เทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสี่ ตอนราชันเก้าพิภพ (จบแล้ว)

    ตอนที่ 60 จอมมารปรมันต์

    เสี่ยวเทียนกลับสำนักยังไม่ทันได้เข้าถึงที่พัก ก็มีตัวตนระดับ เซียนฟ้ามายืนรออยู่สองคน แต่งชุดสีดำ  เสี่ยวเทียนไม่อยากสนใจ ให้คนที่เจ้าอาวาสส่งมาคุ้มครองขับไล่ สองคนนี้ไป แต่ทั้งสี่คน กลับไม่สามารถต่อกรกับ สองคนชุดดำที่มาใหม่ได้เลย ถูกกระแทกกระเด็นไป 

    “เฉินเสี่ยวเทียน มอบมือทั้งสองข้างออกมา” สองคนนี้คือ เทพผู้พิทักษ์ ผู้ซึ่งเป็นคนของจักรพรรดิแดนประจิมเทวะ ถูกฝึกขึ้นมาเพื่อให้คุ้มครองความปลอดภัยของผู้คนในเชื้อพระวงศ์ทั้งหมด ทำงานภายใต้คำสั่ง จักรพรรดิ ฮองเฮา และรัชทายาทเท่านั้น  ทั้งแดนประจิมเทวะมีเพียง 36 คนเท่านั้น

    “ พวกนี้ถ้าไม่ทำให้หวาดกลัว พวกมันคงยังมากันเรื่อยๆ  ไม่ยอมหยุดแน่”  เสี่ยวเทียน ปล่อยเทพอินทรี ปล่อยออกมา พ่นแสงออกจากดวงตา เข้าใส่คนที่พูดออกมา จนร่างขาดครึ่ง อีกคนเห็นเช่นนั้นก็ตกใจยิ่งนัก กำลังคิดจะหลบหนีเสี่ยวเทียนคว้าธนูยิงตะวันยิงใส่เข้าไปอีก 1 ดอก ร่างที่ออกนอกวัดไปแล้ว ก็ยังไม่พ้น ลูกธนูพุ่งเข้าเจาะที่หัว ระเบิดกระจายนอนตายอยู่หน้าวัด สร้างความตื่นตะลึงให้กับคนที่เห็นสภาพเช่นนี้ 

    “หวังว่าคงจะมีคนหวาดกลัวไม่กล้าเข้ามายุ่มย่ามกับข้าอีกนะ”

    หลังจากนั้นเสี่ยวเทียน ก็กลับเข้าไปในมิติฟ้าคราม ปล่อยให้ศิษย์พี่รองช่วยหลวงจีนทั้งสี่ ให้ฟื้น แล้วไปบอกเจ้าอาวาสถึงชายชุดดำสองคนนี้

    เสี่ยวเทียนจับ ไป๋น้อยออกมา แล้วให้เม็ดยาอสูรฟ้าให้ไป๋น้อยกิน พอเม็ดยาลลายเข้าไปในปากไป๋น้อย ทำให้ร่างกายไป๋น้อยที่เดินเตาะเตะ กลับเปลี่ยนไป เดินได้อย่างมั่นคง ทำให้ไป๋น้อยรู้สึกยินดียิ่ง จึงออกวิ่งไปรอบ ๆ เสี่ยวเทียนอย่างอย่างสนุกสนานที่เคลื่อนไหวได้ดังใจ เสี่ยวเทียนปล่อยให้มันวิ่งตามสบาย จากนั้นพอมันเหนื่อย มันก็มาเขี่ยที่ขา แล้วเอ่ยออกมาว่า

    “ พี่ใหญ่ ไป๋น้อยหิวแล้ว”  เสี่ยวเทียนก้มมองดูด้วยความตกใจ

    “ เฮ้ย ! นี่พูดได้เร็วขนาดนี้เลยรึ?”  เสี่ยวเทียนจับไป๋น้อยขึ้นมามองดูด้วยความประหลาดใจ พบว่าพลังเซียนของมันปรับขึ้นมาเป็นระดับที่ 15 แล้ว

    “ อาจารย์ให้ตงตง กินแล้วจะพูดได้แบบนี้ไหม?”

