“แฮ่กกก แฮ่กกกก! พักเอาแรงสักหน่อยแล้วกัน รู้แบบนี้ข้าไม่น่าวู่วามรีบลงจากเขา ตามจริงหยิบยืมม้าสักตัวในสำนักเพื่อใช้เดินทางก็คงจะดีกว่านี้”เหมาเว่ยนั่งพักใต้ต้นไม้ข้างทางเล็กๆ
ก่อนหน้านี้การที่ชายหนุ่มรีบร้อนเดินทางลงจากเขานับว่ามิใช่ผลดี เพราะหากคิดให้ดีแล้วระยะห่างจากสำนักและเมืองดารากระจ่างอยู่ไกลกันพอสมควร ถ้าใช้ม้าเป็นพาหนะย่อมดีกว่าการเดินเท้าเป็นไหนๆ ต่อให้ใช้วิชาตัวเบาในการเคลื่อนที่นับว่ารวดเร็วกว่าก็ตาม แต่ก็ทำได้แค่เพียงระยะทางสั้นๆเท่านั้น
‘หากมุ่งไปด้วยความเร็วประมาณนี้ คาดว่าอีกไม่เกินสองวัน คงจะถึงเมืองดารากระจ่างเป็นแน่’เหมาเว่ยกวาดตาดูวิวทิวทัศน์ภายในป่าข้างๆ ก่อนจะหยิบน้ำขึ้นมาดื่มเพื่อดับกระหายเล็กน้อย
“อึกก อึกก อึกกก อ๊า.....!! แฮ่กก แฮ่กกก!”
ชั่วครู่การพักเอาแรงของเหมาเว่ยได้สิ้นสุดลง ทว่า ยามเมื่อเขากำลังลุกขึ้นและก้าวเท้าเดินต่อไป กลับมีเสียงฝีเท้าม้าควบผ่านทางมา พร้อมกับผู้ที่นั่งอยู่บนหลังม้าชำเลืองมองใบหน้าเหมาเว่ยเล็กๆ ก่อนจะเผยสีหน้าตกใจอย่างถึงขีดสุดและรีบทำการหยุดม้าของตนอย่างเฉียบพลัน
กุบกับ กุบกับ กุบกับบ!!!
“หยุดดด!!!”
ฟุบบบ!!
“มีอันใดหรือแม่นาง ขวางทางข้าทำไม?”เหมาเว่ยถามไถ่หญิงสาวที่กระโจนลงจากหลังม้า พร้อมทั้งยืนขวางทางจับจ้องสายตาอย่างจดจ่อ
“เว่ยเทียน เว่ยเทียนน! เป็นเจ้าจริงๆ เว่ยเทียน!”หญิงสาวปริศนาเปล่งเสียงด้วยคำพูดที่เหมาเว่ยไม่อาจเข้าใจได้ ทว่า ดวงตาเล็กๆของนางที่เผยถึงความเศร้า ได้หลั่งน้ำใสๆออกมาอาบเต็มสองแก้มขาวนวล”ฮื้อออ!!”
ฟืบบ!!
“เจ้าทำบ้าอะไรของเจ้า เข้ามากอดข้าทำไม ถอยไปนะแม่นาง ข้ากำลังรีบ!”เหมาเว่ยไม่เข้าใจการกระทำของนางแม้แต่น้อย’กลิ่นกายนางช่างหอมเย้ายวนนัก ว่าแต่เว่ยเทียนอะไรกัน’
“ไม่...ข้าไม่ปล่อย เจ้าคือเว่ยเทียน ข้าไม่ปล่อยเด็ดขาด ฮื้อออ!”
“เว่ยเทียนไหน ข้าไม่ใช่เว่ยเทียน ข้าคือเหมาเว่ย ไม่ใช่เว่ยเทียนอะไรของเจ้าสักหน่อย ปล่อย!”
