[จบ]1-1 ย้อนเวลามากับระบบใส่เดี่ยว

    35 ผิดปกติ

    “สถานะ”


    [ระบบ 1 - 1 ระดับ 2 ดาว]

    [ชื่อ : แอชเชอร์ แอสลาส]

    [อายุ : 15 ปี]

    [ระดับซิงโครไนซ์ : SS ]

    [พลังโจมตี 0  [8]]

    [พลังป้องกัน 0  [8]]

    [ความเร็ว 1 [8]]

    [พลังต่อสู้  125]

    [ฟอสเอนเนอร์จี้ 1,225.12]

    [แต้มสถานะคงเหลือ 29]

    [ สถานะร่างกาย 100 % ]


    สกิล >>

    [วิ่งเร็ว{Max}][ระเบิดความเร็ว{Max}][วิ่งหลบหลีก{Max}][ปีนป่าย{Max}][ว่ายน้ำ{Max}][ปอดเหล็ก{max}][ลำแสงดาบ{Max}][ลำแสงมีด{Max}]


    [เชี่ยวชาญหมัดปานกลาง{75%}]

    [เชี่ยวชาญดาบขั้นสูง{1%}]

    [เชี่ยวชาญมีดขั้นสูง{1%}]



    แอชเชอร์มองดูหน้าต่างสถานะที่มีหลายอย่างเปลี่ยนไป อันดับแรกเป็นตัวเลขด้านบนสุด บอกว่าระบบเปลี่ยนไปเป็น 2 ดาว ต่อมาเป็นเลข 8 ในวงเล็บด้านหลังสถานะทั้ง 3  เดิมทีแอชเชอร์มีเพียงแค่ 6 เท่านั้น แต่การฆ่ามอนสเตอร์ 4 ดาวและ 5 ดาวครั้งแรกในการฝึกซ้อมของเขา ระบบจึงได้เพิ่มค่าสถานะทั้ง 3 ให้เขาอย่างละ 1 แต้มจนเป็น 8 หน่วยจนพลังต่อสู้ของเขาอยู่ที่ 125


    ในส่วนของฟอสเอนเนอร์จี้ แม้จะไม่มีการระบุว่ามันเป็นฟอสเอนเนอร์จี้ 2 ดาว แอชเชอร์ก็รู้ได้จากระดับของระบบ ตอนนี้เขามีฟอสเอนเนอร์จี้เหลืออยู่เพียง 1225.12 หน่วยเท่านั้น แต้มสถานะของเขาที่แลกเอาไว้ก็เหลือ 29 แต้ม หากเขาใช้งานพลังต่อสู้ของเขาจะเพิ่มเข้าไปในระบบอีก 145 หน่วย ในส่วนของทักษะไม่มีอะไรมาก ที่เหลือคงเป็นการทำให้สกิลหมัดของเขาเป็นระดับสูง


    “ระบบ ระยะ 5 เมตรของระบบหลักที่ลดลงคืออะไร”


    [ แจ้งเตือน ระยะ 5 เมตรที่ลดลงคือระยะในการใช้งานระบบหลัก จากเดิมในระยะ 50 เมตรต้องมีเพียงแค่โฮสต์และคู่ต่อสู้ระบบถึงจะทำงาน ตอนนี้ระบบลดระยะเป็น 45 เมตร]


    “แล้วถ้าระบบถูกอัพเกรดไปมากกว่านี้ละ ระยะมันจะลดลดด้วยไหม”


    การที่ระยะของระบบหลักลดลง หมายความว่าแอชเชอร์จะสามารถปรับแต่งร่างกายให้มีพลังพอกับคู่ต่อสู้ที่อยู่ด้วยกันสองต่อสองได้ง่ายยิ่งขึ้น


    [ระยะของระบบหลักจะลดลงตามระดับของระบบที่เพิ่มขึ้น]