    “ ไม่ได้ ตงตงไม่ใช่สัตว์อสูร ในจักรวาลนี้ มันเป็นสัตว์อสูรนอกจักรวาล เจ้าติดต่อมันได้เพียงพลังจิตเท่านั้น” อาจารย์ลู่เอินอธิบาย เสี่ยวเทียนมองไป๋น้อยกินนมในถ้วยของมันอย่างมีความสุขไม่สนใจใคร  ทันใดนั้น เจ้าอาวาสก็มาหาเสี่ยวเทียนที่บ้านพัก เสี่ยวเทียนจึงต้องไปต้อนรับ

    “ท่านอรหันต์น้อย คนที่ตายสองคนนั่น เทพผู้พิทักษ์ของ จักพรรดิดินแดนประจิมเทวะ  อาตมาสงสัยว่า ท่านไปมีเรื่องอะไรกับพวกเขากันแน่ อาตมาจะได้ช่วยแก้ไขเรื่องนี้ให้”

    “ ข้าไม่เคยพบพวกเขามาก่อน” เสี่ยวเทียนก็ยังสงสัย

    “ พวกมันถูกส่งมาจากเด็กน้อยที่เจ้าเฆี่ยนตีไป มันเป็นโอรสของจักรพรรดิดินแดนประจิม” อาจารย์ลู่เอินบอก หลังจากตรวจความจำวิญญาณคนตาย

    “ น่าแปลก ! ตัวตนระดับนี้ไม่น่ามาทำตัวเป็นคนร้ายแบบนี้”

    “ มันถูกส่งให้มาตัดมือข้า เพราะข้าเฆี่ยนตีองค์ชายน้อย โอรสของจักรพรรดิดินแดนประจิมเทวะ” เสี่ยวเทียนบอกกับเจ้าอาวาสตามจริงๆ

    “ นี่ท่านเฆี่ยนตี องค์ชายน้อยอย่างนั้นรึ?”

    เสี่ยวเทียนเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ ท่านเจ้าอาวาสทั้งหมด ซึ่งท่านเจ้าอาวาสรับฟังอย่างสงบแล้วได้แต่ถอนหายใจแล้วเอ่ยว่า

    “ นึกไม่ถึง จักรพรรดิผู้ปกครองแผ่นดินด้วยความสงบสุขตลอดมากลับมีโอรสที่ใช้การไม่ได้เช่นนี้ ดีที่เขาไม่ได้ถูกวางตัวให้เป็นรัชทายาท ไม่เช่นนั้น คงเป็นได้เกิดยุคเข็ญอย่างแน่นอน” 

    หลังจากเจ้าอาวาสกลับไปแล้ว เสี่ยวเทียนก็ชวนศิษย์พี่รองเข้ามาแช่สระน้ำเทพเจ้าเพื่อให้ มีเพิ่มพลังเซียนในร่างกายให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งเวลานี้ศิษย์พี่รองเริ่มที่จะฝึกวิชาเทพมิติ น้ำในสระเทพเจ้าจะมีส่วนช่วยในการฝึกฝนยิ่งขึ้น

    ในขณะเดียวกัน ณ ชั้นใต้ดินของตึกร้างแห่งหนึ่ง ในเมืองหลวงซีฉี ด้านล่างกลับมีพระราชวังอันโอ่อ่า ตั้งอยู่โดยไม่มีใครล่วงรู้เลย  ภายในวังใต้ดินบัดนี้กำลังมีการ ประชุมสนทนากันอยู่  โดยมีจอมมารปรมันต์ นั่งอยู่บนบัลลังก์

    และมีขุนพลมารยืนอยู่ด้านข้างอยู่ สิบคน   มี ขุนพลมารลำดับที่หนึ่งเดินออกมากลางห้องโถงกล่าวรายงานออกมาว่า