“เจ้าจำข้าไม่ได้หรือไง ข้าเอง ลี่ฮว๋าคนรักของเจ้าไง สิบแปดปีก่อนที่เจ้าหายไป ข้าเฝ้าแต่ตามหาเจ้ามาโดยตลอดเว่ยเทียน ในยามนั้นข้ามีอายุสิบขวบส่วนเจ้าเจ็ดขวบ ถึงเวลาจะผ่านไปนานแต่ใบหน้าของเจ้าไม่เคยเปลี่ยน ข้ายังจำเจ้าได้ไม่มีวันลืม เจ้าเคยบอกว่าจะดูแลข้าจะแต่งกับข้าลืมไปหมดแล้วหรือ?”สาวงามปริศนากอดเหมาเว่ยไม่ยอมปลอย’เป็นเขาไม่ผิดแน่ ต่อให้ผ่านไปนานแค่ไหนข้าก็จำได้ ใบหน้าแบบนี้ต้องเป็นเว่ยเทียน ข้าดีใจเหลือเกินที่ได้พบเขาอีกครั้ง’
“หา.....ข้าเป็นคนรักของเจ้า? ไปกันใหญ่แล้วแม่นาง ข้าบอกแล้วไงว่าข้าไม่ใช่เว่ยเทียนอะไรของเจ้า ข้าคือเหมาเว่ย เหมาเว่ยแห่งโรงเตี๊ยมหมี่เหลือง!”เหมาเว่ยปฏิเสธเสียงแข็งแม้ลึกๆจะมิได้รู้สึกเช่นนั้น’หน้าตาสะสวย รูปร่างอ้อนแอ้นเย้ายวน ผมยาวผิวขาว เสียดายที่จำคนผิดและมีคนรักอยู่แล้ว และข้าก็ไม่ใช่พวกฉวยโอกาสเป็นมือที่สามด้วย เฮ่อออ’
“คนสับปลับ คำสัญญาที่ให้ไว้กับข้าสิบแปดปีก่อนหายไปไหน รึเจ้าจะลืมมันไปหมดแล้ว ฮื้อออ!!”นางปล่อยโฮร้องไห้หนักยิ่งกว่าเก่า จนเหมาเว่ยเริ่มใจอ่อนยืนให้นางกอดรัดต่อไป
“เฮ่ออ หน้าตาเจ้าก็ดี รูปร่างก็งดงาม เสียดายเจ้าจำคนผิด ปล่อยข้าเถอะได้โปรด ข้ากำลังรีบอยู่นะ แม่นางลี่ฮว๋า”เหมาเว่ยยังคงยืนกรานให้นางปล่อยตัวเขา และไม่ต้องการให้เกิดความเข้าใจผิดไปมากกว่านี้
“ฮื้อออ สิบแปดปีที่ข้าเฝ้ารอ เจ้าจะทิ้งข้าไปอีกแล้วใช่ไหมเว่ยเทียน”
“ถึงจะมีคำว่าเว่ยเหมือนกันแต่ข้าไม่ใช่ ข้าคือเหมาเว่ย เหมาเว่ยไม่ใช่เว่ยเทียน แล้วข้าก็กำลังรีบเดินทางไปยังเมืองดารากระจ่างอยู่ด้วย ไม่มีเวลามาเล่นกับเจ้าหรอกนะแม่นาง”เหมาเว่ยปฏิเสธพร้อมทั้งบอกจุดประสงค์ออกไปอีกครั้ง’นี่ข้าจะใจร้ายกับนางเกินไปรึเปล่านะ น่าสงสารนางจริงๆ แต่จำคนผิดก็คือจำคนผิด นางตามหาเว่ยเทียนอะไรนั่นมิใช่ข้าเหมาเว่ย! แล้วอีกอย่าง ข้าไม่มีทางเป็นเว่ยเทียนไปได้ สิบแปดปีก่อนข้าก็เพิ่งจะเจ็ดขวบ ยังศึกษาอยู่ในโรงเรียนชั้นประถมเสียด้วยซ้ำ’
“ได้ข้าจะไปส่งเจ้าเอง และจะคอยตามเจ้าทุกฝีก้าวจนกว่าเจ้าจะยอมรับว่าคือเว่ยเทียน”
‘นางมีม้า สงสัยว่าข้าคงต้องอาศัยนางในการเดินทางเสียแล้ว เป็นไงเป็นกัน’เหมาเว่ยถอนหายใจเล็กๆและเอ่ยต่อ”เฮ่อออ แล้วแต่เจ้าก็แล้วกัน แต่ต่อไปเรียกข้าว่าเหมาเว่ยได้หรือไม่?”
“ตกลง ต่อไปลี่ฮว๋าจะเรียกเจ้าว่าเหมาเว่ย”
“ดีไปกันเลย”
ฟุบบ ฟุบบบ!!
กุบกับ กุบกับ!