    แอชเชอร์ฉีกยิ้มกว้าง หากว่าเขาสามารถใช้งานระบบหลักได้โดยที่เขาและคู่ต่อสู้อยู่ห่างกันเพียง 10 เมตร ถ้าหากเขาวางแผนให้ดีจะเป็นตัวของเขาเองที่ได้ประโยชน์ นอกจากจะสู้กับมอนสเตอร์ระดับสูงกว่าตัวเองแล้ว มันยังทำให้แอชเชอร์ฆ่าสิ่งอื่นๆนอกเหนือจากมอนสเตอร์ได้ดีเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่นพวกนักฆ่า ที่มักปรากฎตัวจากคำสั่งของใครบางคนที่เห็นทหารผู้โดดเด่นกำลังจะได้ดิบได้ดี แล้วไม่เลือกเข้าร่วมฝั่งกับมัน


    “ร้านค้า”


    ระบบร้านค้าเปิดใช้งานจนทำให้เกิดหน้าจอขนาดใหญ่ ไม่ต่างจากตอนที่แอชเชอร์เข้าไปเลือกดูสินค้าผ่านทางออนไลน์  ด้านข้างของหน้าจอมีการแยกหมวดหมู่เอาไว้ให้ ไม่ว่าจะเป็น เครื่องดื่ม อาหาร ยา ของใช้ในครัวเรือน หรือแม้กระทั่งอุปกรณ์การทหาร ล้วนมีให้เขาซื้อด้วยแต้มฟอสเอนเนอร์จี้ 


    อย่างไรก็ตามทุกๆอย่างภายในร้านค้าแห่งนี้กลับมีเพียงระดับ 2 ดาวเท่านั้น ยารักษา ชุดเกราะ อาวุธ ล้วนแล้วเทียบเท่าชุดเกราะมาร์คธรี อย่างไรก็ตามแอชเชอร์กลับเห็นอนาคตที่ดีจากระบบนี้ เนื่องจากด้านบนมีหน้าต่างสีเทาที่บอกระดับดาวเอาไว้ หากเขาอัพเกรดระบบต่อไป มันจะถูกเปิดออกแล้วเขาก็จะซื้อของที่ระดับสูงกว่านี้ได้ ตอนนี้สิ่งที่เขามองว่าเป็นประโยชน์คงมีเพียงแค่อาหารและน้ำดื่ม ในวันที่เขาแพ้การวัดผลสามารถใช้ฟอสเอนเนอร์จี้แลกพวกมันออกมาดื่มกินได้ ซึ่งราคาของมันก็ถูกเช่นกัน อาหาร 1 จานจากทางระบบที่มีหลากหลายพันอย่าง เขาสามารถเลือกซื้อได้ด้วยฟอสเอนเนอร์จี้เพียง 1 เท่านั้น


    ของราคาที่แพงส่วนมากจะเป็นยารักษาและอุปกรณ์ทางการทหาร อย่างไรก็ตามแอชเชอร์กลับตะลึงงันกับหัวข้อสุดท้ายของร้านค้าที่มีสกิลให้เขาได้เลือกซื้อมากมาย


    “นี่มันจะสุดยอดเกินไปแล้ว”


    แม้จะมีสกิลมากมายแต่หลายสกิลยังคงเป็นสีเทาไม่สามารถกดเข้าไปดูรายละเอียดได้ แต่สกิลส่วนน้อยที่มีสีสันก็ทำให้หัวใจของแอชเชอร์พองโต เนื่องจากเขาสามารถซื้อมันได้ในตอนนี้


    “ระบบ หากซื้อสกิลพวกนี้ฉันจะต้องฝึกไหม”


    [โฮสต์ไม่จำเป็นต้องฝึกฝน]