    “ เรียนท่านจอมมารปรมันต์ ขณะนี้ได้มีข่าว แพรไปทั่วเมืองแดนประจิมเทวะว่า มีพระอรหันต์ศิษย์อันดับสี่ เฉินเทียนซือ ของพระโพธิสัตว์ยูไล  ได้มาจุติใหม่ในร่าง ของเด็กน้อยวัย 9 ขวบ พวกเขาเรียกเด็กน้อยคนนี้ว่า อรหันต์น้อย   อีกห้าวัน พวกเขาจะมีการ จัดพิธีเผยแพร่พลังแห่งพุทธะ ออกมาให้สาธุชนทุกๆคนได้ประจักษ์ และสัมผัส เพื่อจะเข้าถึง พระพุทธองค์ได้อย่างใกล้ชิด 

    บัดนี้ กลุ่มสถาบันสงฆ์ ทั่วเมืองหลวงและบริเวณใกล้เคียงรู้ข่าว ต่างเข้ามากันในเมืองซีฉี มากมาย ไปหมด เหล่าประชาชนก็เริ่มหลั่งไหลเข้ามา แม้แต่กลุ่มแนวทางพรต ก็มาขอร่วมชมพระบารมีของ พระอรหันต์น้อย เฉินเทียนซือด้วย วันนั้น จะเป็นโอกาสของเรา  ที่จะได้ร่างพระอรหันต์ที่ยังมีชีวิต  ท่านจอมมารปรมันต์ จะได้เป็นอมตะตลอดไป”  

    “ เจ้าแน่ใจได้อย่างไรว่า เด็กน้อยนั่นเป็นร่างอรหันต์จริงๆ” จอมมารปรมันต์ถามเพื่อความแน่ใจ

    “ เรื่องนี้มีคนเห็นกับเป็นร้อยคน ไม่ผิดแน่ อีกทั้งพลังแสงแห่งพุทธะกับพลังจากร่างพระอรหันต์ที่มีชิวิต ได้สร้างช่วยเพิ่มพลังให้หัวหน้าหอคัมภีร์ เลื่อนขั้นจากเซียนจักรพรรดิเป็นเซียนฟ้าได้ทันที แล้วยังอัญเชิญพระยูไลมาปรากฏได้ซึ่งมีแต่ศิษย์พระยูไลเท่านั้นที่ทำได้  เรื่องนี้ทางเราไปตรวจสอบมาแน่ชัดแล้วไม่ผิดพลาดอย่างแน่นอน”  ขุนพลมารที่ หนึ่ง ตรวจสอบมาแล้ว

    “ ถ้าเช่นนั้น แล้วเราจะจับมันได้อย่างไร ถ้าหากมันเป็นร่างอรหันต์จริงๆ” ขุนพลมารอันดับที่ 2เอ่ยถามด้วยความสงสัย

    “ ร่างกายของอรหันต์น้อย มีพลังเพียงแค่ขั้นเซียนราชัน ยังอ่อนด้อยนัก หากมันการปลดปล่อยแสงแห่งพุทธะ กับพลังร่างอรหันต์ออกมา จะทำให้พลังของมันอ่อนแอ จังหวะนั้นพวกเราก็ลงมือกับมัน”

    “ ไม่ต้องห่วง วันงานข้าขอดูว่า  มันเป็นร่างอรหันต์จริงดังที่คำร่ำลือหรือไม่  หากเป็นจริง ข้าจะลงมือด้วยตัวเอง ต่อให้มันมีพลังอรหันต์จริงๆ ก็ไม่มีวันทำอะไรข้าได้ หากข้าได้ร่างอรหันต์มา ข้าจะเป็นอมตะไม่มีวันตาย ไม่ต้องหาร่างมนุษย์มาใช้อีกต่อไป” จอมมารปรมันต์ ผู้มีพลังขั้นเซียนสวรรค์ขั้นสูงสุดเอ่ยอย่างมั่นใจ

    ณ วังหลวงซีฉี

    “ เกิดอะไรขึ้น ! ทำไมคนของเราสองคน ถูกฆ่าตายที่วัดเทียนหลง มีใครจะอธิบายเรื่องนี้ให้กับข้า”  องค์รัชทายาทเอ่ยเสียงเครียด ขณะที่กำลังมองสภาพศพของเทพผู้พิทักษ์ ที่ถูกมือปราบส่งกลับมาที่วัง

    “ เขาทั้งสองได้รับป้ายคำสั่งจากฮองเฮาให้ไปหาองค์ชายน้อย เพื่อรับภารกิจ แต่ทำไม่สำเร็จ ถูกฆ่าตายทั้งสองคน” หัวหน้าเทพผู้พิทักษ์ กล่าวด้วยความอึดอัดใจ

    “ ภารกิจอะไร?”

