาก มันอาจดักโจมตี)


     


        "โคลโบล:ฮึโฮ้งโฮ้งโฮ่งเฮ่า"


        (ฮึ ตัวเดียวยกโล่เดินขึ้นไป)


     


        หลังจากหยุด เจ้าตัวถือดาบคู่ก็สั่งให้ตัวถือหน้าไม้ไม่ดมกลิ่นเพื่อเช็ค ก็พบว่ามีกลิ่นเดียวและใกล้มาก โคลโบลตัวดาบคู่ที่ได้ยินก็สั่งให้อีก 2 ตัวยกโล่และเดินนำไป อากิที่เห็นว่าพวกมันเริ่มมาใกล้ก็เริ่มเปิดใช้งานสกิล ส่วนอากิที่ได้ยินอลิสเปิดใช้งานสกิล ความตื่นเต้นในตัวเขาก็เริ่มเพิ่มขึ้น


     


         [อลิส:เปิดใช้งานสกิลใจเย็น เปิดใช้งานสกิลสมาธิ พาสซีทสกิลการใช้ดาบทำงาน เปิดใช้งานสกิลการใช้ดาบ เปิดใช้งานสกิลอะดรีนาลีน ใช้งานสกิลฟัน]


     


         อากิที่เตรียมพร้อมอยู่ก็เห็นเงาของโคลโบลที่เดินมาแล้ว แต่เขาก็ยังรอสัญญาณจากอลิส โคลโบลที่ยังไม่เห็นอากิก็เดินขึ้นมาอีก อากิที่เห็นตัวนั้นแล้วก็ยังไม่ฟัน เขากัดฟันแน่นพร้อมปลดปล่อยทุกเมื่อ จนเวลานั้นมาถึง สัญญาณจากอลิส


     


        [อลิส:เอาเลยค่ะ]


     


        "อากิ:หืย!"


     


        หลังจากได้สัญญาณ อากิก็เหวี่ยงดาบออกมาจากมุมจากเดิน ตัวโคลโบลที่ยกโล่เดินมาอยู่แล้วก็หันมาทางอากิพร้อมโล่ หวังจะกันอากิ แต่เมื่อมันเห็นอากิและดาบนั้น มันก็รู้สึกได้ถึงความตาย


     


        "ฟ้าว!! ปั้ก! แกรก!! ฉวับปัก!!"


     


        สิ่งที่โคลได้ยินก็คือเสียงดาบที่ผ่านอากาศมาอย่างรวดเร็วก่อนที่จะปะทะกับโล่ของมัน ก่อนที่จะได้ยินเสียงการทำลายอันทรงพลัง และตามด้วยเสียงเนื้อและกระดูกที่ถูกตัด ก่อนที่มุมมองของมันจะค่อยๆ ตกจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ มันได้มองร่าง ๆ หนึ่งที่ถูกตัด ก่อนที่ร่างนั้นจะล้มลงพร้อมกับโลหิตที่ไหลล้น ก่อนที่ภาพของมันจะดับไป


     


        [อลิส:ท่านสังหารโคลโบลวอริเออร์ เลเวล 29 ได้รับ EXP 204


    ได้รับเหรียญจากการสังหารโคลโบลวอริเออร์ 5 เหรียญทองแดง]


     


        เจ้าตัวที่ถือโล่อีกตัวที่ยืนข้าง ๆ พอเห็นว่าเพื่อนมันที่โดนฟันตัวขาดพร้อมกับโล่ ก็ยืนนิ่งด้วยความกลัว ในจังหวะนั้นก็มีเสียงร้องมาจากด้านหลัง


     


        "โคลโบล:โฮ่ง~~! โฮ่ง~~!"


        (สัตว์ประหลาด! สัตว์ประปลาด!)


