พิภพห้วงเวลา

    ตอนที่ 53 โตโล่

    ชายคนนั้นทำเพียงยิ้มเบาๆ ให้กับไทก้า ก่อนจะเปลี่ยนร่างเป็นอสูรควายครู่หนึ่งและเปลี่ยนร่างกลับเป็นมนุษย์ดังเดิมก่อนจะกล่าวขึ้น

    "นี่ข้าเองขอรับ ร่างเมื่อครู่เป็นเพียงร่างจิตเท่านั้นขอรับ"

    "เป็นเช่นนี้เอง เจ้ากล่าวว่าข้าผ่านแล้ว เช่นนั้นเมื่อครู่นี้คือการทดสอบอย่างนั้นหรือ ?" ไทก้าพยักหน้าถามขึ้น ทั้งยังสับสนเล็กน้อย

    "ใช่แล้วขอรับ นี่เป็นการทดสอบที่ผู้ปกครองคนเดิมได้ทำการตั้งเอาไว้ขอรับ หากผู้เข้าทดสอบทำการสังหารอสูรระดับจิตโลกาข้าจะทำการส่งแกนอสูรระดับจิตโลกาออกมาเพื่อให้เขาออกไปยังด้านนอกและเข้ามายังที่นี่ไม่ได้อีกตลอดไป ส่วนผู้ที่ไม่สังหารสัตว์อสูรโลกาเพื่อเอาตัวรอดออกไปนั้นถือว่าผ่านการทดสอบของผู้ปกครอง ที่ผ่านมามีเพียงท่านเท่านั้นขอรับ"อสูรควายอธิบายช้าๆ

    "แล้วเหตุใดต้องหาผู้ปกครองที่นี่กัน เจ้าปกครองเองไม่ได้เช่นนั้นหรือ?"ไทก้ายังคงสงสัยจึงได้ถามขึ้น เนื่องจากดูไปแล้วชายคนนี้เองก็มีระดับพลังที่ไม่ธรรมดา

    "เพราะที่นี่มีสมบัติล้ำค่ามากมายที่ถูกเก็บเอาไว้ขอรับ อย่างเช่นง้าวที่ท่านถือนั้นเป็นหนึ่งในอาวุธระดับสมาบัติที่สามารถยืดหรือหดด้ามได้ตามใจนึกขอรับ ทั้งยังสามารถตัดได้แม้กระทั่งเหล็กกล้าขอรับ ส่วนสมบัติอย่างอื่นเมื่อท่านเป็นผู้ปกครองที่สมบูรณ์แล้วท่านสามารถตรวจดูภายในห้องลับที่ปิดอยู่ทั้งหมดสามสิบห้องได้ขอรับ ส่วนตัวข้านั้นเป็นเพียงอสูรจิตผู้ดูแลที่นี่เท่านั้นไม่มีอำนาจในการปกครองขอรับ"อสูรควายยังคงอธิบายพร้อมด้วยรอยยิ้มเบาๆ

    "อสูรจิต คืออะไรอย่างนั้นหรือ?"ไทก้าถาม

    "อสูรจิตคืออสูรที่สิ้นชีพลงและได้รับพรจากมหาเทพให้คงอยู่ในร่างของจิตต่อไปได้ขอรับ และมีหน้าที่เป็นผู้อารักษ์สถานที่ศักดิ์สิทธิ์แต่ละแห่งขอรับ หากไม่ปฏิบัติตามจะถือว่าผิดสัญญากับมหาเทพและสิ้นชีพไปขอรับ"อสูรควายอธิบายพร้อมก้มไปด้านหน้าบ่งบอกว่าเขานั้นเคารพนามของมหาเทพเป็นอย่างมาก

    "เช่นนั้นที่นี่ก็คือปราสาทของมหาเทพอย่างนั้นหรือ?"

    "ใช่แล้วขอรับ"

    เมื่อได้ยินคำตอบของอสูรจิตไทก้าได้แต่ตกตะลึงเป็นอย่างมาก ก่อนจะค่อยๆนึกถึงบางอย่าง

    "แล้วมหาเทพที่เจ้าว่านั้นคือมหาเทพองค์ใดอย่างนั้นหรือ?"