และแล้วเหมาเว่ยก็ได้เดินทางโดยม้าของลี่ฮว๋าอย่างไม่มีทางเลือก แน่นอน หากเขาไปด้วยวิธีนี้ย่อมดีกว่าและอาจจะถึงที่หมายได้เร็วกว่าการเดินทางด้วยเท้าเป็นไหนๆ และด้วยความร้อนใจมีหรือที่เหมาเว่ยจะไม่คว้าโอกาสที่ถูกหยิบยื่นให้ง่ายๆเช่นนี้
“กอดเอวข้าแน่นๆก็ได้ เดี๋ยวเจ้าก็ตกม้าหรอกเหมาเว่ย”ลี่ฮว๋าอมยิ้มเล็กๆขณะที่กล่าวจบ’ข้าดีใจยิ่งนักที่ได้พบเว่ยเทียน ต่อไปเราจะไม่มีทางแยกจากกันอีกเป็นครั้งที่สอง!’
“ชิ...! หากข้าจับถูกโน้นถูกนี่อย่าว่าข้าภายหลังก็แล้วกันนะ”
กุบกับ กุบกับ!
“ตามใจเจ้าเพราะอีกไม่ช้า เราก็จะแต่งงานกัน”
“........”
จากการช่วยเหลือของสาวงามสวมชุดสีน้ำเงิน ก็ส่งผลให้เหมาเว่ยเดินทางรวดเร็วยิ่งขึ้นไปอีก ซึ่งลี่ฮว๋าที่กำลังเข้าใจผิดว่าเหมาเว่ยคือคนรักของนางนั้น เป็นสาวงามผมยาวสีม่วงเข้มเกือบจะกลายเป็นสีดำ ผิวกายขาวผ่องอมชมพูรูปร่างเล็กกว่าเหมาเว่ยพอสมควร มีดวงตาสีเดียวกับเส้นผมแต่เป็นประกาย ริมฝีปากกระจับอวบอิ่มได้รูปสีแดงชมพู
โดยรวมแล้วนับได้ว่าเหมาเว่ยช่างโชคดีนัก โฉมสะคราญล่มเมืองเฉกเช่นนางกลับเข้าใจผิด ว่าเขานั้นเป็นคนรักที่เคยพรากจากกันเมื่อครั้งยังเยาว์ หรือนี่จะเป็นสิ่งที่ถูกฟ้าลิขิตเอาไว้กันแน่ การที่ผู้ใดจะมีใบหน้าเหมือนกันกระทั่งช่วงอายุที่เทียบเคียงกันได้นั้น ย่อมเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยากหรือแทบจะไม่มีทางเป็นจริงได้เลย
‘ปล่อยเลยตามเลยไปก่อนก็แล้วกัน ข้ากำลังรีบ ว่าแต่เสียดายนักความงามของนางต้องใจข้ายิ่ง ทั้งยังควบม้าเก่งอีกด้วย เสียดายจริงๆที่มีคนรักอยู่ก่อนแล้ว!’
.
.
.
หนึ่งวันเต็มๆของการเดินทาง ในที่สุดเหมาเว่ยและลี่ฮว๋าก็ได้เดินทางมาถึงเมืองดารากระจ่างโดยมิได้หยุดพัก เมื่อมาถึงเขาจึงบอกทางให้นางมุ่งต่อไปยังโรงเตี๊ยมหมี่เหลือง แต่พอระยะสายตาสามารถมองเห็นโรงเตี๊ยม ก็พบว่านอกจากจำนวนเดินเข้าเดินออกของผู้คนจะน้อยลงอย่างแปลกตา ส่วนอื่นๆก็นับได้ว่าไม่ต่างไปจากยามที่เขาจากไปเมื่อสองเดือนก่อนแม้แต่น้อย
“หยุดอยู่ตรงนี้แหละแม่นางลี่ฮว๋า ขอบคุณเจ้ามากนะ”เหมาเว่ยกล่าวขอบคุณพลางกระโจนลงไปหน้าโรงเตี๊ยมของตนทันที
“เดี๋ยว ข้าจะไปด้วย!”
'จะใช้กำลังไล่นางไปก็ออกจะเกินไปหน่อย ดูๆท่าทีของนางไปก่อนดีกว่า'
“เชิญครับนายท่าน เชิญด้านใน”อาเปียวเป็นผู้ที่ยืนต้อนรับอยู่หน้าทางเข้า พร้อมทั้งผายมือเชิญเหมาเว่ยที่มาถึงให้เข้าไปยังด้านใน แต่เมื่อมันเงยหน้าขึ้นมามองกลับเผยสีหน้าถึงความดีอันเปี่ยมล้นอย่างถึงที่สุด”เถ้าแก่ เถ้าแก่ ท่านกลับมาแล้ว เถ้าแก่!”