     


        ตัวที่อยู่หลังสุดร้องออกมาด้วยน้ำเสียงที่สิ้นหวัง ความกลัวที่มันได้รับจากอากิยังฝังลึก


     


         อากิที่ฟันตัวหนึ่งได้ ก็พุ่งเอาไหล่กระแทกกับตัวที่มันยกโล่ และอึ้งกับสิ่งที่เห็นต่อทันที


     


        [อลิส:ใช้งานสกิลกระแทก]


     


        "ทุบ!"


     


        อากิกระแทกมันจนล้ม ก่อนจะยกดาบขึ้นมาจะฟันมัน แต่ก่อนที่เขาจะได้หัน อลิสก็พูดขึ้นมาว่า


     


        [อลิส:ท่านอากิหลบ!]


      


        [อลิส:ใช้งานสกิลเร่ง]


     


        อากิโยกตัวกระโดดหลบไปอย่างรวดเร็ว


     


         "เกร็ง!!!"


     


         ก่อนที่จะได้ยินเสียงโลหะปะทะกับพื้น พอหันไปดูก็เห็นตัวถือดาบคู่ที่ฟันพื้นตรงตำแหน่งที่เขายืน อากิที่เห็นก็ตั้งพยายามตั้งหลักหลังจากหลบทันที แต่เจ้าโคลก็ไม่ปล่อยโอกาส และจะพุ่งเข้ามา ในจังหวะนั้นอลิสก็ทำบางสิ่ง


     


        [อลิส:ใช้งานฉายานักล่าโคลโบล]


     


         เจ้าตัวที่ถือดาบคู่พอโดนฉายานักล่าโคลโบลก็ชะงักทันที


     


        ในจังหวะนี้อากิก็ตั้งหลักได้แล้ว ตั้งท่าเหมือนจะโจมตีกลับ แต่อลิสก็พูดขึ้นมาว่า


     


        [อลิส:ท่านอากิวิ่งเลยค่ะ]


     


         อากิที่ได้ยินก็ชะงักเล็กน้อย แต่มันก็ไม่นานก่อนที่เขาจะเก็บดาบและหันหลังวิ่งทันที


     


        [อลิส:ใช้งานสกิลเร่งความเร็ว]


     


        เจ้าโคลโบลที่ถือดาบคู่พอหยุดจากอาการชะงักได้ มันก็เห็นว่าอากิวิ่งไปแล้ว พอเห็นเช่นนั้นมันก็ร้องขึ้นมาทันที


     


        "โคลโบล: โอ้ง~~!!!"


        (ตาม!)


     


        แต่หลังจากร้องไปกลับไม่มีตัวไหนขยับเลย มันจึงหันกลับไปดูพวกพ้อง ก็พบว่าแต่ละตัวแสดงความหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด มันทำได้เพียงมองอากิที่วิ่งหนีไป


     


        [อลิส:ฉายานักวิ่งทำงาน]


     


        อากิที่วิ่งอยู่ก็ถามอลิสว่า


     


        "อากิ:ทำไมถึงให้วิ่งล่ะ"


     


        [อลิส:เพราะมันเป็นโอกาสที่เหมาะสุดๆ แล้วค่ะ]


     


        "อากิ:โอกาสเหมาะ?"


     


        [อลิส:ใช่ค่ะ เพราะเมื่อกี้ตอนที่ใช้ฉายานักล่าโคลโบล เจ้าตัวถือหน้าไม้ดันติดกลัวพอดี แถมตัวถือดาบคู่ก็ชะงักอยู่ ดิฉันเลยบอกให้วิ่งค่ะ]


     


        "อากิ:เอ้า จังหวะแบบนั้นควรสวนแล้วฆ่ามันเลยไม่ดีกว่าเหรอ"


     


        [อลิส:ดิฉันคิดว่าไม่ควรทำอย่างนั้นค่ะ]


     


        "อากิ:ห้ะ ทำไมล่ะ"


     


        [อลิส:มันมีเหตุค่ะ]


        "อากิ:เหตุผล? ฉันขอฟังหน่อย"