    ยิ่งได้รับการแจ้งเตือน แอชเชอร์ยิ่งยิ้มกว้าง จากนั้นเขาก็รีบเปิดดูร้านค้าให้ละเอียดเพื่อดูสิ่งที่เขาอาจจะมองพลาดไป ทันใดนั้นเขาก็เข้าไปในหมวดยาจนพบว่าด้านในนี้ก็มียาฝึกสกิลขายเช่นกัน มันราคาถูกกว่าสกิลที่ขายมาก ดูท่าสกิลมันจะแพงเพราะข้ามขั้นตอนการฝึก ต่างจากยาที่ขาย


    “สกิลละ 1 พันฟอสเอนเนอร์จี้ ไว้หลังจากล่าอีกสัก 2 วันค่อยกลับมาซื้อก็แล้วกัน”


    แอชเชอร์มองดูสกิลลำแสงหอกและสกิลลำแสงขวาน แม้มันจะมีให้เขาใช้งานฟรีจากยาของนักวิจัย เขากลับคิดว่ามันต้องใช้เวลานานมากเกินไป เขาจึงจะซื้อมันให้จบๆ อีกสาเหตุที่เขาไม่อยากฝึกก็เพราะว่าพวกมันทั้งสองจะเป็นอาวุธรองของเขาเท่านั้น  แอชเชอร์จะเปลี่ยนไปใช้งานมันก็ต่อเมื่อดาบและมีดในมือของเขาไม่สามารถเจาะเกราะมอนสเตอร์เข้าไปได้ ขวานและหอกจึงเป็นสิ่งที่น่าจะดี หากเขาคิดจะทะลวงเกราะของมอนสเตอร์เข้าไป


    “เดี๋ยวก่อนนะ ร้านค้ามันจะมีขายไหม”


    การตรวจสอบเริ่มอีกครั้งกระทั่งแอชเชอร์พบเข้ากับสกิลธนู ใบหน้าของเขาต่างฉีกยิ้มกว้าง หากเขาซื้อมันชีวิตการล่าของเขาจะง่ายขึ้น หลักจากจบหลักสูตร เขาคิดจะลดการทำงานเป็นทีมน้อยลงเพราะรู้สึกถ่วงแข้งถ่วงขา ดังนั้นธนูจึงเป็นอีกตัวเลือกที่ดีให้เขาได้โจมตีระยะไกลก่อนจะเข้าสู่ระยะประชิด แต่เมื่อเขาเห็นสกิลที่อยู่ใกล้ๆกับยิงธนูใบหน้าของแอชเชอร์ก็เริ่มปรากฎรอยย่นทันที


    “สกิลยิงปืน มันจำเป็นด้วยเหรอ”


    สิ่งที่แอชเชอร์ไม่คิดจะมองเลยคือการจับปืน เขาไม่เคยคิดจะฝึก ชีวิตก่อนของเขาเพียงแค่เรียนพื้นฐานการใช้งานอาวุธเหล่านี้ก็เพียงพอแล้วเพราะมันไม่มีประสิทธิภาพในการฆ่ามอนสเตอร์ อย่างที่เขารู้ พลังการระเบิดเพื่อดันลูกกระสุนออกจากรังเพลิงยังคงน้อยเกินไป การใช้ปืนในการต่อสู้จึงไม่มีใครทำ แต่เมื่อแอชเชอร์มองเห็นราคากระสุนคิ้วของเขาถึงกลับกระตุก


    “ระบบ ราคากระสุนไม่ได้ผิดไปใช่ไหม”


    ราคาที่แอชเชอร์เห็น กระสุน 1 นัดในร้านค้าต้องใช้ฟอสเอนเนอร์จี้ถึง 100 หน่วย ซึ่งมันพอๆกับลูกธนูที่สร้างมาจากชิ้นส่วนมอนสเตอร์ 2 ดาว สิ่งที่ต่างคงจะเป็นการนำกลับมาใช้งาน ลูกธนูที่ซื้อไปแอชเชอร์ยังมองว่ามันนำกลับมาใช้งานใหม่ได้เรื่อยๆจนกว่าหัวธนูจะสึกกร่อน แต่ลูกกระสุนนำกลับมาใช้งานใหม่ไม่ได้


