
ตอนที่49 มันเป็นไข่มีชีวิต
"นายน้อยท่านรีบเข้าไปรักษาตัวในกล่องนิลกาฬก่อนเถอะ เก็บนางเข้าไปไว้ในถุงนิมิตสะก่อน ตอนนี้อาการท่านย่ำแย่ถูกพลังของนางภูตร้ายโจมตี แม้เป็นแต่เพียงคลื่นเสียงยังร้ายกาจขนาดนี้ นางช่างอันตรายจริงๆ .."
หนิงหนิงรีบร้อนแนะนำชายหนุ่ม กริชเพชรกลั้นหายใจแล้วเร่งเร้าพลังรักษาตัวเองอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนที่จะอันตรธานหายตัวเข้าไปห้องสีชมพูในกล่องดำ เขาใช้เวลาหนึ่งก้านธูปเต็มๆ ที่ดึงพลังสีชมพูมารักษาอาการบาดเจ็บจนรู้สึกเป็นปกติจึงค่อยๆ ขยับตัวลุกขึ้น
"ดีนะที่เรามีพลังสีชมพูในห้องนี้ที่คอยฟื้นฟูอาการบาดเจ็บทางกาย ไม่อย่างนั้นพวกเราต้องหาเนื้ออสูรมากินกันยกใหญ่ เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ..."
กริชเพชรพูดขณะอาการบาดเจ็บเขาหายดี หนิงหนิงมองหน้าชายหนุ่มเมื่อเห็นลืมตาขึ้น
"นายน้อยพลังบอลดวงจิตแก่นแท้ของท่านเสื่อมโทรมลงมาก น่าตกใจจริงๆ ขนาดกายอสูรระดับเจ็ดของนายท่าน ยังไม่สามารถต้านทานพลังเสียงของนางภูตตัวนี้ได้เลย..ข้าว่านายน้อยเข้าไปในห้องแปดเหลี่ยมฟื้นฟูพลังบอลดวงจิตแก่นแท้ให้เต็มก่อน..แล้วค่อยเข้าไปปิดผนึกนางอสูรร้ายในฟองน้ำนมทวยเทพดีหรือไม่..."
หนิงหนิงพูดแนะนำชายหนุ่ม กริชเพชรเห็นด้วยกับคำพูดของหญิงสาว เขาจึงลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปในห้องแปดเหลี่ยม
ชายหนุ่มเอามือทั้งสองข้างวางลงบนแท่นศิลาพลังของมัน ก็พุ่งเข้าไหลเวียนสู่ร่างกายเขา ประสานเข้ากับบอลดวงจิตแก่นแท้สีรุ้งของเขาเพิ่มพลัง
ห่อหุ้มอย่างรวดเร็ว พลังที่หายไปก็กลับสมบูรณ์ปกติในเวลาหนึ่งจิบชา บอลดวงจิตแก่นแท้ของกริชเพชรมีพัฒนาขึ้นสูงถึงระดับเจ็ด ดังนั้นมันจึงสามารถดูดซับพลังอันบริสุทธิ์ในแท่นศิลานี้ได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ เขาลืมตาขึ้นขณะที่พลังบอลดวงจิตแก่นแท้สมบูรณ์
"หนิงหนิงขังนางไว้ในฟองสบู่นั้นดีหรือไม่ข้ากลัวว่าถ้าเราเข้าไปแล้ว มันไม่เป็นอย่างที่พวกเราคาดคะเนไว้ ข้าอาจจะหนีออกมาไม่ทันก็ได้นะ..."
เสียงของชายหนุ่มพูดอย่างกังวลใจ เมื่อนึกถึงพลังที่รุนแรงของนางภูตสาว เขารู้สึกหวาดหวั่นหัวมึนชาขึ้นมาหนึบๆ ยังไงบอกไม่ถูก
"นายน้อยท่านขังนางไว้แบบนั้นตลอดไม่ได้หรอก สักวันหนึ่งเกิดท่านต้องต่อสู้กับภูตอสูรท่านต้อง เอาฟองสบู่นั่นออกมากักขังภูตตัวอื่น เมื่อถึงเวลานั้นเกิดมีปัญหาไม่สามารถใช้ออกไปจับภูตอสูรได้ นายน้อยไม่เกิดปัญหาใหญ่เสียของหรือเจ้าคะ..