     


        [อลิส:ท่านอากิอาจจะไม่สังเกต แต่ตอนที่เจ้าตัวถือดาบคู่เข้ามาใกล้ ดิฉันเห็นว่ามันใส่เกราะหนัง แถมยังมีเครื่องประดับตามตัวด้วย ซึ่งดิฉันคาดเดาว่ามันอาจเป็นตัวที่มีลำดับชั้นสูงในฝูงค่ะ]


     


        "อากิ:ถ้าแบบนั้นก็ยิ่งต้องฆ่าไม่ใช่เหรอ"


     


        [อลิส:ถ้าเป็นในกรณีปกติก็ใช่ค่ะ แต่ในตอนนี้ดิฉันมองต่างออกไป]


     


        อากิที่ได้ยินก็ทำหน้างง อลิสที่เห็นก็พูดต่อ


     


        [อลิส:ในจังหวะเมื่อกี้ ดิฉันลองคาดเดาสิ่งที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งได้ข้อสันนิษฐานดังนี้ค่ะ


        1 เจ้าตัวที่เราเจออาจเป็นการ์ดที่เฝ้ารัง เพราะจากการแต่งกายนั้นเราไม่เคยเจอมาก่อน จึงเป็นไปได้ว่าบริเวณนั้นอาจมีรังอยู่ และถ้าสู้กับมันจนเสียเวลา อาจทำให้ตัวที่อยู่ด้านหลังกลับไปรังแล้วพาโคลโบลมาเพิ่มได้


        2 การปล่อยมันไปอาจทำให้มันไม่ยุ่งกับเราในเร็วๆ นี้ เพราะความแข็งแกร่งที่ท่านอากิแสดงออกมานั้น ไม่คุ้มค่ากับความเสี่ยงที่มันต้องเจอ


        แต่นั่นก็เป็นเพียงการคาดเดา แต่ดิฉันไม่อยากให้ท่านเสี่ยง จึงบอกให้วิ่งค่ะ]


     


        อากิที่ได้ยินก็ครุ่นคิดตามสิ่งที่อลิสพูด


     


        "อากิ:ฉันคงคิดแต่เรื่องฆ่ามากเกินไปจริงๆ ขอโทษ แล้วก็ขอบคุณสำหรับความห่วงใยนะ"


     


        [อลิส:ดีใจที่ได้ยินอย่างนั้นนะคะ]


     


        อากิยิ้มอย่างแจ่มใสให้อลิส แล้ววิ่งต่อไปเพื่อกลับห้องพัก แต่ระหว่างทาง เขาก็ได้ยินเสียงบางอย่างดังขึ้น


     


        "โจเซฟ:เห้ย~ จะรีบวิ่งไปไหน!!"


     


        อากิที่ได้ยินก็หยุดและรีบหันหลังกลับ ก็เห็นคริสกับโจเซฟกำลังวิ่งตามมา เขาจึงยืนรอจนทั้งคู่มาถึง และทั้งสองก็กำลังหอบจากความเหนื่อย


     


        "โจเซฟ:หือ… แฮก… หือ… แฮก…"


     


        "คริส:ซืด… ฮ่า~… ซืด… ฮ่า~…"


     


        ทั้งคู่หอบอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนโจเซฟจะพูดขึ้น


     


        "โจเซฟ:เอ็งจะวิ่งเร็วไปไหน รู้ไหมว่าตามให้ทันมันลำบากขนาดไหน"


     


        "อากิ:นี่วิ่งตามมางั้นเหรอ?"