    “ ตัดมือ เด็กน้อยวัย 9 ขวบผู้หนึ่ง”

    “ ไร้สาระสิ้นดี ให้เทพผู้พิทักษ์ราชวงศ์ ไปตัดมือเด็กน้อยเนี่ยนะ !” รัชาทายาทเริ่มโกรธขึ้นมาแล้ว

    “ เรื่ององค์ชายน้อย กับฮองเฮาหม่า ข้าจะจัดการเอง แต่พวกเจ้ารู้ไหม ใครลงมืออย่างโหดเหี้ยมเช่นนี้”

    “ มันคือ เฉินเสี่ยวเทียน เด็กน้อยวัย 9 ขวบคนนั้น” หัวหน้าเทพผู้พิทักษ์ก้มหน้าตอบกลับไป

    “ มันเป็นแค่เด็ก เก้าขวบ กลับร้ายกาจถึงเพียงนี้เชียวรึ?” รัชทายาทเริ่มเอะใจ

    “ มันเข้าเมืองมาวันแรก มันสยบ สองนักพรตหยินหยาง แล้วมันก็เฆี่ยนตี องค์ชายน้อย ต่อหน้าฝูงชนกลางตลาด สาเหตุองค์ชายน้อย ใช้กองกำลังม้าเกราะเงินขี่ด้วยความเร็ว เกือบทำร้ายเด็กหญิงน้อยผู้หนึ่ง จากนั้นมันก็สังหาร นายท่านเก้า นักฆ่าอันดับ เก้า จากตำหนักเก้ามังกร  แล้วสยบหัวหน้าหอคัมภีร์ ด้วยวิชาพระยูไล

    จนเจ้าอาวาสและทุกคนเคารพนับถือมันยกย่องมันเป็น อรหันต์น้อย เฉินเทียนซือ บัดนี้ทั่วดินแดน ปัจจิมเทวะ ล้วนเข้ามาในเมืองหลวง เพื่อชมบารมีของมัน อีกห้าวันมันจะแสดงพลังแห่งพุทธะออกมา เพื่อให้ ทุกคนได้สัมผัสพลังพระอรหันต์จากมัน ส่วนเทพผู้พิทักษ์ทั้งสอง แค่พูดว่าจะตัดมือมันทั้งสองข้าง ก็ถูกเทพอินทรี กับธนูยิงตะวันของมันสังหารไปในคราวเดียว” 

    “ อรหันต์น้อย เฉินเทียนซือ? มันเป็นใคร มาจากไหน และมันมาทำอะไรที่นี่”

    “ มันชื่อจริงว่า เฉินเสี่ยวเทียนมาตามหาพ่อ จากโลกภายนอก เป็นศิษย์สำนักปราชญ์เทวะ แล้วมันเข้าไปในแดนมหาเทพเทวาสถิตย์ ได้รับแต่งตั้งเป็นโอรสเทพ และรัชทายาทอีกด้วย” หัวหน้าเทพผู้พิทักษ์สืบมาอย่างละเอียด

    “ เฮ้อ เด็กคนนี้ ไม่ธรรมดาจริงๆ พวกเจ้า คอยดูต่อไป เรื่องนี้ ข้าต้องรายงานเสด็จพ่อ”  องค์รัชทายาทฟังประวัติเสี่ยวเทียนก็ไม่กล้าทำอะไร

