Perfect Area : พลิกดินไต่สวรรค์

    ตอนที่ 55 อ้ายหนูบู๊บุ๋น

    เมื่อมีผู้ผ่านเข้ารอบไปแล้วความกดดันระดับสูงต่าง ๆ จึงมาตกอยู่กับผู้เข้าสอบลำดับถัดไปอย่างไม่อาจเลี่ยงได้ และเมื่อพวกเขากดดันตัวเองมากเกินไปจึงพลาดท่าอย่างน่าเสียดายนัก เนื่องด้วยถัดมาอีกสามคนก็ไม่อาจทำสำเร็จได้..จนผ่านไปอีกนับสิบรายจึงค่อยปรากฏผู้ผ่านการทดสอบอีกสองคน และกว่าจะถึงรอบการทดสอบของหยางไค ก็มีผู้ผ่านการทดสอบไม่ถึง 10 คนด้วยซ้ำซึ่งสำหรับเด็กหนุ่มแล้ว ไม่ว่าจะมีคนผ่านหรือไม่ผ่านจำนวนเท่าใดก็ไม่มีความสำคัญอะไร และขอแค่ตนได้ทำให้เต็มที่เท่านั้นก็เพียงพอ หยางไคจึงยิ้มอย่างผ่อนคลายพร้อมลูบศีรษะเจ้าขาวแล้วอัดน่องลงไป อันเป็นการสั่งให้มันเริ่มออกวิ่งให้เต็มกำลัง !! กุบ กุบ กุบ ๆ ๆ ๆ... กุบ ๆๆๆ แม้ลำตัวของเจ้าขาวจะใหญ่โตกว่าม้าตัวอื่น ๆ แต่มันก็สามารถวิ่งผ่านทางที่คับแคบในช่องแรกได้อย่างคล่องแคล่วนัก จนมาถึงช่องทางที่ 2 อันเป็นทางคดเคี้ยว หยางไคจึงใช้ทักษะขี่ม้าของปราณอาชาเพื่อบังคับม้าอย่างละเอียด จึงบังเกิดเป็นภาพของเด็กหนุ่มรูปร่างหน้าตาดีที่ใช้มือกุมบังเหียนแล้วใช้ขาเกี่ยวที่โกลนเพื่อห้อยโหนม้าขาวพลิกไปพลิกมาให้เลี้ยววกไปตามเส้นทางอันน่าหวาดเสียวนักกุบ ๆ ๆ ๆ ...จนมาถึงช่องทางสุดท้ายที่มีระดับความสูงต่ำของพื้นไม่เสมอกัน หนำซ้ำยังมีสิ่งกีดขวางก่อนจะถึงพื้นที่สีส้มนั่นเอง ในด่านที่ 3 นี้ หยางไคได้ลุกขึ้นยืนบนโกลนม้าด้วยขาทั้งสองข้างเพื่อมิให้บั้นท้ายของตนสัมผัสกับหลังม้า แล้วส่งเพียงพลังวัตรคอยสั่งการลงไปเท่านั้น เพราะเมื่อเจ้าขาวต้องผ่านพื้นที่สูงบ้างต่ำบ้างทั้งเป็นหลุมบ่อเช่นนี้ ย่อมมีแรงกระแทกที่หลังของมันมากเกินไปนักจนอาจจะทำให้เกิดอาการบาดเจ็บได้ และโดยเฉพาะการกระโดดข้ามเครื่องกีดขวางซึ่งอยู่ตรงหน้านี้ !!! กุบ ๆๆๆ ..เฟี้ยววว ...ฟุฟ.. เจ้าขาวสามารถกระโดดข้ามได้อย่างงดงามแล้วยืนไว้ด้วยท่วงท่าอันสงบนิ่ง เพื่อรอให้เจ้านายของมันเล็งเป้าหมายได้โดยสะดวก ฝ่ายหยางไคก็มิได้ทำให้มันผิดหวัง ก็ด้วยทักษะการใช้ลมปราณพื้นฐานสำหรับการโจมตีด้วยอาวุธอันเป็นส่วนหนึ่งของพลังลมปราณพยัคฆ์ ที่แม้จะเป็นเพียงทักษะเบื้องต้นแต่ก็ฐานรากในพัฒนาขึ้นไปอย่างมั่นคงนัก จึงส่งผลให้เด็กหนุ่มสามารถควบคุมเกาทัณฑ์และลูกศรได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพที่สุดแล้ว เฟี้ยววว …ฉึก !!!