     


        "คริส:ใช่ครับ ผมกับลุงวิ่งตามพี่อากิเกือบสามแยกแล้ว"


     


        "อากิ:อ๋อ… งั้นเหรอ ขอโทษที พอดีเจออะไรที่ไม่ค่อยดี เลยว่าจะรีบกลับ"


     


        อากิพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังและสีหน้าที่ไม่ค่อยสบายใจ โจเซฟเห็นดังนั้นก็ถามต่อทันที


     


        "โจเซฟ:นายไปเจออะไรมาล่ะ"


     


        อากิจึงเล่าสิ่งที่เขาได้ทำและได้เจอให้ทั้งคู่ฟัง พอได้ยิน ทั้งโจเซฟกับคริสก็ทำสีหน้าเคร่งเครียดทันที


     


        "โจเซฟ:แย่ แบบนี้แย่แน่ๆ"


     


        "คริส:เราต้องรีบกลับและหนีกันนะครับ"


     


        "โจเซฟ:จะทำแบบนั้นได้เหรอ… เมิ่งซืนเธอเป็นประจำอยู่นะ"


     


        คริสเงียบไป อากิที่ได้ยินทั้งคู่พูดด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนกก็เริ่มงงว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น


     


        "คริส:พี่อากิ พี่คงไม่เคยเจอสินะครับ เพราะพี่อยู่คนเดียวมาตลอด"


     


        "อากิ:เจออะไร? คุยอะไรกันเนี่ย?"


     


        "คริส:ตัวที่พี่เจอน่ะ มันอันตรายมากๆ นะครับ"


     


        "อากิ:มันก็ดูเก่งนะ แต่ถ้าเราทั้งกลุ่ม ก็คงชนะง่ายๆ"


     


        "คริส:ไม่… ผมไม่ได้หมายถึงความแข็งแกร่งของมันครับ"


     


        อากิที่ได้ยินก็ยิ่งทำหน้าสงสัยมากขึ้น คริสจึงตัดสินใจเล่าสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในอดีต


     


        "คริส:ตัวที่พี่เจอนั่นคือ ‘ตัวนำเรด’ (Raid) ถ้ามันเจอกลุ่มคน มันจะพาโคลโบลทั้งฝูงมาบุก ปกติถ้ามีคนเยอะก็ไม่ใช่ปัญหาอะไรมาก เพราะพวกมันก็เหมือนอีเวนต์ฟาร์ม EXP แต่ตอนนี้เรามีแค่ 5 คน…"


     


        อากิได้ยินแล้วก็เข้าใจถึงภัยคุกคามที่ทั้งคู่กังวลทันที


     


        "อากิ:รีบกลับกันเถอะ"


     


        ทั้งคู่ที่ได้ยินก็พยักหน้าและเริ่มวิ่งกลับทันที ใช้เวลาพอสมควรอากิก็กลับมาถึงหน้าห้องพัก เขาเปิดประตูเข้าไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเห็นลีน่าที่นั่งอยู่กับเมิ่งซิน ลีน่าลุกขึ้นมาและเดินมาหาทั้ง 3 คนก่อนจะเห็นสีหน้าที่ไม่สบายใจของพวกเขา


     


        "ลีน่า:เกิด...อะไรขึ้นคะ"


     


        "โจเซฟ:อากิเขาไปเจอตัวนำเรด เราต้องรีบไปจากที่นี้"


     


        ลีน่าที่ได้ยินก็มีสีหน้าที่กังวลก่อนจะหันไปหาเมิ่งซินและหันกลับมา


     


        "ลีน่า:แต่พี่เมิ่งซิน-"


     


        "โจเซฟ:ลุงเข้าใจ แต่ถ้ายังอยู่ที่นี้ต่อไปเราจะอันตรายกว่านี้"


     


        "ลีน่า:..."