เชื่อหนิงหนิงเถอะ ข้ารู้ว่าของนี้เป็นน้ำนมทวยเทพจริงๆ มันจึงมีประสิทธิภาพสูงส่งขนาดนี้ แม้แต่ภูตอสูรนางนั้นที่มีกายภูตอสูรระดับสูงขั้นอสูรจอมราชันย์ ยังสามารถ จับมันได้เลยเจ้าคะ หนิงหนิงคิดว่านายน้อยของข้าต้องปิดผนึกนางได้แน่นอน..."
หญิงสาวพูดอธิบายอย่างละเอียด กริชเพชรเมื่อได้ยินหนิงหนิงพูดเช่นนั้นก็เกิดความเชื่อมั่นขึ้นพยักหน้า แล้วหยิบน้ำนมออกส่งพลังดวงจิตแก่นแท้เข้าไปขยายมันให้ใหญ่ขึ้น ก่อนจะกลั้นใจเดินเข้าไปในฟองสบู่ชายหนุ่มประจันหน้ากับนางอสูรร้าย เมื่อมันได้สัมผัสถึงการมาของกริชเพชร นางภูตสาวก็แยกเขี้ยวกางเล็บ ซัดพลังกรงเล็บของมันออกพร้อมกับส่งคลื่นเสียงเข้าโจมตีเขาทันทีตามสัญชาตญาณภูตอสูร กริชเพชรตกตะลึงเร้าพลังดวงจิตแก่นแท้กระจายขึ้นเป็นโล่ป้องกันตัวเสียงระเบิดตูม
ควับ!! แควก!
วูบ! ตูม!
ขณะที่พลังของเขาก่อตัวขึ้นเหมือนเหล็กกล้าอันแข็งแกร่ง เสียงและพลังกรงเล็บที่ส่งมาโจมตีเขาสูญสลายไปในทันที
ชายหนุ่มตะลึงงันพลังของเขาเพิ่มขึ้นมาอย่างมหาศาล เมื่ออยู่ในบอลฟองสบู่นี้เขามีพลังบอลดวงจิตแก่นแท้ เหนือชั้นกว่านางอสูรร้ายที่อยู่ตรงหน้าเกินครึ่งหนึ่งด้วยซ้ำ
เมื่อนางอสูรสัมผัสได้ว่าเหยื่อที่อยู่ตรงหน้าสามารถต้านพลังการโจมตีของนางได้ ก็พุ่งตัวเหมือนภูตผีเข้าโจมตีกริชเพชรอย่างรวดเร็ว
ผลั๊วะ!!
"อ๊าสสสสสสส!! "
โครม!! วูบๆ ๆ!!
ชายหนุ่มตกตะลึงถอยหลังก้าวหนีพร้อมกับตวัดมือตบหน้าหญิงสาว นางม้วนกลางอากาศกระเด็นไปชนกับผนังฟองสบู่ด้านข้างรูดลงกับพื้นผนัง พลังบอลดวงจิตแก่นแท้ของนางภูตสาวเกือบแตกสลายไป เพราะพลังการตบของชายหนุ่ม
กริชเพชรตกตะลึงกับพลังที่โจมตีไปแบบไม่รู้ตัว เล่นทำเอานางภูตสาว เกือบวิญญาณแตกสลายร่างของนางเลือนรางพร้อมจะแตกได้ตลอดเวลา นางบาดเจ็บสาหัส
วูบๆ ๆ ๆ!!
กริชเพชรส่งพลังบอลดวงจิตแก่นแท้ ร่ายคาถาผนึกนางเข้าไปในเหรียญดอร์ทันทีก่อนที่วิญญาณดวงจิตแก่นแท้ของนางจะสลาย เสียงวูบๆ ดังเบาๆ พลังบอลดวงจิตแก่นแท้ของชายหนุ่ม ก็ส่องแสงออกจากฝ่ามือผ่านเหรียญดอร์ กระทบร่างของนางอสูรสาว สุดท้ายนางก็ถูกดูดหายวับเข้ามาอยู่ในเหรียญดอร์ ปิดผนึกไว้ทันที
วาบ!