ครั้นทุกคนสังเกตอีกที ก็พบว่าลูกเกาทัณฑ์ของผู้เข้าสอบหมายเลข ๑๒๙ ปักอยู่ใจกลางของเป้าแดงไปโดยไร้ที่ติซึ่งใช้เวลาไม่ถึงกึ่งหนึ่งที่กรรมการได้กำหนดเอาไว้ด้วยซ้ำ! "อร้าย~ คุณชายผู้นั้น""อื้อ~ เจ้าเห็นดังที่ข้าเห็นใช่หรือไม่ ?""อ่าร์~ ไม่ใช่แค่เห็นเพราะข้าเองก็กำลังคิดเช่นเดียวกัน!" ด้วยท่วงท่าอันสง่างามของเจ้าขาวทั้งรูปร่างและลักษณะอันน่าประทับใจของเด็กหนุ่มที่ขึ้นขี่มันด้วยความชำนาญ ย่อมสร้างความตระการตาและลุ่มหลงแก่สตรีได้ไม่ยากนัก หนำซ้ำพวกนางเหล่านี้ก็มิใช่ญาติมิตรของผู้เข้าสอบผู้ใด หากแต่เพียงเข้ามาในสนามทดสอบ เพื่อมาชมการสอบบู๊ซิ่วไฉ่และเฟ้นหาบุรุษในฝันก็เพียงเท่านั้นเพราะโดยปกติแล้วบุรุษฝ่ายบู๊ มักครอบครองร่างกายกำยำสง่าผ่าเผยกว่าซิ่วไฉ่ฝ่ายบุ๋น ซึ่งโดยส่วนใหญ่ก็ล้วนแต่เป็นบัณฑิตหน้าขาวและร่างกายผอมบาง มิใคร่เจริญหูเจริญตาสักเท่าใดนัก แต่เด็กหนุ่มซึ่งมีบุคลิกภาพอย่างบัณฑิตผู้นี้ กลับมิได้ผอมบาง แต่ก็มิได้มีกล้ามเนื้ออันปูดโปนใหญ่โตอย่างนักบู๊หรือชั้นไขมันส่วนเกินอย่างนักกินแต่ประการใด เพราะเมื่อเสื้อโปร่งแขนยาวสีขาวอย่างนักศึกษาถูกพับแขนเสื้อให้สูงขึ้นตอนที่ยิงธนู ย่อมปรากฏกล้ามแขนกระชับที่ไม่ใหญ่ไม่เล็ก และหากมองผ่าน ๆ ก็คล้ายดังยอดฝีมือด้านวรยุทธ์ผู้หนึ่ง ดวงตาดำคลับว่องไว คล้ายดังคิดคำนวณทุกอย่างที่ผ่านเข้ามาในสายตาอย่างไม่รู้จบสิ้น ฝ่ายหยางไคพอทราบผลว่าตนผ่านการทดสอบแล้วก็มิได้นำพาต่อสิ่งอื่นใด แม้จะมีเสียงเซ็งแซ่ทั่วทั้งสนามทดสอบก็ตาม จึงรีบนำเจ้าขาวกลับไปฝากไว้ที่โรงม้า เนื่องด้วยรอบถัดไปจะเป็นการต่อสู้ด้วยมือเปล่าของบรรดาผู้เข้าสอบแข่งขันที่สามารถผ่านเข้ามาถึงรอบนี้ได้ เมื่อสรุปได้ว่ามีผู้ผ่านเข้ารอบมาได้ 10 คน กรรมการจึงใช้การสุ่มสลากเพื่อจับคู่ประลอง แล้วประกาศว่า “หมายเลข ๑๒ ต้องต่อสู้ด้วยมือเปล่ากับหมายเลข ๔๓” ผู้เข้าสอบบู๊ซิ่วไฉ่นั้นล้วนแต่เป็นนักบู๊หรือแม้แต่จอมยุทธผู้มีประสบการณ์ในการประลองทั้งสิ้น เหล่าผู้ชมจึงต่างล้อมเข้ามาดูด้วยความสนใจ แม้ญาติมิตรของตนจะถูกคัดตกไปแล้วก็ตามจากนั้นกรรมการจึงออกคำสั่งเพื่อเริ่มการแข่งขันบนเวทีประลองยุทธ์ซึ่งสร้างขึ้นมาจากไม้ไผ่ที่ดูแข็งแรงพอประมาณ ฝ่ายหมายเลข ๑๒ นั้นมีร่างกายใหญ่โตกว่าหมายเลข ๔๓ อยู่หนึ่งส่วน จึงเป็นฝ่ายเข้าโจมตีด้วยการเตะสูงเข้าเสียก่อน