     


        ลีน่าที่ได้ยินก็ทำสีหน้าที่ไม่สบายใจอย่างมาก แต่ตอนนั้นเสียงของเมิ่งซินก็ดังมาจากด้านหลัง


     


        "เมิ่งซิน:ไม่เป็นไรนะพี่ยังไหว แต่ถ้าพี่ไม่ไหวก็มีคนรอแยกพี่อยู่นิจริงไหม"


     


        เมิ่งซินลุกขึ้นมาก่อนจะพูดกับลีน่าและมองไปที่คนอื่นๆ ลีน่าที่มองไปตามก็เห็นอากิ คริส และโจเซฟที่กำลังยิ้มและโพสต์ท่าโชว์ความแข็งแรงของตัวเอง


     


        "ลีน่า:นั้นสินะคะ"


     


        แล้วทั้งกลุ่มก็เตรียมตัวเดินทางออกจากที่นี้ทันที โดยเก็บเตียงนอนเข้าช่องเก็บของและเติมน้ำเต็มถัง


     


        ระหว่างนั้น อากิก็เดินมาหาโจเซฟและถาม


     


        "อากิ:มีแผนว่าจะไปไหนต่อไหม"


     


        โจเซฟหันมาหาอากิและตอบ


     


        "โจเซฟ:ก็คงกลับไปห้องพักที่พวกเราเคยอยู่ก่อนเจอนาย"


     


        "อากิ:ไกลจากที่นี่แค่ไหน"


     


        "โจเซฟ:ฉันดูก่อน"


     


        โจเซฟเปิดแผนที่และดูมาร์คที่เขาลงไว้


     


        "โจเซฟ:...14 กิโล แต่อาจจะไกลกว่านั้นเพราะทางแยกต่างๆ"


     


        'อากิ:14 กิโลที่ว่าคงหมายถึงระยะที่บอกในแผนที่สินะ ไม่นับทางแยกที่ต้องผ่าน...ดูไกลไปหน่อย น่าจะลองถามอลิสดูว่าจุดที่ฉันเคยพักมีใกล้ๆไหม'


     


        "อากิ:อลิส เรามีห้องพักที่ใกล้ๆไหม"


     


        [อลิส:ถ้านับทางตรงก็มี 7 กิโลเมตรค่ะ แต่ถ้านับพวกทางแยกด้วยก็จะเป็น 9 กิโลเมตรค่ะ แต่ท่านคงไม่สามารถไปที่นั่นได้ค่ะ]


     


        "อากิ:ทำไมล่ะ"


     


        [อลิส:เพราะทางที่ไปห้องนั้นมันกลายเป็นเขตหนาวแล้วค่ะ ท่านจำได้ไหม]


     


        'อากิ:ไอ้ทางที่ฉันไปและเป็นไข้เพราะหนาวนั้นเองเหรอ...'


     


        อากิเงยหน้าขึ้น มองคนอื่นๆ ที่ใส่เสื้อผ้าบางๆ กันทั้งนั้น


     


        'อากิ:ไม่ควรไปจริงๆ นั่นแหละ'


     


        โจเซฟที่เห็นอากิกำลังคิดอยู่ก็รอจนเหมือนอากิคิดเสร็จ แล้วถาม


     


        "โจเซฟ:นายมีข้อเสนออื่นไหม"


     


        "อากิ:มี...แต่ไม่คุ้มเสี่ยงเท่าไหร่"


     


        "โจเซฟ:บอกให้ฉันฟังได้ไหม"


     


        "อากิ:แน่นอนว่าได้"


     


        โจเซฟที่ได้ยินก็ตั้งใจฟัง อากิเล่าถึงห้องพักที่เขาเคยอยู่ว่ามันอยู่ใกล้ๆ นี้เอง แต่ปัญหาคือความเย็นของทางผ่านที่ต้องไปนั้นมากเกินไป โจเซฟที่ได้ยินก็เอามือจับคางของตัวเองพร้อมคิดไตร่ตรอง จนตกผลึกความคิดได้และพูดออกมา


     


        "โจเซฟ:เป็นความเสี่ยงที่มากเกินไปจริงๆ เพราะต่อให้มันใกล้ เราก็ไม่มีเสื้อผ้าที่หนาพอจะทนความหนาวได้แน่ๆ เพราะขนาดเมิ่งซินที่...ดูแข็งแรงยังเป็นไข้ได้ การพาเมิ่งซินไปที่นั่นคง...ไม่ใช่ความคิดที่ดี"