    ต้องรายงานเรื่องนี้ต่อจักรพรรดิเสียก่อน

    ตำหนัก องค์ชายน้อย

    “ อะไรนะ ตายหมดทั้งสองคนเลยหรือ?”  องค์ชายน้อยตกใจ ที่ขนาดเทพผู้พิทักษ์ยังตายทั้งสองคน คราวนี้คงเกิดเรื่องใหญ่แน่ ทันใดนั้นฮองเฮาหม่าก็เดินเข้ามาใบหน้าเคร่งเครียด

    “ เสด็จแม่ เทพผู้พิทักษ์สองคนนั่นตายแล้ว”

    “ แม่รู้  เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องใหญ่ไปแล้ว อีกไม่นาน เสด็จพ่อต้องเรียกเจ้าไปพบ อย่าเถียงเสด็จพ่อเป็นอันขาดนะ จำไว้” ทั้งสองคนกอดกันแน่นปลอบใจซึ่งกันและกัน

    ณ วัดเทียนหลง ในวันนี้มีผู้คนเดินทางมาไหว้พระขอพร กันมากจนวัดแน่นขนัดจนทางวัดต้องมีการปิดประตูวัด เพื่อ จัดผู้คนเข้าไป เป็นชุดๆ ซึ่งทุกคนที่เข้ามาก็อยากจะขอเข้าพบ ท่านอรหันต์น้อย เฉินเทียนซือ แต่ว่าเจ้าอาวาสได้สั่งเพิ่มกำลังคนห้ามมิให้ผู้ใด เข้าไปรบกวน ท่านอรหันต์น้อยเด็ดขาด แต่ก็ยังมีผู้คนมากมายยอมแม้กระทั่ง ขอไปดูที่พักก็พอ ทำให้ทางวัดเลยให้ทุกคนสามารถมองดูที่พัก แล้วทำการเคารพได้อยู่ ด้านหน้าที่พัก ห่างๆ เท่านั้น

    วันนี้เจ้าอาวาสกับรองทั้งสี่ได้พาบุคคล สามท่าน ได้มาเข้าพบเสี่ยวเทียนเป็นการส่วนตัว ซึ่งกว่าจะแหวกฝูงชนเข้ามาได้ ก็ทำให้ วุ่นวายไม่น้อย

    “นี่คือ ท่านเสนาบดีกลาโหม ท่านเจ้ากรมราชทัณฑ์ และ หัวหน้าผู้คุม ทั้งสามท่านมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่อง ของพ่อ ท่านอรหันต์น้อย” เจ้าอาวาสพาคนทั้งสามมาให้เสี่ยวเทียนสอบถามถึงที่เลย

    “ ท่านทั้งสามอุตส่าห์มาถึงที่นี่ ข้าเฉินเสี่ยวเทียน รู้สึกเกรงใจจริงๆ”

    “ ท่านอรหันต์น้อยอย่าได้คิดเช่นนั้น พวกเราต่างหากที่รู้สึกเป็นเกียรติอย่างสูงที่ได้รับใช้”  เสนาบดีกลาโหมเอ่ยอย่างนอบน้อม

    “ เรื่องท่านพ่อของข้า พวกท่านได้มีข้อมูลกันบ้างไหม”  เสี่ยวเทียนเลยถามทันที

    “ เรียนท่านอรหันต์น้อย จากการตรวจสอบโดยละเอียด ในช่วงยี่สิบปีที่ผ่านมา ไม่มีใคร เข้ามาในดินแดนปัจจิมเทวะอย่างแน่นอน” เจ้ากรมราชทัณฑ์ตอบด้วยความนอบน้อมเช่นกัน

    เสี่ยวเทียนทำใจอยู่แล้วเพราะเขาไม่สามารถสัมผัสถึงตัวตนท่านพ่อเฉินคุณเลยแม้แต่น้อย

    “ ขอบคุณมากที่ทุกท่านมายืนยันข้อมูลกับข้าถึงที่”

    “ ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร พวกเรายินดีทำให้ท่านอรหันต์น้อย” เสนาบดีกล่าวแทนทุกคน  เสี่ยวเทียนได้พยักหน้า ขอบคุณอีกครั้งแต่พวกเขาก็ยังไม่จากไปจนเจ้าอาวาสต้องมากระซิบบอกว่า ให้ช่วยให้พรและแผ่รัศมีให้พวกเขาหน่อย เสี่ยวเทียนเลยเข้าใจทุกอย่าง