    "ข้าลืมไปแล้วขอรับ"อสูรควายตอบกลับทั้งยังยิ้มเล็กน้อย

    "ลืมแล้ว? อืม..เช่นนั้นชื่อของปราสาทนี้ล่ะ"ไทก้ายังคงถามต่อ

    "ข้าก็ลืมเช่นกันขอรับ"

    "ห๊ะ แล้วเจ้าจำอะไรได้บ้างเนี่ย ?"ไทก้าดูจะสับสนเล็กน้อย บางอย่างอสูรควายก็สามารถอธิบายได้ บางอย่างก็บอกว่าลืม ทั้งยังเป็นเรื่องที่ไทก้าอยากจะรู้อีกด้วย 

    "ข้าจำได้เพียงบางเรื่องขอรับ หากท่านมีสิ่งใดที่สงสัยท่านถามข้าได้ทุกเรื่องขอรับ เพียงแต่หากเรื่องใดที่ข้าจำไม่ได้ ก็หมายความว่าข้าลืมไปแล้วขอรับ"อสูรควายยังคงยิ้มเล็กน้อยพร้อมตอบกลับเช่นเดิม

    ไทก้าถอนหายใจเล็กน้อยก่อนตอบกลับเบาๆ "เอาล่ะ ในเมื่อเจ้าจำไม่ได้ข้าก็จะไม่ถามเจ้าให้มากความก็แล้วกัน ว่าแต่เจ้าชื่ออะไรอย่างนั้นหรือ?"

    "ข้าลืมไปแล้วขอรับ "

    "อีกแล้วรึ? เฮ้อ ดูท่าวันนี้ข้าจะไม่ได้คำตอบอะไรล่ะมั้ง"ไทก้าพึมพำเบาๆ

    "แต่ว่า.." ในขณะที่ไทก้ากำลังพึมพำอยู่นั้น อสูรควายก็กล่าวบางสิ่งขึ้น"ท่านสามารถตั้งชื่อใหม่ให้ข้าได้นะขอรับ ทั้งชื่อของปราสาทนี้ด้วย เพื่อง่ายต่อการเรียกใช้นะขอรับ"

    "หือ? ... ตั้งชื่ออย่างนั้นหรือ อืม... "ไทก้าคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวต่อออกไป "ดูไปแล้วเจ้าเป็นคนตัวโต และยังถือโล่ก่อนหน้านี้อีกด้วย ถ้างั้นข้าเรียกเจ้าว่า'โตโล่' เจ้าจะว่ายังไง ส่วนปราสาทนี้ข้าจะตั้งชื่อว่า... ปราสาทเขา อืม ไม่สิ เอาเป็นปราสาท'สัตตบรรณ' ก็แล้วกัน"ไทก้าตั้งชื่อปราสาทตามบ่อน้ำอริยะจิตที่มีอยู่เจ็ดบ่อและแต่ละบ่อมีดอกบัวอยู่ภายใน

    "โตโล่ ...... ปราสาทสัตตบรรณ อืม.... เช่นนั้นตามแต่นายท่านขอรับ"อสูรควาย ไม่สิบัดนี้เขามีชื่อว่าโตโล่ได้ตอบกลับไทก้าด้วยความอ่อนน้อม

    ไทก้าพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะยกง้าวขึ้นมาดูทั้งยังทำหน้าสงสัยเล็กน้อย "เจ้าบอกว่าง้าวนี้ยืดหรือหดด้ามได้อย่างงั้นหรือ? ฮึบ.." จากนั้นจึงออกแรงดึงด้ามง้าวดูแต่กลับไม่ขยับแม้แต่น้อย

    "......." อสูรควายที่เห็นไทก้าลองดึงด้ามดูก็รู้สึกผิดเป็นอย่างมากที่ไม่ได้อธิบายให้ไทก้าฟังก่อน

    "จริงๆ แล้วท่านต้องใช้เลือดหนึ่งหยดใส่ลงไปที่ตัวง้าวเพื่อทำสัญญาก่อนขอรับ หลังจากนั้นท่านถึงจะควบคุมได้ทั้งปราสาทนี้ รวมทั้งง้าวนี้ด้วยขอรับ"โตโล่อธิบายทั้งยังผายมือหนึ่งข้างเพื่อให้ไทก้าเข้าใจ

    "อ้อ เช่นนั้นหรือ" ไทก้าพยักหน้าเบาๆ จากนั้นจึงได้นำเลือดออกจากปลายนิ้ว หยดลงไปที่ตัวง้าวในทันที

    ติ้ง!

    วาปปปป!