     


        "อากิ:นั้นถ้านายคิดเหมือนฉัน เราก็ไปตามที่นายว่าแล้วกัน"


     


        "โจเซฟ:ตามนั้น"


     


        หลังจากเตรียมตัวเสร็จทั้งกลุ่มก็ออกเดินทางทันที โดยที่ทางที่ไปคือทางเขาวงกตที่อากิได้เจอพวกลีน่าครั้งแรก


     


        ในการเดินทางนั้นเกิดความลำบากเล็กน้อยเนื่องจากเมิ่งซินที่เป็นประจำเดือน แต่ทุกคนก็ไม่ได้ว่าอะไร พวกเขาแค่เดินช้าลง เหนื่อยก็พัก จนเดินมาเกือบ 1 ชั่วโมงแล้ว


     


        ลีน่าเดินคู่กับเมิ่งซิน โจเซฟและคริสเดินนำหน้า และอากิปิดท้ายคนเดียว


     


        ระหว่างที่เดินมานั้น ลีน่าค่อยดูแลเมิ่งซินอย่างดี ทั้งคอยถามไถ่เป็นระยะ รวมถึงคอยเตะที่ตัวของเมิ่งซินเรื่อยๆ เพราะตอนนี้เมิ่งซินเหมือนคนที่พร้อมจะล้มได้ตลอดเวลา ลีน่าที่เห็นแบบนั้นก็คอยมองไม่ละสายตา จนกระทั่งเมิ่งซินเหมือนจะหมดแรงและล้มหน้าคว่ำลงกับพื้น ลีน่าที่อยู่ใกล้ก็สามารถคว้าตัวได้ทัน


     


        !"ลีน่า:พี่ค่ะ!"!


     


        ลีน่าร้องออกมาด้วยความตกใจ อากิที่เห็นก็รีบเข้ามาช่วยพยุงเมิ่งซิน ในตอนที่จับเมิ่งซิน อากิก็สัมผัสได้ถึงความเย็นผิดปกติและรีบวางเมิ่งซินลงนอนหงาย


     


       'อากิ:ตัวเธอเย็นมาก เกิดอะไรขึ้น?'


     


        อลิสที่เห็นก็เปิดใช้งานสกิลให้ทันที


     


        [อลิส:เปิดใช้งานสกิลปฐมพยาบาลเบื้องต้น]


     


        หลังจากนั้น อากิก็ได้รับความรู้เข้ามาในหัว เขาเริ่มตรวจร่างกายของเมิ่งซินตามที่ทำได้ทันที เริ่มจากจับชีพจร ฟังเสียงการเต้นของหัวใจ พร้อมสังเกตจังหวะการหายใจ


     


        คนอื่นๆ ก็ทำได้แค่ดู เพราะไม่มีความรู้ด้านการแพทย์เลย


     


        "อากิ:โอเคๆ"


     


        คนที่เห็นตรวจเสร็จก็ถามทันที


     


        "โจเซฟ:เมิ่งซินเป็นไงบ้าง?"


     


        "ลีน่า:พี่เป็นไงบ้างคะ?"


     


        "อากิ:ถ้าตามที่ฉันรู้นะ เธอคงเหนื่อยล้าจากการเดินและปวดบริเวณท้องน้อยเพราะหายใจสั้นๆ กับปวดท้อง ส่วนตัวเย็นนี้น่าจะเป็นอาการปกติเมื่อเป็นประจำเดือน หรือเธออาจหายใจน้อยเกินไป"


     


        ทุกคนที่ได้ยินก็ไม่รู้จะพูดอะไร เพราะไม่แน่ใจว่าจะทำยังไง จึงถามอากิว่า


     


        "คริส:แล้วเราต้องทำยังไงครับ?"