'โรงเตี๊ยมดูเหมือนจะปกติ คงไม่มีมีใครเป็นอะไรสินะ โล่งอกจริงๆ'เหมาเว่ยหันซ้ายหันขวาจ้องมองเข้าไปในโรงเตี๊ยม พร้อมทั้งเอ่ยถามเสี่ยวเอ้ออย่างอาเปียวไปในเวลาเดียวกัน”พวกเจ้าเป็นยังไงบ้าง ที่นี่เกิดอันใดขึ้นรึไม่?”
อาเปียวยิ้มไม่หุบพลางส่ายหน้า“ก็ไม่นิ่เถ้าแก่ พวกข้าสบายดีและที่นี่ก็ไม่ได้เกิดเรื่องอันใดด้วย แต่ข้าคิดถึงท่านเหลือเกิน ในที่สุดท่านก็กลับมาแล้ว”
“..........”เหมาเว่ยยืนนิ่งค้างครุ่นคิดชั่วครู่’เป็นไปได้อย่างไร ตระกูลเซี่ยมิได้พาคนมาถล่มที่นี่หรอกหรือ?’
“ว่าแต่แม่นางคนสวยท่านนี้มากับท่านด้วยหรือเถ้าแก่?”อาเปียวส่งสายตามองไปยังด้านข้างเหมาเว่ย
เหมาเว่ยก็ได้ชำเลืองมองไปเล็กน้อยก่อนจะกล่าวตอบ“เปล่า ข้าไม่รู้จักนาง สตินางไม่ค่อยดีน่ะ!”
ปึกก!!
"โอ๊ยย!"
เสียงฝ่ามือเล็กๆทุบหลังเหมาเว่ยดังแอ๊ก ก่อนที่ริมฝีปากน้อยๆจะเริ่มขยับ”ข้ามากับเขา ข้าเป็นผู้หญิงของเขา!”
"ไม่เห็นต้องลงมือกับข้าเลย แม่นางลี่ฮว๋า!"
“แม่นาง ท่านพูดว่าอะไรนะ”อาเปียวอ้าปากค้างก่อนจะเอ่ยออกมาเล็กๆ”ร้ายกาจมากเลยนะเถ้าแก่เหมา จากไปไม่กี่เดือน ท่านก็สามารถหาสาวงามมาเป็นเถ้าแก่เนี้ยได้เสียแล้ว อาปิง เสี่ยวเมิ่ง เสี่ยวหมิง พวกเจ้ารีบออกมาเร็ว เถ้าแก่เหมากลับมาแล้ว”
“เถ้าแก่กลับมาแล้วหรอ”
“เถ้าแก่!”
จากนั้นผู้เป็นนายอย่างเหมาเว่ยและคนงานอย่างเสี่ยวเอ้อทั้งสี่ ก็ได้นั่งสนทนากันถามไถ่ถึงเรื่องต่างๆรวมทั้งสิ่งที่เกิดขึ้นในโรงเตี๊ยมแห่งนี้ตลอดไปผ่านมาอีกด้วย ซึ่งข้างกายของเหมาเว่ยก็ยังมีสาวงามเดินตามติดไม่ยอมห่างไปไหน จนเสี่ยวเอ้อทั้งหมดได้แต่เข้าใจผิดไปจริงๆว่า นางคือผู้ที่จะมาเป็นเถ้าแก่เนี้ยของที่นี่อย่างแท้จริง
และการที่โรงเตี๊ยมในยามนี้เงียบเหงา ก็เป็นเพราะวัตถุดิบที่เหมาเว่ยจัดเตรียมเอาไว้ถูกนำไปปรุงขายจนหมดเกลี้ยง จึงทำให้ไม่มีผู้ใดเดินเข้ามาใช้บริการจนกลายเป็นโรงเตี๊ยมร้างผู้คนไปโดยปริยาย
‘นางไม่ยอมไปไหนเลย เดินตามข้าทุกฝีก้าวจริงๆด้วย ถึงข้าจะชอบสาวงาม แต่นิสัยของนางแปลกๆ ตามติดแบบนี้ข้าชักจะกลัวๆแล้วสิ’เหมาเว่ยชำเลืองมองสาวงามเล็กๆก่อนที่จะถามเสี่ยวเอ้อถึงเรื่องที่สงสัยต่อ”ช่วงที่ข้าไม่อยู่ ไม่มีคนมาหาเรื่องที่นี่จริงๆหรือ?”