    เมื่อง้าวได้ดูดซึมเลือดของไทก้าเข้าไปก็เกิดแสงสว่างวาบรอบตัวง้าวครู่หนึ่ง ก่อนที่ไทก้าจะสามารถรับรู้ได้ถึงการคงอยู่ของปราสาททั้งหมดและยังสามารถใช้จิตสื่อถึงง้าวในมือได้อีกด้วย 

    "นายท่านโปรดเลือกจุดเก็บปราสาทด้วยขอรับ ปราสาทนี้จะถูกเก็บไว้ในรูปแบบของยันต์อาคมจะต้องประทับลงบนผิวหนังของท่านส่วนใดก็ได้ขอรับ"โตโล่อธิบายให้กับไทก้าในขณะที่ไทก้าใช้จิตเชื่อมกับปราสาทอยู่ 

    ไทก้าเองก็ไม่รู้ว่าควรเก็บไว้ที่ใด จึงได้ให้โตโล่ช่วยบอกเขาที 

    โตโล่บอกว่าขนาดของรูปยันต์ปราสาทมีขนาดประมาณเจ็ดนิ้ว หากประทับไว้ที่แผ่นไหล่ด้านหลังจะเป็นการดีที่สุด ไทก้าจึงได้ตกลงตามนั้น

    โตโล่ไม่รอช้าขยับมาด้านหลังไทก้าอย่างรวดเร็วใช้มือสัมผัสลงเบาๆ ก่อนที่จะสร้างตรายันต์ขึ้นมาตรงแผ่นไหล่ด้านหลังของไทก้า ซึ่งมีรูปร่างลายเส้นคล้ายคลึงปราสาทและมียอดเป็นเก้ายอด 

    พรึ่บ!

    เมื่อตัวยันต์ประทับเสร็จสิ้น ไทก้าหลับตาลงรู้สึกได้ในทันทีว่าปราสาทใหญ่ทั้งหลังรวมถึงบริเวณโดยรอบนี้นั้นไทก้าสามารถรับรู้ได้ทั้งหมด ทั้งยังรู้สึกว่าสามารถควบคุมเปิดปิดปราสาทได้ดั่งใจ และดูเหมือนว่าจะเก็บปราสาทเข้าไปในยันต์ได้ดั่งใจนึกอีกด้วย

    ไทก้าลืมตาขึ้นมาช้าๆ ก่อนจะพบว่าโตโล่ยืนอยู่ด้านหน้าของตน

    "เป็นอย่างไรบ้างขอรับนายท่าน"โตโล่กล่าวถามขึ้นทั้งยังคำนับลงเล็กน้อย

    "อืม..ข้ารู้สึกว่าจะสามารถรับรู้ได้ทุกสิ่งภายในบริเวณปราสาทนี้"ไทก้าตอบกลับเบาๆ

    "ในตอนนี้ท่านคือผู้ปกครองปราสาทอย่างสมบูรณ์แล้วขอรับ"โตโล่กล่าวตอบกับ

    ไทก้าพยักหน้าตอบรับ ทั้งยังรู้สึกดีเป็นอย่างมาก ในตอนนี้เขาสามารถเข้าออกที่นี่ได้ดังใจนึก ทั้งยังเก็บปราสาทนี้เอาไว้ได้ด้วย นี่มันดีเป็นอย่างมาก หากเขาต้องการเก็บของชิ้นใหญ่ๆ ก็ไม่ต้องกังวลอะไรอีกต่อไป หากมีสิ่งใดที่ต้องการเก็บก็สามารถดึงมาไว้ที่นี่ได้เลย นี่มันไม่ต่างจากกระเป๋าย่อส่วนขนาดใหญ่แล้ว

    "อืม... จริงสิ แล้วโครงกระดูกเหล่านี้คือสิ่งใดอย่างนั้นหรือ?" ไทก้าที่หันไปและมองเห็นโครงกระดูกพอดีจึงได้หันไปถามกับโตโล่

    "นี่เป็นอาคมที่ถูกวางไว้ของปราสาทนี้ขอรับ โครงกระดูกเหล่านี้คืออาคมผู้เฝ้าสมบัติขอรับ หากมีผู้ใดไปแตะต้องสมบัติที่ผู้ปกครองเก็บเอาไว้อย่างดีสิ่งนี้จะปรากฏในรูปของโครงกระดูกพร้อมอาวุธและมีระดับพลังมากกว่าผู้แตะต้องสามถึงสี่ขั้นออกมาขอรับ"โตโล่ตอบไทก้า

    "เป็นเช่นนี้เอง แล้วเหตุใดก่อนหน้านี้เจ้าไม่ออกมาเล่า จะได้ทำการทดสอบทีเดียวไปเลย เล่นเอาข้าเหนื่อยสู้กับเจ้าพวกนี้ทั้งที่ข้าไม่ใช่คนที่ไปแตะต้องซะหน่อย"ไทก้าถามขึ้นทั้งยังผายมือเล็กน้อย