     


        "อากิ:เราคงต้องแบกเธอแล้วแหละ ระหว่างนี้ก็ให้เธอนอนพักไปก่อน"


     


        "โจเซฟ:เข้าใจแล้ว งั้นใครจะอุ้มเธอคนแรก?"


     


        "อากิ:ฉันเอง ยังก็เดินอยู่ข้างหลังอยู่แล้ว"


     


        "โจเซฟ:โอเค งั้นฝากด้วย"


     


        "คริส:ถ้าเหนื่อยก็บอกผมนะครับ"


     


        "อากิ:อืม"


     


        ทั้งสองคนก็กลับไปนำขบวนเหมือนเดิม ส่วนอากิก็บอกลีน่าว่า


     


        "อากิ:ลีน่าช่วยพี่เอาเมิ่งซินขึ้นหลัง และจัดท่าดีๆ ให้เธอหน่อย"


     


        "ลีน่า:ค่ะ"


     


        ลีน่าก็มาช่วยอากิเอาเมิ่งซินขึ้นหลัง และจัดท่าให้เหมาะสม อากิที่ได้เมิ่งซินขึ้นหลังมาแล้วก็รู้สึกอึดอัดใจเล็กน้อย


     


        'อากิ:อืม...หน้าอกของเมิ่งซินโดนหลังฉันแบบนี้ไม่ค่อยสบายใจเลย จะบอกให้ลีน่าเอาผ้ามารองดีไหม...แต่ถ้าพูดออกไปลีน่าคงมองว่าฉันหมกมุ่นไหมเนี่ย...'


     


        ขณะที่อากิกำลังคิดเรื่องนี้ เขาก็ได้ยินเสียงความคิดที่ดีและชั่วของเขาอีกครั้ง หลังจากไม่ได้ยินมานาน


     


        'ความคิดด้านที่บวก:ฉันว่าเราควรบอกนะ เพราะลีน่าที่แสนฉลาดจะเข้าใจแน่นอน'


     


        'ความคิดด้านลบ:เห้ยๆ จะคิดมากทำไม แค่หน้าอกใหญ่ๆ คู่นั้นโดนหลังเป็นการตอบแทนก็ไม่เลวนะ'


     


        'อากิ:อืม...'


     


        ระหว่างที่อากิกำลังหนักใจ ลีน่าก็ดูเหมือนจะสังเกตได้ และเอาผ้ามารองหน้าอกของเมิ่งซินโดยที่อากิไม่ต้องบอก พร้อมยกนิ้วให้อากิ อากิที่เห็นก็ทำหน้าภูมิใจ พร้อมยิ้มตอบรับ ก่อนจะเริ่มเดินทางต่อ


     


        ระหว่างทาง เมิ่งซินตื่นเป็นช่วงๆ ขอกินน้ำบ้าง หรือขอกินอาหารเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ทานมากนัก บางครั้งเธอมีอาการหงุดหงิดและพยายามเดินเองบ้าง แม้จะเหนื่อย


     


        คนอื่นๆ ไม่ได้ว่าอะไร พวกเขาปล่อยให้เมิ่งซินทำตามใจอยาก และคอยดูแลอย่างใกล้ชิด


     


        เมื่อเมิ่งซินเหนื่อย อากิก็จะอุ้มขึ้นหลังให้เธอพักผ่อน


     


        ถึงแม้เมิ่งซินยังมีความแปรปรวนบ้าง แต่ลีน่าก็พยายามพูดคุยปลอบใจอย่างสม่ำเสมอ จนสภาพของเธอดีขึ้นเรื่อยๆ


     


     


     


     


     


     


                      จากผู้แต่ง


         ที่ลงช้าเพราะไม่ว่างแต่งนะคัฟ อันนี้พยายามหาเวลามาแต่ง คุณภาพอาจดรอปลงก็ขออภัยอย่างยิ่งคัฟ