    เสี่ยวเทียน ยกมือแล้วปล่อยพลังแสงแห่งพุทธะ และพลังอัฐิธาตุพระอรหันต์ออกมา พลังทั้งสองก็แพร่กระจายออกไปทั่วบริเวณ ทั้งสามคนได้รับพลังเข้าไปก็ในร่างกายอย่างเต็มที่ จิตศัรทธาที่มีอยู่เปี่ยมล้น ในคนทั้งสาม ทำให้เกิดร่างกายมีมีปฏิกิริยาตอบรับ ทำให้พลังในร่างกายของทั้งสามคน เพิ่มขึ้นกันคนละสี่ห้าระดับ

    สร้างความตื่นเต้น ดีใจให้กับคนทั้งสามยิ่งนัก หลังจากนั้นเจ้าอาวาสก็พาทั้งสามออกไป เสี่ยวเทียนออกมาส่งก็พบว่ามีคนมากมายยืนมองมาจากด้านหน้าทางเข้าที่พักมากมาย ก็เริ่มสงสัยว่า นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ จนต้องเอ่ยถามหลวงจีนองค์รักษ์ทั้งสี่ ที่เวลานี้ติดตามเสี่ยวเทียน อยู่ตลอด

    “ ท่านอรหันต์น้อย ยังไม่ทราบ พอหลังจากที่ท่านปรากฏตัวขึ้น ผู้คนในเมืองก็ได้รับทราบว่าท่านเป็นอรหันต์มาจุติ มาพักที่วันเทียนหลง  ก็มีผู้คนมากมายจากทั่วสารทิศ ต่างก็เดินทางเพื่อมาขอเข้าพบท่าน เพื่อชื่มชมบารมีพระอรหันต์ที่กลับชาติมาเกิดใหม่ ในเวลานี้วัดของเรา ไม่มีที่พอให้ฝูงชนจำนวนมากเข้ามาเพื่อชื่นชมบารมีของท่าน จึงต้องจัดให้เข้ามาเป็นชุด ๆ พอกลุ่มนี้ออกไป ชุดใหม่จึงเข้ามาได้ และจัดสถานที่ให้เข้ามาดูที่พักของท่านระยะไกล เพื่อไม่ให้มีใครมารบกวนท่านได้”  เสี่ยวเทียนได้ฟังก็ตกใจ ไม่คิดว่าเรื่องนี้จะทำให้เกิดความสนใจกับชาวเมืองมากขนาดนี้ แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรเช่นกัน หวังว่าหลังจากทำพิธีเผยแพร่พลังแสงแห่งพุทธะออกไปแล้ว ก็จะขออำลาจากไปในทันที

    ทันใดนั้นเอง ก็มีกองทหารจากในวังหลวงมากันนับร้อย มีรถม้าทองคำ วิ่งเข้ามาในบริเวณวัด ประชาชน ถูกกันออกไปอย่างกะทันหัน เจ้าอาวาสแลรองทั้งสี่กับหัวหน้าหอทั้งสิบ รีบออกมาต้อนรับกันทั้งหมด มีหลวงจีนท่านหนึ่งรีบมาบอกกับเสี่ยวเทียนว่า

    “ ท่านอรหันต์น้อย องค์จักรพรรดิเสด็จมาขอพบท่าน ”

    “ จักรพรรดิดินแดนประจิมเทวะ มาได้ยังไงนี่ !” เสี่ยวเทียนตกใจที่ตัวตนระดับนี้

    ถึงกับมาด้วยตนเอง หรือว่าจะรู้ว่า เราไม่ใช่อรหันต์กลับชาติมาเกิดจริงๆ 

    “ อาจารย์ ทำยังไงกันดี !!?”

    คล้ายกับเรื่องเทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสี่ ตอนราชันเก้าพิภพ (จบแล้ว) ที่คุณอ่าน