แต่นักสู้ที่ตัวเล็กกว่านั้นกลับมีวรยุทธ์ไม่ด้อยกว่าแต่ประการ เพราะเมื่อเขากระโดดถอยหลบไปแล้วก็โจมตีสวนกลับด้วยหมัดอย่างรวดเร็ว ฝ่ายผู้เข้าสอบที่มีร่างกายโตกว่าย่อมเคลื่อนไหวได้ช้ากว่าโดยธรรมชาติ จึงรีบยกแขนขึ้นมาป้องกันเอาไว้ แล้วสวนหมัดกลับเช่นกันฝ่ายหนึ่งหลบคอยสวนกลับ แต่อีกฝ่ายใช้ร่างกายรับความเสียหายโดยตรงจึงเจ็บปวดอยู่บ้าง ครั้นหมดเวลาต่อสู้ก็แยกย้ายไปพัก หลังจากกรรมการบันทึกคะแนนของทั้งคู่เสร็จแล้ว จึงเริ่มสุ่มสลากมา 2 ใบ ได้หมายเลข ๒๕ กับ ๒๖ ซึ่งทั้งคู่ต่างมีหุ่นรูปร่างที่สมกันการต่อสู้จึงเต็มไปด้วยสีสัน ทั้งการแลกหมัดและการหลบหลอกด้วยกระทำได้ดีทั้งคู่เมื่อเห็นฝีไม้หลายมือของทั้งสองอย่างเต็มที่แล้ว กรรมการจึงสั่งหยุดการแข่งขันก่อนเวลาสักเล็กน้อย จากนั้นสุ่มสลากได้หมายเลข ๓๕ เพื่อทำการต่อสู้ด้วยมือเปล่ากับหมายเลข ๘๘ ในทันที ซึ่งชายทั้งสองนั้นแตกต่างกันทั้งรูปร่างและอายุ เนื่องด้วย หมายเลข ๓๕ นั้นอายุไม่เกิน 20 ปี ส่วนหมายเลข ๘๘ อายุนั้นไม่น้อยกว่า 40 ปีฝ่ายนักบู๊รุ่นลูกเห็นเช่นนั้นก็สบายใจนัก จึงคิดจะสยบอีกฝ่ายอย่างรวดเร็วเพื่อสร้างความประทับใจและหมายถึงคะแนนระดับสูงที่เขาจะได้รับมัน เมื่อกรรมการให้สัญญาณต่อสู้ จึงใช้ท่าพิฆาตด้วยการโผเข้าไปเพื่อกุมจุดตายของอีกฝ่ายเอาไว้ แต่ยอดฝีมือผู้นั้นกลับนิ่งสงบนัก โดยมั่นใจในพลังลมปราณ 40 ปี ของตน ว่าย่อมมีมากกว่าพลังลมปราณ 20 ปี อย่างน้อยหนึ่งเท่าตัว จึงรอให้อีกฝ่ายเข้ามาจนได้ระยะแล้ว จากนั้นดึงที่แขนของหมายเลข ๓๕ แล้วจับทุ่มลงพื้นไม้อย่างรุนแรงโครมมม !! กรรมการเห็นว่าผู้เข้าสอบสลบลงไปเช่นนั้นแล้ว จึงสั่งยุติการประลองทันทีแล้วประกาศว่า “หมายเลข ๓๕ ถูกคัดชื่อออก” อันที่จริงแค่เขาถ่วงเวลามิให้ถูกทำให้พ่ายแพ้อย่างหมดรูปจากนั้นคอยลุ้นคะแนนข้อเขียน ก็ยังมีโอกาสติด 1 ใน 3 ก็เป็นได้ แต่เมื่อเลือกเส้นทางเช่นนี้แล้วย่อมต้องรอสอบใหม่ในปีหน้าอย่างแน่นอน... ฝ่ายกรรมการเมื่อเห็นว่าเริ่มมีเสียงอื้ออึงเกิดขึ้นแล้ว จึงรีบจับสลากคู่ใหม่ขึ้นมา จากนั้นประกาศอย่างรวดเร็วว่า “คู่ต่อไปหมายเลข ๙๑ ต่อสู้ด้วยมือเปล่ากับหมายเลข ๑๒๙ จงเร่งขึ้นบนเวที” คุณชายเซี่ยงเหลียงหมายเลข ๙๑ เมื่อได้ยินประกาศเช่นนั้นก็ยินดีนัก เนื่องด้วยหมายเลขประจำตัว ๑๒๙ คือ ‘อ้ายหนูบู๊บุ๋น’ ที่เขาสุดแสนจะหมั่นไส้ผู้นั้น!!