“ก็มีอยู่นะเถ้าแก่ เห็นบอกว่าเป็นคนจากพรรคตระกูลเซี่ยต้องการมาพบท่าน แต่พอเสี่ยวเมิ่งบอกว่าท่านไม่อยู่ พวกมันก็จะเข้ามาหาเรื่องพวกเรา แต่เคราะห์ดีที่มีคนออกหน้าให้ ไม่เช่นนั้นพวกเราคงไม่มีโอกาสได้พบหน้าท่านอีกเป็นแน่”อาปิงเป็นคนเปิดปากเล่า
“ใครกันที่ออกหน้าให้?”เหมาเว่ยถามกลับไปด้วยความสงสัย เพราะแท้ที่จริงเขาก็แทบจะไม่มีมิตรสหายภายในเมืองแห่งนี้เลยสักคนเดียว
“ท่านจำลูกชายเจ้าเมืองได้หรือไม่?”
“ข้าเจ้าได้ เจ้าอ้วนหมูตอนนั่นใช่ไหม?”
“ถูกต้อง ในวันนั้นก่อนคนที่อ้างว่ามาจากตระกูลเซี่ยจะบุกเข้ามา ลูกชายเจ้าเมืองก็ปรากฏ ซ้ำแล้วยังได้เข้ามาหาพร้อมกับเอ่ยออกมาว่า ผู้ใดจะทำลายแหล่งอาหารแสนเลิศรสของข้าอย่างโรงเตี๊ยมหมี่เหลือง ต้องถามข้าก่อน! เท่านั้นแหละ คนตระกูลเซี่ยจึงได้หยุดการกระทำและยอมจากไปแต่โดยดี หากท่านไม่เชื่อก็ไปดูป้ายสีเล็กๆสีแดงเหนือประตูทางเข้าสิ ลูกชายเจ้าเมืองทิ้งไว้ให้ เอาไว้ป้องกันพวกที่จะเข้ามาหาเรื่องที่นี่อีกด้วยนะ”
“ใช่ๆ ลูกชายเจ้าเมืองเป็นแขกประจำ มิหนำซ้ำยังช่วยคลี่คลายเรื่องที่เกิดขึ้นด้วย ใต้ฟ้าเมืองดารากระจ่างตระกูลเซี่ยมีอำนาจมากก็จริง แต่ก็ต้องไว้หน้าผู้ปกครองเมืองอยู่ดี ฮ่า ฮ่า ฮ่า! เห็นทีเถ้าแก่ต้องไปขอบคุณลูกชายเจ้าเมืองสักครั้งแล้วนะขอรับ”เสี่ยวหมิงกล่าวเสริมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพลางระเบิดเสียงหัวเราะ
ปึงง!
“พวกมันคิดว่าตัวเองเก่งกล้ามาจากที่ใด ถึงกล้ามายุ่งกับเหมาเว่ยของข้า!!”ลี่ฮว๋าที่นั่งฟังอย่างเงียบเฉียบพลันทุบโต๊ะเล็กๆก่อนที่จะลุกขึ้นยืน”ข้าจะไปเอาเรื่องพวกมัน!”
“ช้าก่อนลี่ฮว๋า เจ้าใจเย็นๆสิ”เหมาเว่ยรีบดึงแขนนางไว้พลางกล่าวห้าม
“ก็พวกมัน!”
“เอาน่า ข้าก็มิได้บอกจะปล่อยพวกมันไปซะเมื่อไหร่ ว่าแต่ดูเจ้าสิ โมโหยิ่งกว่าข้าซะอีก”
หลังจากนั้นการสนทนาก็มีต่อไปอีกสักพัก ก่อนที่เหมาเว่ยจะปิดโรงเตี๊ยมไว้ชั่วคราว เมื่อไม่มีแม้แต่คนเข้าพักหรือกระทั่งผู้ที่เข้ามากินอาหาร จึงเป็นโอกาสที่จะให้เสี่ยวเอ้อทั้งหมดได้พักผ่อน และเริ่มดำเนินการปรับปรุงที่นี่อีกเล็กน้อย ทั้งก็รวมไปถึงการหาซื้อวัตถุดิบสดๆเข้ามาเตรียมไว้อีกด้วย
“วันนี้พวกเจ้าไปพักได้ เราจะปิดปรับปรุงที่นี่ไว้ชั่วคราว ไว้หลังจากที่ข้าจัดการธุระเสร็จ ก็อย่างที่ข้าเคยให้สัญญาไป คืนนี้เราจะไปเยือนหอนางโลมกัน”
“หอนางโลม!”