    "ต้องขออภัยด้วยขอรับ ข้านั้นจะออกมาได้ ก็ต่อเมื่อมีผู้ทดสอบที่สามารถยกง้าวขึ้นจากจุดที่ปักไว้ได้เท่านั้นขอรับ"โตโล่กล่าวทั้งยังคำนับไปยังไทก้าช้าๆก่อนจะกล่าวต่ออีกว่า"แต่ว่าในตอนนี้ท่านสามารถควบคุมเหล่าโครงกระดูกนี้ได้ด้วยนะขอรับ"

    ไทก้าที่ได้ฟังดังนั้นก็ตกใจเป็นอย่างยิ่ง หากเขาควบคุมโครงกระดูกเหล่านี้ได้จริงนี่ไม่ต่างจากเขามีกองทัพไว้ใช้งานอย่างนั้นหรือ 

    คิดอยู่ครู่หนึ่งไทก้าจึงเดินลงมาด้านล่างพร้อมกับโตโล่ที่เดินตามหลังมา ก่อนจะคลายอาคมน้ำแข็งทั้งหมด และพบว่าเหล่าโครงกระดูกต่างยืนนิ่งไม่ได้พุ่งเข้ามาโจมตีไทก้าเหมือนก่อนหน้านี้อีกแล้ว  

    จากนั้นไทก้าจึงได้ลองออกคำสั่งผ่านทางจิตให้เหล่าโครงกระดูกหายไป

    พรึ่บ!

    โครงกระดูกด้านหน้าราวๆ หนึ่งพันตนหายไปในทันทีก่อนจะปรากฏขึ้นมาอีกครั้งตามคำสั่งผ่านจิตของไทก้า

    พรึ่บ!

    "จริงด้วยแฮะ อืม แล้วระดับพลังที่จะปรากฏออกมาล่ะ"ไทก้าหันไปกล่าวถามกับโตโล่

    "โครงกระดูกเหล่านี้หากตามกลไกอาคมจะเป็นตามที่ข้าบอกกับท่านก่อนหน้านี้ขอรับ แต่หากเป็นด้านนอกระดับสูงสุดที่เรียกออกมาได้คือระดับเดียวกับนายท่านขอรับ แต่โครงกระดูกเหล่านี้จะไม่สามารถใช้อาคมได้ขอรับ"โตโล่อธิบาย

    "อืม แบบนี้เองเหรอ"ไทก้าพยักหน้าคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะสั่งให้เหล่าโครงกระดูกหายไปและเดินสำรวจดูทั่วทั้งปราสาทพร้อมกับโตโล่ที่คอยอธิบายหลายๆอย่าง 

    ในปราสาทนั้นมีห้องเก็บสมบัติอยู่ทั้งสิ้นสามสิบห้อง ไทก้าสามารถเปิดได้ทั้งสิ้นตอนนี้คือสิบห้องเท่านั้น ส่วนห้องอื่นๆ นั้นต้องรอระดับพลังของไทก้าเลื่อนขึ้นมาซะก่อนถึงจะสามารถเปิดออกได้

    ทั้งสิบห้องที่ไทก้าเปิดออกนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นแกนอสูรระดับต่ำจนถึงระดับจิตโลกาเท่านั้น มีทั้งยา และอาวุธระดับสูงอีกไม่มากนัก แต่หากมองดูดีๆ แล้วมันกลับมากพอสำหรับผู้ฝึกจิตระดับจิตโลกา

    หลังจากสำรวจรอบปราสาทครบแล้วไทก้าจึงตัดสินใจที่จะออกจากปราสาทไปเพื่อฝึกต่อที่ด้านนอก

    เมื่อออกคำสั่งทางจิตร่างของไทก้าและโตโล่ก็กลายเป็นลำแสงถูกส่งย้ายออกมาด้านนอกในทันที 

    ฟุบ ฟุบ!

    ไทก้ายืนขึ้นและหันมองไปด้านหน้าก่อนจะใช้คำสั่งจิตเก็บปราสาทเข้าไปในยันต์อย่างรวดเร็ว

    ปราสาทเกิดการสั่นไหวอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกลายเป็นลำแสงและพุ่งตรงเข้ามายังแผ่นไหล่ด้านหลังของไทก้า

    วิ้ง พรึ่บ!

    โชคยังดีที่ในป่าตอนนี้ไม่ได้มีผู้ใด้อยู่ใกล้แถวนี้ มิฉะนั้นหากเขาเหล่านั้นได้เห็นภาพที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่ที่จู่ๆปราสาทหลังใหญ่โตได้หายไปนั้น คงตกใจจนคิดว่านี่เป็นความฝันเป็นแน่



    คล้ายกับเรื่องพิภพห้วงเวลา ที่คุณอ่าน