    [แจ้งเตือน สินค้าในร้านค้าของทางระบบราคาถูกต้อง]


    “แล้วทำไมกระสุนถึงได้แพงนักล่ะ”


    [ เนื่องจากทางระบบต้องการทำให้อาวุธทุกอย่างที่ขายในระดับ 2 ดาว มีพลังทำลายเทียบเท่าพลังโจมตีของมอนสเตอร์ 2 ดาว ทางระบบจึงปรับแต่งกระสุนให้สามารถโจมตีมอนสเตอร์ 2 ดาวได้ด้วยการบรรจุฟอสเอนเนอร์จี้ไปจำนวนมากแทนดินปืนเพื่อให้กระสุนมีพลังทำลายสูงสามารถเจาะการป้องกันของมอนสเตอร์ได้]


    “แล้วแรงดีดของมันล่ะ มันจะไม่เท่ายิงปืนใหญ่ด้วยการอุ้มด้วยมือเปล่าเลยเหรอ”


    [ แจ้งเตือน ด้วยร่างกายของโฮสต์ที่สามารถอัพค่าสถานะได้ จะทำให้โฮสต์ใช้งานปืนของทางระบบได้โดยไม่มีปัญหา]


    แอชเชอร์ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ถึงอย่างนั้นเขาคิดว่าปืนและธนูต่างก็มีวิธีการใช้งานที่ต่างกันขึ้นอยู่กับสถานการณ์ เขาจึงยังไม่เลือกว่าจะฝึกอะไร แต่ที่แน่ๆหากเขาจะใช้งานอาวุธระยะไกลในช่วงที่ฝึก เขาคงใช้ธนูเพราะการใช้งานปืนแล้วสร้างบาดแผลให้กับมอนสเตอร์ได้ คงมีหลายคนสงสัยในตัวของเขา


    ติ๊ง~!


    [ทำการติดตั้งสกิลกระโดดสูง]


    [สกิลกระโดดสูง โฮสต์สามารถกระโดดสูงได้มากกว่าเดิม 2 เท่า]


    จากเดิมแอชเชอร์คิดจะซื้อสกิลในวันหลัง แต่เขากลับอดไม่ได้จึงกดซื้อจากนั้นก็เดินทางไปยังห้องฝึกซ้อมเช่นเดิม เขาอดไม่ได้ที่จะนำสกิลใหม่ไปทดลองใช้ในห้องจำลองการต่อสู้ การที่เขาสามารถกระโดดข้ามหัวมอนสเตอร์ได้ด้วยกำลังขาเพียงอย่างเดียว คงจะน่ากลัวไม่น้อย


    “แอชเชอร์ ดูนั่น ฉันทำแต้มได้อันดับ 1 แล้วนะ”


    มอแกนเดินเข้ามาหาแอชเชอร์พร้อมกับฉีกยิ้มกว้างชี้ให้แอชเชอร์มองแต้มที่ทำได้ แอชเชอร์กลับพยักหน้าเท่านั้นแล้วจึงเดินเข้าไปในเครื่องยกน้ำหนักจากนั้นก็ออกกำลังกายเช่นเดิม  ในระหว่างที่เขากำลังยกน้ำหนักไปนี้เอง แอชเชอร์ก็เริ่มมีความสงสัยปรากฎขึ้น เดิมทีภายในห้องแห่งนี้จะเต็มไปด้วยทหาร วันนี้จำนวนทหารกลับลดลงไปมากเหลือไม่ถึง 10 คนเลยด้วยซ้ำ ไม่เพียงเท่านั้นภายในตึกแห่งนี้ที่เขาส่องไปตามชั้นต่างๆยังเห็นจำนวนทหารน้อยจนผิดสังเกต จนเกิดเป็นความสงสัยขึ้นมาว่าทหารหายไปไหนกันจำนวนมาก เขาจึงเดินเข้าไปถามทหารที่เหลืออยู่เพื่อขอรู้การหายไปของทุกๆคน


