ETHER สงครามดาวนรกซอมบี้คลั่ง

    5. 1 .ของใช้จำเป็นสำหรับผู้หญิง

     5. 1
    .ของใช้จำเป็นสำหรับผู้หญิง

            

            
    โจนาธาน ได้รับวิทยุสื่อสาร รถเอทีวี และปืนเอ็มหนึ่งสี่ติดลำกล้องมาจากลีโม มันทำให้การใช้ชีวิตของเขาและโซเฟียง่ายขึ้น วันนี้โซเฟียนัดกับ
    กันสึเกะไว้ว่าจะเข้าไปดูอาการของลีโม แต่เธอต้องการของใช้บางอย่างสำหรับผู้หญิง ทั้งคู่จึงวางแผนที่จะขับรถเอทีวีผ่านป่า เข้ามาหาของในหมู่บ้านลาดั๊กก่อนเพราะเป็นทางผ่าน 

            “นั่นไงหมู่บ้านป่าแหว่ง” โจนาธานหยุดรถตรงลานหินบนยอดผาก่อนจะชี้ให้เธอดูบริเวณของหมู่บ้าน มันคือหมู่บ้านตากอากาศของคนรวยที่ตั้งอยู่ตรงเนินเขาอันห่างไกลจากเมืองและผู้คน ตรงนั้นมีบ้านสองชั้นหลังใหญ่ราวยี่สิบหลังสร้างหันหน้าเข้าหากันสองแถว ถนนเพียงเส้นเดียวที่เชื่อมมันกับเมืองใหญ่ที่อยู่ด้านล่างทอดยาวคดเคี้ยวลาดลงไปสู่เมืองเหมือนงู

            พวกเขาใช้รถเอทีวีขับลัดเลาะผ่านป่าลงมาตามทางน้ำแห้งที่ไหลผ่านหลังหมู่บ้าน โจนาธานจอดรถซ่อนไว้ที่กอหญ้าสูงชิดกำแพงคอนกรีตสีเทาที่น่าจะสูงราวสี่เมตร พวกเขาตัดสินใจไม่เข้าไปทางด้านหน้าเพราะไม่รู้ว่าจะมีใครดักรออยู่ตรงนั้นหรือเปล่า

            “เดี๋ยวฉันจะส่งเธอขึ้นไปก่อน” โจนาธานเหวี่ยงเชือกขึ้นไปมัดกับเสาของกำแพง เขาย่อตัวลงเพื่อเป็นฐานให้โซเฟียเหยียบไหล่ และเมื่อโซเฟียขึ้นไปอยู่บนขอบกำแพงแล้วเธอก็ยื่นมือลงมาเพื่อช่วยดึงตัวเขาขึ้น

            ทั้งคู่เดินเข้าบ้านหลังแรกทางประตูหลังที่ถูกเปิดทิ้งไว้ สภาพพื้นไม้บาเก้ที่เต็มไปด้วยรอยเท้าและข้าวของกระจัดกระจายเกลื่อนทั่วพื้นบ่งบอกว่าพวกเขาน่าจะไม่ใช่คนกลุ่มแรกที่เข้ามาค้นบ้านหลังนี้ ตู้เย็นขนาดใหญ่ว่างเปล่าถูกเปิดทิ้งไว้ยังคงทำงานและส่งเสียงครางหึ่งๆ โจนาธานเดินเข้าไปดึงปลั๊กของมันออกเพราะรำคาญ เขากวาดสายตามองบนตู้เคาน์เตอร์ทำกับข้าวที่ถูกรื้อค้นกระจัดกระจาย ไม่มีร่องรอยของอาหารแห้ง ดูเหมือนคนกลุ่มแรกๆ ที่มาค้นบ้านหลังนี้จะเอาอาหารไปเกือบหมดแล้ว

            “ระวังนะ” โจนาธานที่เดินถือปืนสั้นนำหน้าบุ้ยปากบอกให้โซเฟียระวังเศษจานกระเบื้องที่แตกกระจายเกลื่อนพื้นพร้อมกับช้อนส้อมสแตนเลสอีกหลายคันที่หล่นอยู่ ทุกวันนี้เขาและโซเฟียต้องหูไวตาไวเป็นพิเศษเวลาเข้ามาในเขตเมืองหรือหมู่บ้าน พวกเขาหลีกเลี่ยงร้านค้าเพราะไม่อยากปะทะกับผู้รอดชีวิตคนอื่น บ้านที่ถูกทิ้งไว้จึงดูจะเป็นที่ที่ปลอดภัยที่สุด

            “ชั้นล่างน่าจะปลอดภัย” โจนาธานลดปืนลง เมื่อพบว่าห้องน้ำและห้องนั่งเล่นไม่มีสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าซอมบี้

            เขาเดินอ้อมโซฟาทรงตัวแอลไปยังชั้นวางทีวีจอใหญ่ มีนิตยสารสีสันสดใสเกี่ยวกับแฟชั่นวางอยู่สองสามเล่มและกรอบรูปทิวทัศน์ตกอยู่บนพื้นพรมตุรกีลายดอกไม้สีแดงสด ทุกอย่างในห้องนี้ดูเหมือนจะถูกรื้อค้นจนไม่เหลืออะไรแล้ว

            “เราน่าจะลองไปหาที่บ้านหลังนั้นกันดีกว่า” โจนาธานชี้มือไปยังบ้านฝั่งตรงข้ามที่ออกแบบมาให้เหมือนร้านกาแฟทรงสูงที่โอบล้อมไปด้วยกระจก

            “ไม่ ฉันว่าบ้านหลังนี้น่าจะเคยมีผู้หญิงอยู่” โซเฟียยืนยันคำพูดของเธอด้วยการหยิบกางเกงในจีสตริงสีแดงที่ตกอยู่บนพื้นให้โจนาธานดู