กริชเพชรสุดแสนดีใจที่สามารถผนึกภูตอสูรรายได้เป็นครั้งแรก เขาถอนหายใจอย่างยินดี แล้วเดินก้าวออกมาจากฟองน้ำนมทวยเทพ พร้อมกับใช้พลังบอลดวงจิตแก่นแท้ เก็บมันไว้ในถุงนิมิตอย่างหวงแหน
"นายน้อยเป็นยังไงบ้างเจ้าคะ..จับนางอสูรได้ง่ายดายหรือเปล่าหรือว่าถูกนางโจมตี.."
หนิงหนิงถามชายหนุ่มขณะยืนรออยู่ด้านนอก
"ออ..ได้อยู่นะหนิงหนิงนางโจมตี ข้าเลยตบนางไปหนึ่งฝ่ามือไม่นึกเลยว่านางจะอ่อนแอขนาดนี้ กระเด็นไปติดผนังฟองสบู่รูดลงกองด้านข้าง ดูเหมือนว่าดวงจิตของนางเกือบจะแตกสลาย ข้าเลยรีบผนึกนางไว้ในเหรียญดอร์.."
กริชเพชรพูดเสียงราบเรียบปนสงสารนิดๆ ภูตสาวหัวเราะคิกคิกที่ชายหนุ่มไม่เชื่อในคำพูดของนางเรื่องฟองน้ำนมทวยเทพ
"ก็ข้าบอกนายน้อยแล้วไงว่าเมื่ออยู่ในฟองน้ำนมทวยเทพ นั้นนายน้อยจะมีพลังของศัตรูมาไว้ในตัวครึ่งหนึ่ง และพลังของศัตรูก็จะลดลงครึ่งหนึ่ง นั่นหมายความว่าพลังของนายน้อยจะเหนือกว่าศัตรูหนึ่งขั้น ตามพลังบอลดวงจิตแก่นแท้ที่นายน้อยมีอยู่
ยกตัวอย่าง
ถ้านายน้อยมีพลังบอลดวงจิตแก่นแท้ระดับสิบ ต่อสู้กับภูตคนอสูรระดับสิบ เมื่อท่านอยู่ในฟองน้ำนมทวยเทพกับภูตคนอสูรที่เป็นคู่ต่อสู้ เท่ากับบอลพลังดวงจิตแก่นแท้ของนายน้อยเป็นคนอสูรระดับห้าบวกพลังบอลดวงจิตแก่นแท้กายอสูรระดับสิบของท่าน ซึ่งยังไงก็เหนือชั้นกว่าภูตคนอสูรตัวนั้นหนึ่งส่วนแน่นอน
การโจมตีมันย่อมรุนแรงเป็นเรื่องธรรมดาและก็ไม่ใช่เรื่องยากเลยที่นายน้อยจะใช้คาถาปิดผนึกภูตอสูรตนนั้น แค่ท่านร่ายคาถาก็สามารถผนึกได้แล้ว ท่านไม่ต้องลงมือตบตีมันจนบาดเจ็บสาหัสขนาดนั้นก็ได้มั้งเจ้าคะ.."
ภูตสาวยิ้มที่มุมปากขณะอธิบาย นางรู้สึกขำในวิธีการตอบโต้ของชายหนุ่มแบบรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ตบตีภูตอสูรร้ายไปเพราะความตกใจกลัว กริชเพชรยืนฟังนางอธิบาย เขาพยักหน้ารับรู้ ชายหนุ่มยิ้มแหยๆ ที่เขาออกจะทำหนักเกินไปด้วยความไม่เชื่อหนิงหนิงและกลัวตาย
"พวกเราไปสำรวจอาวุธศิลาอสูรเทพกันเถอะนะ เราจะได้ออกจากที่นี่ไปเร็วๆ ..."
กริชเพชรก็ออกมาจากกล่องนิลกาฬทันที มายืนอยู่หน้าหินใหญ่สีขาว เขาค่อยๆ นั่งลงก้มดูอย่างพิจารณา
"หนิงหนิงดูสิน้ำเมือกที่ปกคลุมผิวนี้หายไปแล้ว เขาใช้นิ้วมือค่อยๆ แตะก้อนหินมันแห้งสนิทไม่มีร่องรอยการเคลือบด้วยน้ำอีกต่อไป
"ก็ใช่สิเจ้าคะนายน้อย ก็ท่านดูดเอาน้ำนมทวยเทพไปไว้กับตัวแล้ว น้ำนมที่เคยเคลือบก้อนหินนี้อยู่ ก็หมดไปสิเจ้าคะ..."