    “พี่ครับ ทหารไปไหนกันหมดเหรอครับ ทำไมวันนี้คนน้อยจัง”


    “น้องชายคงเป็นนักเรียนเตรียมทหารสินะ ไม่แปลกที่จะไม่ได้ข่าว” นาฬิการข้อมือของแอชเชอร์เอาไว้ใช้บอกข่าวต่างๆภายในค่าย มันไม่ปรากฎข่าวใดๆ


    “มีเรื่องเกิดขึ้นอย่างนั้นเหรอครับ”


    “ใช่แล้วล่ะ มีเรื่องแปลกๆเกิดขึ้น  ทางกองทัพจึงส่งทหารไปช่วยเหลือ”


    “เรื่องแปลกๆ เรื่องอะไรอย่างนั้นเหรอครับ”


    “เรื่องแรกที่แปลกคือการหายไปของมอนสเตอร์ เมื่อหลายเดือนก่อนมีข่าวมอนสเตอร์เพิ่มจำนวนขึ้นมามากในเขตไหนนี่แหละพี่ก็จำไม่ได้ แต่มันกลับหายไป โดยที่นักวิจัยก็ไม่สามารถตรวจหาพวกมันได้ ตอนนี้หลายคนจึงถูกส่งไปเป็นทีมสำรวจ”


    “อ๋อครับ”


    “ส่วนคนที่ไม่ได้ไปเป็นทีมสำรวจพวกเขาก็เดินทางไปยังเขตอื่นๆที่มีข่าวมอนสเตอร์ปรากฎตัว”


    “แล้ว พอจะมีข่าวพวกมอนสเตอร์ที่หายไปไหมครับ ก่อนจะหายไปมีใครเห็นรูปร่างหน้าตาของมันหรือเปล่า”


    “จากที่ได้ข่าวมาคร่าวๆ ส่วนมากจะเน้นหนักไปที่มอนสเตอร์จำพวกแมงมุม”


    แอชเชอร์ขอบคุณรุ่นพี่ก่อนที่เขาจะเดินไปยังห้องจำลองการต่อสู้พร้อมกับขมวดคิ้วคิดหนัก  จากเหตุการณ์มอนสเตอร์หายตัวไปอย่างลึกลับทั้งๆที่พวกมันเพิ่มจำนวนขึ้นมามากมาย รวมไปถึงรูปร่างของมอนสเตอร์พวกที่หายไป ทำเอาแอชเชอร์ขนลุกชัน ภายในหัวของเขาได้แต่ภาวนาขอให้มันอย่าเป็นจริง


    เหตุการณ์มันไม่ควรจะเกิดเร็วแบบนี้ ชีวิตก่อนของเขาเหตุการณ์มอนสเตอร์เพิ่มจำนวนแล้วก็หายไปแล้วมอนสเตอร์ส่วนมากก็เป็นแมงมุม เหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นตอนเขาอายุ 20 ปี ถ้าเหตุการณ์ในช่วงที่เขาอายุ 20 เกิดขึ้นในช่วงนี้ที่เขาอายุเพียง 15 ปี ทุกอย่างจะต้องหนักหน่วงกว่าเดิมแน่นอน


    “ต้องรีบแล้ว”


    จากเดิมแอชเชอร์ออกกำลังหนักมากแล้ว เขาก็เพิ่มปริมาณการออกกำลังกายมากกว่าเดิมขึ้นไปอีก ต่อให้เขาจะบาดเจ็บฟอสเอนเนอร์จี้ที่มีสามารถนำมารักษาตัวได้ตลอดเวลา




    คล้ายกับเรื่อง[จบ]1-1 ย้อนเวลามากับระบบใส่เดี่ยว ที่คุณอ่าน