            “โอเค” โจนาธานยักไหล่ เขาเรียนรู้ที่จะพูดน้อยและไม่เสนออะไรมากในช่วงเวลาที่โซเฟียใกล้เป็นประจำเดือน

            “เจอแล้ว” โซเฟียหยิบกล่องผ้าอนามัยแบบสอดยี่ห้อปีกนางฟ้าสีสันสดใสออกมาจากลิ้นชักตู้เก็บของที่อยู่ในห้องน้ำบนชั้นกระจกของอ่างล้างมือ ในนั้นมีก้อนขาวๆ เรียวยาวอยู่ราวสิบสองก้อน

            “มีถุงยางอนามัยด้วย แต่นายคงไม่ต้องใส่มันหรอก” เธอหยิบซองใส่ถุงยางสีสันแวววาวที่หากเด็กๆ เห็นคงคิดว่ามันคือซองใส่หมากฝรั่ง

            “เก็บมาเลย เอาไว้ห่อของกันน้ำเวลาฝนตก” เขาเดินเข้าไปช่วยโซเฟียค้นหาของที่อยู่ในนั้น แสงแดดที่ส่องผ่านหน้าต่างกระจกบานใหญ่ในห้องนั่งเล่นทำให้พวกเขาไม่จำเป็นต้องใช้ไฟฉาย และนอกจากจะเจอถุงยางแล้วในลิ้นชักบนตู้กระจกยังมีเจลหล่อลื่นชนิดเย็นสุดขั้วที่ยังไม่ได้เปิดใช้ และดิลโด้ผิวขรุขระแบบปรับแรงสั่นสะเทือนได้ห้าระดับขนาดใหญ่อีกหนึ่งแท่ง

            โซเฟียและโจนาธานหันไปยิ้มสบตากันตอนที่เธอเก็บของพวกนั้นใส่กระเป๋าเป้ที่อยู่บนหลังของโจนาธาน

            “ขึ้นไปดูชั้นสองหน่อยมั้ย เผื่อจะมีนิยายที่เธออยากอ่าน” โจนาธานเสนอ

            “ก็ได้”

            เขากระชับสายเป้ให้แนบแผ่นหลังก่อนจะเดินถือปืนพกติดกระบอกเก็บเสียงที่ได้จากลีโมขึ้นไปยังชั้นสองโดยมีโซเฟียเดินถือปืนยาวเอ็มหนึ่งสี่สีดำตามหลังมาติดๆ

            “ระวังนะ” เธอส่งเสียงกระซิบ

            โจนาธานหันมาพยักหน้าให้ เขาค่อนข้างมั่นใจว่าข้างบนนี้ไม่น่าจะมีอะไร แต่ระวังไว้ก่อนก็ดี เพราะแม้ช่วงกลางวันพวกซอมบี้จะอยู่นิ่งเงียบในที่มืดราวกับรูปปั้น แต่ถ้ามันได้ยินเสียงหรือได้กลิ่นเนื้อมนุษย์ เจ้าผีร้ายพวกนั้นก็พร้อมจะกระโจนกัดคอเราได้ทุกเมื่อเหมือนงูหางกระดิ่ง

            สุดบันไดทางซ้ายมีประตูเปิดแง้มไว้อยู่ ข้างขวาเป็นห้องน้ำ และสุดทางเดินมีประตูเข้าไปสู่อีกหนึ่งห้องซึ่งน่าจะเป็นห้องนอนใหญ่

            โจนาธานยืนนิ่งรออยู่ตรงบันไดขั้นสุดท้าย เขาพยายามเงี่ยหูฟังเสียงอะไรก็ตามที่กำลังขยับอยู่ในห้อง และทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงรถกระบะดังกระหึ่มเข้ามาจอดหน้าบ้าน

            “แย่แล้ว หาที่หลบเร็ว” เขาส่งเสียงกระซิบและดึงแขนโซเฟียเข้าไปในห้องด้านซ้ายทันที

            “ใต้เตียง เข้าไปหลบอยู่ในนั้นเร็ว”

            โซเฟียก้มลงหัวลงไปใต้เตียง สิ่งที่อยู่ในนั้นทำให้เธอดีดตัวสะดุ้งขึ้นมาเหมือนกุ้ง

            “ซอมบี้ ในนั้นมีซอมบี้” นัยน์ตาของเธอเบิกโพลง เธอกระซิบเสียงสั่นพลางยกมือขึ้นมาปิดปากของตัวเองไว้ และดึงแขนโจนาธานถอยร่นออกมาให้ห่างจากปลายเตียงนั้นอย่างรวดเร็ว

            “เฮ้ย แกสองคนน่ะ ไปดูบ้านหลังนั้น เดี๋ยวข้ากับไอ้มืดจะไปดูบ้านที่อยู่ตรงข้าม” เสียงของชายฉกรรจ์จากด้านล่างทำให้โซเฟียสะดุ้ง

            “ชู่ว...” โจนาธานยกนิ้วชี้ขึ้นมาแตะริมฝีปากพยายามให้เธอเงียบ

            “แฮร... แฮร” มีเสียงขยับตัวและเสียงครางดังออกมาจากใต้เตียง ดูเหมือนกลิ่นตัวและเสียงของพวกอามูนที่เดินเข้ามาในห้องนั่งเล่นชั้นล่างจะทำให้ซอมบี้ผู้หญิงวัยรุ่นในชุดนอนลายหมีสีเหลืองใต้เตียงตื่นขึ้นมาแล้ว

    คล้ายกับเรื่องETHER สงครามดาวนรกซอมบี้คลั่ง ที่คุณอ่าน