เสียงของหนิงหนิงกระซิบบอกชายหนุ่มเบาๆ เขาพยักหน้าเข้าใจ
"ข้าคิดว่าภูตอสูรสตรีนางนั้น เป็นผู้ที่ถูกมอบหมายให้พิทักษ์อาวุธชิ้นนี้ไว้ ถ้าใครมาเปิดผนึกน้ำนมทวยเทพออก โดยมีกายอสูรที่ยังไม่พัฒนาระดับสูงต้องโดนฆ่าตายแน่ๆ ดีที่เรามีกล่องนิลกาฬเปิดผนึกดูดเอาน้ำนมทวยเทพ และใช้เป็นที่หลบซ่อนนางภูตร้ายตัวนั้นได้อย่างรวดเร็ว ไม่งั้นรับรองนายน้อยไม่รอดแน่ๆ นี่นับว่านายน้อยเป็นผู้มีโชควาสนาโดยแท้จริง ที่ได้รับกล่องนิลกาฬมาครอบครอง ถึงทำให้นายน้อยได้ของวิเศษขนาดนี้ เรามาลองดูกันสิว่า
ก้อนหินนี้มันเป็นอาวุธเทพชนิดใดกันนายน้อย วิธีการยึดอาวุธเทพเป็นของตัวเองต้องประทับตราด้วยเลือดเป็นเจ้าของเหมือนครั้งที่นายน้อย ประทับตราอาวุธเทพเกล็ดอสูรท่านลองทำดูนะ ประทับตรามันทั้งๆ ที่ฝังอยู่ในดินนี่แหละ ดูซิว่ามันจะใหญ่ขนาดไหนท่านจะยึดครองมันเข้าไปในถุงนิมิตชั้นเยี่ยมของท่านได้หรือเปล่า.."
กริชเพชรยกยิ้มที่มุมปากแล้วใช้ปลายเล็บของตัวเองกรีดที่นิ้วชี้จนเลือดหยดลงบนก้อนหินสีขาวนั้นเขาร่ายคาถาผูกสิทธิ์เป็นเจ้าของอาวุธศิลาเทพอสูร
แสงประกายสีทองส่องวูบวาบออกมาจากก้อนหินทันที ก้อนหินขนาดใหญ่เริ่มหดตัวลงช้าๆ ใช้เวลาหนึ่งจิบน้ำชา มันก็รวมตัวกันจนปรากฏเป็นไข่ใบหนึ่ง ใหญ่เท่าลูกรักบี้ ห่อหุ้มด้วยหินสีขาว
"หนิงหนิงดูซิมันเป็นอาวุธศิลาเทพอสูรจริงๆ เหรอ นี่มันคือไข่ชัดๆ และเป็นไข่หินด้วย....."
กริชเพชรตะลึงลานมองดูอาวุธศิลาเทพอสูรซึ่งตอนนี้กลายเป็นไข่หินที่วางอยู่บนพื้น
"หนิงหนิงรีบใช้มือช้อนอุ้มเอาไข่ขึ้นมาแนบไว้ในอก นางค่อยๆ เงี่ยหูฟัง แล้วยื่นส่งให้ชายหนุ่ม เขาเห็นปฏิกิริยาของหญิงสาว
รู้สึกแปลกใจ กริชเพชรจึงอุ้มไข่หินนั้นแนบไว้ในอกเหมือนกับนาง หัวใจของเขาสัมผัสได้ว่ามีเสียงหัวใจเต้นอยู่ในไข่หินใบนั้น
กริชเพชรยกคิ้วตะลึงลาน
"หนิงหนิงไข่หินใบนี้..ด้านในมันมีชีวิตไม่ได้เป็นวิญญาณอาวุธศิลาเทพอสูร พวกเขาเข้าใจผิดกันแล้วมันเป็นไข่มีชีวิต..."
.....................................................................................................................................................................................