“หอนางโลม!”
“หอนางโลม!”
“หอสีแดงห้อยโคมเขียวๆ มีสาวงามตั้งมากมายนั่นนะหรือ?”เสี่ยวหมิงเผยสีหน้าตกใจยิ่งกว่าผู้ใด
“ข้าไม่ยอม เจ้าจะไปที่แบบนั้นไม่ได้นะเหมาเว่ย!”ลี่ฮว๋าเผยอาการไม่พอใจอย่างเด่นชัด'เหมาเว่ย ยามนี้เจ้าจะเป็นผู้ฝึกตนเช่นในอดีตก็ดี หรือจะเป็นเถ้าแก่โรงเตี๊ยมก็ช่าง แต่ข้าคงไม่ยอมให้เจ้าไปในสถานที่แบบนั้นแน่'
"ทำไมล่ะ ข้าเป็นชายโฉด เฮ่ย ชายโสด จะพาพี่น้องเสี่ยวเอ้อของข้าไปเที่ยวซ่อง แล้วมันเกี่ยวอันใดกับเจ้า เราทั้งคู่ต่างมิได้มีความสัมพันธ์ใดต่อกัน ข้าจะไปที่ใดก็เรื่องของข้าส่วนเจ้าก็เช่นกัน ต้องการจะไปไหนข้าก็ไม่ได้ห้ามเจ้าไว้นิ่"เหมาเว่ยเปล่งเสียงออกมาอย่างฉะฉาน'ไล่นางไปให้พ้นๆน่าจะดีกว่า ข้ามิอยากพบเจอเรื่องยุ่งยากหากคนรักที่แท้จริงของนางปรากฏตัว ว่าแต่หน้าข้าเหมือนคนรักของนางขนาดนั้นเลยหรือ?'
"เกี่ยวสิ ข้าเป็นของเจ้า แล้วเจ้าก็เป็นผู้ชายของข้า!"คิ้วบางเหนือดวงตาของนางขมวดเข้าหากัน ทำหน้าเง้างอนราวกับเหมาเว่ยเป็นชายคนรักของนางอย่างที่ปากพูดออกไป
"หึ..! ผิดแล้ว เจ้านี่มันเสียสติไปแล้วจริงๆ ข้าออกปากไล่แล้วก็ยังไม่ยอมไป เอาล่ะ จะบอกอะไรให้นะ ข้าเป็นชายที่ลามกเอามากๆเลยเชียวล่ะ หากเจ้าไม่ยอมไป ข้าจะไม่เกรงใจเจ้าแล้วนะ"เหมาเว่ยกล่าวพลางทำสีหน้าหื่นกระหาย พร้อมทั้งยื่นฝ่ามือออกขยับนิ้วเข้าออก ทำทีเป็นจะเอื้อมไปกุมจับก้อนดวงใจขนาดไม่ธรรมดาของนาง"ไม่ไปข้าจับนะ ข้าจับจริงๆนะ"
"ก็เอาสิ กล้าก็ลองดู"
"อยากมาโทษข้านะ จับนะ"
"เถ้าแก่!"สีหน้าอาเปียวเผยถึงความตกใจเป็นอย่างมาก
"หวาดเสียว!"เสี่ยวหมิงเบิกตากว้าง
"ข้าจะจับแล้วนะ เจ้าจริงๆนะลี่ฮว๋าถ้าเจ้าไม่ไป!"
"คิดว่าข้ากลัวหรอ?"
หมับบบ!
"อุ้ย...! นุ่มเต็มมือเลย แห๊ะ แห๊ะ ล้นมือเลยด้วยซ้ำ"เหมาเว่ยขยับนิ้วกุมภูเขาด้วยฝ่ามือเดียวแต่ก็ไม่มิด"โดนเต็มๆเลย ทำไมเจ้าไม่หลบ ขอโทษแม่นาง ข้าไม่ได้ตั้งใจ!!"
"หนอย.....! นี่เจ้ากล้าจับจริงหรอ! เจ้าตัวลามกเหมาเว่ย!!!"
เพี๊ยะ!